ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
บทความทั้งหมด
Visa & Immigration

Overstay ในไทย 2026 — ค่าปรับ ระยะเวลาห้ามเข้าประเทศ (Blacklist) และขั้นตอนแก้ไขที่ถูกต้อง

หนังสือเดินทางและแบบฟอร์มคำขอวีซ่าบนโต๊ะที่ปรึกษาด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
เผยแพร่ 5 สิงหาคม 2569อัปเดต 5 สิงหาคม 2569 12 นาที
TL;DR

การอยู่เกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต (overstay) เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยมีค่าปรับรายวันและเพดานค่าปรับสูงสุดที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย และมีบทลงโทษเพิ่มเติมคือการห้ามเข้าราชอาณาจักรตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งระยะเวลาห้ามเข้าจะต่างกันระหว่างกรณีที่ผู้อยู่เกินกำหนด “เดินทางออกเองโดยรายงานตัวที่ด่าน” กับกรณี “ถูกจับกุม” โดยกรณีถูกจับกุมมีระยะห้ามเข้ายาวกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่อยู่เกินกำหนดไม่สามารถต่ออายุวีซ่าย้อนหลังได้ และไม่มีวิธี “ลบชื่อออกจากบัญชี” แบบลัด สิ่งที่ทำได้คือดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง เก็บหลักฐานทุกใบ และตรวจสอบสถานะกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนวางแผนเดินทางกลับ

Overstay คืออะไร — และเริ่มนับเมื่อไร

Overstay คือการอยู่ในราชอาณาจักรเกินวันที่ระบุในตราประทับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (permitted to stay until) ไม่ใช่วันหมดอายุของวีซ่าในหนังสือเดินทาง จุดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนกลายเป็น overstay โดยไม่รู้ตัว

วีซ่ามีอายุสำหรับ “การเดินทางเข้า” ส่วนตราประทับขาเข้าคือ “ระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่” เมื่อผ่านด่านแล้ว ตัวเลขที่มีผลทางกฎหมายคือวันที่บนตราประทับหรือใบอนุญาตให้อยู่ต่อฉบับล่าสุดเท่านั้น

การนับเริ่มจากวันถัดจากวันสุดท้ายที่ได้รับอนุญาต และนับต่อเนื่องรวมวันหยุดราชการ ระบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบันทึกข้อมูลนี้อัตโนมัติจากการเข้า-ออกราชอาณาจักร

  • ตรวจวันหมดอายุจากตราประทับขาเข้าหรือใบอนุญาตให้อยู่ต่อฉบับล่าสุด ไม่ใช่จากสติกเกอร์วีซ่า
  • การได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อสิ้นผลทันทีเมื่อเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มี re-entry permit
  • การรายงานตัว 90 วันไม่ใช่การต่ออายุการอยู่ และไม่ป้องกัน overstay
  • หากยื่นคำขออยู่ต่อไว้แล้วและอยู่ระหว่างพิจารณา ให้ถือตามวันที่บนตราประทับ under consideration

ฐานกฎหมายและค่าปรับ — อธิบายตามตัวบท ไม่ใช่ตามข่าวลือ

การอยู่เกินกำหนดเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดโทษปรับสำหรับผู้ที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง โดยในทางปฏิบัติด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเรียกเก็บค่าปรับเป็นรายวันและมีเพดานค่าปรับสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด

เนื่องจากอัตราค่าปรับและแนวปฏิบัติของแต่ละด่านสามารถปรับปรุงได้ตามประกาศ เราจึงไม่ระบุตัวเลขที่อาจล้าสมัยไว้ในบทความ ผู้อ่านควรยืนยันอัตราปัจจุบันจาก immigration.go.th หรือสอบถามด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จะใช้เดินทางออกโดยตรง

ประเด็นที่สำคัญกว่าค่าปรับคือ “ผลต่อประวัติการเข้าเมือง” เพราะค่าปรับจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ระยะเวลาห้ามเข้าราชอาณาจักรมีผลต่อการเดินทางในอนาคตหลายปี

  • ค่าปรับคำนวณเป็นรายวันจนถึงเพดานสูงสุดที่กฎหมายกำหนด
  • ชำระค่าปรับแล้วต้องเก็บใบเสร็จของทางราชการไว้เป็นหลักฐาน
  • การชำระค่าปรับไม่ได้ลบสถิติ overstay ออกจากระบบ
  • อัตราและแนวปฏิบัติอาจต่างกันตามด่าน ให้ยืนยันก่อนเดินทางเสมอ

กรณีที่ 1 — เดินทางออกเองโดยรายงานตัวที่ด่าน (self-reported)

กรณีนี้คือผู้ที่อยู่เกินกำหนดแล้วเดินทางไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง แจ้งเจ้าหน้าที่ ชำระค่าปรับ และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วยตนเอง

ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้ที่อยู่เกินกำหนดเกินระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินทางออกเอง จะถูกกำหนดระยะเวลาห้ามเข้าราชอาณาจักรเป็นขั้นบันไดตามจำนวนวันที่อยู่เกิน โดยการอยู่เกินในระยะสั้นมากอาจยังไม่เข้าเกณฑ์ห้ามเข้า แต่จะยังต้องเสียค่าปรับ

ในทางปฏิบัติ การเดินทางออกเองให้ผลดีกว่าการถูกจับกุมเสมอ ทั้งในแง่ระยะเวลาห้ามเข้า และในแง่บันทึกในประวัติที่ไม่มีรายการควบคุมตัว

  • ควรไปถึงด่านก่อนเวลาเที่ยวบินมากกว่าปกติ เพราะขั้นตอนชำระค่าปรับใช้เวลา
  • เตรียมเงินสดสกุลบาท เนื่องจากบางด่านไม่รับบัตร
  • ขอใบเสร็จค่าปรับและถ่ายภาพหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับขาออกไว้
  • ห้ามพยายามออกทางช่องทางธรรมชาติหรือใช้เอกสารไม่ถูกต้องโดยเด็ดขาด เพราะเปลี่ยนความผิดเป็นคดีอาญาที่ร้ายแรงกว่า

กรณีที่ 2 — ถูกจับกุมหรือถูกตรวจพบระหว่างอยู่ในประเทศ

หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบระหว่างอยู่ในราชอาณาจักร เช่น จากการตรวจสอบสถานประกอบการ ด่านตรวจ หรือการแจ้งเบาะแส ผู้อยู่เกินกำหนดจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและอาจถูกควบคุมตัวเพื่อรอการส่งกลับ

ระยะเวลาห้ามเข้าราชอาณาจักรสำหรับกรณีถูกจับกุมยาวกว่ากรณีเดินทางออกเองอย่างชัดเจน และในบางกรณีที่อยู่เกินกำหนดเป็นเวลานานมาก ระยะห้ามเข้าจะยาวที่สุดตามที่ประกาศกำหนด

กรณีนี้ควรมีทนายความหรือผู้แทนที่เข้าใจกระบวนการเข้าร่วมตั้งแต่ต้น เพื่อให้การให้ถ้อยคำ การประสานสถานทูต และการเตรียมเอกสารเดินทางเป็นไปอย่างถูกต้อง

  • ถูกจับกุม = บันทึกในฐานข้อมูลพร้อมรายการดำเนินคดี ต่างจากการรายงานตัวออกเอง
  • อาจถูกส่งไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวระหว่างรอเอกสารเดินทางและตั๋วเครื่องบิน
  • หนังสือเดินทางหมดอายุจะทำให้กระบวนการยาวขึ้น ต้องประสานสถานทูตเพื่อออกเอกสารเดินทางฉุกเฉิน
  • ห้ามจ่ายเงินให้บุคคลที่อ้างว่าจะ “เคลียร์ประวัติ” ได้ — ไม่มีช่องทางเช่นนั้นตามกฎหมาย

“Blacklist” จริง ๆ คืออะไร — และเข้าใจผิดกันตรงไหน

คำว่า blacklist ที่ใช้กันทั่วไป ในทางกฎหมายคือการเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้มาจาก overstay อย่างเดียว

การถูกกำหนดระยะเวลาห้ามเข้าจาก overstay เป็นการห้ามแบบมีกำหนดเวลา เมื่อครบกำหนดแล้วจึงสามารถยื่นขอวีซ่าใหม่ได้ตามปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ เพราะการอนุญาตให้เข้าเมืองเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับความผิดอาญา ความมั่นคง หรือการใช้เอกสารเท็จ อาจนำไปสู่การห้ามเข้าที่ไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งเป็นคนละกรณีกับ overstay ธรรมดา

  • ห้ามเข้าจาก overstay = มีกำหนดเวลาชัดเจนตามขั้นบันได
  • ครบกำหนดแล้วยื่นวีซ่าใหม่ได้ แต่ไม่มีการรับประกันผล
  • ประวัติ overstay ยังคงปรากฏในระบบแม้พ้นกำหนดห้ามเข้าแล้ว
  • การเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ไม่ได้ลบประวัติ เพราะระบบเชื่อมกับข้อมูลชีวมาตรและข้อมูลส่วนบุคคล

ขั้นตอนแก้ไขที่ถูกต้อง — แยกตามสถานะปัจจุบันของคุณ

แนวทางที่ถูกต้องขึ้นกับว่าตอนนี้คุณอยู่ในสถานะใด ผู้ที่ยังอยู่ในประเทศและเพิ่งเกินกำหนดไม่กี่วัน มีทางเลือกต่างจากผู้ที่เกินกำหนดมานานหลายเดือน และต่างจากผู้ที่ออกนอกประเทศไปแล้วและต้องการกลับเข้ามา

หลักการร่วมคือ ต้องหยุดสะสมวันเกินกำหนดให้เร็วที่สุด และดำเนินการผ่านช่องทางราชการเท่านั้น การรอต่อไปทำให้ทั้งค่าปรับและระยะเวลาห้ามเข้าเพิ่มขึ้นตามขั้นบันได

  • อยู่เกินไม่กี่วันและยังอยู่ในประเทศ: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่เพื่อสอบถามแนวทางทันที ก่อนวางแผนเดินทางออก
  • อยู่เกินนานและยังอยู่ในประเทศ: ปรึกษาทนายความก่อน เพื่อประเมินระยะห้ามเข้าและเตรียมเอกสารก่อนไปด่าน
  • ออกนอกประเทศแล้วและถูกกำหนดห้ามเข้า: รอจนพ้นกำหนด แล้วยื่นขอวีซ่าใหม่ผ่านสถานทูต/สถานกงสุลพร้อมเอกสารชี้แจงประวัติ
  • ไม่แน่ใจสถานะตัวเอง: ขอตรวจสอบข้อมูลการเข้า-ออกและสถานะกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนซื้อตั๋วเดินทาง
  • กรณีมีเหตุสุดวิสัย เช่น เจ็บป่วยหรือถูกกักตัว: รวบรวมใบรับรองแพทย์และเอกสารทางการทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานประกอบการชี้แจง

เอกสารและงานรับรองที่มักต้องใช้ประกอบการชี้แจง

เมื่อยื่นขอวีซ่าใหม่หลังพ้นกำหนดห้ามเข้า สถานทูตหรือสถานกงสุลมักขอเอกสารประกอบมากกว่าผู้ยื่นทั่วไป โดยเฉพาะเอกสารที่อธิบายเหตุผลของ overstay และหลักฐานว่าได้ปฏิบัติตามกระบวนการครบถ้วน

เอกสารต่างประเทศที่นำมายื่นในไทย และเอกสารไทยที่ต้องส่งไปต่างประเทศ มักต้องผ่านการแปลรับรองและงานนิติกรณ์ตามลำดับที่ถูกต้อง หากลำดับผิดจะถูกตีกลับและเสียเวลาหลายสัปดาห์

ทีมงานของเราให้บริการเฉพาะการจัดเตรียม แปล และรับรองเอกสาร รวมถึงการทำหนังสือมอบอำนาจและคำรับรองต่าง ๆ เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานราชการใด ๆ

  • หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง (letter of explanation) พร้อมไทม์ไลน์ที่ตรงกับตราประทับ
  • สำเนาใบเสร็จค่าปรับและหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้า-ออกทุกครั้ง
  • ใบรับรองแพทย์หรือเอกสารราชการที่รองรับเหตุสุดวิสัย พร้อมคำแปลรับรอง
  • หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้แทนดำเนินการแทนในประเทศไทย
  • ใบรับรองความประพฤติ ในกรณีที่ปลายทางหรือสถานทูตร้องขอ

แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลด้านการเข้าเมืองเปลี่ยนแปลงตามประกาศได้ตลอดเวลา ก่อนตัดสินใจใด ๆ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการโดยตรง และควรพิมพ์หน้าเว็บที่อ้างอิงเก็บไว้พร้อมวันที่ตรวจสอบ

  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — immigration.go.th (ระเบียบ ประกาศ และแบบฟอร์ม)
  • กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — consular.mfa.go.th (นิติกรณ์เอกสารและ Apostille)
  • กระทรวงการต่างประเทศ — mfa.go.th (ข้อมูลวีซ่าและ e-Visa)
  • สถานเอกอัครราชทูตของประเทศคุณในไทย (กรณีเอกสารเดินทางฉุกเฉิน)

คำถามที่พบบ่อย

อยู่เกินกำหนดแค่ 1 วัน ถือเป็น overstay หรือไม่
ถือเป็นการอยู่เกินกำหนดตามกฎหมาย และจะต้องชำระค่าปรับตามอัตราที่กำหนดเมื่อเดินทางออก อย่างไรก็ตาม การอยู่เกินในระยะสั้นมากโดยเดินทางออกเองมักยังไม่เข้าเกณฑ์ที่ถูกกำหนดระยะเวลาห้ามเข้าราชอาณาจักร ควรยืนยันแนวปฏิบัติล่าสุดกับด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อนเดินทาง
ต่ออายุวีซ่าย้อนหลังหลังจาก overstay ได้ไหม
ไม่ได้ เมื่อการอนุญาตให้อยู่สิ้นสุดลงแล้ว จะไม่สามารถยื่นขออยู่ต่อได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องทำคือดำเนินการตามกระบวนการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งโดยทั่วไปคือการชำระค่าปรับและเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ถูกห้ามเข้าประเทศแล้ว มีวิธีขอลบชื่อออกก่อนกำหนดหรือไม่
การห้ามเข้าราชอาณาจักรจาก overstay เป็นการห้ามแบบมีกำหนดเวลาตามประกาศ ไม่มีช่องทางชำระเงินเพื่อยกเลิกก่อนกำหนด หากพบผู้อ้างว่าทำได้ ถือเป็นการหลอกลวงและอาจทำให้ผู้ว่าจ้างมีความผิดเพิ่ม
เปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่แล้วประวัติหายไหม
ไม่หาย ระบบตรวจคนเข้าเมืองเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลและข้อมูลชีวมาตร การใช้เล่มใหม่โดยปกปิดประวัติอาจเข้าข่ายการให้ข้อมูลเท็จ ซึ่งมีโทษหนักกว่าการอยู่เกินกำหนด
ระหว่าง overstay ถ้าออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ทันทีได้ไหม
หากถูกกำหนดระยะเวลาห้ามเข้าราชอาณาจักร จะไม่สามารถกลับเข้ามาได้จนกว่าจะพ้นกำหนด และแม้ในกรณีที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ห้ามเข้า เจ้าหน้าที่ที่ด่านยังมีดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตเข้าเมืองเป็นรายกรณี
บริษัทนายจ้างมีความเสี่ยงอะไรบ้างหากลูกจ้างต่างชาติ overstay
นายจ้างที่รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีสิทธิอยู่หรือทำงานในราชอาณาจักรอาจมีความรับผิดตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวและกฎหมายคนเข้าเมือง จึงควรตรวจสอบวันหมดอายุการอนุญาตให้อยู่และใบอนุญาตทำงานของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
ทางสำนักงานช่วยเรื่อง overstay ได้อย่างไรบ้าง
เราให้บริการด้านเอกสาร ได้แก่ การจัดทำหนังสือชี้แจง การแปลรับรองเอกสาร งานนิติกรณ์/Apostille หนังสือมอบอำนาจ และการประสานเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราไม่สามารถและไม่รับดำเนินการใด ๆ ที่อยู่นอกกรอบกฎหมาย และไม่รับประกันผลการพิจารณาของทางราชการ

บริการที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที