ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมด
Visa & Immigration

วีซ่าแต่งงาน Non-O (คู่สมรสคนไทย) 2026 — เงื่อนไข เอกสาร และการขออยู่ต่อรายปี

หนังสือเดินทางและแบบฟอร์มคำขอวีซ่าบนโต๊ะที่ปรึกษาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เผยแพร่ 5 สิงหาคม 2569อัปเดต 5 สิงหาคม 2569 14 นาที
TL;DR

ชาวต่างชาติที่จดทะเบียนสมรสกับคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถขอ Non-Immigrant O เพื่อการอยู่กับคู่สมรส แล้วยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรปีต่อปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่พักอาศัยจริง เกณฑ์การเงินที่ใช้กันทั่วไปคือเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยชื่อผู้ยื่น 400,000 บาท หรือรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 40,000 บาท ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของเกณฑ์วีซ่าเกษียณ แต่มีการตรวจสอบความสัมพันธ์เพิ่มเติม เช่น ภาพถ่ายคู่สมรสในบ้าน แผนที่ที่พัก พยานบุคคล และการเยี่ยมบ้านของเจ้าหน้าที่ ผู้ถือวีซ่านี้ยังต้องรายงานตัว 90 วัน แจ้งที่พัก TM.30 และขอ Re-entry Permit ก่อนออกนอกประเทศ วีซ่าแต่งงานไม่ให้สิทธิ์ทำงานโดยอัตโนมัติ แต่เปิดทางให้ยื่นขอใบอนุญาตทำงานได้ง่ายกว่าเส้นทางอื่น ควรยืนยันรายละเอียดล่าสุดที่ immigration.go.th และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดที่จะยื่นเสมอ

วีซ่าแต่งงานคืออะไร และต่างจากวีซ่าเกษียณอย่างไร

กฎหมายไทยไม่มีการตรวจลงตราชื่อ 'Marriage Visa' โดยตรง สิ่งที่เรียกกันคือ Non-Immigrant Visa ประเภท O โดยระบุวัตถุประสงค์ว่าเข้ามาอยู่กับคู่สมรสที่มีสัญชาติไทย จากนั้นเมื่ออยู่ในไทยจึงยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรครั้งละ 1 ปีตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ความต่างสำคัญจากวีซ่าเกษียณมีสองข้อ ข้อแรกคือเกณฑ์การเงินต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะกฎหมายมองว่ามีคู่สมรสสัญชาติไทยร่วมรับผิดชอบครัวเรือน ข้อที่สองคือมีการตรวจสอบความสัมพันธ์ที่เข้มกว่ามาก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ถูกใช้ในการแต่งงานลวงเพื่อขออยู่ในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจเรียกพยาน ขอภาพถ่าย และเยี่ยมบ้านจริง

อีกจุดที่ต่างคือไม่มีข้อจำกัดอายุขั้นต่ำ 50 ปีแบบวีซ่าเกษียณ คู่สมรสอายุเท่าใดก็ยื่นได้ตราบที่การสมรสชอบด้วยกฎหมายไทยและยังคงอยู่

เงื่อนไขคุณสมบัติที่ต้องผ่านทุกข้อ

การสมรสต้องจดทะเบียนถูกต้อง หากจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตในประเทศไทยจะใช้ใบ คร.2 เป็นหลักฐาน หากจดทะเบียนในต่างประเทศต้องนำเอกสารไปผ่านการรับรองและแปลตามขั้นตอน แล้วบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่อำเภอในประเทศไทยก่อน จึงจะใช้ยื่นต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างราบรื่น

คู่สมรสฝ่ายไทยต้องมีตัวตนและเอกสารครบ ทั้งบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน และโดยทั่วไปต้องไปแสดงตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมผู้ยื่นในวันนัด

ที่พักอาศัยต้องเป็นที่อยู่จริงและตรงกับที่แจ้งไว้ในระบบ TM.30 หากที่อยู่ในเอกสารต่างจากที่อยู่จริง เจ้าหน้าที่มักสั่งให้แก้ไขก่อนพิจารณา

ต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมือง และไม่มีประวัติการอยู่เกินกำหนด (overstay) ที่ทำให้ขาดคุณสมบัติตามระเบียบที่ใช้บังคับ

  • ทะเบียนสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายและยังไม่สิ้นสุด
  • คู่สมรสไทยแสดงตัวพร้อมบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • ที่อยู่จริงตรงกับ TM.30 และแบบฟอร์ม TM.7
  • ไม่มีสถานะ overstay ค้างอยู่

เกณฑ์การเงิน 400,000 บาท หรือรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน

หลักเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วประเทศคือเงินฝากในบัญชีธนาคารในประเทศไทยชื่อผู้ยื่นเพียงคนเดียว จำนวน 400,000 บาท หรือมีรายได้ประจำเดือนละไม่น้อยกว่า 40,000 บาท บางสำนักงานยอมรับการรวมสองวิธี บางแห่งไม่ยอมรับ จึงควรสอบถามล่วงหน้าเสมอ

กรณีใช้เงินฝาก ระเบียบกำหนดให้คงเงินไว้ครบตามระยะเวลาก่อนวันยื่น ซึ่งโดยทั่วไปคือสองเดือนสำหรับการขออยู่ต่อครั้งแรก และยาวขึ้นในรอบถัดไป การเติมเงินเข้าบัญชีในสัปดาห์สุดท้ายก่อนยื่นคือสาเหตุการถูกปฏิเสธที่พบมากที่สุด เพราะระบบดูอายุของเงิน ไม่ใช่ยอดคงเหลือ ณ วันยื่น

กรณีใช้รายได้ ต้องมีหลักฐานที่สำนักงานในพื้นที่ยอมรับ เช่น หนังสือรับรองรายได้จากสถานทูตของตน สลิปเงินเดือนพร้อมหนังสือรับรองการทำงาน หรือหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศเข้าบัญชีไทยทุกเดือน สำหรับผู้ถือสัญชาติสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และออสเตรเลีย ที่สถานทูตยกเลิกการออกหนังสือรับรองรายได้แล้ว การโอนเงินเข้าไทยรายเดือนเป็นวิธีที่ปฏิบัติได้จริงที่สุด

เอกสารการเงินและเอกสารสถานะจากต่างประเทศที่นำมาใช้ประกอบ มักต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทาง แปลเป็นไทย และรับรองคำแปลก่อนใช้กับหน่วยงานราชการไทย

  • บัญชีชื่อเดี่ยว ไม่ใช่บัญชีร่วมกับคู่สมรสไทย
  • ขอ bank letter และปรับสมุดบัญชีในวันเดียวกับวันยื่น
  • เก็บหลักฐานเส้นทางเงินโอนจากต่างประเทศทุกเดือน
  • อย่าให้ยอดต่ำกว่าเกณฑ์ระหว่างปีที่ได้รับอนุญาต

ชุดเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขออยู่ต่อ

แบบฟอร์มหลักคือ ตม.7 (TM.7) พร้อมรูปถ่าย และสำเนาหนังสือเดินทางทุกหน้าที่มีตราประทับ ซึ่งผู้ยื่นต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกแผ่น

หลักฐานความสัมพันธ์ ได้แก่ ทะเบียนสมรส (คร.2) หรือใบสำคัญการสมรส (คร.3) ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคู่สมรสไทย และภาพถ่ายคู่สมรสร่วมกันภายในและภายนอกที่พักอาศัย ซึ่งหลายสำนักงานกำหนดจำนวนภาพขั้นต่ำและกำหนดให้เห็นเลขที่บ้านชัดเจน

หลักฐานที่พักอาศัย ได้แก่ แผนที่วาดมือหรือแผนที่พิมพ์แสดงเส้นทางไปยังที่พัก สัญญาเช่าหรือเอกสารกรรมสิทธิ์ และใบรับแจ้ง TM.30 จากเจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่า

หลักฐานการเงินตามวิธีที่เลือก และในบางพื้นที่อาจขอหนังสือรับรองการไม่มีรายได้ของคู่สมรสไทย หรือเอกสารแสดงการอุปการะเพิ่มเติม

หากมีบุตรร่วมกัน สูติบัตรของบุตรเป็นหลักฐานความสัมพันธ์ที่มีน้ำหนักสูงและช่วยลดการตรวจสอบเชิงลึกได้มาก

ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นจนได้ตราประทับ 1 ปี

ขั้นแรกคือได้มาซึ่ง Non-Immigrant O ไม่ว่าจะขอจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศผ่านระบบ e-Visa หรือเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราในประเทศไทยหากมีวันอนุญาตให้อยู่เหลือเพียงพอตามที่ระเบียบกำหนด

ขั้นที่สองคือแจ้งที่พัก TM.30 ให้เรียบร้อยทันทีที่เข้ามาพักอาศัย เพราะเอกสารใบรับแจ้งจะถูกเรียกดูในวันยื่นขออยู่ต่อ

ขั้นที่สามคือยื่น ตม.7 พร้อมเอกสารครบชุดก่อนวันอนุญาตให้อยู่สิ้นสุด โดยทั่วไปยื่นล่วงหน้าได้ประมาณ 30–45 วัน แล้วแต่ระเบียบของสำนักงานในพื้นที่

ขั้นที่สี่คือช่วง 'under consideration' ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประทับตราให้อยู่ระหว่างพิจารณาราว 30 วัน และอาจนัดเยี่ยมบ้านหรือขอเอกสารเพิ่ม ระหว่างนี้หากต้องเดินทางออกนอกประเทศต้องขอ Re-entry Permit ก่อนเสมอ

ขั้นสุดท้ายคือกลับไปฟังผลตามวันนัด หากอนุมัติจะได้ตราประทับอนุญาตให้อยู่ต่อ 1 ปีนับจากวันที่การอนุญาตเดิมสิ้นสุด ไม่ใช่นับจากวันที่อนุมัติ

การตรวจเยี่ยมบ้านและการสัมภาษณ์ — เตรียมตัวอย่างไร

การเยี่ยมบ้านเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และพบบ่อยในการยื่นครั้งแรก หรือเมื่อข้อมูลในเอกสารไม่สอดคล้องกัน เช่น ที่อยู่ในสัญญาเช่ากับที่อยู่ใน TM.30 ไม่ตรงกัน

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องการเห็นคือหลักฐานว่าอยู่กินกันจริง เช่น ข้าวของเครื่องใช้ของทั้งสองฝ่ายในบ้านเดียวกัน ห้องนอนร่วม และเพื่อนบ้านหรือผู้ใหญ่บ้านที่ยืนยันได้

การสัมภาษณ์มักเป็นคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น รู้จักกันอย่างไร ทำงานอะไร ครอบครัวฝ่ายไทยมีใครบ้าง ไม่มีคำถามลับ แต่คำตอบของสองฝ่ายต้องสอดคล้องกัน

หากคู่สมรสฝ่ายไทยทำงานต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกอยู่บ้านในวันตรวจ ควรแจ้งล่วงหน้าและเตรียมหลักฐานประกอบ เช่น ตารางงาน เพื่อไม่ให้ถูกตีความว่าไม่ได้อยู่ร่วมกัน

สิทธิ์ทำงานและความเชื่อมโยงกับใบอนุญาตทำงาน

วีซ่าแต่งงานไม่ได้ให้สิทธิ์ทำงานโดยอัตโนมัติ การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานยังผิดกฎหมายเช่นเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในไทยด้วยเหตุผลสมรสกับคนไทยได้รับผ่อนปรนบางประการเมื่อขอใบอนุญาตทำงาน เช่น อัตราส่วนลูกจ้างไทยต่อชาวต่างชาติและทุนจดทะเบียนที่นายจ้างต้องมี ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ผ่อนคลายกว่ากรณีทั่วไป จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกอยู่ในสถานะนี้ระหว่างทำงาน

หากเปลี่ยนไปทำงานประจำกับนายจ้าง สามารถเลือกได้ว่าจะคงการอยู่ต่อด้วยเหตุผลสมรสแล้วขอใบอนุญาตทำงานควบคู่ หรือย้ายไปขออยู่ต่อด้วยเหตุผลการทำงานซึ่งใช้เกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำตามสัญชาติแทน

ภาระต่อเนื่องที่ลืมแล้วเสียสิทธิ์

รายงานตัว 90 วันทุกครั้งที่อยู่ในไทยต่อเนื่องครบ 90 วัน ยื่นได้ด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ ผู้รับมอบอำนาจ หรือระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การไม่รายงานมีค่าปรับและถูกบันทึกในประวัติ

แจ้งที่พัก TM.30 ทุกครั้งที่เปลี่ยนที่พักหรือกลับเข้าประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่า แต่ผลกระทบตกกับผู้ยื่นเมื่อขออยู่ต่อ

ขอ Re-entry Permit ทุกครั้งก่อนออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะแบบ single หรือ multiple มิฉะนั้นการอนุญาตให้อยู่จะสิ้นสุดทันทีที่เดินทางออก และต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

หากการสมรสสิ้นสุดลงระหว่างปี ไม่ว่าจากการหย่าหรือการเสียชีวิตของคู่สมรส เหตุผลที่ใช้ขออยู่ต่อจะหมดไป ต้องแจ้งและเปลี่ยนเหตุผลการอยู่ภายในกรอบเวลาที่ระเบียบกำหนด

งานเอกสารที่คนต่างชาติมักต้องใช้บริการภายนอก

เอกสารสถานะบุคคลจากต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองความเป็นโสด ใบหย่า หรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางและกรมการกงสุล แล้วแปลเป็นไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนใช้ที่อำเภอ

หากจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ต้องนำทะเบียนสมรสไปทำ Apostille หรือ Legalization ตามระบบของประเทศนั้น แล้วแปลและรับรองที่กรมการกงสุลก่อนบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่อำเภอ

งานโนตารีมักถูกใช้เมื่อผู้ยื่นต้องมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนในต่างประเทศ หรือเมื่อต้องรับรองสำเนาหนังสือเดินทางเพื่อส่งให้หน่วยงานต่างประเทศ

ลำดับการเตรียมงานที่ผ่านตั้งแต่ครั้งแรก

เริ่มจากเปิดบัญชีธนาคารไทยและเริ่มนับอายุเงินฝากทันที เพราะระยะเวลาคือสิ่งเดียวที่แก้ไขย้อนหลังไม่ได้

ระหว่างรอ ให้จัดการเอกสารต่างประเทศทั้งหมดให้ผ่านการรับรองและแปลเรียบร้อย รวมถึงบันทึกฐานะแห่งครอบครัวหากจดทะเบียนสมรสนอกประเทศไทย

ตรวจสอบ TM.30 ให้ตรงกับที่อยู่จริง และถ่ายภาพคู่สมรสตามจำนวนและมุมที่สำนักงานในพื้นที่กำหนด

ขอรายการเอกสารฉบับล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดที่จะยื่นก่อนวันนัดไม่นาน เพราะจำนวนรูป แบบฟอร์มเสริม และรูปแบบแผนที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่าแต่งงานใช้เงินเท่าไร
เกณฑ์ที่ใช้ทั่วไปคือเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยชื่อผู้ยื่นคนเดียว 400,000 บาท หรือรายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของเกณฑ์วีซ่าเกษียณ ควรยืนยันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ก่อนยื่นเสมอ
ต้องคงเงินในบัญชีนานแค่ไหน
โดยทั่วไปการขออยู่ต่อครั้งแรกกำหนดให้คงเงินไว้ก่อนยื่นประมาณสองเดือน และในรอบถัดไปกำหนดระยะเวลายาวขึ้น รวมถึงต้องไม่ให้ยอดต่ำกว่าเกณฑ์ในช่วงที่เหลือของปี
ใช้บัญชีร่วมกับคู่สมรสคนไทยได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ เงินฝากที่ใช้แสดงต้องอยู่ในบัญชีชื่อผู้ยื่นเพียงคนเดียวที่ธนาคารในประเทศไทย
ทำงานได้หรือไม่
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องมีใบอนุญาตทำงานเสมอ แต่ผู้ที่อยู่ด้วยเหตุผลสมรสกับคนไทยได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการที่นายจ้างต้องมี จึงขอใบอนุญาตทำงานได้ง่ายกว่ากรณีทั่วไป
จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศใช้ยื่นได้เลยไหม
ควรนำไปผ่าน Apostille หรือ Legalization ตามระบบของประเทศนั้น แปลเป็นไทย รับรองที่กรมการกงสุล แล้วบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่อำเภอก่อน จะทำให้การยื่นราบรื่นกว่ามาก
เจ้าหน้าที่มาตรวจบ้านจริงไหม
เป็นดุลพินิจของแต่ละสำนักงาน พบบ่อยในการยื่นครั้งแรกหรือเมื่อข้อมูลในเอกสารไม่สอดคล้องกัน ควรเตรียมบ้านและคู่สมรสให้พร้อมในช่วงระหว่างพิจารณา
ระหว่างรอพิจารณาออกนอกประเทศได้ไหม
ได้ แต่ต้องขอ Re-entry Permit ก่อนออกทุกครั้ง มิฉะนั้นทั้งการอนุญาตให้อยู่และคำขอที่อยู่ระหว่างพิจารณาจะสิ้นสุดลง
ถ้าหย่าระหว่างปีที่ได้รับอนุญาตต้องทำอย่างไร
เหตุผลการอยู่จะหมดไป ต้องแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเปลี่ยนเหตุผลการอยู่หรือเดินทางออกภายในกรอบเวลาที่ระเบียบกำหนด
เปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็น Non-O แต่งงานในไทยได้ไหม
ในหลายกรณีทำได้หากคุณสมบัติครบและเหลือวันอนุญาตให้อยู่มากพอตามระเบียบ แต่ละสำนักงานกำหนดจำนวนวันคงเหลือขั้นต่ำต่างกัน ควรสอบถามล่วงหน้า
ยังต้องรายงานตัว 90 วันไหม
ต้องรายงานทุกครั้งที่อยู่ในไทยต่อเนื่องครบ 90 วัน สถานะสมรสไม่ได้ยกเว้นภาระนี้ และไม่ได้ยกเว้นการแจ้งที่พัก TM.30

บริการที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที