LTR Visa ไทย 2026: วีซ่า 10 ปี 4 ประเภท เอกสาร ภาษี และขั้นตอนจริงจากภูเก็ต

LTR Visa ให้สิทธิพำนัก 10 ปี (ออกครั้งละ 5 ปี ต่ออายุอีก 5 ปี) ภายใต้ 4 กลุ่ม ได้แก่ Wealthy Global Citizen, Wealthy Pensioner, Work-from-Thailand Professional และ Highly Skilled Professional จุดที่ผู้สมัครตกบ่อยที่สุดไม่ใช่คุณสมบัติทางการเงิน แต่เป็นเอกสารต่างประเทศที่ยังไม่ผ่านการรับรองให้ใช้ในไทยได้ เกณฑ์ตัวเลข ค่าธรรมเนียม และรายการหลักฐานปรับปรุงเป็นระยะ ให้ยืนยันจาก ltr.boi.go.th ก่อนจัดแฟ้มทุกครั้ง
LTR คือวีซ่าแบบไหน และต่างจากวีซ่าอื่นอย่างไร
LTR ย่อมาจาก Long-Term Resident เป็นวีซ่าที่รัฐบาลไทยออกแบบเพื่อดึงผู้พำนักที่มีกำลังใช้จ่ายสูงและแรงงานทักษะสูงเข้าประเทศแบบระยะยาว จุดต่างสำคัญจากวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าเกษียณคือ LTR ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อน แล้วจึงไปรับตราวีซ่าที่สถานทูตหรือที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ผู้ถือ LTR รายงานตัวปีละครั้งแทนการรายงานตัวทุก 90 วัน ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่อยู่ภูเก็ตและต้องเดินทางบ่อย เพราะลดภาระการเข้าออกด่าน ตม. อย่างมีนัยสำคัญ
LTR ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residence) และไม่ใช่เส้นทางตรงสู่สัญชาติไทย แต่เป็นสถานะพำนักที่ต่ออายุได้ตราบที่ยังรักษาคุณสมบัติเดิมไว้ครบ
กลุ่มที่ 1 Wealthy Global Citizen
กลุ่มนี้เน้นผู้มีสินทรัพย์และการลงทุนในไทย หลักฐานที่ BOI ตรวจละเอียดที่สุดคือแหล่งที่มาของสินทรัพย์ ไม่ใช่เพียงยอดคงเหลือในบัญชี ผู้สมัครจึงควรเตรียมงบการเงิน หนังสือรับรองจากธนาคาร และเอกสารการลงทุนย้อนหลังหลายปี
หากใช้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตเป็นหลักฐาน ต้องมีสัญญาซื้อขาย โฉนด และหลักฐานการโอนเงินเข้าประเทศ (FET) ที่สอดคล้องกับมูลค่าที่แจ้ง มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มและทำให้กระบวนการยืดออกไปหลายสัปดาห์
- เอกสารการเงินต่างประเทศต้องแปลเป็นอังกฤษหรือไทยและรับรองความถูกต้องของคำแปล
- หนังสือรับรองจากธนาคารต่างประเทศมักต้องผ่าน Notary ในประเทศต้นทางก่อนใช้ในไทย
- หลักฐานการลงทุนในไทยควรตรงกับชื่อผู้สมัครเท่านั้น ไม่ใช่ชื่อนิติบุคคลที่ผู้สมัครถือหุ้นบางส่วน
กลุ่มที่ 2 Wealthy Pensioner ผู้เกษียณที่มีรายได้ประจำ
กลุ่มผู้เกษียณต้องพิสูจน์รายได้ประจำต่อปี เช่น เงินบำนาญราชการ บำนาญเอกชน เงินปันผล หรือรายได้ค่าเช่า จุดที่ต้องระวังคือรายได้ต้องเป็นกระแสเงินสดที่ต่อเนื่องและตรวจสอบได้ ไม่ใช่การถอนจากเงินต้นก้อนเดียว
เอกสารบำนาญจากหน่วยงานรัฐต่างประเทศ เช่น Social Security ของสหรัฐฯ หรือ State Pension ของสหราชอาณาจักร ต้องผ่านขั้นตอนรับรองในประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงนำมาแปลและรับรองในไทย
ผู้เกษียณจำนวนมากในกะรน กะตะ และราไวย์ เลือก LTR แทนวีซ่า Non-O Retirement เพราะไม่ต้องต่ออายุทุกปีและไม่ต้องรายงานตัว 90 วัน แม้ค่าดำเนินการช่วงแรกจะสูงกว่าก็ตาม
กลุ่มที่ 3 Work-from-Thailand Professional
กลุ่มนี้คือพนักงานที่ทำงานให้บริษัทต่างประเทศจากประเทศไทย ต่างจาก DTV ตรงที่ LTR ต้องมีนายจ้างต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ขนาดกิจการตามที่ BOI กำหนด และผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำงานตามที่กำหนด
หนังสือรับรองการจ้างงานควรระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน ค่าตอบแทน และข้อความอนุญาตให้ทำงานจากประเทศไทยอย่างชัดเจน หากบริษัทออกเอกสารเป็นภาษาอื่น ต้องแปลและรับรองคำแปลก่อนยื่น
ผู้สมัครที่นายจ้างเป็นบริษัทมหาชนสามารถใช้รายงานประจำปีเป็นหลักฐานขนาดกิจการได้ ส่วนบริษัทเอกชนต้องใช้งบการเงินที่ผ่านการสอบบัญชี
กลุ่มที่ 4 Highly Skilled Professional กับภาษี 17%
ผู้ทำงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทำงานให้กิจการในไทยอาจได้สิทธิเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ 17% แทนอัตราก้าวหน้าปกติ ซึ่งเป็นสิทธิที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกับกรมสรรพากรควบคู่ไปกับสถานะ LTR ไม่ใช่สิ่งที่ได้อัตโนมัติจากการถือวีซ่า
หลักฐานสำคัญคือวุฒิการศึกษาและใบรับรองวิชาชีพ ซึ่งมักต้องผ่านการรับรองจากสถาบันต้นทางและรับรองเอกสารเพื่อใช้ในไทย ผู้สมัครสายแพทย์ วิศวกรรม และการบิน มักใช้เวลาส่วนนี้นานที่สุด
ประกันสุขภาพและทางเลือกเงินฝาก
ทุกกลุ่มต้องแสดงความคุ้มครองสุขภาพตามวงเงินที่กำหนด โดยทั่วไปยอมรับทั้งกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุ้มครองในไทย ประกันสังคมของบางประเทศที่คุ้มครองข้ามพรมแดน หรือเงินฝากที่กันไว้ตามเงื่อนไข
ประเด็นที่ทำให้แฟ้มถูกตีกลับบ่อยคือกรมธรรม์ที่ระบุวงเงินรวมตลอดสัญญาแทนวงเงินต่อปี หรือกรมธรรม์ที่ไม่ครอบคลุมระยะเวลาที่ขอวีซ่า ควรขอหนังสือยืนยันจากบริษัทประกันเป็นภาษาอังกฤษที่ระบุวงเงินต่อปีให้ชัด
เอกสารที่ต้องผ่าน Notary และการรับรองเพื่อใช้ในไทย
เอกสารที่ออกในต่างประเทศไม่สามารถใช้กับหน่วยงานไทยได้ทันที ต้องผ่านสายการรับรองของประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงรับรองที่สถานทูตไทยหรือกรมการกงสุลตามกรณี
สำหรับผู้ที่อยู่ในไทยแล้ว เอกสารบางประเภท เช่น หนังสือรับรองตนเอง คำแปล และสำเนาเอกสารสำคัญ สามารถให้ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) รับรองในภูเก็ตได้ ทำให้ไม่ต้องส่งเอกสารกลับประเทศต้นทาง
หากประเทศต้นทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก การรับรองจะเป็นรูปแบบ Apostille ส่วนประเทศที่ไม่ใช่ภาคีจะใช้การรับรองแบบกงสุลตามลำดับชั้น
- สำเนาหนังสือเดินทางรับรองสำเนาถูกต้อง
- คำแปลเอกสารการเงินและวุฒิการศึกษาพร้อมคำรับรองผู้แปล
- หนังสือรับรองสถานะสมรสและสูติบัตรของผู้ติดตาม
ผู้ติดตามและสิทธิของครอบครัว
คู่สมรสและบุตรที่อยู่ในอุปการะสามารถขอวีซ่าผู้ติดตามภายใต้ LTR ได้ตามจำนวนที่กำหนด โดยต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์ที่ผ่านการรับรอง เช่น ทะเบียนสมรสและสูติบัตร
ทะเบียนสมรสที่จดในต่างประเทศต้องแปลและรับรองก่อนใช้ในไทย ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนในไทยสามารถใช้คัดสำเนาจากที่ว่าการอำเภอได้โดยตรง ซึ่งเร็วกว่ามาก
ไทม์ไลน์จริงเมื่อยื่นจากภูเก็ต
ขั้นตอนแบ่งเป็นสามช่วง คือ เตรียมและรับรองเอกสาร ยื่นขอความเห็นชอบจาก BOI และรับตราวีซ่า ช่วงที่ควบคุมเวลาได้ยากที่สุดคือช่วงแรก เพราะขึ้นกับหน่วยงานต่างประเทศ
ผู้สมัครที่เตรียมเอกสารครบตั้งแต่ต้นมักใช้เวลารวมสั้นกว่าผู้ที่ทยอยส่งเอกสารอย่างมาก การถูกขอเอกสารเพิ่มหนึ่งรอบมักหมายถึงเวลาที่เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์
เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ผู้ที่อยู่ในไทยสามารถดำเนินการรับตราวีซ่าภายในประเทศได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องบินออกนอกประเทศเสมอไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือใช้เอกสารที่ยังไม่ผ่านการรับรอง ผู้สมัครจำนวนมากเข้าใจว่าเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษใช้ได้ทันที ทั้งที่หน่วยงานไทยต้องการหลักฐานการรับรองความถูกต้องตามสายที่กำหนด
ข้อผิดพลาดอันดับสองคือชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารการเงินหรือทะเบียนสมรส กรณีนี้แก้ได้ด้วยหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ผ่านการรับรอง
ข้อผิดพลาดอันดับสามคือยึดตัวเลขเกณฑ์จากบทความเก่า ควรตรวจเกณฑ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ทางการก่อนเริ่มจัดแฟ้มทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที