บัญชีธนาคาร หุ้น กองทุน ประกันชีวิต และรถยนต์
การปิดบัญชีและถอนเงินของผู้ตายที่ต้องใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเกือบทุกกรณี การโอนหุ้นบริษัทจำกัดและหลักทรัพย์ในตลาด สิทธิของผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ที่ไม่ใช่ทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 897 และการโอนทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก
ทำไมต้องร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล
เพราะธนาคาร สำนักงานที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และนายทะเบียนหุ้น ต้องการคำสั่งศาลเพื่อยืนยันว่าผู้ใดมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้ตาย มาตรา 1713 ให้ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลได้ แม้มีพินัยกรรมระบุตัวผู้จัดการมรดกไว้แล้ว โดยทั่วไปก็ยังต้องมีคำสั่งศาลตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะดำเนินการกับหน่วยงานได้
ถอนเงินในบัญชีธนาคารของผู้ตายได้อย่างไร
ธนาคารจะอายัดบัญชีทันทีที่ทราบการเสียชีวิต และเกือบทุกกรณีจะจ่ายเงินให้เฉพาะผู้จัดการมรดกที่มีคำสั่งศาลเท่านั้น เอกสารที่ใช้โดยทั่วไปคือคำสั่งศาลพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ใบมรณบัตร และบัตรประจำตัวของผู้จัดการมรดก การใช้บัตร ATM ของผู้ตายถอนเงินหลังเสียชีวิตเป็นความผิดอาญาและทำให้เกิดความรับผิดต่อทายาทคนอื่นด้วย
เงินประกันชีวิตเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่
โดยหลักไม่ใช่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 897 วรรคสอง กำหนดว่าเมื่อระบุผู้รับประโยชน์ไว้ในกรมธรรม์ จำนวนเงินที่จ่ายตกได้แก่ผู้รับประโยชน์โดยตรง ไม่ตกเป็นกองมรดก เว้นแต่เบี้ยประกันที่ผู้ตายชำระไปซึ่งเจ้าหนี้กองมรดกเรียกคืนได้ แต่หากไม่ได้ระบุผู้รับประโยชน์ เงินสินไหมจะตกเป็นทรัพย์มรดกและแบ่งตามลำดับทายาท
หุ้นในบริษัทจำกัดของผู้ตายโอนให้ทายาทอย่างไร
ผู้จัดการมรดกต้องแจ้งบริษัทเพื่อแก้ไขสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องตรวจข้อบังคับบริษัทว่ามีข้อจำกัดการโอนหุ้นหรือสิทธิซื้อก่อนของผู้ถือหุ้นเดิมหรือไม่ ส่วนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ให้ยื่นคำขอโอนผ่านบริษัทหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์พร้อมคำสั่งศาล
รถยนต์และทรัพย์สินที่มีทะเบียนโอนอย่างไร
รถยนต์และรถจักรยานยนต์โอนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือกรมการขนส่งทางบก โดยใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ใบมรณบัตร สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ และแบบคำขอโอนและรับโอน ส่วนอาวุธปืนต้องดำเนินการต่อนายทะเบียนอาวุธปืนภายใน 30 วันนับแต่เจ้าของเสียชีวิตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มิฉะนั้นอาจมีความผิด
ทรัพย์สินประเภทใดบ้างที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก
มาตรา 14 กำหนดไว้ 5 ประเภท คือ อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เงินฝากหรือเงินอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ทรัพย์สินอย่างทองคำแท่ง เครื่องประดับ หรือเงินสดที่เก็บไว้เอง จึงไม่อยู่ในฐานภาษีนี้
ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่
ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ
ห้องชุดในโควตาต่างชาติเมื่อเจ้าของเสียชีวิต ทายาทต่างชาติถือต่อได้ไหม
ถือต่อได้หากทายาทมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติอาคารชุดมาตรา 19 และห้องชุดยังอยู่ในสัดส่วนต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งอาคาร ทายาทต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา (แบบ ธ.ต.3 หรือหนังสือรับรองจากธนาคาร) หากขาดคุณสมบัติต้องจำหน่ายภายในหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกต้องตั้งโดยศาลเสมอไปหรือไม่ ใช้เวลานานเท่าไร
ประเทศไทยไม่มีระบบพิสูจน์พินัยกรรมนอกศาล ธนาคารและกรมที่ดินจึงเรียกคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนโอนทรัพย์แทบทุกกรณี แม้จะมีพินัยกรรมชัดเจน กระบวนการยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาใช้เวลาโดยทั่วไป 45–75 วันสำหรับคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน และหลังศาลมีคำสั่งต้องรอคดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันจึงขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้ได้
มรณบัตรที่ออกในต่างประเทศจะใช้ในคดีมรดกไทยต้องทำอย่างไร
ต้องนำมรณบัตรฉบับจริงไปรับรองในประเทศที่ออกเอกสารก่อน (Apostille หรือรับรองสถานทูตไทย) แล้วแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล นำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากผู้ตายเป็นคนไทยควรแจ้งตายต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อออกมรณบัตรไทยและจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนที่ธนาคารและกรมที่ดินราบรื่นขึ้นมาก
บัญชีธนาคารของผู้ตายถูกอายัดทันทีหรือไม่ ครอบครัวเบิกค่าจัดงานศพได้อย่างไร
เมื่อธนาคารทราบการเสียชีวิตจะระงับการเคลื่อนไหวบัญชีทันทีเพื่อป้องกันความรับผิด การถอนต้องใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเป็นหลัก บางธนาคารมีระเบียบผ่อนผันให้เบิกค่าจัดการศพในวงเงินจำกัดโดยใช้มรณบัตรและหลักฐานความเป็นทายาท จึงควรวางแผนสภาพคล่องล่วงหน้า เช่น บัญชีร่วมที่มีข้อตกลงชัดเจน หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ระบุผู้รับประโยชน์ซึ่งจ่ายได้โดยไม่ต้องผ่านกองมรดก
เงินประกันชีวิตและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่
เงินตามกรมธรรม์ที่ระบุผู้รับประโยชน์ไว้ไม่ตกเป็นทรัพย์มรดก แต่เป็นสิทธิของผู้รับประโยชน์โดยตรง เจ้าหนี้กองมรดกจึงบังคับไม่ได้ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญจ่ายตามระเบียบกองทุนซึ่งมักให้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้า หากไม่ได้ระบุจะตกเป็นกองมรดกและต้องรอผู้จัดการมรดก การอัปเดตชื่อผู้รับประโยชน์หลังการหย่าหรือสมรสใหม่จึงสำคัญมาก
ทรัสต์ต่างประเทศที่ถือทรัพย์สินในไทยใช้ได้หรือไม่
กฎหมายไทยไม่รับรองการก่อตั้งทรัสต์เพื่อถือทรัพย์สินภายในประเทศ ยกเว้นทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามกฎหมายเฉพาะ การพยายามให้ทรัสต์ต่างประเทศถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุดโดยตรงจึงมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธการจดทะเบียน แนวทางที่ใช้ได้จริงมักเป็นการถือหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยชอบ การวางพินัยกรรมฉบับไทย และการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตระบุผู้รับประโยชน์เป็นเครื่องมือส่งต่อสภาพคล่อง
ที่ดินที่ยังติดจำนองกับธนาคาร ทายาทจะรับโอนได้อย่างไร
ภาระจำนองติดไปกับตัวทรัพย์ ทายาทที่รับโอนจึงรับไปพร้อมภาระ ขั้นตอนคือขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก แจ้งธนาคารเพื่อพิจารณาโอนภาระหนี้ให้ทายาทที่มีคุณสมบัติ หรือรีไฟแนนซ์ในชื่อทายาท หรือขายทรัพย์เพื่อไถ่ถอน ระหว่างนี้ควรผ่อนชำระต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ผิดนัด เพราะการบังคับจำนองจะทำให้ทายาทเสียโอกาสต่อรองราคาและเสียทรัพย์ในราคาต่ำกว่าตลาด
ควรทบทวนพินัยกรรมเมื่อใด และเก็บต้นฉบับไว้ที่ไหนจึงปลอดภัย
ควรทบทวนทุกสามปีและทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ สมรส หย่า มีบุตร ซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ ย้ายถิ่นที่อยู่ถาวร หรือเปลี่ยนสัญชาติ การเก็บต้นฉบับควรอยู่ที่ปลอดภัยแต่เข้าถึงได้ เช่น สำนักงานทนายความที่มีระบบทะเบียนเอกสาร หรือที่ว่าการอำเภอกรณีพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่แนะนำให้เก็บในตู้นิรภัยธนาคารเพียงแห่งเดียว เพราะการเปิดตู้หลังเจ้าของเสียชีวิตต้องใช้คำสั่งศาลซึ่งย้อนแย้งกับการใช้พินัยกรรม
บัญชีธนาคารในไทยของผู้ตาย ถอนได้ทันทีหรือไม่ ต้องมีคำสั่งศาลไหม
ธนาคารจะอายัดบัญชีเมื่อทราบว่าเจ้าของบัญชีถึงแก่ความตาย และจะจ่ายเงินให้เฉพาะผู้จัดการมรดกที่มีคำสั่งศาลเท่านั้น เอกสารเบื้องต้นคือคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด มรณบัตร บัตรประชาชนของผู้จัดการมรดก และสมุดบัญชีหรือเลขที่บัญชี ขั้นตอนคือยื่นคำสั่งศาลต่อสาขาที่เปิดบัญชีหรือฝ่ายมรดกของธนาคาร ธนาคารตรวจสอบและปิดบัญชี แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของกองมรดกหรือจ่ายตามที่ผู้จัดการมรดกกำหนด ข้อควรระวังคือการใช้บัตร ATM ของผู้ตายถอนเงินหลังเสียชีวิตเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย คำแนะนำคือแจ้งธนาคารทันทีและเก็บหลักฐานการแจ้งไว้
ภาษีการรับมรดกในไทยเก็บเมื่อไร และทายาทต้องยื่นแบบอะไร
ตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ผู้รับมรดกจากเจ้ามรดกรายเดียวกันที่มีมูลค่าสุทธิเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน โดยคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้น เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานทรัพย์สินที่ได้รับ เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนหุ้น สมุดบัญชี และเอกสารประเมินมูลค่า ขั้นตอนคือประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีการรับมรดกต่อกรมสรรพากรภายในกำหนดนับจากวันที่ได้รับ แล้วชำระภาษีหรือขอผ่อนชำระ ข้อควรระวังคือทรัพย์สินคนละประเภทใช้ฐานประเมินต่างกัน คำแนะนำคือให้ประเมินมูลค่าพร้อมกับขั้นตอนตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อไม่ให้พลาดกำหนดยื่น
ทรัพย์สินอยู่หลายประเทศ ควรทำพินัยกรรมกี่ฉบับ
แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงที่สุดคือทำพินัยกรรมแยกตามเขตอำนาจของทรัพย์สิน โดยแต่ละฉบับระบุขอบเขตชัดเจนว่าครอบคลุมทรัพย์สินในประเทศใด และมีข้อความไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับอื่นที่ทำไว้สำหรับประเทศอื่น เอกสารเบื้องต้นคือรายการทรัพย์สินแยกรายประเทศ เอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดหรือทะเบียนหุ้น หนังสือเดินทาง และข้อมูลผู้รับพันธุกรรม ขั้นตอนคือทำบัญชีทรัพย์สินให้ครบ ปรึกษาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศเรื่องแบบของพินัยกรรมและภาษี แล้วลงนามตามแบบที่กฎหมายแต่ละแห่งกำหนด ข้อควรระวังคือถ้อยคำเพิกถอนแบบกว้างในฉบับหนึ่งอาจล้มฉบับอื่นทั้งหมด คำแนะนำคือให้ทีมเราตรวจถ้อยคำเชื่อมกันทุกฉบับก่อนลงนาม
ทายาทตกลงแบ่งมรดกกันเองโดยไม่ขึ้นศาลได้ไหม
ทำได้เมื่อทายาททุกคนเห็นพ้องและทรัพย์สินไม่ใช่ประเภทที่ต้องมีคำสั่งศาลจึงจะโอนได้ เช่น ทรัพย์สินเคลื่อนที่ที่ไม่มีทะเบียน แต่สำหรับที่ดิน ห้องชุด รถ หุ้น และบัญชีธนาคาร นายทะเบียนและธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานความเป็นทายาททุกคน บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดกที่ลงนามครบ และหลักฐานทรัพย์สิน ขั้นตอนคือจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร ลงนามพร้อมพยาน และรับรองลายมือชื่อเมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศ ข้อควรระวังคือข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมหนี้สินมักกลายเป็นข้อพิพาทภายหลัง คำแนะนำคือให้ร่างบันทึกโดยทนายและระบุการจัดการหนี้ไว้ด้วย
ถ้าไม่อยากเดินเรื่องมรดกเอง ทีมงานช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างไร
เราทำหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ดำเนินการควบกัน เริ่มจากประชุมทำแผนผังทายาทและบัญชีทรัพย์สินทุกประเทศ ตรวจว่าทรัพย์ใดต้องผ่านศาลและทรัพย์ใดโอนได้เลย ร่างคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก ยื่นศาลและติดตามนัดไต่สวน ประสานธนาคารและกรมที่ดินหลังได้คำสั่ง จัดทำคำแปลและนิติกรณ์สำหรับทายาทที่อยู่ต่างประเทศ และคำนวณภาษีการรับมรดกพร้อมยื่นแบบ เอกสารเบื้องต้นที่ต้องส่งมาคือมรณบัตร ทะเบียนบ้าน หลักฐานความเป็นทายาท และรายการทรัพย์สินที่ทราบ ข้อควรระวังคือกำหนดเวลาทางภาษีและกำหนดจำหน่ายที่ดินของทายาทต่างชาติเดินไปพร้อมกัน คำแนะนำคือเริ่มปรึกษาเร็วที่สุดหลังการเสียชีวิต
หมวดอื่น
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามเอกสารและขั้นตอนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ผลคำสั่งศาลเป็นดุลพินิจของศาล
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ป.พ.พ. บรรพ 6 มรดก และ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก 2558 (krisdika.go.th)
- • สำนักงานศาลยุติธรรม — คำร้องตั้งผู้จัดการมรดก (coj.go.th)
- • กรมที่ดิน — การโอนมรดกที่ดินและห้องชุด (dol.go.th)
- • กรมสรรพากร — ภาษีการรับมรดกและภาษีการให้ (rd.go.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารมรดก
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ