ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมด
Visa & Immigration

SMART Visa และการส่งเสริมการลงทุน BOI 2026 — ประเภท S/T/E/I/O เงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนรับรองคุณสมบัติ

หนังสือเดินทางและแบบฟอร์มคำขอวีซ่าบนโต๊ะที่ปรึกษาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2569อัปเดต 6 สิงหาคม 2569 12 นาที
TL;DR

SMART Visa เป็นวีซ่าประเภทพิเศษที่รัฐบาลไทยออกให้ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง นักลงทุน ผู้บริหารระดับสูง และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) แบ่งเป็น 5 ประเภทหลัก คือ SMART T (Talent), SMART I (Investor), SMART E (Executive), SMART S (Startup) และ SMART O (คู่สมรสและบุตร) จุดเด่นคือได้รับอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 4 ปีตามสัญญาจ้าง ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวแยกอีกฉบับ รายงานตัวปีละครั้งแทนทุก 90 วัน และไม่ต้องขอ re-entry permit ขั้นตอนสำคัญคือต้องผ่านการ 'รับรองคุณสมบัติ' จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบของ BOI ก่อน แล้วจึงไปรับตราประทับที่สถานทูต/สถานกงสุลไทย หรือที่ศูนย์ OSOS ในกรุงเทพฯ เอกสารต่างประเทศทุกฉบับ (ปริญญา ใบรับรองประสบการณ์ทำงาน ทะเบียนสมรส สูติบัตร) ต้องแปลรับรองและผ่านการรับรองนิติกรณ์ตามลำดับที่ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกตีกลับ ควรยืนยันเกณฑ์ล่าสุดที่ smart-visa.boi.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง

SMART Visa คืออะไร และต่างจาก Non-B อย่างไร

SMART Visa เป็นมาตรการดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ บริหารจัดการโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน

ความต่างที่ชัดที่สุดจาก Non-Immigrant B คือ ผู้ถือ SMART Visa ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นเอกสารแยกอีกฉบับ เพราะสิทธิในการทำงานตามขอบเขตที่ได้รับรับรองไว้มาพร้อมกับวีซ่า ในขณะที่ Non-B ต้องมีทั้งวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และผูกกับนายจ้างรายเดียวอย่างเข้มงวด

อีกจุดที่ต่างคือภาระการรายงานตัว ผู้ถือ SMART Visa รายงานตัวปีละครั้ง ไม่ใช่ทุก 90 วัน และได้สิทธิเข้าออกราชอาณาจักรได้หลายครั้งโดยไม่ต้องขอ re-entry permit ซึ่งลดความเสี่ยงที่สถานะการอยู่จะสิ้นผลจากการเดินทางออก

  • อนุญาตให้พำนักสูงสุด 4 ปี ตามระยะเวลาสัญญาจ้างหรือคุณสมบัติที่ได้รับรับรอง
  • ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานแยกสำหรับกิจกรรมที่ได้รับการรับรอง
  • รายงานตัวปีละ 1 ครั้ง แทนการรายงานตัวทุก 90 วัน
  • คู่สมรสและบุตรได้สิทธิ SMART O และคู่สมรสมีสิทธิทำงานได้ในขอบเขตที่กำหนด

แยกประเภท SMART Visa ทั้ง 5 ประเภท

การเลือกประเภทให้ตรงตั้งแต่ต้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะชุดเอกสารและหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับรองคุณสมบัติต่างกันโดยสิ้นเชิง การยื่นผิดประเภทมักทำให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งหมด

ทุกประเภทมีเงื่อนไขร่วมกันคือ กิจการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องต้องอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประกาศกำหนด และต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบก่อนเสมอ

  • SMART T (Talent): ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พิจารณาจากเงินได้ขั้นต่ำและสัญญาจ้าง โดยมีอัตราขั้นต่ำผ่อนปรนสำหรับผู้ทำงานกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา หรือสตาร์ทอัพ
  • SMART I (Investor): ผู้ลงทุนโดยตรงในนามบุคคลในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีตามที่กำหนด โดยมีมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำตามประกาศ
  • SMART E (Executive): ผู้บริหารระดับสูงที่มีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ตามเกณฑ์ ดำรงตำแหน่งบริหารในกิจการเป้าหมาย
  • SMART S (Startup): ผู้ประกอบการที่มีเงินฝากตามเกณฑ์และแผนธุรกิจที่ผ่านการรับรอง หรือเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะที่ได้รับการยอมรับ
  • SMART O (Other): คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายและบุตรของผู้ถือ SMART Visa ประเภทอื่น

กลไก BOI e-Expert สำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน

หากบริษัทของคุณเป็นกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะมีอีกช่องทางหนึ่งคือการขออนุมัติตำแหน่งช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการต่างชาติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ BOI (ระบบ e-Expert) ซึ่งเป็นคนละกลไกกับ SMART Visa

ลำดับที่ถูกต้องคือ ขออนุมัติ 'ตำแหน่ง' ก่อน แล้วจึงบรรจุ 'ตัวบุคคล' ลงในตำแหน่งนั้น จากนั้นจึงไปดำเนินการเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Stop Service Center) ซึ่งการดำเนินการทั้งชุดมักเสร็จภายในวันเดียวหากเอกสารครบ

จุดที่ผู้ยื่นพลาดบ่อยคือเอกสารประกอบตัวบุคคล เช่น ปริญญาบัตรและหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงานจากต่างประเทศ ที่ต้องผ่านการรับรองความถูกต้องและการแปลตามลำดับที่ระบบยอมรับ

  • อนุมัติตำแหน่งก่อน แล้วจึงบรรจุบุคคล — สลับลำดับไม่ได้
  • เอกสารการศึกษาและประสบการณ์ทำงานจากต่างประเทศต้องรับรองและแปลให้ครบสาย
  • การเปลี่ยนตำแหน่ง ขอบเขตงาน หรือสถานที่ทำงาน ต้องยื่นแก้ไขในระบบก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง
  • คู่สมรสและบุตรของผู้ได้รับอนุมัติยื่นขอสิทธิพำนักตามผู้ยื่นหลักได้

เอกสารต่างประเทศที่ต้องรับรอง — จุดที่ทำให้เรื่องล่าช้าที่สุด

ไม่ว่าจะยื่นช่องทาง SMART Visa หรือ BOI e-Expert เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานต่างประเทศจะใช้ยื่นทันทีไม่ได้ ต้องผ่านสายการรับรองที่ถูกต้อง (chain of authentication) และแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษโดยผู้แปลที่หน่วยงานยอมรับ

สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะผ่านการรับรองด้วย apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศต้นทาง ส่วนกรณีที่ต้องใช้ช่องทางเดิม จะต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศนั้น และรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลอีกชั้นหนึ่ง

ลำดับผิดคือสาเหตุที่ต้องส่งเอกสารกลับไปทำใหม่ทั้งชุด ซึ่งกินเวลาหลายสัปดาห์ ควรตรวจสอบลำดับให้แน่ใจก่อนส่งเอกสารออกนอกประเทศ

  • ปริญญาบัตรและ transcript — ต้องรับรองจากต้นทางก่อนแปล
  • หนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน — ต้องระบุตำแหน่ง ช่วงเวลา และขอบเขตงานชัดเจน
  • ทะเบียนสมรสและสูติบัตรสำหรับ SMART O — ต้องรับรองครบสายเช่นเดียวกัน
  • หนังสือรับรองความประพฤติ (police clearance) หากหน่วยงานร้องขอเพิ่มเติม

ไทม์ไลน์ที่สมจริงและข้อควรระวัง

กระบวนการรับรองคุณสมบัติเป็นขั้นที่ควบคุมเวลาได้ยากที่สุด เพราะขึ้นกับหน่วยงานผู้รับรองในแต่ละอุตสาหกรรม ส่วนขั้นตอนรับตราประทับวีซ่ามักใช้เวลาไม่นานเมื่อได้หนังสือรับรองคุณสมบัติแล้ว

ควรเริ่มจัดเตรียมเอกสารต่างประเทศก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองเดือน เพราะขั้นตอนรับรองในต่างประเทศเป็นตัวกำหนดจังหวะของทั้งโครงการ

ผู้ที่อยู่ในไทยด้วยสถานะอื่นอยู่แล้วควรวางแผนไม่ให้สถานะปัจจุบันสิ้นสุดระหว่างรอผล เพราะการอยู่เกินกำหนดแม้เพียงวันเดียวจะสร้างประวัติที่กระทบการยื่นในอนาคต

  • เตรียมเอกสารต่างประเทศล่วงหน้า 1–2 เดือน
  • อย่าปล่อยให้สถานะการอยู่ปัจจุบันขาดระหว่างรอผลรับรอง
  • ตรวจสอบว่ากิจกรรมของบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายจริงก่อนลงทุนเวลากับกระบวนการ
  • เก็บสำเนาหนังสือรับรองคุณสมบัติไว้ใช้ในขั้นตอนรายงานตัวประจำปี

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ถือ SMART Visa ต้องขอใบอนุญาตทำงานอีกไหม
ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวเป็นเอกสารแยก สำหรับกิจกรรมและนายจ้างที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองคุณสมบัติ แต่หากจะทำงานนอกขอบเขตที่รับรองไว้ ต้องยื่นขอแก้ไขคุณสมบัติก่อน
SMART Visa รายงานตัวบ่อยแค่ไหน
รายงานตัวปีละหนึ่งครั้ง แทนการรายงานตัวทุก 90 วันแบบวีซ่าประเภทอื่น ทั้งนี้หน้าที่แจ้งที่พักอาศัยของเจ้าบ้านหรือโรงแรมตามกฎหมายคนเข้าเมืองยังคงมีอยู่ตามปกติ
ต้องขอ re-entry permit หรือไม่
ไม่ต้อง เพราะ SMART Visa ให้สิทธิเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรได้หลายครั้งตลอดอายุการอนุญาต ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเทียบกับผู้ที่อยู่ด้วยการอนุญาตให้อยู่ต่อรายปี
คู่สมรสของผู้ถือ SMART Visa ทำงานได้ไหม
คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายที่ได้รับ SMART O มีสิทธิทำงานได้ในขอบเขตที่ประกาศกำหนด โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานแยก ทั้งนี้ยกเว้นงานที่ต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวตามกฎหมาย
ถ้าเปลี่ยนนายจ้างระหว่างถือ SMART Visa ต้องทำอย่างไร
ต้องยื่นขอรับรองคุณสมบัติใหม่กับนายจ้างรายใหม่ก่อนเริ่มงาน เพราะการรับรองผูกกับนายจ้างและขอบเขตงานที่ระบุไว้ การเริ่มงานก่อนได้รับการรับรองใหม่ถือเป็นการทำงานนอกขอบเขต
SMART Visa กับ LTR Visa ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองเป็นวีซ่าระยะยาวที่ BOI ดูแล แต่ LTR เน้นกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณ ผู้ทำงานทางไกล และผู้เชี่ยวชาญ โดยให้สิทธิพำนักได้นานกว่า ส่วน SMART Visa ผูกกับกิจกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายและสัญญาจ้างหรือการลงทุนโดยตรงมากกว่า ควรเปรียบเทียบคุณสมบัติของตนเองกับทั้งสองเส้นทางก่อนตัดสินใจ
เอกสารปริญญาจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร
ต้องรับรองที่ประเทศต้นทางก่อน ด้วย apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือผ่านสถานทูตไทยและกรมการกงสุลสำหรับช่องทางเดิม จากนั้นจึงแปลโดยผู้แปลที่หน่วยงานยอมรับ การแปลก่อนรับรองมักทำให้ต้องเริ่มใหม่

บริการที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที