ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

พินัยกรรมและการจัดการมรดกสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ — คำถามที่พบบ่อย 74 ข้อ

คำตอบอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 (มรดก) พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ประมวลกฎหมายที่ดินและพระราชบัญญัติอาคารชุด ระเบียบกรมที่ดิน (dol.go.th) กรมสรรพากร (rd.go.th) สำนักงานศาลยุติธรรม (coj.go.th) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (krisdika.go.th) ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี และไม่รับประกันผลคำสั่งศาล

English: Thai wills & estate administration FAQ →

เลือกอ่านตามหมวด

พินัยกรรมตามกฎหมายไทย — 5 แบบ และเงื่อนไขความสมบูรณ์
แบบพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656–1663 ได้แก่ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา รวมถึงคุณสมบัติพยาน ผู้ทำพินัยกรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเหตุที่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ
พินัยกรรมต่างประเทศกับทรัพย์สินในไทย — ใช้ได้แค่ไหน
หลักกฎหมายขัดกันตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แบบของพินัยกรรมและกฎหมายที่ใช้บังคับกับสังหาริมทรัพย์-อสังหาริมทรัพย์ การใช้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศต่อศาลไทย และเหตุผลที่ควรทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทย
ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ และส่วนแบ่งของคู่สมรส
ลำดับทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 สิทธิของผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา และส่วนแบ่งของคู่สมรสตามมาตรา 1635 รวมถึงการแยกสินสมรสก่อนแบ่งมรดก และสิทธิของบุตรนอกสมรสที่บิดารับรอง
ผู้จัดการมรดก — การยื่นคำร้องต่อศาลและหน้าที่ตามกฎหมาย
การตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1711–1713 ศาลที่มีเขตอำนาจตามภูมิลำเนาของผู้ตาย เอกสารประกอบคำร้อง (ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้าน บัญชีทรัพย์ หนังสือให้ความยินยอมของทายาท) หน้าที่จัดทำบัญชีทรัพย์สินตามมาตรา 1728–1729 และผลเมื่อทายาทคัดค้าน
ชาวต่างชาติรับมรดกที่ดิน — ข้อจำกัดและทางออกที่ถูกกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 93 และ 94 คนต่างด้าวที่รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมยังต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และหากถือไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตต้องจำหน่ายภายในกำหนดเวลา รวมถึงแนวปฏิบัติของสำนักงานที่ดินและทางเลือกอย่างการเช่าระยะยาวหรือสิทธิเก็บกิน
รับมรดกห้องชุด — โควตาต่างชาติและการโอนที่สำนักงานที่ดิน
การรับมรดกห้องชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 ทวิ และ 19 เบญจ กรณีทายาทต่างชาติไม่เข้าเงื่อนไขถือกรรมสิทธิ์หรือโควตา 49% เต็ม ต้องจำหน่ายห้องชุดภายในหนึ่งปี ขั้นตอนโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกและเอกสารที่สำนักงานที่ดินเรียก
บัญชีธนาคาร หุ้น กองทุน ประกันชีวิต และรถยนต์
การปิดบัญชีและถอนเงินของผู้ตายที่ต้องใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเกือบทุกกรณี การโอนหุ้นบริษัทจำกัดและหลักทรัพย์ในตลาด สิทธิของผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ที่ไม่ใช่ทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 897 และการโอนทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก
ภาษีการรับมรดก ภาษีการให้ และค่าธรรมเนียมโอนมรดก
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ยกเว้นมรดกส่วนที่ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อผู้ตายหนึ่งราย อัตรา 5% สำหรับบุพการี-ผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับผู้รับมรดกอื่น คู่สมรสได้รับยกเว้น การยื่นแบบ ภ.ม.60 ภายใน 150 วัน และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนมรดกที่กรมที่ดิน
เอกสารข้ามประเทศ — Notary นิติกรณ์ Apostille และคำแปลรับรอง
การใช้เอกสารต่างประเทศ เช่น Grant of Probate ใบมรณบัตร หนังสือมอบอำนาจ ในกระบวนการมรดกไทย ต้องผ่านการรับรองโดย Notary และสถานทูต/กระทรวงการต่างประเทศ แปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และประเทศไทยจะเริ่มใช้อนุสัญญา Apostille วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ข้อพิพาทมรดก อายุความ และการตัดทายาทโดยธรรม
อายุความมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ทายาทต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงการตาย และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย การตัดทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1608–1609 การเพิกถอนพินัยกรรม การถูกกำจัดมิให้รับมรดก และแนวทางระงับข้อพิพาทก่อนขึ้นศาล
ข้อ 1.พินัยกรรมตามกฎหมายไทยมีกี่แบบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ 5 แบบ คือ พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา 1656) แบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657) แบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อนายอำเภอ (มาตรา 1658) แบบเอกสารลับ (มาตรา 1660) และแบบทำด้วยวาจาในพฤติการณ์พิเศษ (มาตรา 1663) แต่ละแบบมีเงื่อนไขเรื่องพยานและวิธีทำต่างกัน หากทำผิดแบบพินัยกรรมอาจตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ

ข้อ 2.พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องมีพยานกี่คน และใครเป็นพยานไม่ได้

มาตรา 1656 กำหนดให้ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน และพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น ส่วนมาตรา 1670 ห้ามผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนวิกลจริตหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และคนหูหนวก ใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง เป็นพยาน นอกจากนี้มาตรา 1653 ยังห้ามผู้เขียนหรือพยานรับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น

ข้อ 3.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับต้องมีพยานหรือไม่

ไม่ต้องมีพยาน แต่มาตรา 1657 กำหนดว่าผู้ทำต้องเขียนข้อความ วัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อด้วยลายมือของตนเองทั้งหมด พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ไม่ได้ การขูดลบตกเติมต้องทำด้วยมือและลงลายมือชื่อกำกับ พินัยกรรมแบบนี้ทำง่ายแต่มักถูกโต้แย้งเรื่องลายมือและสติสัมปชัญญะภายหลัง

ข้อ 4.อายุเท่าไรจึงทำพินัยกรรมได้ และคนป่วยหนักทำได้หรือไม่

มาตรา 25 และมาตรา 1703 กำหนดว่าผู้เยาว์ที่อายุยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ทำพินัยกรรมไม่ได้ พินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะ ส่วนผู้ป่วยหนักยังทำได้หากยังมีสติสัมปชัญญะและเข้าใจข้อความ ในทางปฏิบัติควรมีความเห็นแพทย์ในวันเดียวกันประกอบ และเลือกทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอเพื่อลดความเสี่ยงถูกโต้แย้ง

ข้อ 5.ชาวต่างชาติที่มีพินัยกรรมจากประเทศบ้านเกิด ใช้กับทรัพย์สินในไทยได้หรือไม่

ใช้ได้ในหลักการ ศาลไทยรับพิจารณาพินัยกรรมต่างประเทศได้ แต่ต้องแปลและรับรองเอกสารครบถ้วน และต้องพิสูจน์ความสมบูรณ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งทำให้คดีใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ผู้ที่มีทรัพย์สินในไทยจึงนิยมทำพินัยกรรมไทยแยกอีกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยโดยเฉพาะ

ข้อ 6.ทำพินัยกรรมสองฉบับคนละประเทศ จะขัดกันหรือไม่

ไม่ขัดกันหากร่างอย่างระมัดระวัง โดยระบุขอบเขตให้ชัดว่าพินัยกรรมไทยครอบคลุมเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย และมีข้อความยืนยันว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศที่ครอบคลุมทรัพย์สินนอกประเทศไทย ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ข้อความเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดฉบับก่อนหน้า ทำให้พินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งสิ้นผลโดยไม่ตั้งใจ

ข้อ 7.กฎหมายของประเทศใดใช้บังคับกับมรดกของชาวต่างชาติที่ตายในไทย

พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 วางหลักว่าการสืบมรดกในสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกขณะถึงแก่ความตาย ส่วนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ดังนั้นที่ดินและห้องชุดในประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเสมอ ไม่ว่าเจ้ามรดกจะถือสัญชาติใด

ข้อ 8.พินัยกรรมภาษาอังกฤษใช้ในไทยได้หรือไม่

ได้ กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้พินัยกรรมต้องทำเป็นภาษาไทย แต่เมื่อยื่นต่อศาลหรือหน่วยงานราชการต้องมีคำแปลภาษาไทย ในทางปฏิบัติจึงนิยมจัดทำเป็นสองภาษาในเอกสารฉบับเดียวกัน และระบุว่าฉบับภาษาใดใช้บังคับหากข้อความขัดกัน เพื่อลดข้อโต้แย้งในชั้นศาล

ข้อ 9.ถ้าไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกตกแก่ใคร

ตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับในมาตรา 1629 ได้แก่ (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย และ (6) ลุง ป้า น้า อา โดยหลักคือลำดับก่อนตัดลำดับหลัง เว้นแต่กรณีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1630 วรรคสอง

ข้อ 10.คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ส่วนแบ่งเท่าไร

ต้องแยกสินสมรสออกครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสก่อนตามมาตรา 1533 ส่วนที่เหลือจึงเป็นทรัพย์มรดก จากนั้นมาตรา 1635 กำหนดส่วนแบ่งของคู่สมรสตามลำดับทายาทที่มีชีวิตอยู่ เช่น หากมีผู้สืบสันดาน คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรหนึ่งคน หากมีเพียงทายาทลำดับ 3 หรือ 4 คู่สมรสได้กึ่งหนึ่ง และหากไม่มีทายาทลำดับใดเลย คู่สมรสได้ทั้งหมด

ข้อ 11.บุตรนอกสมรสมีสิทธิรับมรดกของบิดาหรือไม่

มีสิทธิ หากเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วตามมาตรา 1627 ซึ่งอาจเกิดจากการจดทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาของศาล หรือพฤติการณ์ที่บิดารับรองโดยพฤตินัย เช่น ให้ใช้นามสกุล แจ้งเกิด ส่งเสียเลี้ยงดูอย่างเปิดเผย ส่วนบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนถูกต้องมีสิทธิเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1627 เช่นกัน

ข้อ 12.คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิรับมรดกหรือไม่

มี หากจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ทำให้คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิและหน้าที่เท่ากับคู่สมรสต่างเพศทุกประการ รวมถึงสิทธิในสินสมรสและสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

ข้อ 13.ทำไมต้องร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล

เพราะธนาคาร สำนักงานที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และนายทะเบียนหุ้น ต้องการคำสั่งศาลเพื่อยืนยันว่าผู้ใดมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้ตาย มาตรา 1713 ให้ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลได้ แม้มีพินัยกรรมระบุตัวผู้จัดการมรดกไว้แล้ว โดยทั่วไปก็ยังต้องมีคำสั่งศาลตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะดำเนินการกับหน่วยงานได้

ข้อ 14.ต้องยื่นคำร้องที่ศาลไหน และใช้เอกสารอะไรบ้าง

ยื่นต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หรือศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่หากเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในไทย เอกสารหลักได้แก่ ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายและผู้ร้อง ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีเครือญาติ บัญชีทรัพย์มรดก พินัยกรรม (ถ้ามี) และหนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น

ข้อ 15.ใช้เวลานานเท่าไรกว่าศาลจะมีคำสั่ง

หากทายาททุกคนให้ความยินยอมและเอกสารครบถ้วน โดยทั่วไปศาลจะนัดไต่สวนภายในประมาณ 1–2 เดือนนับจากวันยื่นคำร้อง และเมื่อมีคำสั่งแล้วต้องรอให้คดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันก่อนขอคัดถ่ายคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้กับหน่วยงาน ระยะเวลานี้เป็นกรอบทั่วไปเท่านั้น หากมีผู้คัดค้านคดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทและใช้เวลานานกว่ามาก

ข้อ 16.ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่และความรับผิดอย่างไร

มาตรา 1719 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาทตามกฎหมายหรือพินัยกรรม มาตรา 1728 และ 1729 กำหนดให้เริ่มทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่งศาล และทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน โดยมีพยานอย่างน้อยสองคน หากจัดการโดยทุจริตหรือละเลยหน้าที่ ทายาทร้องขอให้ศาลถอดถอนและเรียกค่าเสียหายได้ตามมาตรา 1727

ข้อ 17.ชาวต่างชาติรับมรดกที่ดินในประเทศไทยได้หรือไม่

ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 93 อนุญาตให้คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินโดยทางมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อรวมกับที่ดินที่มีอยู่แล้วต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ในทางปฏิบัติการอนุญาตเกิดขึ้นน้อยมาก ทายาทต่างชาติส่วนใหญ่จึงต้องจำหน่ายที่ดินแทนการถือครอง

ข้อ 18.ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ถือที่ดิน ต้องทำอย่างไร

มาตรา 94 กำหนดให้คนต่างด้าวที่ได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต ต้องจำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 180 วันและไม่เกิน 1 ปี หากไม่จำหน่ายภายในกำหนด อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นแทน โดยผู้ถือยังได้รับเงินที่ได้จากการขายหลังหักค่าใช้จ่าย

ข้อ 19.ภรรยาคนไทยเสียชีวิต สามีต่างชาติจะได้ที่ดินหรือไม่

สามีต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรสตามมาตรา 1635 แต่สิทธิ "รับ" ไม่เท่ากับสิทธิ "ถือครอง" ที่ดิน เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก็ต้องจำหน่ายภายในกำหนดตามมาตรา 94 ทางเลือกที่ใช้กันคือให้บุตรที่มีสัญชาติไทยรับโอนที่ดิน แล้วจดทะเบียนสิทธิเก็บกินหรือสิทธิอาศัยตลอดชีวิตให้บิดา ซึ่งจดทะเบียนได้ที่สำนักงานที่ดิน

ข้อ 20.สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินรับมรดกได้หรือไม่

ได้ กฎหมายไทยแยกกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินได้ คนต่างด้าวจึงรับมรดกตัวบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างและถือกรรมสิทธิ์ต่อไปได้ โดยข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายที่ดินใช้กับตัวที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้ต้องมีหลักฐานการแยกกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน เช่น การจดทะเบียนโอนบ้านแยกจากที่ดินหรือสัญญาเช่าที่ดินที่จดทะเบียนไว้แล้ว

ข้อ 21.ทายาทต่างชาติรับมรดกห้องชุดได้หรือไม่

ได้ หากเข้าเงื่อนไขการถือกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 และโควตาต่างชาติของอาคารนั้นยังไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมด ในการโอนต้องแสดงหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์จากนิติบุคคลอาคารชุดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน พร้อมคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ข้อ 22.ถ้าโควตา 49% เต็มแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

มาตรา 19 เบญจ กำหนดว่าคนต่างด้าวที่ได้ห้องชุดมาโดยทางมรดกหรือทางอื่น แต่ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ได้เพราะไม่เข้าเงื่อนไขหรือเกินอัตราส่วน ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องจำหน่ายห้องชุดนั้นภายใน 1 ปี หากไม่จำหน่าย อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายแทน

ข้อ 23.การโอนมรดกห้องชุดต้องใช้เอกสารอะไรที่สำนักงานที่ดิน

โดยทั่วไปได้แก่ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ใบมรณบัตร บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้จัดการมรดกและทายาท หนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุดตามมาตรา 29 และหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์คนต่างด้าว รายการเอกสารอาจต่างกันตามดุลพินิจของเจ้าพนักงานแต่ละสำนักงาน

ข้อ 24.ทายาทต่างชาติต้องนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาเหมือนการซื้อหรือไม่

ไม่ต้อง การได้มาโดยทางมรดกไม่ใช่การซื้อขาย จึงไม่ต้องแสดงหนังสือรับรองการนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ (FET) แต่ยังต้องพิสูจน์คุณสมบัติตามมาตรา 19 ข้ออื่น เช่น การมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรืออาศัยข้อยกเว้นสำหรับผู้รับมรดกที่เป็นคู่สมรสหรือทายาทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินจะพิจารณาเป็นรายกรณี

ข้อ 25.ถอนเงินในบัญชีธนาคารของผู้ตายได้อย่างไร

ธนาคารจะอายัดบัญชีทันทีที่ทราบการเสียชีวิต และเกือบทุกกรณีจะจ่ายเงินให้เฉพาะผู้จัดการมรดกที่มีคำสั่งศาลเท่านั้น เอกสารที่ใช้โดยทั่วไปคือคำสั่งศาลพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ใบมรณบัตร และบัตรประจำตัวของผู้จัดการมรดก การใช้บัตร ATM ของผู้ตายถอนเงินหลังเสียชีวิตเป็นความผิดอาญาและทำให้เกิดความรับผิดต่อทายาทคนอื่นด้วย

ข้อ 26.เงินประกันชีวิตเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

โดยหลักไม่ใช่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 วรรคสอง กำหนดว่าเมื่อระบุผู้รับประโยชน์ไว้ในกรมธรรม์ จำนวนเงินที่จ่ายตกได้แก่ผู้รับประโยชน์โดยตรง ไม่ตกเป็นกองมรดก เว้นแต่เบี้ยประกันที่ผู้ตายชำระไปซึ่งเจ้าหนี้กองมรดกเรียกคืนได้ แต่หากไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ เงินสินไหมจะตกเป็นทรัพย์มรดกและแบ่งตามลำดับทายาท

ข้อ 27.หุ้นในบริษัทจำกัดของผู้ตายโอนให้ทายาทอย่างไร

ผู้จัดการมรดกต้องแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องตรวจข้อบังคับบริษัทว่ามีข้อจำกัดการโอนหุ้นหรือสิทธิซื้อก่อนของผู้ถือหุ้นเดิมหรือไม่ ส่วนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ให้ยื่นคำขอโอนผ่านบริษัทหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์พร้อมคำสั่งศาล

ข้อ 28.รถยนต์และทรัพย์สินที่มีทะเบียนโอนอย่างไร

รถยนต์และรถจักรยานยนต์โอนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือกรมการขนส่งทางบก โดยใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ใบมรณบัตร สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ และแบบคำขอโอนและรับโอน ส่วนอาวุธปืนต้องดำเนินการต่อนายทะเบียนอาวุธปืนภายใน 30 วันนับแต่เจ้าของเสียชีวิตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มิฉะนั้นอาจมีความผิด

ข้อ 29.ประเทศไทยมีภาษีมรดกหรือไม่ และเสียเมื่อไร

มี พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 โดยเก็บจากผู้รับมรดกเฉพาะมูลค่าส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทที่ได้รับจากเจ้ามรดกแต่ละราย อัตราภาษี 5% สำหรับบุพการีและผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับผู้รับมรดกรายอื่น ส่วนคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวนตามมาตรา 3

ข้อ 30.ทรัพย์สินประเภทใดบ้างที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก

มาตรา 14 กำหนดไว้ 5 ประเภท คือ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เงินฝากหรือเงินอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ทรัพย์สินอย่างทองคำแท่ง เครื่องประดับ หรือเงินสดที่เก็บไว้เอง จึงไม่อยู่ในฐานภาษีนี้

ข้อ 31.ต้องยื่นแบบภาษีการรับมรดกภายในกี่วัน

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นแบบ ภ.ม.60 ต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดกในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท และสามารถขอผ่อนชำระได้ไม่เกิน 5 ปีตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด หากยื่นล่าช้าหรือไม่ยื่นจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 32 ถึง 35 ควรตรวจสอบมูลค่าทรัพย์ ณ วันที่ได้รับมรดกกับสรรพากรพื้นที่ก่อนยื่น

ข้อ 32.ค่าธรรมเนียมโอนมรดกที่กรมที่ดินเท่าไร

การจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมที่เป็นผู้สืบสันดานหรือบุพการีเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ส่วนกรณีผู้รับมรดกรายอื่นอัตราอยู่ที่ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน โดยการรับมรดกไม่ถือเป็นการขายจึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ อัตราค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน

ข้อ 33.เอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไรก่อนใช้ในคดีมรดกไทย

ปัจจุบันต้องผ่านสามขั้นตอน คือ ให้ Notary Public ในประเทศต้นทางรับรอง จากนั้นให้กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยรับรองต่อ แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ศาลไทยและสำนักงานที่ดินจึงจะรับเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐาน

ข้อ 34.เมื่อไทยใช้ Apostille แล้วจะง่ายขึ้นอย่างไร

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) โดยจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นเอกสารมหาชนจากประเทศภาคีจะใช้ตราประทับ Apostille เพียงขั้นตอนเดียวแทนการรับรองสองชั้น ทำให้เอกสารอย่างใบมรณบัตรหรือคำสั่งศาลต่างประเทศใช้เวลาน้อยลงมาก แต่ยังต้องแปลเป็นภาษาไทยตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนดอยู่

ข้อ 35.ทายาทที่อยู่ต่างประเทศ ไม่สะดวกบินมาไทย ทำอย่างไร

ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนดำเนินการแทนได้ โดยลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุลที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หรือลงนามต่อหน้า Notary Public แล้วนำไปผ่านการรับรองต่อ ทั้งนี้หนังสือให้ความยินยอมของทายาทในคดีตั้งผู้จัดการมรดกก็รับรองด้วยวิธีเดียวกันได้ ส่วนแบบฟอร์มมอบอำนาจสำหรับสำนักงานที่ดินต้องใช้แบบ ท.ด.21 หรือ อ.ช.21 ตามประเภททรัพย์

ข้อ 36.คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกจากศาลต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้เองไม่ได้ ประเทศไทยไม่มีระบบบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศโดยอัตโนมัติ คำสั่ง Grant of Probate หรือ Letters of Administration จากต่างประเทศจึงใช้ได้เพียงเป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องเท่านั้น ทายาทยังต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลไทยสำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ดี

ข้อ 37.อายุความฟ้องคดีมรดกมีกำหนดเท่าไร

มาตรา 1754 กำหนดว่าคดีมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เมื่อทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไม่ว่ากรณีใด ส่วนเจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงความตายเช่นกัน ข้อยกเว้นสำคัญคือทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ยังยกอายุความขึ้นต่อสู้กันเองไม่ได้ในบางกรณีตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

ข้อ 38.ตัดทายาทโดยธรรมไม่ให้รับมรดกทำได้หรือไม่

ทำได้ตามมาตรา 1608 โดยเจ้ามรดกแสดงเจตนาชัดแจ้งในพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และมาตรา 1609 อนุญาตให้ถอนการตัดมิให้รับมรดกได้ด้วยวิธีเดียวกัน อีกทางหนึ่งคือทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้ผู้อื่น ซึ่งมีผลให้ทายาทที่ไม่ได้ระบุไม่ได้รับส่วนแบ่ง เพราะกฎหมายไทยไม่มีระบบส่วนแบ่งบังคับ (forced heirship) เหมือนบางประเทศในยุโรป

ข้อ 39.ทายาทที่ทำร้ายหรือปลอมพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่

ไม่มี มาตรา 1606 กำหนดเหตุถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร เช่น ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจตนากระทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้ทำหรือเพิกถอนพินัยกรรม ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรม อย่างไรก็ดี เจ้ามรดกอาจให้อภัยเป็นลายลักษณ์อักษรได้ในบางเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 40.ควรทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดข้อพิพาทมรดกในครอบครัวข้ามชาติ

แนวทางที่ใช้ได้ผลคือทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยพร้อมระบุขอบเขตให้ชัด จัดทำบัญชีทรัพย์สินและเอกสารสิทธิให้ครบและเก็บสำเนาไว้กับที่ปรึกษากฎหมาย ระบุตัวผู้จัดการมรดกสำรอง ตรวจสอบว่าเอกสารสมรสและสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศได้รับการรับรองและแปลไว้ล่วงหน้า และทบทวนพินัยกรรมทุกครั้งที่มีการสมรส หย่า มีบุตร หรือซื้อทรัพย์สินใหม่

ข้อ 41.ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่

ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ

ข้อ 42.พินัยกรรมแบบธรรมดากับแบบเอกสารฝ่ายเมืองต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

พินัยกรรมแบบธรรมดาตามมาตรา 1656 ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ทำได้เร็วและเป็นความลับ ส่วนพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา 1658 ทำที่ที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอจดข้อความและเก็บต้นฉบับไว้ที่ราชการ ทำให้ยากต่อการถูกโต้แย้งเรื่องความแท้จริงและไม่สูญหาย กรณีมีทายาทหลายฝ่ายหรือคาดว่าจะมีข้อพิพาท แบบเอกสารฝ่ายเมืองมักคุ้มค่ากว่าแม้ใช้เวลามากกว่า

ข้อ 43.คู่สมรสต่างชาติรับมรดกเป็นที่ดินในไทยได้หรือไม่

ชาวต่างชาติรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 93 แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่มีการอนุญาต ผลคือกรมที่ดินจะให้จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดโดยทั่วไปหนึ่งปี หากไม่จำหน่ายอธิบดีมีอำนาจจำหน่ายแทน ทางออกที่วางแผนล่วงหน้าได้คือกำหนดให้ที่ดินตกแก่ทายาทสัญชาติไทย หรือแปลงการถือครองเป็นห้องชุดในโควตาต่างชาติซึ่งรับมรดกและถือครองต่อได้

ข้อ 44.ห้องชุดในโควตาต่างชาติเมื่อเจ้าของเสียชีวิต ทายาทต่างชาติถือต่อได้ไหม

ถือต่อได้หากทายาทมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติอาคารชุดมาตรา 19 และห้องชุดยังอยู่ในสัดส่วนต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งอาคาร ทายาทต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา (แบบ ธ.ต.3 หรือหนังสือรับรองจากธนาคาร) หากขาดคุณสมบัติต้องจำหน่ายภายในหนึ่งปี

ข้อ 45.ภาษีการรับมรดกในไทยคิดอย่างไร ทายาทต่างชาติเสียด้วยหรือไม่

ภาษีการรับมรดกจัดเก็บจากส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทต่อผู้รับหนึ่งราย อัตรา 5% สำหรับบุพการีและผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับผู้รับรายอื่น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายได้รับยกเว้น ทายาทต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในไทยหรือรับมรดกทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในไทยอยู่ในข่ายต้องเสียเช่นกัน โดยยื่นแบบ ภ.ม.60 ภายใน 150 วันนับแต่วันได้รับมรดก

ข้อ 46.ผู้จัดการมรดกต้องตั้งโดยศาลเสมอไปหรือไม่ ใช้เวลานานเท่าไร

ประเทศไทยไม่มีระบบพิสูจน์พินัยกรรมนอกศาล ธนาคารและกรมที่ดินจึงเรียกคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนโอนทรัพย์แทบทุกกรณี แม้จะมีพินัยกรรมชัดเจน กระบวนการยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาใช้เวลาโดยทั่วไป 45–75 วันสำหรับคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน และหลังศาลมีคำสั่งต้องรอคดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันจึงขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้ได้

ข้อ 47.ทายาทอยู่ต่างประเทศ ไม่สะดวกบินมาไทย ดำเนินคดีมรดกได้ไหม

ได้โดยทำหนังสือมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการแทน หากลงนามในต่างประเทศต้องให้โนตารีพับลิกหรือเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยรับรองลายมือชื่อ แล้วผ่านการรับรองต่อเนื่อง (Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองสถานทูตไทยกรณีไม่ใช่ภาคี) จากนั้นแปลเป็นไทยและรับรองที่กรมการกงสุลก่อนยื่นศาล ในบางกรณีศาลอาจให้ทายาทให้ถ้อยคำผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทนการเดินทาง

ข้อ 48.มรณบัตรที่ออกในต่างประเทศจะใช้ในคดีมรดกไทยต้องทำอย่างไร

ต้องนำมรณบัตรฉบับจริงไปรับรองในประเทศที่ออกเอกสารก่อน (Apostille หรือรับรองสถานทูตไทย) แล้วแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล นำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากผู้ตายเป็นคนไทยควรแจ้งตายต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อออกมรณบัตรไทยและจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนที่ธนาคารและกรมที่ดินราบรื่นขึ้นมาก

ข้อ 49.บัญชีธนาคารของผู้ตายถูกอายัดทันทีหรือไม่ ครอบครัวเบิกค่าจัดงานศพได้อย่างไร

เมื่อธนาคารทราบการเสียชีวิตจะระงับการเคลื่อนไหวบัญชีทันทีเพื่อป้องกันความรับผิด การถอนต้องใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเป็นหลัก บางธนาคารมีระเบียบผ่อนผันให้เบิกค่าจัดการศพในวงเงินจำกัดโดยใช้มรณบัตรและหลักฐานความเป็นทายาท จึงควรวางแผนสภาพคล่องล่วงหน้า เช่น บัญชีร่วมที่มีข้อตกลงชัดเจน หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระบุผู้รับประโยชน์ซึ่งจ่ายได้โดยไม่ต้องผ่านกองมรดก

ข้อ 50.เงินประกันชีวิตและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

เงินตามกรมธรรม์ที่ระบุผู้รับประโยชน์ไว้ไม่ตกเป็นทรัพย์มรดก แต่เป็นสิทธิของผู้รับประโยชน์โดยตรง เจ้าหนี้กองมรดกจึงบังคับไม่ได้ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญจ่ายตามระเบียบกองทุนซึ่งมักให้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้า หากไม่ได้ระบุจะตกเป็นกองมรดกและต้องรอผู้จัดการมรดก การอัปเดตชื่อผู้รับประโยชน์หลังการหย่าหรือสมรสใหม่จึงสำคัญมาก

ข้อ 51.ทายาทโดยธรรมมีลำดับอย่างไร คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเท่าไร

ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับตามมาตรา 1629 เริ่มจากผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ปู่ย่าตายาย และลุงป้าน้าอา คู่สมรสเป็นทายาทเสมอและได้ส่วนแบ่งต่างกันตามลำดับที่มีทายาทอยู่ เช่น ถ้ามีผู้สืบสันดานคู่สมรสได้ส่วนเสมือนทายาทคนหนึ่ง ถ้ามีเพียงลำดับสามคู่สมรสได้ครึ่งหนึ่ง และถ้าไม่มีทายาทลำดับหนึ่งถึงหกเลยคู่สมรสได้ทั้งหมด ทั้งนี้ต้องแยกสินสมรสครึ่งหนึ่งออกก่อนคำนวณกองมรดก

ข้อ 52.ลูกนอกสมรสมีสิทธิรับมรดกจากบิดาหรือไม่

มีสิทธิเมื่อเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วตามมาตรา 1627 ซึ่งพิสูจน์ได้จากการจดทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาว่าเป็นบุตร หรือพฤติการณ์ที่บิดารับรองโดยเปิดเผย เช่น ให้ใช้นามสกุล แจ้งเกิดโดยระบุตนเป็นบิดา ส่งเสียเลี้ยงดูและแนะนำต่อสาธารณะว่าเป็นบุตร ในทางปฏิบัติควรรวบรวมหลักฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้นเพราะศาลจะพิจารณาประกอบกัน และผลตรวจดีเอ็นเอมักเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักสูง

ข้อ 53.พินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้ได้หากทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายแห่งสถานที่ทำพินัยกรรมหรือกฎหมายสัญชาติของผู้ทำ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แต่ในทางปฏิบัติต้องนำไปรับรองในต่างประเทศ แปลเป็นไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และให้ศาลไทยรับฟังในคดีตั้งผู้จัดการมรดก ระยะเวลาจึงยาวกว่าการมีพินัยกรรมฉบับไทยไว้ล่วงหน้ามาก และมีความเสี่ยงเรื่องการตีความถ้อยคำที่แปลไม่ตรงเจตนา

ข้อ 54.การยกทรัพย์ให้ก่อนเสียชีวิตช่วยลดความยุ่งยากได้จริงหรือไม่

ช่วยได้ในบางกรณีแต่มีข้อควรระวัง การให้โดยเสน่หาระหว่างมีชีวิตทำให้ทรัพย์นั้นไม่อยู่ในกองมรดกจึงไม่ต้องรอคำสั่งศาล แต่มีภาษีการให้ตามประมวลรัษฎากรสำหรับส่วนที่เกินเกณฑ์ยกเว้น และมีค่าธรรมเนียมโอนที่กรมที่ดิน อีกทั้งการให้อาจถูกเพิกถอนได้หากเข้าเงื่อนไขเนรคุณ หรือถูกเจ้าหนี้ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลหากทำเพื่อหนีหนี้ จึงควรประเมินภาษีและหนี้สินคู่กันก่อนตัดสินใจ

ข้อ 55.ทรัสต์ต่างประเทศที่ถือทรัพย์สินในไทยใช้ได้หรือไม่

กฎหมายไทยไม่รับรองการก่อตั้งทรัสต์เพื่อถือทรัพย์สินภายในประเทศ ยกเว้นทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามกฎหมายเฉพาะ การพยายามให้ทรัสต์ต่างประเทศถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุดโดยตรงจึงมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธการจดทะเบียน แนวทางที่ใช้ได้จริงมักเป็นการถือหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยชอบ การวางพินัยกรรมฉบับไทย และการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตระบุผู้รับประโยชน์เป็นเครื่องมือส่งต่อสภาพคล่อง

ข้อ 56.หนี้สินของผู้ตายทายาทต้องรับผิดชอบเพียงใด

ทายาทรับผิดต่อเจ้าหนี้กองมรดกไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตนได้รับตามมาตรา 1601 จึงไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระ ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้และภาษีค้างก่อน แล้วจึงแบ่งส่วนที่เหลือ ข้อควรระวังคือเจ้าหนี้ต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย และไม่เกินสิบปีนับแต่วันตาย การรีบทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ครบจึงป้องกันข้อพิพาทได้มาก

ข้อ 57.ที่ดินที่ยังติดจำนองกับธนาคาร ทายาทจะรับโอนได้อย่างไร

ภาระจำนองติดไปกับตัวทรัพย์ ทายาทที่รับโอนจึงรับไปพร้อมภาระ ขั้นตอนคือขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก แจ้งธนาคารเพื่อพิจารณาโอนภาระหนี้ให้ทายาทที่มีคุณสมบัติ หรือรีไฟแนนซ์ในชื่อทายาท หรือขายทรัพย์เพื่อไถ่ถอน ระหว่างนี้ควรผ่อนชำระต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ผิดนัด เพราะการบังคับจำนองจะทำให้ทายาทเสียโอกาสต่อรองราคาและเสียทรัพย์ในราคาต่ำกว่าตลาด

ข้อ 58.มีทายาทอยู่หลายประเทศ จะจัดการเอกสารให้เร็วที่สุดต้องทำอะไรก่อน

ควรทำสามอย่างพร้อมกันตั้งแต่สัปดาห์แรก หนึ่งคือรวบรวมมรณบัตรพร้อมชุดรับรองสำหรับใช้ต่างประเทศหลายชุด สองคือให้ทายาททุกคนลงนามหนังสือให้ความยินยอมและหนังสือมอบอำนาจในคราวเดียวขณะยังอยู่พร้อมกัน หรือทยอยรับรองที่โนตารีในประเทศที่ตนอยู่ สามคือขอหนังสือรับรองความสัมพันธ์และเอกสารทะเบียนราษฎรไทยฉบับคัดรับรอง การทำคู่ขนานแบบนี้ย่นเวลาได้ราว 3–5 สัปดาห์เทียบกับการทำทีละขั้น

ข้อ 59.พินัยกรรมสามารถกำหนดผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าได้หรือไม่ และศาลผูกพันตามหรือไม่

กำหนดได้และควรกำหนด เพราะศาลให้น้ำหนักกับเจตนาของผู้ทำพินัยกรรมเป็นอันดับแรก ศาลจะไม่ตั้งบุคคลที่ระบุก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย หรือมีเหตุแสดงว่าไม่เหมาะสมอย่างชัดแจ้ง แนะนำให้ระบุผู้จัดการมรดกสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อกันกรณีผู้ที่ถูกระบุเสียชีวิตก่อนหรือปฏิเสธหน้าที่

ข้อ 60.ควรทบทวนพินัยกรรมเมื่อใด และเก็บต้นฉบับไว้ที่ไหนจึงปลอดภัย

ควรทบทวนทุกสามปีและทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ สมรส หย่า มีบุตร ซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ ย้ายถิ่นที่อยู่ถาวร หรือเปลี่ยนสัญชาติ การเก็บต้นฉบับควรอยู่ที่ปลอดภัยแต่เข้าถึงได้ เช่น สำนักงานทนายความที่มีระบบทะเบียนเอกสาร หรือที่ว่าการอำเภอกรณีพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่แนะนำให้เก็บในตู้นิรภัยธนาคารเพียงแห่งเดียว เพราะการเปิดตู้หลังเจ้าของเสียชีวิตต้องใช้คำสั่งศาลซึ่งย้อนแย้งกับการใช้พินัยกรรม

ข้อ 61.ถ้าไม่มีทายาทเลย ทรัพย์มรดกจะตกเป็นของใคร

เมื่อไม่มีทายาทโดยธรรมทั้งหกลำดับ ไม่มีคู่สมรส และไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 1753 ผู้ที่ดูแลผู้ตายมาโดยตลอดแต่ไม่ใช่ทายาทตามกฎหมายจึงไม่มีสิทธิรับโดยอัตโนมัติ กรณีต้องการให้เพื่อน คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือมูลนิธิได้รับทรัพย์ จำเป็นต้องทำพินัยกรรมระบุไว้อย่างชัดเจน มิฉะนั้นเจตนาที่แท้จริงจะไม่มีผลทางกฎหมาย

ข้อ 62.การคัดค้านพินัยกรรมทำได้ด้วยเหตุใดบ้าง และมีอายุความเท่าไร

เหตุที่พบบ่อยคือผู้ทำพินัยกรรมไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะทำ ถูกข่มขู่หรือใช้กลฉ้อฉล พินัยกรรมทำผิดแบบที่กฎหมายกำหนด หรือพยานมีส่วนได้เสียซึ่งทำให้ข้อกำหนดที่ยกให้พยานนั้นเป็นโมฆะ การฟ้องขอเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมโดยทั่วไปต้องทำภายในสามเดือนนับแต่รู้เหตุ และไม่เกินสิบปีนับแต่ผู้ทำพินัยกรรมตาย การถ่ายวิดีโอขณะลงนามและใบรับรองแพทย์ประเมินความสามารถจึงช่วยลดความเสี่ยงถูกคัดค้านได้มาก

ข้อ 63.ทายาทอยู่ต่างประเทศ ไม่สะดวกเดินทางมาไทย จัดการมรดกได้อย่างไร

ทายาทที่อยู่ต่างประเทศมอบอำนาจให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้ใจดำเนินการแทนได้ แต่หนังสือมอบอำนาจต้องลงนามหน้าเจ้าหน้าที่กงสุลไทยที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล หรือลงนามหน้าโนตารีของประเทศนั้นแล้วทำนิติกรณ์ตามลำดับ เอกสารเบื้องต้นคือหนังสือเดินทาง หลักฐานความเป็นทายาท เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนสมรส และมรณบัตรของผู้ตาย ขั้นตอนคือร่างหนังสือมอบอำนาจตามถ้อยคำที่ศาลและกรมที่ดินยอมรับ ลงนามรับรอง แปลรับรอง แล้วส่งฉบับจริงกลับไทย ข้อควรระวังคือหนังสือมอบอำนาจที่เขียนอำนาจกว้างเกินไปมักถูกศาลหรือนายทะเบียนปฏิเสธ คำแนะนำคือให้ร่างจากทนายที่ทำคดีก่อนส่งไปลงนาม

ข้อ 64.คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกที่ดินในไทยหรือไม่

คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม แต่สิทธิถือครองที่ดินยังอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดให้คนต่างชาติที่รับมรดกที่ดินต้องจำหน่ายภายในกำหนดที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โดยทั่วไปคือ 1 ปี เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และหนังสือเดินทาง ขั้นตอนคือขอตั้งผู้จัดการมรดก จดทะเบียนรับโอนมรดก แล้วดำเนินการจำหน่ายภายในกำหนด ข้อควรระวังคือห้องชุดตาม พ.ร.บ.อาคารชุด มีเงื่อนไขต่างจากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแยกจากที่ดินได้ คำแนะนำคือวางโครงสร้างการถือทรัพย์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังมีชีวิต

ข้อ 65.ขอตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไร และใช้เวลานานเท่าไร

เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่าตาย ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น พินัยกรรมกรณีมี และบัตรประชาชนของผู้ร้อง ขั้นตอนคือรวบรวมเอกสาร ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา ศาลนัดไต่สวน แล้วออกคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก จากนั้นขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อไปจดทะเบียน ระยะเวลาโดยทั่วไปหลายเดือนขึ้นกับปริมาณคดีของศาลและความครบถ้วนของเอกสาร ข้อควรระวังคือหากทายาทคนใดไม่ยินยอม ศาลต้องไต่สวนเพิ่มทำให้ยาวขึ้น คำแนะนำคือเจรจากับทายาททุกคนให้จบก่อนยื่นคำร้อง

ข้อ 66.บัญชีธนาคารในไทยของผู้ตาย ถอนได้ทันทีหรือไม่ ต้องมีคำสั่งศาลไหม

ธนาคารจะอายัดบัญชีเมื่อทราบว่าเจ้าของบัญชีถึงแก่ความตาย และจะจ่ายเงินให้เฉพาะผู้จัดการมรดกที่มีคำสั่งศาลเท่านั้น เอกสารเบื้องต้นคือคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด มรณบัตร บัตรประชาชนของผู้จัดการมรดก และสมุดบัญชีหรือเลขที่บัญชี ขั้นตอนคือยื่นคำสั่งศาลต่อสาขาที่เปิดบัญชีหรือฝ่ายมรดกของธนาคาร ธนาคารตรวจสอบและปิดบัญชี แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของกองมรดกหรือจ่ายตามที่ผู้จัดการมรดกกำหนด ข้อควรระวังคือการใช้บัตร ATM ของผู้ตายถอนเงินหลังเสียชีวิตเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย คำแนะนำคือแจ้งธนาคารทันทีและเก็บหลักฐานการแจ้งไว้

ข้อ 67.ภาษีการรับมรดกในไทยเก็บเมื่อไร และทายาทต้องยื่นแบบอะไร

ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ผู้รับมรดกจากเจ้ามรดกรายเดียวกันที่มีมูลค่าสุทธิเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน โดยคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานทรัพย์สินที่ได้รับ เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนหุ้น สมุดบัญชี และเอกสารประเมินมูลค่า ขั้นตอนคือประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีการรับมรดกต่อกรมสรรพากรภายในกำหนดนับจากวันที่ได้รับ แล้วชำระภาษีหรือขอผ่อนชำระ ข้อควรระวังคือทรัพย์สินคนละประเภทใช้ฐานประเมินต่างกัน คำแนะนำคือให้ประเมินมูลค่าพร้อมกับขั้นตอนตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อไม่ให้พลาดกำหนดยื่น

ข้อ 68.พินัยกรรมทำที่ต่างประเทศ ใช้จัดการทรัพย์สินในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้ได้หากทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศที่ทำ หรือถูกต้องตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนด โดยศาลไทยจะพิจารณาความสมบูรณ์ของแบบและเจตนา แต่ในทางปฏิบัติต้องนำมาแปลและทำนิติกรณ์ก่อนใช้ เอกสารเบื้องต้นคือพินัยกรรมฉบับจริงหรือฉบับรับรองจากศาลต่างประเทศ มรณบัตร คำแปลรับรอง หลักฐานความเป็นทายาท และหลักฐานทรัพย์สินในไทย ขั้นตอนคือรับรองเอกสารในประเทศที่ทำ ทำนิติกรณ์ที่สถานทูตไทยหรือกรมการกงสุล แปลรับรอง แล้วยื่นคำร้องต่อศาลไทยเพื่อตั้งผู้จัดการมรดก ข้อควรระวังคือข้อกำหนดเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในไทยอาจขัดกับกฎหมายไทยและใช้บังคับไม่ได้ คำแนะนำคือทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกสำหรับทรัพย์สินในไทย

ข้อ 69.ผู้ตายมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ทายาทต้องรับผิดด้วยหรือไม่

ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดถึงตน ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นเจ้าหนี้ไล่เบี้ยได้เฉพาะจากกองมรดก ไม่ใช่จากทรัพย์สินส่วนตัวของทายาท เอกสารเบื้องต้นคือบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หลักฐานหนี้ เช่น สัญญากู้และหนังสือทวงถาม มรณบัตร และคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ขั้นตอนคือจัดทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ครบ ชำระหนี้ตามลำดับบุริมสิทธิ แล้วแบ่งส่วนที่เหลือให้ทายาท ข้อควรระวังคือทายาทที่นำทรัพย์มรดกไปใช้ก่อนชำระหนี้อาจต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ คำแนะนำคืออย่าแบ่งทรัพย์ก่อนตรวจหนี้ให้ครบทุกราย

ข้อ 70.บุตรที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีสิทธิรับมรดกของบิดาไหม

บุตรมีสิทธิรับมรดกของบิดาเมื่อเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้ว ซึ่งพิสูจน์ได้จากการจดทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาของศาล หรือพฤติการณ์ที่แสดงว่าบิดารับรองโดยเปิดเผย เช่น ให้ใช้นามสกุลและอุปการะเลี้ยงดู ส่วนสิทธิในมรดกของมารดามีอยู่เสมอโดยไม่ต้องพิสูจน์ เอกสารเบื้องต้นคือสูติบัตร ทะเบียนบ้าน หลักฐานการใช้นามสกุล หลักฐานการอุปการะ เช่น หลักฐานการโอนเงินหรือรูปถ่าย และมรณบัตร ขั้นตอนคือรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อรับรองสถานะเมื่อยังไม่มีการจดทะเบียน แล้วดำเนินการรับมรดก ข้อควรระวังคือคดีลักษณะนี้ใช้เวลาไต่สวน คำแนะนำคือจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตเพื่อตัดปัญหาทั้งหมด

ข้อ 71.ทรัพย์สินอยู่หลายประเทศ ควรทำพินัยกรรมกี่ฉบับ

แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงที่สุดคือทำพินัยกรรมแยกตามเขตอำนาจของทรัพย์สิน โดยแต่ละฉบับระบุขอบเขตชัดเจนว่าครอบคลุมทรัพย์สินในประเทศใด และมีข้อความไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับอื่นที่ทำไว้สำหรับประเทศอื่น เอกสารเบื้องต้นคือรายการทรัพย์สินแยกรายประเทศ เอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดหรือทะเบียนหุ้น หนังสือเดินทาง และข้อมูลผู้รับพันธุกรรม ขั้นตอนคือทำบัญชีทรัพย์สินให้ครบ ปรึกษาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศเรื่องแบบของพินัยกรรมและภาษี แล้วลงนามตามแบบที่กฎหมายแต่ละแห่งกำหนด ข้อควรระวังคือถ้อยคำเพิกถอนแบบกว้างในฉบับหนึ่งอาจล้มฉบับอื่นทั้งหมด คำแนะนำคือให้ทีมเราตรวจถ้อยคำเชื่อมกันทุกฉบับก่อนลงนาม

ข้อ 72.ผู้จัดการมรดกทำอะไรได้และห้ามทำอะไร ถ้าทำผิดมีผลอย่างไร

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก ชำระหนี้ และแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามสิทธิ โดยต้องจัดการด้วยความสุจริตและระมัดระวังเสมือนวิญญูชน สิ่งที่ห้ามคือนำทรัพย์มรดกไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียโดยไม่ได้รับความยินยอม และปิดบังทรัพย์สินจากทายาท เอกสารเบื้องต้นคือคำสั่งศาล บัญชีทรัพย์สิน หลักฐานการชำระหนี้ และเอกสารการโอน ขั้นตอนคือจัดทำบัญชีภายในกำหนดตามกฎหมาย รายงานทายาท แล้วแบ่งทรัพย์ ข้อควรระวังคือทายาทมีสิทธิร้องขอถอนผู้จัดการมรดกและเรียกค่าเสียหาย คำแนะนำคือเก็บเอกสารทุกใบและทำบัญชีให้ทายาทตรวจได้ตลอด

ข้อ 73.ทายาทตกลงแบ่งมรดกกันเองโดยไม่ขึ้นศาลได้ไหม

ทำได้เมื่อทายาททุกคนเห็นพ้องและทรัพย์สินไม่ใช่ประเภทที่ต้องมีคำสั่งศาลจึงจะโอนได้ เช่น ทรัพย์สินเคลื่อนที่ที่ไม่มีทะเบียน แต่สำหรับที่ดิน ห้องชุด รถ หุ้น และบัญชีธนาคาร นายทะเบียนและธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานความเป็นทายาททุกคน บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดกที่ลงนามครบ และหลักฐานทรัพย์สิน ขั้นตอนคือจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร ลงนามพร้อมพยาน และรับรองลายมือชื่อเมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศ ข้อควรระวังคือข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมหนี้สินมักกลายเป็นข้อพิพาทภายหลัง คำแนะนำคือให้ร่างบันทึกโดยทนายและระบุการจัดการหนี้ไว้ด้วย

ข้อ 74.ถ้าไม่อยากเดินเรื่องมรดกเอง ทีมงานช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างไร

เราทำหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ดำเนินการควบกัน เริ่มจากประชุมทำแผนผังทายาทและบัญชีทรัพย์สินทุกประเทศ ตรวจว่าทรัพย์ใดต้องผ่านศาลและทรัพย์ใดโอนได้เลย ร่างคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก ยื่นศาลและติดตามนัดไต่สวน ประสานธนาคารและกรมที่ดินหลังได้คำสั่ง จัดทำคำแปลและนิติกรณ์สำหรับทายาทที่อยู่ต่างประเทศ และคำนวณภาษีการรับมรดกพร้อมยื่นแบบ เอกสารเบื้องต้นที่ต้องส่งมาคือมรณบัตร ทะเบียนบ้าน หลักฐานความเป็นทายาท และรายการทรัพย์สินที่ทราบ ข้อควรระวังคือกำหนดเวลาทางภาษีและกำหนดจำหน่ายที่ดินของทายาทต่างชาติเดินไปพร้อมกัน คำแนะนำคือเริ่มปรึกษาเร็วที่สุดหลังการเสียชีวิต

บริการที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาทีมงาน

สอบถามรายการเอกสาร ขั้นตอนการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และกรอบเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00

ติดต่อเจ้าหน้าที่

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ