ขายบ้านหรือที่ดินในสหรัฐอเมริกาขณะอยู่ประเทศไทย 2026: หนังสือมอบอำนาจ การรับรองลายมือชื่อ และ FIRPTA

การขายอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาขณะอยู่ในประเทศไทยทำได้สามช่องทางหลัก คือ ลงนามเอกสารต่อเจ้าหน้าที่กงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ใช้บริการรับรองลายมือชื่อทางออนไลน์ที่รัฐปลายทางรับรอง หรือให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารในไทยรับรอง แล้วนำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุล จุดที่ทำให้ธุรกรรมล่ม มักไม่ใช่การรับรอง แต่เป็นแบบของหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ตรงกับที่สำนักงานจดทะเบียนของรัฐนั้นกำหนด และการไม่ได้เตรียมเรื่องการหักภาษีตาม FIRPTA ซึ่งผู้ซื้อมีหน้าที่หักจากราคาขายเมื่อผู้ขายเป็นบุคคลต่างด้าวทางภาษี
สามช่องทางลงนามเอกสารขณะอยู่ในประเทศไทย
ช่องทางแรกคือการลงนามต่อเจ้าหน้าที่กงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการรับรองที่ทุกรัฐยอมรับโดยไม่ต้องมีการรับรองซ้อนอีกชั้น แต่ต้องจองคิวล่วงหน้าและมีค่าธรรมเนียมต่อการรับรองแต่ละลายมือชื่อ
ช่องทางที่สองคือการรับรองลายมือชื่อทางออนไลน์โดยโนตารีที่ได้รับอนุญาตในรัฐที่รองรับวิธีนี้ ข้อดีคือเร็วและทำได้จากที่พักในไทย แต่ต้องยืนยันกับ title company ก่อนว่ารัฐที่ทรัพย์ตั้งอยู่รับเอกสารรูปแบบนี้เพื่อการจดทะเบียนหรือไม่
ช่องทางที่สามคือให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารในประเทศไทยรับรอง แล้วนำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก เอกสารที่ผ่านช่องทางนี้จะใช้ในสหรัฐอเมริกาได้ด้วยการรับรองชั้นเดียว
- สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ปลอดภัยที่สุดแต่ต้องจองคิว
- การรับรองออนไลน์ เร็วที่สุดแต่ขึ้นกับกฎของรัฐปลายทาง
- ทนายความในไทยพร้อมการรับรองจากกรมการกงสุล เหมาะกับเอกสารหลายฉบับพร้อมกัน
แบบของหนังสือมอบอำนาจต้องมาจากรัฐที่ทรัพย์ตั้งอยู่
หนังสือมอบอำนาจสำหรับธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แบบกลางที่ใช้ได้ทุกรัฐ สำนักงานจดทะเบียนของแต่ละเคาน์ตีมีข้อกำหนดของตนเองเรื่องถ้อยคำ พยาน และรูปแบบหน้ากระดาษ
แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือขอให้ทนายความหรือ title company ในรัฐนั้นร่างแบบมาให้ก่อน แล้วผู้ขายจึงนำแบบนั้นมาลงนามในไทย การใช้แบบที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการถูกปฏิเสธการจดทะเบียน
หลายรัฐกำหนดให้หนังสือมอบอำนาจที่ใช้โอนกรรมสิทธิ์ต้องนำไปจดทะเบียนไว้ที่เคาน์ตีเช่นเดียวกับโฉนด จึงต้องส่งต้นฉบับไปยังสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพียงไฟล์สแกน และควรเผื่อเวลาขนส่งระหว่างประเทศไว้ในกำหนดวันปิดการขาย
ความต่างระหว่างการรับรองสองแบบที่ห้ามสลับกัน
การรับรองแบบยืนยันว่าผู้ลงนามยอมรับว่าเป็นผู้ลงนามในเอกสาร ใช้กับเอกสารโอนกรรมสิทธิ์และหนังสือมอบอำนาจ ส่วนการรับรองแบบให้คำสาบานว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริง ใช้กับคำให้การและหนังสือรับรองข้อเท็จจริง
หากใช้ถ้อยคำรับรองสลับประเภทกัน สำนักงานจดทะเบียนจะปฏิเสธเอกสารทั้งฉบับ และผู้ขายต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งหมด ซึ่งกินเวลาอีกหลายวันเมื่อคิดรวมการส่งเอกสารข้ามประเทศ
เอกสารชุดหนึ่งอาจต้องใช้การรับรองทั้งสองแบบในคราวเดียว เช่น หนังสือมอบอำนาจใช้แบบแรก ขณะที่หนังสือรับรองสถานะทางภาษีใช้แบบที่สอง จึงควรทำรายการทีละฉบับก่อนเข้ารับการรับรอง
FIRPTA และการหักภาษีจากราคาขาย
เมื่อผู้ขายเป็นบุคคลต่างด้าวทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ผู้ซื้อมีหน้าที่ตามกฎหมายในการหักภาษีจากราคาขายและนำส่งกรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกา หน้าที่นี้อยู่ที่ผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ขาย ดังนั้น title company จะกันเงินไว้ที่ escrow โดยอัตโนมัติ
การหักเงินนี้เป็นเพียงการหักไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่จำนวนภาษีที่ต้องเสียจริง ผู้ขายขอคืนส่วนเกินได้โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีของปีนั้น หรือขอลดจำนวนที่ต้องหักไว้ล่วงหน้าโดยยื่นคำขอรับหนังสือรับรองก่อนวันปิดการขาย
ผู้ขายที่เป็นพลเมืองอเมริกันแต่อาศัยอยู่ในไทย โดยหลักไม่อยู่ในบังคับของการหักภาษีนี้ แต่ต้องลงนามในหนังสือรับรองสถานะว่าไม่ใช่บุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องรับรองลายมือชื่อเช่นกัน
- ผู้ซื้อเป็นผู้มีหน้าที่หักและนำส่ง
- ขอลดจำนวนที่หักไว้ล่วงหน้าได้ แต่ต้องยื่นก่อนวันปิดการขาย
- พลเมืองอเมริกันต้องลงนามหนังสือรับรองสถานะเพื่อไม่ให้ถูกหัก
หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายที่ไม่ใช่พลเมือง
ผู้ขายที่ไม่มีหมายเลขประกันสังคมของสหรัฐอเมริกาต้องมีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับบุคคลต่างด้าว เพื่อใช้ในการนำส่งภาษีที่หักไว้และในการขอคืนภายหลัง
การยื่นขอหมายเลขนี้ต้องแนบสำเนาหนังสือเดินทางที่รับรองแล้ว โดยรับรองจากหน่วยงานที่ออกหนังสือเดินทางหรือจากช่องทางที่กรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกายอมรับ
ระยะเวลาพิจารณาค่อนข้างนาน จึงควรเริ่มขั้นตอนนี้พร้อมกับการเตรียมหนังสือมอบอำนาจ ไม่ควรรอจนใกล้วันปิดการขาย
ลำดับงานที่ใช้กับลูกค้าที่อยู่ในไทย
ขั้นตอนที่ทำให้กำหนดวันปิดการขายไม่เลื่อน คือทำงานย้อนจากวันปิดการขายกลับมาสู่วันรับรองเอกสาร โดยเผื่อเวลาส่งเอกสารระหว่างประเทศไว้อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
- ขอชุดเอกสารร่างจาก title company หรือทนายความในรัฐที่ทรัพย์ตั้งอยู่
- ตรวจว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องใช้การรับรองแบบใด และต้องมีพยานกี่คน
- เลือกช่องทางรับรองที่รัฐปลายทางยอมรับ แล้วนัดวันลงนาม
- นำเอกสารที่รับรองแล้วไปรับรองต่อที่กรมการกงสุลเมื่อใช้ช่องทางทนายความในไทย
- ส่งต้นฉบับด้วยบริการที่ติดตามพัสดุได้ และแจ้งเลขติดตามให้ escrow ทราบ
- จัดการเรื่องหมายเลขผู้เสียภาษีและหนังสือรับรองสถานะทางภาษีขนานกันไป
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
ความผิดพลาดอันดับแรกคือชื่อในเอกสารไม่ตรงกับชื่อในโฉนดเดิม เช่น เจ้าของสมรสแล้วเปลี่ยนนามสกุลแต่โฉนดยังเป็นชื่อเดิม กรณีนี้ต้องแนบเอกสารเชื่อมโยงชื่อพร้อมคำแปลที่รับรอง
ความผิดพลาดถัดมาคือหนังสือมอบอำนาจหมดอายุตามข้อกำหนดของรัฐหรือของ escrow ก่อนถึงวันปิดการขายที่เลื่อนออกไป จึงควรระบุขอบเขตเวลาให้ยืดหยุ่นเท่าที่กฎของรัฐอนุญาต
ความผิดพลาดที่เสียเวลาที่สุดคือการส่งเพียงไฟล์สแกนไปให้ escrow แล้วเข้าใจว่าเพียงพอ ในขณะที่เคาน์ตีต้องการต้นฉบับที่มีลายมือชื่อและตราประทับจริงเพื่อการจดทะเบียน
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที