Non-B Visa (วีซ่าธุรกิจไทย) ปี 2026 — ขอที่ไหน ใช้เอกสารอะไร และต่ออายุอย่างไร

Non-Immigrant B คือประเภทวีซ่าสำหรับเข้ามาทำงานหรือดำเนินธุรกิจในไทย ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยผ่านระบบ Thai e-Visa (thaievisa.go.th) โดยทั่วไปเป็นแบบ single entry 90 วัน หรือ multiple entry 1 ปี ตัววีซ่าไม่ใช่สิทธิ์ทำงาน ต้องขอใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานอีกชั้นหนึ่ง เมื่ออยู่ในไทยแล้วจึงยื่นขออยู่ต่อปีต่อปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยใช้เอกสารบริษัท ทุนจดทะเบียน จำนวนลูกจ้างไทย และหลักฐานภาษี ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดที่ mfa.go.th, thaievisa.go.th, doe.go.th และ immigration.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง
Non-B คืออะไร และไม่ใช่อะไร
Non-Immigrant B (มักเรียกสั้น ๆ ว่า Non-B หรือวีซ่าธุรกิจ) เป็นประเภทการตรวจลงตราสำหรับคนต่างชาติที่ประสงค์เข้ามาทำงานประจำ ทำธุรกิจ ประชุมงาน หรือลงทุนในประเทศไทย ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ ปัจจุบันการยื่นทำผ่านระบบ Thai e-Visa เป็นหลัก โดยผู้ขอสร้างบัญชี อัปโหลดเอกสาร และรับผลเป็นอีเมลอนุมัติแทนสติกเกอร์ในเล่มหนังสือเดินทาง
จุดที่เข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่า Non-B เท่ากับสิทธิ์ทำงาน ความจริงคือคนละเรื่องกัน วีซ่าให้สิทธิ์ 'เข้าและอยู่' ส่วนสิทธิ์ 'ทำงาน' มาจากใบอนุญาตทำงานที่กรมการจัดหางานออกให้ตาม พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ผู้ที่เริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตมีความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง
อีกจุดคือความสับสนระหว่าง 'วีซ่า' กับ 'การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร' วีซ่ากำหนดว่าเดินทางเข้ามาได้ถึงเมื่อไร ส่วนตราประทับขาเข้ากำหนดวันที่ต้องออกหรือขออยู่ต่อ การขออยู่ต่อรายปีเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่สถานทูต
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง (ทำผิดลำดับคือสาเหตุตีกลับอันดับหนึ่ง)
ลำดับต่อไปนี้คือเส้นทางมาตรฐานของลูกจ้างต่างชาติในบริษัทไทยทั่วไป ที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
- 1) นายจ้างเตรียมชุดเอกสารบริษัทและหนังสือรับรองการจ้างงาน รวมถึงแบบ WP.3 หรือหนังสือแจ้งจากกรมการจัดหางานตามที่สถานทูตกำหนด
- 2) ผู้สมัครยื่น Non-B ผ่าน Thai e-Visa ที่สถานทูต/สถานกงสุลไทยที่มีเขตอาณาเหนือประเทศที่ตนพำนัก
- 3) เดินทางเข้าไทย รับตราประทับ (single entry ปกติ 90 วัน) และแจ้งที่พักตาม ตม.30 โดยเจ้าบ้านหรือโรงแรม
- 4) นายจ้างยื่นขอใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Work Permit ของกรมการจัดหางาน และเข้ารับการตรวจสอบเอกสารต้นฉบับที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด
- 5) เมื่อมีใบอนุญาตทำงานแล้ว ยื่นขออยู่ต่อ 1 ปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่ตั้งสถานประกอบการ ก่อนวันอนุญาตเดิมหมดอายุ
- 6) หลังได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ ขอ Re-entry permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ มิฉะนั้นสิทธิ์อยู่ต่อจะสิ้นสุดทันทีที่ออกจากไทย
- ข้อควรระวัง: ผู้ที่ถือ Non-B แบบ single entry มักลืมว่า การเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอใบอนุญาตทำงานโดยไม่มี re-entry permit ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
Single entry กับ Multiple entry ต่างกันอย่างไร
Non-B แบบ single entry ใช้เข้าประเทศได้ครั้งเดียวภายในอายุวีซ่า และมักได้รับอนุญาตให้อยู่ครั้งละ 90 วัน เหมาะกับผู้ที่จะเข้ามาทำงานแล้วต่อยอดเป็นการขออยู่ต่อรายปีในไทย
แบบ multiple entry อายุ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้งภายในอายุวีซ่า แต่แต่ละครั้งที่เข้ามาจะได้รับอนุญาตให้อยู่ไม่เกิน 90 วัน เหมาะกับผู้บริหารหรือที่ปรึกษาที่เดินทางเข้าออกบ่อยและไม่ได้ประจำอยู่ในไทยเต็มปี เงื่อนไขการอนุมัติแบบ multiple entry เข้มกว่าและขึ้นกับดุลพินิจของแต่ละสถานทูต
สำหรับผู้ที่ตั้งใจอยู่ยาว การเลือก single entry แล้วเปลี่ยนไปขออยู่ต่อรายปีในไทยมักคุ้มค่ากว่า เพราะไม่ต้องออกนอกประเทศทุก 90 วัน
เอกสารฝั่งนายจ้างที่มักเป็นปัญหา
ในทางปฏิบัติ เอกสารฝั่งผู้สมัครแทบไม่เคยเป็นสาเหตุที่เรื่องถูกตีกลับ ปัญหาเกือบทั้งหมดอยู่ที่ชุดเอกสารนิติบุคคลที่ไม่สอดคล้องกันเอง
- หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่ออกใหม่ภายในกรอบเวลาที่หน่วยงานกำหนด
- งบการเงินปีล่าสุดที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ภ.พ.20 (ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) และแบบยื่นภาษีย้อนหลัง เช่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.50, ภ.พ.30
- หลักฐานการขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างไทย (สปส.1-10) แสดงอัตราส่วนลูกจ้างไทยต่อคนต่างชาติ
- สัญญาจ้างที่ระบุตำแหน่ง หน้าที่ เงินเดือน และสถานที่ทำงานตรงกับที่อยู่ในหนังสือรับรอง
- แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการ พร้อมสัญญาเช่าที่ชื่อผู้เช่าตรงกับนิติบุคคล
เงื่อนไขทุนจดทะเบียน ลูกจ้างไทย และเงินเดือนขั้นต่ำ
หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาการอยู่ต่อรายปีของผู้ถือ Non-B อ้างอิงคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร โดยทั่วไปพิจารณาจากทุนจดทะเบียนชำระแล้วของนายจ้าง จำนวนลูกจ้างสัญชาติไทยที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม และรายได้ของคนต่างชาติที่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำซึ่งกำหนดต่างกันตามสัญชาติ
ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามประกาศและมีข้อยกเว้นหลายกรณี เช่น กิจการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ครูในโรงเรียนที่ได้รับอนุญาต หรือผู้แทนสำนักงานผู้แทน จึงไม่ควรยึดตัวเลขจากบทความหรือฟอรัม แต่ให้ยืนยันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่หรือที่ immigration.go.th ก่อนวางแผนโครงสร้างเงินเดือน
สำหรับสำนักงานในจังหวัดภูเก็ต การอยู่ต่อรายปีของผู้ถือ Non-B ยื่นที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีแนวปฏิบัติเรื่องคิวและการนัดหมายเป็นของตนเอง
Non-B กับเส้นทางอื่น ควรเลือกอะไร
ไม่ใช่ทุกกรณีที่ Non-B เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ผู้ที่ทำงานทางไกลให้บริษัทต่างประเทศ ไม่มีนายจ้างไทย มักเหมาะกับ DTV มากกว่า ผู้บริหารระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีรายได้สูงอาจเข้าเกณฑ์ LTR ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ด้านใบอนุญาตทำงานผ่าน BOI ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกและไม่ได้ทำงานในไทยอาจเลือก Thailand Privilege
ข้อแตกต่างสำคัญคือ Non-B ผูกกับนายจ้างรายเดียว การเปลี่ยนงานต้องยกเลิกใบอนุญาตเดิมและยื่นใหม่ ขณะที่เส้นทางอย่าง LTR หรือ DTV ไม่ได้ผูกกับนายจ้างไทยในลักษณะเดียวกัน
งานเอกสารที่สำนักงานเราดูแลให้
สำหรับไฟล์ Non-B เราดูแลงานเอกสารที่ต้องมีความถูกต้องสูง ได้แก่ การแปลเอกสารรับรอง (ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ ทะเบียนสมรส หนังสือรับรองประสบการณ์) การรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร และการรับรองเอกสารที่กรมการกงสุลเมื่อเอกสารต้องใช้ข้ามประเทศ
เราไม่รับรองผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการ และไม่แนะนำให้ผู้ใดยื่นเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สิ่งที่เราทำคือทำให้ชุดเอกสารสอดคล้องกันทั้งชุดก่อนถึงมือเจ้าหน้าที่ สอบถามรายละเอียดและค่าบริการได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที