ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร — ทำไมประเทศไทยไม่มี Notary Public และต้องขออะไรแทน

ประเทศไทยไม่มีระบบ Notary Public แบบ civil-law notary หรือแบบสหรัฐฯ ผู้ที่ทำหน้าที่ใกล้เคียงที่สุดคือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งเป็นทนายความที่ผ่านการอบรมและได้รับหนังสือรับรองจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ อำนาจครอบคลุมการรับรองลายมือชื่อ การรับรองสำเนาถูกต้อง คำสาบาน และคำแถลงต่อหน้า แต่ไม่ใช่การรับรองความจริงของเนื้อหา และตัวคำรับรองเพียงอย่างเดียวมักไม่พอสำหรับใช้ต่างประเทศ ต้องต่อด้วยการรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง หรือ Apostille เมื่อมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027
ทำไมไทยไม่มี Notary Public
ระบบโนตารีในประเทศ civil law เช่นฝรั่งเศส เยอรมนี หรือญี่ปุ่น ให้โนตารีเป็นเจ้าพนักงานที่ร่างและเก็บรักษาเอกสารสาธารณะซึ่งมีน้ำหนักพิสูจน์ในตัวเอง ส่วนในสหรัฐฯ notary public เป็นบุคคลที่รัฐแต่งตั้งให้ยืนยันตัวตนผู้ลงนามเป็นหลัก ประเทศไทยไม่ได้รับระบบใดเข้ามาโดยตรง
สิ่งที่ไทยพัฒนาขึ้นแทนคือการให้ทนายความที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อและเอกสารในลักษณะที่ต่างประเทศเข้าใจได้ ชื่อที่ใช้ในเอกสารภาษาอังกฤษคือ Notarial Services Attorney
ผลของความต่างเชิงระบบนี้คือ เมื่อฟอร์มต่างประเทศเขียนว่า before me, a Notary Public ผู้ยื่นในไทยต้องเข้าใจว่าจะได้คำรับรองจาก Notarial Services Attorney ซึ่งในทางปฏิบัติปลายทางส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ควรตรวจสอบล่วงหน้าเมื่อเป็นธุรกรรมมูลค่าสูงหรือเอกสารที่ต้องจดทะเบียน
อำนาจครอบคลุมอะไรบ้าง
ขอบเขตงานที่ทำได้ตามแนวปฏิบัติของสภาทนายความ มีดังนี้
- รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามที่ลงนามต่อหน้า
- รับรองสำเนาเอกสารว่าตรงกับต้นฉบับที่ได้ตรวจแล้ว
- รับคำสาบานและคำแถลงเป็นหนังสือ เช่น affidavit และ statutory declaration
- รับรองข้อเท็จจริงบางประการที่ผู้รับรองได้เห็นเอง เช่น การมอบเอกสารต่อหน้า
- รับรองตัวตนของผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศ
- รับรองการแปลในลักษณะที่ผู้แปลลงนามยืนยันต่อหน้า
สิ่งที่คำรับรองไม่ได้ทำ
คำรับรองยืนยันว่าใครลงนามและลงนามเมื่อใด ไม่ได้ยืนยันว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ผู้ลงนามยังรับผิดในเนื้อหาของตนเองทั้งหมด
คำรับรองไม่ได้ทำให้เอกสารมีผลบังคับตามกฎหมายของประเทศปลายทางโดยอัตโนมัติ เช่น หนังสือมอบอำนาจขายที่ดินในต่างประเทศต้องมีถ้อยคำและรูปแบบตามกฎหมายของประเทศนั้น ถ้าถ้อยคำไม่ครบ คำรับรองที่สมบูรณ์ก็ช่วยไม่ได้
คำรับรองไม่แทนการรับรองระหว่างรัฐ เอกสารที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านห่วงโซ่การรับรองต่อไปอีก
วิธีตรวจสอบว่าผู้รับรองมีสิทธิจริง
การตรวจสอบเป็นขั้นที่ผู้ใช้บริการควรทำเองก่อนนัดหมาย เพราะเป็นสิ่งที่ปลายทางจะตรวจย้อนหลัง
- ขอดูใบอนุญาตว่าความและหนังสือรับรองการผ่านการอบรมงานรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
- ตรวจเลขที่ใบอนุญาตกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
- ตรวจว่าหนังสือรับรองยังไม่หมดอายุในวันที่ลงนาม
- ตรวจว่าตราประทับระบุชื่อ เลขที่ และข้อความภาษาอังกฤษที่ปลายทางอ่านได้
- ขอสำเนาหน้าบันทึกในสมุดทะเบียนงานรับรอง กรณีปลายทางขอหลักฐานย้อนหลัง
ลำดับที่ทำให้เอกสารใช้ได้จริงในต่างประเทศ
ลำดับมาตรฐานคือ ลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง แล้วนำเอกสารไปรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วจึงนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางในไทย ประเทศปลายทางบางแห่งข้ามขั้นสุดท้ายได้ บางแห่งไม่ได้
ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งอนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทย เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคีจะจบที่ Apostille แทนขั้นสถานทูต ซึ่งลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แต่การลงนามต่อหน้าและการรับรองในไทยยังเป็นจุดเริ่มต้นเหมือนเดิม
ทางเลือกอีกทางสำหรับพลเมืองบางสัญชาติคือไปลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุลของสถานทูตตนเองในไทย ซึ่งได้เอกสารที่ประเทศตนยอมรับตรงโดยไม่ต้องผ่านห่วงโซ่ไทย เหมาะกับเอกสารที่ใช้เฉพาะในประเทศสัญชาติ
กรณีที่มักถูกปฏิเสธที่ปลายทาง
ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเตรียมเอกสารก่อนวันลงนาม ไม่ใช่จากตัวคำรับรอง
- ผู้ลงนามไม่ได้มาลงนามต่อหน้า แต่ส่งเอกสารที่เซ็นมาแล้ว
- ใช้ถ้อยคำรับรองผิดประเภท เช่นต้องการ affidavit แต่ได้เพียงรับรองลายมือชื่อ
- หนังสือมอบอำนาจไม่ระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจนตามที่กฎหมายปลายทางต้องการ
- ไม่มีพยานทั้งที่กฎหมายปลายทางบังคับให้มีพยานสองคนที่ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์
- หนังสือเดินทางที่ใช้แสดงตัวหมดอายุ หรือชื่อไม่ตรงกับในเอกสาร
- ข้ามขั้นการรับรองที่กรมการกงสุล แล้วส่งตรงไปยังปลายทาง
แหล่งอ้างอิงและขอบเขตข้อมูล
บทความนี้อธิบายโครงสร้างของระบบและขั้นตอนโดยทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อกำหนดของประเทศปลายทางแตกต่างกันและเปลี่ยนแปลงได้ ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026
แหล่งอ้างอิงหลัก ได้แก่ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th) สำหรับสถานะและขอบเขตงานรับรองลายมือชื่อและเอกสาร, พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528, กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th) สำหรับนิติกรณ์ และ Hague Conference on Private International Law (hcch.net) สำหรับอนุสัญญา Apostille
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที