ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมด
Visa & Immigration

LTR Visa ไทย 2026: วีซ่า 10 ปี 4 ประเภท เอกสาร ภาษี และขั้นตอนจริงจากภูเก็ต

หนังสือเดินทางและแบบฟอร์มคำขอวีซ่าบนโต๊ะที่ปรึกษาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เผยแพร่ 31 กรกฎาคม 2569อัปเดต 31 กรกฎาคม 2569 14 นาที
TL;DR

LTR Visa ให้สิทธิพำนัก 10 ปี (ออกครั้งละ 5 ปี ต่ออายุอีก 5 ปี) ภายใต้ 4 กลุ่ม ได้แก่ Wealthy Global Citizen, Wealthy Pensioner, Work-from-Thailand Professional และ Highly Skilled Professional จุดที่ผู้สมัครตกบ่อยที่สุดไม่ใช่คุณสมบัติทางการเงิน แต่เป็นเอกสารต่างประเทศที่ยังไม่ผ่านการรับรองให้ใช้ในไทยได้ เกณฑ์ตัวเลข ค่าธรรมเนียม และรายการหลักฐานปรับปรุงเป็นระยะ ให้ยืนยันจาก ltr.boi.go.th ก่อนจัดแฟ้มทุกครั้ง

LTR คือวีซ่าแบบไหน และต่างจากวีซ่าอื่นอย่างไร

LTR ย่อมาจาก Long-Term Resident เป็นวีซ่าที่รัฐบาลไทยออกแบบเพื่อดึงผู้พำนักที่มีกำลังใช้จ่ายสูงและแรงงานทักษะสูงเข้าประเทศแบบระยะยาว จุดต่างสำคัญจากวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าเกษียณคือ LTR ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อน แล้วจึงไปรับตราวีซ่าที่สถานทูตหรือที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ผู้ถือ LTR รายงานตัวปีละครั้งแทนการรายงานตัวทุก 90 วัน ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่อยู่ภูเก็ตและต้องเดินทางบ่อย เพราะลดภาระการเข้าออกด่าน ตม. อย่างมีนัยสำคัญ

LTR ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residence) และไม่ใช่เส้นทางตรงสู่สัญชาติไทย แต่เป็นสถานะพำนักที่ต่ออายุได้ตราบที่ยังรักษาคุณสมบัติเดิมไว้ครบ

กลุ่มที่ 1 Wealthy Global Citizen

กลุ่มนี้เน้นผู้มีสินทรัพย์และการลงทุนในไทย หลักฐานที่ BOI ตรวจละเอียดที่สุดคือแหล่งที่มาของสินทรัพย์ ไม่ใช่เพียงยอดคงเหลือในบัญชี ผู้สมัครจึงควรเตรียมงบการเงิน หนังสือรับรองจากธนาคาร และเอกสารการลงทุนย้อนหลังหลายปี

หากใช้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตเป็นหลักฐาน ต้องมีสัญญาซื้อขาย โฉนด และหลักฐานการโอนเงินเข้าประเทศ (FET) ที่สอดคล้องกับมูลค่าที่แจ้ง มิฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มและทำให้กระบวนการยืดออกไปหลายสัปดาห์

  • เอกสารการเงินต่างประเทศต้องแปลเป็นอังกฤษหรือไทยและรับรองความถูกต้องของคำแปล
  • หนังสือรับรองจากธนาคารต่างประเทศมักต้องผ่าน Notary ในประเทศต้นทางก่อนใช้ในไทย
  • หลักฐานการลงทุนในไทยควรตรงกับชื่อผู้สมัครเท่านั้น ไม่ใช่ชื่อนิติบุคคลที่ผู้สมัครถือหุ้นบางส่วน

กลุ่มที่ 2 Wealthy Pensioner ผู้เกษียณที่มีรายได้ประจำ

กลุ่มผู้เกษียณต้องพิสูจน์รายได้ประจำต่อปี เช่น เงินบำนาญราชการ บำนาญเอกชน เงินปันผล หรือรายได้ค่าเช่า จุดที่ต้องระวังคือรายได้ต้องเป็นกระแสเงินสดที่ต่อเนื่องและตรวจสอบได้ ไม่ใช่การถอนจากเงินต้นก้อนเดียว

เอกสารบำนาญจากหน่วยงานรัฐต่างประเทศ เช่น Social Security ของสหรัฐฯ หรือ State Pension ของสหราชอาณาจักร ต้องผ่านขั้นตอนรับรองในประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงนำมาแปลและรับรองในไทย

ผู้เกษียณจำนวนมากในกะรน กะตะ และราไวย์ เลือก LTR แทนวีซ่า Non-O Retirement เพราะไม่ต้องต่ออายุทุกปีและไม่ต้องรายงานตัว 90 วัน แม้ค่าดำเนินการช่วงแรกจะสูงกว่าก็ตาม

กลุ่มที่ 3 Work-from-Thailand Professional

กลุ่มนี้คือพนักงานที่ทำงานให้บริษัทต่างประเทศจากประเทศไทย ต่างจาก DTV ตรงที่ LTR ต้องมีนายจ้างต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ขนาดกิจการตามที่ BOI กำหนด และผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำงานตามที่กำหนด

หนังสือรับรองการจ้างงานควรระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน ค่าตอบแทน และข้อความอนุญาตให้ทำงานจากประเทศไทยอย่างชัดเจน หากบริษัทออกเอกสารเป็นภาษาอื่น ต้องแปลและรับรองคำแปลก่อนยื่น

ผู้สมัครที่นายจ้างเป็นบริษัทมหาชนสามารถใช้รายงานประจำปีเป็นหลักฐานขนาดกิจการได้ ส่วนบริษัทเอกชนต้องใช้งบการเงินที่ผ่านการสอบบัญชี

กลุ่มที่ 4 Highly Skilled Professional กับภาษี 17%

ผู้ทำงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทำงานให้กิจการในไทยอาจได้สิทธิเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ 17% แทนอัตราก้าวหน้าปกติ ซึ่งเป็นสิทธิที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกับกรมสรรพากรควบคู่ไปกับสถานะ LTR ไม่ใช่สิ่งที่ได้อัตโนมัติจากการถือวีซ่า

หลักฐานสำคัญคือวุฒิการศึกษาและใบรับรองวิชาชีพ ซึ่งมักต้องผ่านการรับรองจากสถาบันต้นทางและรับรองเอกสารเพื่อใช้ในไทย ผู้สมัครสายแพทย์ วิศวกรรม และการบิน มักใช้เวลาส่วนนี้นานที่สุด

ประกันสุขภาพและทางเลือกเงินฝาก

ทุกกลุ่มต้องแสดงความคุ้มครองสุขภาพตามวงเงินที่กำหนด โดยทั่วไปยอมรับทั้งกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุ้มครองในไทย ประกันสังคมของบางประเทศที่คุ้มครองข้ามพรมแดน หรือเงินฝากที่กันไว้ตามเงื่อนไข

ประเด็นที่ทำให้แฟ้มถูกตีกลับบ่อยคือกรมธรรม์ที่ระบุวงเงินรวมตลอดสัญญาแทนวงเงินต่อปี หรือกรมธรรม์ที่ไม่ครอบคลุมระยะเวลาที่ขอวีซ่า ควรขอหนังสือยืนยันจากบริษัทประกันเป็นภาษาอังกฤษที่ระบุวงเงินต่อปีให้ชัด

เอกสารที่ต้องผ่าน Notary และการรับรองเพื่อใช้ในไทย

เอกสารที่ออกในต่างประเทศไม่สามารถใช้กับหน่วยงานไทยได้ทันที ต้องผ่านสายการรับรองของประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงรับรองที่สถานทูตไทยหรือกรมการกงสุลตามกรณี

สำหรับผู้ที่อยู่ในไทยแล้ว เอกสารบางประเภท เช่น หนังสือรับรองตนเอง คำแปล และสำเนาเอกสารสำคัญ สามารถให้ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) รับรองในภูเก็ตได้ ทำให้ไม่ต้องส่งเอกสารกลับประเทศต้นทาง

หากประเทศต้นทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก การรับรองจะเป็นรูปแบบ Apostille ส่วนประเทศที่ไม่ใช่ภาคีจะใช้การรับรองแบบกงสุลตามลำดับชั้น

  • สำเนาหนังสือเดินทางรับรองสำเนาถูกต้อง
  • คำแปลเอกสารการเงินและวุฒิการศึกษาพร้อมคำรับรองผู้แปล
  • หนังสือรับรองสถานะสมรสและสูติบัตรของผู้ติดตาม

ผู้ติดตามและสิทธิของครอบครัว

คู่สมรสและบุตรที่อยู่ในอุปการะสามารถขอวีซ่าผู้ติดตามภายใต้ LTR ได้ตามจำนวนที่กำหนด โดยต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์ที่ผ่านการรับรอง เช่น ทะเบียนสมรสและสูติบัตร

ทะเบียนสมรสที่จดในต่างประเทศต้องแปลและรับรองก่อนใช้ในไทย ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนในไทยสามารถใช้คัดสำเนาจากที่ว่าการอำเภอได้โดยตรง ซึ่งเร็วกว่ามาก

ไทม์ไลน์จริงเมื่อยื่นจากภูเก็ต

ขั้นตอนแบ่งเป็นสามช่วง คือ เตรียมและรับรองเอกสาร ยื่นขอความเห็นชอบจาก BOI และรับตราวีซ่า ช่วงที่ควบคุมเวลาได้ยากที่สุดคือช่วงแรก เพราะขึ้นกับหน่วยงานต่างประเทศ

ผู้สมัครที่เตรียมเอกสารครบตั้งแต่ต้นมักใช้เวลารวมสั้นกว่าผู้ที่ทยอยส่งเอกสารอย่างมาก การถูกขอเอกสารเพิ่มหนึ่งรอบมักหมายถึงเวลาที่เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์

เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ผู้ที่อยู่ในไทยสามารถดำเนินการรับตราวีซ่าภายในประเทศได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องบินออกนอกประเทศเสมอไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีเลี่ยง

ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือใช้เอกสารที่ยังไม่ผ่านการรับรอง ผู้สมัครจำนวนมากเข้าใจว่าเอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษใช้ได้ทันที ทั้งที่หน่วยงานไทยต้องการหลักฐานการรับรองความถูกต้องตามสายที่กำหนด

ข้อผิดพลาดอันดับสองคือชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทางกับเอกสารการเงินหรือทะเบียนสมรส กรณีนี้แก้ได้ด้วยหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ผ่านการรับรอง

ข้อผิดพลาดอันดับสามคือยึดตัวเลขเกณฑ์จากบทความเก่า ควรตรวจเกณฑ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ทางการก่อนเริ่มจัดแฟ้มทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

LTR Visa อยู่ได้กี่ปี
รวมสูงสุด 10 ปี โดยออกเป็นช่วงละ 5 ปี และต่ออีก 5 ปีเมื่อยังคงคุณสมบัติครบตามเกณฑ์
ถือ LTR ต้องรายงานตัว 90 วันหรือไม่
ไม่ต้อง ผู้ถือ LTR รายงานตัวปีละครั้งแทนการรายงานทุก 90 วัน
LTR ต่างจาก DTV อย่างไร
DTV เน้นผู้ทำงานอิสระและกิจกรรมระยะกลาง พำนักได้คราวละ 180 วัน ส่วน LTR เป็นสถานะพำนักระยะยาวที่ต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจาก BOI และมีสิทธิด้านใบอนุญาตทำงานและการรายงานตัวที่ต่างกัน
อัตราภาษี 17% ได้ทุกคนหรือไม่
ไม่ใช่ สิทธิอัตราคงที่ 17% ใช้กับกลุ่มผู้มีทักษะสูงที่ทำงานให้กิจการในไทยตามเงื่อนไข และต้องดำเนินการกับกรมสรรพากรตามขั้นตอน
เอกสารต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ
โดยทั่วไปยอมรับคำแปลภาษาอังกฤษ แต่บางหน่วยงานขอคำแปลภาษาไทย จึงควรเตรียมคำแปลที่มีคำรับรองผู้แปลไว้ล่วงหน้า
ครอบครัวขอตามได้กี่คน
คู่สมรสและบุตรที่อยู่ในอุปการะขอวีซ่าผู้ติดตามได้ตามจำนวนที่ประกาศกำหนด โดยต้องมีเอกสารความสัมพันธ์ที่ผ่านการรับรอง
ถ้าคุณสมบัติเปลี่ยนระหว่างถือวีซ่าจะเป็นอย่างไร
สถานะ LTR ผูกกับการรักษาคุณสมบัติ หากคุณสมบัติหลักเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนถึงรอบต่ออายุ
อยู่ภูเก็ตต้องบินไปกรุงเทพเพื่อยื่นหรือไม่
ขั้นตอนหลักดำเนินการทางออนไลน์ได้ ส่วนการรับตราวีซ่าและงานรับรองเอกสารบางส่วนสามารถจัดการในภูเก็ตได้ตามกรณี

บริการที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที