ทะเบียนราษฎรและเอกสารสถานะบุคคล — คำถามที่พบบ่อย 89 ข้อ
คำตอบอ้างอิงพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (bora.dopa.go.th) และกรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ระเบียบและแนวปฏิบัติของแต่ละสำนักทะเบียนอาจแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ
เลือกอ่านตามหมวด
ข้อ 1.ต้องแจ้งเกิดภายในกี่วัน และใครมีหน้าที่แจ้ง
พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 กำหนดให้แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด โดยผู้มีหน้าที่แจ้งคือเจ้าบ้านของบ้านที่เด็กเกิด หรือบิดามารดา ถ้าเด็กเกิดในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ผู้ดูแลสถานพยาบาลมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ให้นำไปแจ้งต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักทะเบียนอำเภอในเขตที่เด็กเกิด
ข้อ 2.แจ้งเกิดต้องใช้เอกสารอะไร
โดยทั่วไปสำนักทะเบียนจะเรียกหนังสือรับรองการเกิดจากสถานพยาบาล บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งและของบิดามารดา ทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก และใบสำคัญการสมรสของบิดามารดาถ้ามี หากบิดาเป็นชาวต่างชาติจะเรียกหนังสือเดินทางพร้อมคำแปลที่รับรองแล้ว ควรโทรสอบถามรายการเอกสารกับสำนักทะเบียนที่จะไปยื่นก่อนเดินทาง เพราะบางแห่งขอเอกสารเพิ่ม
ข้อ 3.แจ้งเกิดเกินกำหนด 15 วันแล้วยังทำได้ไหม
ยังทำได้ เรียกว่าการแจ้งเกิดเกินกำหนด แต่นายทะเบียนต้องสอบสวนพยานบุคคลและพยานเอกสารเพื่อยืนยันตัวบุคคลและสถานที่เกิด กระบวนการจึงใช้เวลานานกว่าปกติและมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด หากเด็กเกิดที่บ้านหรือไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ควรเตรียมพยานที่รู้เห็นการเกิดและหลักฐานทางการแพทย์เท่าที่มี
ข้อ 4.สูติบัตรมีฉบับภาษาอังกฤษไหม
สำนักทะเบียนออกสูติบัตรเป็นภาษาไทย ไม่มีแบบพิมพ์ภาษาอังกฤษของทางการ การใช้ในต่างประเทศจึงต้องคัดสำเนาแบบรับรองจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนนำไปรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากประเทศนั้นกำหนด
ข้อ 5.สูติบัตรฉบับจริงชำรุดหรือสูญหาย ขอใหม่ได้อย่างไร
ขอใบแทนหรือขอคัดรับรองรายการสูติบัตรได้ที่สำนักทะเบียนที่แจ้งเกิดไว้ หรือที่สำนักทะเบียนอื่นเมื่อข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรกลางแล้ว ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรายการหรือของผู้มีส่วนได้เสียไปแสดง กรณีมอบให้ผู้อื่นไปดำเนินการต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
ข้อ 6.เด็กที่เกิดในไทยจากบิดามารดาต่างชาติได้สูติบัตรไทยหรือไม่
ได้ เพราะการแจ้งเกิดเป็นการบันทึกข้อเท็จจริงว่าเด็กเกิดในราชอาณาจักร เด็กจะได้รับสูติบัตรไทย แต่สูติบัตรไม่ใช่หลักฐานการได้สัญชาติไทยเสมอไป การได้สัญชาติเป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งพิจารณาสถานะการอยู่ในประเทศของบิดามารดาด้วย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนวางแผนเรื่องหนังสือเดินทางของเด็ก
ข้อ 7.ต้องแจ้งตายภายในกี่วัน
กฎหมายกำหนดให้แจ้งตายภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือเวลาที่พบศพ โดยแจ้งต่อสำนักทะเบียนท้องที่ที่มีการตาย ถ้าตายในโรงพยาบาล ผู้รับผิดชอบสถานพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการตาย (ท.ร.4/1) ให้ญาตินำไปแจ้ง จากนั้นนายทะเบียนจะออกมรณบัตรและจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน
ข้อ 8.ถ้าเสียชีวิตที่บ้านหรือเสียชีวิตผิดธรรมชาติต้องทำอย่างไร
การตายที่บ้านต้องแจ้งเจ้าบ้านหรือผู้พบศพต่อสำนักทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมง หากเป็นการตายผิดธรรมชาติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น อุบัติเหตุ ถูกทำร้าย หรือไม่ปรากฏสาเหตุ พนักงานสอบสวนและแพทย์จะต้องชันสูตรพลิกศพก่อน นายทะเบียนจึงออกมรณบัตรตามผลการชันสูตร
ข้อ 9.มรณบัตรใช้ทำอะไรได้บ้าง
มรณบัตรเป็นเอกสารหลักในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและห้องชุดทางมรดกที่สำนักงานที่ดิน การปิดบัญชีธนาคาร การเคลมประกันชีวิตและประกันสุขภาพ และการแจ้งสถานทูตของผู้ตายกรณีเป็นชาวต่างชาติ
ข้อ 10.ชาวต่างชาติเสียชีวิตในไทย ญาติต่างประเทศต้องใช้เอกสารอะไร
โดยทั่วไปต้องใช้มรณบัตรไทยที่คัดรับรองจากสำนักทะเบียน พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษที่รับรองโดยกรมการกงสุล และในหลายประเทศต้องนำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในไทย หากต้องส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศ สถานทูตของผู้ตายจะกำหนดเอกสารเพิ่ม เช่น ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายศพและหนังสือรับรองการเผา
ข้อ 11.จำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านต้องทำแยกอีกขั้นตอนไหม
ปกติเมื่อนายทะเบียนออกมรณบัตร ระบบจะจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านให้ในคราวเดียว แต่ควรขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านฉบับใหม่มาเก็บไว้ เพราะธนาคาร สำนักงานที่ดิน และศาลมักเรียกทะเบียนบ้านที่แสดงการจำหน่ายชื่อประกอบมรณบัตร
ข้อ 12.ทะเบียนบ้าน ท.ร.14 กับ ท.ร.13 ต่างกันอย่างไร
ท.ร.14 คือทะเบียนบ้านสำหรับผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักร ส่วน ท.ร.13 หรือที่มักเรียกว่า “เล่มเหลือง” เป็นทะเบียนบ้านสำหรับคนที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งอยู่ในไทยชั่วคราวหรือยังไม่ได้ถิ่นที่อยู่ถาวร ทั้งสองเล่มใช้เป็นหลักฐานที่อยู่ได้ แต่สิทธิที่ผูกกับเล่มต่างกัน
ข้อ 13.ชาวต่างชาติขอทะเบียนบ้านเล่มเหลืองได้เมื่อไร
ขอได้ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่บ้านตั้งอยู่ เมื่อมีที่อยู่จริงในเขตนั้นและได้รับความยินยอมจากเจ้าบ้าน เอกสารที่มักเรียกคือหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ คำแปลหนังสือเดินทางที่รับรองแล้ว สัญญาเช่าหรือโฉนด/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน และพยานบุคคลตามที่นายทะเบียนกำหนด แนวปฏิบัติต่างกันในแต่ละเขต จึงควรสอบถามล่วงหน้า
ข้อ 14.เล่มเหลืองช่วยเรื่องอะไรในทางปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติเล่มเหลืองช่วยยืนยันที่อยู่กับธนาคารเมื่อเปิดบัญชี ใช้ประกอบการซื้อและโอนห้องชุดที่สำนักงานที่ดิน การขอใบอนุญาตขับรถกับกรมการขนส่งทางบก และการซื้อรถหรือจดทะเบียนสาธารณูปโภคในชื่อตนเอง แต่ไม่ได้ให้สิทธิอยู่ในประเทศเพิ่มและไม่แทนวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงาน
ข้อ 15.ย้ายเข้า–ย้ายออกทะเบียนบ้านต้องทำภายในกี่วัน
เจ้าบ้านต้องแจ้งย้ายผู้อยู่ในบ้านออกภายใน 15 วันนับแต่วันย้ายออก และแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วันนับแต่วันย้ายเข้า หากไม่แจ้งภายในกำหนดมีโทษปรับ ปัจจุบันหลายสำนักทะเบียนรับแจ้งย้ายปลายทางได้ คือไปแจ้งย้ายเข้าที่สำนักทะเบียนแห่งใหม่โดยไม่ต้องกลับไปแจ้งย้ายออกที่เดิม
ข้อ 16.ทะเบียนบ้านกลางคืออะไร ชื่อไปอยู่ในนั้นได้อย่างไร
ทะเบียนบ้านกลางเป็นทะเบียนที่นายทะเบียนใช้เก็บรายชื่อผู้ที่ไม่มีที่อยู่แน่นอนหรือถูกจำหน่ายชื่อออกจากบ้านเดิม เช่น ย้ายออกแล้วไม่แจ้งย้ายเข้าที่ใหม่เกินกำหนด ผู้ที่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางมักถูกจำกัดการทำนิติกรรมบางอย่าง จึงควรไปแจ้งย้ายเข้าบ้านที่อยู่จริงโดยเร็ว
ข้อ 17.เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านคือเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหรือไม่
ไม่จำเป็น เจ้าบ้านตามทะเบียนราษฎรหมายถึงผู้เป็นหัวหน้าครอบครองบ้านในฐานะเจ้าของ ผู้เช่า หรือผู้ดูแล ส่วนกรรมสิทธิ์พิสูจน์ด้วยโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่สำนักงานที่ดิน การมีชื่อเป็นเจ้าบ้านจึงไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ และการเป็นเจ้าของก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าบ้าน
ข้อ 18.เปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุลต้องยื่นที่ไหน
ยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 นายทะเบียนจะออกหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว (ช.3) หรือการเปลี่ยนชื่อสกุล (ช.5) ซึ่งเป็นหลักฐานที่ต้องใช้เชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อใหม่ในทุกเอกสารต่อจากนั้น
ข้อ 19.หลังเปลี่ยนชื่อแล้วต้องแก้เอกสารอะไรตามมา
ควรแก้ไขให้ครบชุด ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับรถ บัญชีธนาคาร ทะเบียนรถ กรมธรรม์ประกัน และเอกสารการศึกษา หากมีเอกสารต่างประเทศหรือวีซ่าในชื่อเดิม ต้องเก็บหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อพร้อมคำแปลรับรองไว้แสดงคู่กันเสมอ ไม่เช่นนั้นหน่วยงานปลายทางจะถือว่าเป็นคนละบุคคล
ข้อ 20.หญิงไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติจะใช้ชื่อสกุลสามีได้ไหม
ได้ กฎหมายให้คู่สมรสตกลงกันว่าจะใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดหรือใช้ชื่อสกุลเดิมของตนก็ได้ หากจะใช้ชื่อสกุลคู่สมรสต่างชาติ ต้องนำใบสำคัญการสมรสหรือทะเบียนสมรสพร้อมคำแปลที่รับรองแล้วไปบันทึกที่สำนักทะเบียน แล้วจึงเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางตามลำดับ
ข้อ 21.หลังหย่าจะกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิมต้องทำอย่างไร
นำใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดไปยื่นต่อสำนักทะเบียนเพื่อขอกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม จากนั้นแก้ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทาง หากหย่าที่ต่างประเทศ ต้องนำคำพิพากษาหรือทะเบียนหย่าต่างประเทศไปรับรองและบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยก่อน
ข้อ 22.ชื่อรองใช้ในเอกสารไทยได้ไหม
พระราชบัญญัติชื่อบุคคลรับรองชื่อรองไว้ และสามารถจดชื่อรองในทะเบียนราษฎรได้ แต่ระบบเอกสารไทยหลายอย่างพิมพ์เฉพาะชื่อตัวและชื่อสกุล ทำให้ชื่อรองอาจไม่ปรากฏ ถ้าเอกสารต่างประเทศของท่านมีชื่อกลาง ควรตรวจให้การสะกดในหนังสือเดินทางกับเอกสารทะเบียนราษฎรสอดคล้องกัน เพื่อลดปัญหาตอนยื่นวีซ่า
ข้อ 23.ต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่ออายุเท่าไร
ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้มีสัญชาติไทยต้องขอมีบัตรเมื่ออายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ และต้องยื่นภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ ผู้ที่บัตรหมดอายุก็ต้องขอทำใหม่ภายใน 60 วันนับแต่วันบัตรหมดอายุ มิฉะนั้นมีโทษปรับ
ข้อ 24.บัตรประชาชนหายต้องแจ้งตำรวจก่อนไหม
ปัจจุบันการขอบัตรใหม่กรณีบัตรหายหรือถูกทำลายทำได้ที่สำนักทะเบียนโดยไม่ต้องมีใบแจ้งความในหลายท้องที่ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวบุคคลจากฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือและภาพใบหน้าได้ แต่บางสำนักทะเบียนยังขอหลักฐานอื่นประกอบ จึงควรนำเอกสารที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ เช่น ใบขับขี่หรือหนังสือเดินทาง ไปด้วย
ข้อ 25.คนไทยที่อยู่ต่างประเทศทำบัตรประชาชนได้ไหม
สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่บางแห่งให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชนสำหรับคนไทยในต่างประเทศ โดยต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไทยและข้อมูลชีวมาตรในระบบแล้ว ควรตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลที่ท่านอยู่ในเขตอาณาว่าเปิดให้บริการและต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่
ข้อ 26.เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเปลี่ยนได้หรือไม่
ไม่เปลี่ยน เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักผูกกับตัวบุคคลตลอดชีวิต แม้เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือย้ายทะเบียนบ้านก็ยังเป็นเลขเดิม ด้วยเหตุนี้เลข 13 หลักจึงเป็นตัวเชื่อมที่แม่นยำที่สุดเวลาต้องพิสูจน์ว่าเอกสารชื่อเดิมและชื่อใหม่เป็นของบุคคลเดียวกัน
ข้อ 27.ทะเบียนสมรส คร.2 กับใบสำคัญการสมรส คร.3 ต่างกันอย่างไร
คร.2 คือทะเบียนสมรสที่บันทึกรายละเอียดการจดทะเบียนและเก็บไว้ที่สำนักทะเบียน ส่วน คร.3 คือใบสำคัญการสมรสที่มอบให้คู่สมรสถือไว้ สถานทูตต่างประเทศมักขอสำเนาคัดรับรอง คร.2 เพราะมีข้อมูลครบกว่า ดังนั้นเวลายื่นวีซ่าคู่สมรสควรคัดรับรองทั้ง คร.2 และ คร.3 พร้อมคำแปลที่รับรองแล้ว
ข้อ 28.หนังสือรับรองความเป็นโสดขอที่ไหน
คนไทยขอหนังสือรับรองสถานภาพสมรสหรือความเป็นโสดได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน ส่วนชาวต่างชาติต้องขอหนังสือรับรองสถานะจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของตนในไทย แล้วนำไปแปลและรับรองที่กรมการกงสุลก่อนใช้ยื่นจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ
ข้อ 29.จดทะเบียนสมรสหรือหย่าที่ต่างประเทศ ต้องมาบันทึกในไทยไหม
ควรบันทึก เพราะสถานะในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรไทยจะไม่เปลี่ยนเองโดยอัตโนมัติ ต้องนำทะเบียนสมรสหรือคำพิพากษาหย่าของต่างประเทศไปรับรองตามลำดับ (หน่วยงานประเทศต้นทาง สถานทูตไทยหรือสถานทูตประเทศนั้น และกรมการกงสุล) แล้วยื่นบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่สำนักทะเบียน เพื่อให้เอกสารไทยแสดงสถานะที่ถูกต้อง
ข้อ 30.กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลกับงานทะเบียนอย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสในไทยได้ และได้เอกสารทะเบียนสมรสแบบเดียวกัน อย่างไรก็ดี ประเทศปลายทางจะรับรองสถานะสมรสนั้นหรือไม่ยังขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้นเอง
ข้อ 31.บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส ใครมีอำนาจปกครองบุตร
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ มารดาจึงเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ฝ่ายบิดาจะเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายได้เมื่อจดทะเบียนสมรสกับมารดา จดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำพิพากษาของศาล
ข้อ 32.จดทะเบียนรับรองบุตรที่อำเภอมีเงื่อนไขอะไร
การจดทะเบียนรับรองบุตร (คร.11) ต้องได้รับความยินยอมของทั้งเด็กและมารดาต่อหน้านายทะเบียน หากเด็กเล็กเกินกว่าจะให้ความยินยอม หรือมารดาไม่ยินยอมหรือไม่อยู่ในฐานะให้ความยินยอมได้ บิดาต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่ง แล้วนำคำสั่งศาลไปจดทะเบียนที่สำนักทะเบียน
ข้อ 33.การรับรองบุตรทำให้เด็กมีสิทธิรับมรดกจากบิดาหรือไม่
เมื่อเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้ว เด็กเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่หนึ่งของบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 และมีสิทธิรับมรดกเช่นเดียวกับบุตรที่เกิดในระหว่างสมรส นอกจากนี้ยังส่งผลต่อหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและการใช้ชื่อสกุลด้วย
ข้อ 34.รับบุตรบุญธรรมในไทยต้องจดทะเบียนที่ไหน
การรับบุตรบุญธรรมสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น โดยต้องผ่านการพิจารณาของกรมกิจการเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรณีผู้รับเป็นชาวต่างชาติมีขั้นตอนทดลองเลี้ยงดูและการตรวจสอบเพิ่มเติม ระยะเวลาจึงยาวกว่ากรณีคนไทย
ข้อ 35.บุตรเกิดต่างประเทศจากบิดาหรือมารดาไทยต้องแจ้งเกิดที่ไหน
แจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่มีเขตอาณาครอบคลุมสถานที่เกิด โดยนำสูติบัตรของประเทศนั้นที่รับรองแล้วพร้อมคำแปล หนังสือเดินทางและเอกสารสถานะสมรสของบิดามารดาไปแสดง สถานทูตจะออกสูติบัตรไทยให้ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานขอหนังสือเดินทางไทยและเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านต่อไป
ข้อ 36.เด็กที่เกิดต่างประเทศได้สัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่
พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ให้ผู้ที่เกิดโดยบิดาหรือมารดาผู้มีสัญชาติไทยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร กรณีบิดาเป็นคนไทยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา อาจต้องมีหลักฐานความเป็นบิดาตามกฎหมาย เช่น การรับรองบุตรหรือผลตรวจดีเอ็นเอตามที่หน่วยงานกำหนด
ข้อ 37.เพิ่มชื่อเด็กที่เกิดต่างประเทศเข้าทะเบียนบ้านไทยทำอย่างไร
นำสูติบัตรไทยที่สถานทูตออกให้ หรือสูติบัตรต่างประเทศที่แปลและรับรองนิติกรณ์เรียบร้อยแล้ว ไปยื่นขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนซึ่งบิดามารดามีชื่ออยู่ นายทะเบียนจะกำหนดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักให้เด็ก ซึ่งจำเป็นต่อการเรียน การรักษาพยาบาล และการทำบัตรประชาชนในอนาคต
ข้อ 38.เด็กถือสองสัญชาติได้ไหมในทางปฏิบัติ
กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้เด็กที่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดต้องสละสัญชาติอื่น เด็กจึงถือสองสัญชาติได้ในทางปฏิบัติ แต่ควรใช้หนังสือเดินทางไทยเข้าออกประเทศไทยเพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องระยะเวลาพำนักและการเกณฑ์ทหารในอนาคต และตรวจสอบกฎของประเทศอีกสัญชาติด้วย เพราะบางประเทศจำกัดการถือสองสัญชาติ
ข้อ 39.เอกสารทะเบียนราษฎรที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านขั้นตอนอะไร
ลำดับมาตรฐานคือ (1) คัดสำเนาแบบรับรองจากสำนักทะเบียน (2) แปลเป็นภาษาปลายทางโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลยอมรับ (3) ยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และ (4) นำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย หากประเทศนั้นยังกำหนดขั้นตอนนี้
ข้อ 40.Apostille จะเปลี่ยนขั้นตอนของเอกสารทะเบียนราษฎรอย่างไร
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เมื่อมีผลแล้ว เอกสารที่ผ่านการออก Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยจะใช้ในประเทศภาคีได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง แต่ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้ขั้นตอนนิติกรณ์แบบเดิม ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่ hcch.net และ consular.mfa.go.th
ข้อ 41.แปลเอกสารเองแล้วให้กรมการกงสุลรับรองได้ไหม
กองสัญชาติและนิติกรณ์รับรองคำแปลโดยตรวจความถูกต้องตรงกันระหว่างต้นฉบับกับคำแปล หากคำแปลผิดรูปแบบ สะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรือแปลตกหล่น จะถูกส่งคืนให้แก้ ในทางปฏิบัติจึงควรให้ผู้แปลที่ทำงานกับแบบพิมพ์ทะเบียนราษฎรเป็นประจำดำเนินการ เพื่อลดรอบการแก้ไขและเวลารวมของงาน
ข้อ 42.การสะกดชื่อในคำแปลต้องตรงกับหนังสือเดินทางหรือไม่
ต้องตรง ชื่อและนามสกุลในคำแปลควรสะกดเหมือนหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อหรือมีการสะกดต่างกันในเอกสารเก่า ให้แนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อพร้อมคำแปลไปด้วย เพราะหน่วยงานปลายทางจะตรวจความเชื่อมโยงของตัวบุคคลจากเอกสารชุดนี้
ข้อ 43.ข้อมูลในสูติบัตรสะกดผิดหรือวันเกิดไม่ตรง แก้ไขได้ไหม
แก้ไขได้โดยยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพร้อมพยานหลักฐานที่แสดงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เช่น หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล เอกสารการศึกษา หรือเอกสารราชการอื่นที่ทำขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับการเกิด นายทะเบียนจะสอบสวนก่อนสั่งแก้ ถ้าพยานหลักฐานไม่เพียงพออาจต้องใช้คำสั่งศาล
ข้อ 44.ชื่อในทะเบียนบ้านกับในหนังสือเดินทางไม่ตรงกันจะมีปัญหาไหม
มีปัญหาแน่นอนเวลายื่นวีซ่า ทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน หรือเปิดบัญชีธนาคาร เพราะหน่วยงานจะถือเป็นข้อมูลไม่สอดคล้อง ควรแก้ที่ต้นทางก่อน คือปรับข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ถูกต้อง แล้วจึงทำหนังสือเดินทางใหม่ หรือแนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อพร้อมคำแปลรับรองเพื่ออธิบายความเชื่อมโยง
ข้อ 45.คัดรับรองรายการทะเบียนราษฎรที่สำนักทะเบียนใดก็ได้จริงไหม
รายการที่อยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรกลางของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง สามารถคัดรับรองได้ที่สำนักทะเบียนอื่นได้ในหลายกรณี แต่เอกสารเก่าที่ยังไม่ถูกบันทึกเข้าระบบอาจต้องกลับไปที่สำนักทะเบียนต้นทาง จึงควรโทรสอบถามก่อน โดยเฉพาะเอกสารก่อนปีที่เริ่มจัดเก็บด้วยระบบคอมพิวเตอร์
ข้อ 46.มอบอำนาจให้คนอื่นไปดำเนินการแทนที่สำนักทะเบียนได้ไหม
งานทะเบียนราษฎรหลายรายการมอบอำนาจได้ เช่น การขอคัดรับรองสำเนา โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบพร้อมลงนามรับรอง แต่รายการที่ต้องแสดงเจตนาหรือเก็บชีวมาตรเอง เช่น การทำบัตรประจำตัวประชาชน การจดทะเบียนสมรส และการรับรองบุตร ต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง
ข้อ 47.อยู่ต่างประเทศแต่ต้องใช้เอกสารทะเบียนราษฎรไทย ทำอย่างไรได้เร็วที่สุด
แนวทางที่เร็วที่สุดคือมอบอำนาจให้ผู้แทนในไทยไปคัดรับรองสำเนาที่สำนักทะเบียน แปล และยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล โดยหนังสือมอบอำนาจที่ทำในต่างประเทศควรลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือให้ Notary Public ในประเทศนั้นรับรองแล้วผ่านขั้นตอนนิติกรณ์ก่อนใช้ในไทย
ข้อ 48.ชาวต่างชาติขอเลขประจำตัว 13 หลักและทะเบียนบ้าน ท.ร.13 ได้ไหม
ได้ ถ้าอยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้ยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นในเขตที่พักอาศัย พร้อมหนังสือเดินทาง วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ ใบอนุญาตทำงานหรือหลักฐานการอยู่ต่อ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมของเจ้าบ้าน และ ทร.38 ก หรือใบรับแจ้ง ตม.30 นายทะเบียนจะเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ท.ร.13) และออกเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 6 หรือ 8 ให้ใช้อ้างอิงกับธนาคารและหน่วยงานราชการต่อไป
ข้อ 49.ท.ร.13 กับ ท.ร.14 ต่างกันอย่างไร
ท.ร.14 คือทะเบียนบ้านสำหรับผู้มีสัญชาติไทยและผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ส่วน ท.ร.13 คือทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ชั่วคราวโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งสองเล่มใช้ยืนยันที่อยู่ได้เหมือนกันในทางปฏิบัติ แต่ผู้ถือ ท.ร.13 ยังต้องรายงานตัว 90 วันและต่ออายุการอยู่ตามเงื่อนไขวีซ่าตามปกติ
ข้อ 50.เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลแล้ว เอกสารเดิมที่รับรองไว้ยังใช้ได้ไหม
ใช้ได้ แต่ต้องแนบใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ (ช.3) หรือใบสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล (ช.5) ไปพร้อมกันเพื่อเชื่อมโยงชื่อเดิมกับชื่อใหม่ หากนำไปใช้ต่างประเทศ ให้แปลใบสำคัญดังกล่าวและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลควบคู่กับเอกสารหลัก มิฉะนั้นหน่วยงานปลายทางอาจไม่รับเพราะชื่อไม่ตรงกัน
ข้อ 51.หญิงไทยสมรสกับชาวต่างชาติ ต้องเปลี่ยนคำนำหน้าและนามสกุลหรือไม่
ไม่บังคับ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ให้สิทธิเลือกใช้ นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ และพระราชบัญญัติชื่อบุคคลให้เลือกใช้นามสกุลเดิม นามสกุลคู่สมรส หรือใช้ร่วมกันได้ หากเลือกเปลี่ยน ให้แจ้งที่สำนักทะเบียนเพื่อออกใบสำคัญและแก้ไขทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชน แล้วจึงแก้ไขหนังสือเดินทางตามลำดับ
ข้อ 52.จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ ต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัว คร.22 ไหม
การสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายของประเทศที่จด แต่ทะเบียนราษฎรไทยจะยังไม่ปรากฏสถานะสมรสจนกว่าจะบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนในไทย จึงควรบันทึกไว้เพราะมีผลต่อการใช้สิทธิมรดก การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การขอวีซ่าติดตามคู่สมรส และการขอหนังสือรับรองความเป็นโสดในอนาคต
ข้อ 53.บันทึกฐานะแห่งครอบครัว คร.22 ใช้เอกสารอะไรบ้าง
โดยทั่วไปใช้ทะเบียนสมรสต่างประเทศที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศนั้นและสถานทูตไทย หรือหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ใช้ Apostille แทนได้ พร้อมคำแปลภาษาไทยที่รับรองโดยกรมการกงสุล บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย และหนังสือเดินทางของคู่สมรสต่างชาติ ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะยื่นล่วงหน้า เพราะบางแห่งขอพยานบุคคลเพิ่ม
ข้อ 54.หนังสือรับรองความเป็นโสดขอที่ไหน และมีอายุเท่าไร
ขอที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นตามภูมิลำเนา นายทะเบียนจะออกหนังสือรับรองโดยอ้างอิงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและคำให้การของพยาน หนังสือฉบับนี้ไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่รับเฉพาะที่ออกภายใน 3-6 เดือน จึงควรขอในช่วงใกล้วันใช้งานจริง
ข้อ 55.ใบมรณบัตรของคนไทยที่เสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร
แจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้นเพื่อออกมรณบัตรไทย โดยใช้ใบมรณบัตรท้องถิ่นพร้อมคำแปล จากนั้นนำมรณบัตรไทยไปจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในไทย ขั้นตอนนี้จำเป็นก่อนยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล
ข้อ 56.ทะเบียนหย่าต่างประเทศใช้ในไทยได้ทันทีไหม
ไม่ทันที ต้องนำคำพิพากษาหรือทะเบียนหย่าที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว ไปบันทึกฐานะแห่งครอบครัวเรื่องการหย่าที่สำนักทะเบียน กรณีเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ นายทะเบียนอาจให้ยื่นคำร้องต่อศาลไทยเพื่อรับรองผลก่อน ควรให้ทนายตรวจเอกสารก่อนยื่นเพื่อลดการต้องยื่นซ้ำ
ข้อ 57.ขอคัดสำเนาทะเบียนราษฎรฉบับภาษาอังกฤษได้ไหม
สำนักทะเบียนออกเอกสารเป็นภาษาไทยเท่านั้น การใช้งานต่างประเทศต้องคัดสำเนาแบบรับรองจากนายทะเบียน แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ทั้งนี้บางสำนักทะเบียนในเขตท่องเที่ยวมีแบบฟอร์มคำแปลมาตรฐานให้ ซึ่งยังต้องนำไปรับรองที่กรมการกงสุลอยู่ดี
ข้อ 58.แจ้งย้ายที่อยู่ปลายทางอัตโนมัติทำอย่างไร
ผู้ย้ายเข้าสามารถไปแจ้งที่สำนักทะเบียนปลายทางแห่งเดียวได้โดยไม่ต้องกลับไปแจ้งย้ายออกที่ทะเบียนเดิม ใช้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านเล่มที่จะย้ายเข้า และหนังสือยินยอมของเจ้าบ้านพร้อมสำเนาบัตร ระบบจะตัดชื่อออกจากทะเบียนเดิมให้เอง วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาสำหรับผู้ที่ย้ายมาทำงานที่ภูเก็ต
ข้อ 59.เด็กที่เกิดในไทยจากพ่อแม่ต่างชาติ ได้สัญชาติไทยไหม
โดยหลักไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติสัญชาติใช้หลักสายโลหิตเป็นสำคัญ เด็กจะได้สูติบัตรไทยซึ่งรับรองข้อเท็จจริงการเกิด แต่สัญชาติจะเป็นไปตามสัญชาติของบิดามารดา จึงต้องไปแจ้งเกิดที่สถานทูตของประเทศตนเพื่อออกเอกสารสัญชาติและหนังสือเดินทางให้บุตรด้วย
ข้อ 60.ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านฉบับภาษาอังกฤษได้จากที่ไหน
สำนักทะเบียนออกเอกสารเป็นภาษาไทย จึงต้องนำสำเนาที่นายทะเบียนรับรองไปแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล บางสำนักทะเบียนออกหนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎรแบบสองภาษาให้ได้ ควรสอบถามที่สำนักทะเบียนท้องที่ก่อนเพื่อลดขั้นตอนการแปล
ข้อ 61.หนังสือรับรองสถานภาพสมรสใช้ทำอะไร และขอที่ไหน
ใช้เป็นหลักฐานว่าโสด หย่า หรือคู่สมรสเสียชีวิต สำหรับจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศหรือยื่นวีซ่าคู่สมรส ขอได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน แล้วนำไปแปลและรับรองคำแปลก่อนใช้ในต่างประเทศ เอกสารนี้มักถูกกำหนดอายุไม่เกิน 3-6 เดือน
ข้อ 62.ใบสูติบัตรฉบับเก่าที่ชำรุดหรือสูญหายขอใหม่ได้ไหม
ขอหนังสือรับรองรายการสูติบัตรจากสำนักทะเบียนที่แจ้งเกิดได้ ซึ่งมีผลใช้แทนต้นฉบับในทางปฏิบัติ หากแจ้งเกิดต่างจังหวัดสามารถขอผ่านระบบทะเบียนกลางได้ในหลายกรณี ควรตรวจการสะกดชื่ออักษรโรมันในคำแปลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ
ข้อ 63.บุตรเกิดในต่างประเทศต้องแจ้งเกิดที่ไทยหรือไม่
ควรแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยเพื่อออกสูติบัตรไทย แล้วนำไปเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในประเทศไทย หากใช้สูติบัตรต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศนั้นและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นที่สำนักทะเบียน
ข้อ 64.เปลี่ยนชื่อแล้วต้องแก้เอกสารใดตามไปด้วย
แก้ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง และแจ้งหน่วยงานที่ถือข้อมูล เช่น ธนาคาร ประกันสังคม และกรมสรรพากร สำหรับการใช้ในต่างประเทศ ให้เก็บหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อพร้อมคำแปลรับรองไว้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงตัวบุคคลในเอกสารชุดเดิม
ข้อ 65.ทะเบียนหย่าที่จดในต่างประเทศจะบันทึกในทะเบียนไทยได้อย่างไร
นำคำสั่งหรือคำพิพากษาหย่าของศาลต่างประเทศที่รับรองตามระบบของประเทศนั้น มาแปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นต่อสำนักทะเบียนเพื่อบันทึกฐานะแห่งครอบครัว การบันทึกนี้จำเป็นก่อนจดทะเบียนสมรสใหม่ในไทย และนายทะเบียนอาจขอเอกสารเพิ่มเป็นรายกรณี
ข้อ 66.หนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎรมีอายุการใช้งานเท่าไร
ตัวเอกสารไม่กำหนดวันหมดอายุในตัวเอง แต่ผู้รับคำร้องส่วนใหญ่กำหนดว่าออกไม่เกิน 3-6 เดือน เพราะข้อมูลทะเบียนเปลี่ยนแปลงได้ ควรขอฉบับใหม่ใกล้วันยื่นและขอหลายชุดพร้อมกันเพื่อประหยัดรอบเดินทาง
ข้อ 67.คนต่างชาติขอหลักฐานที่อยู่ในไทยเพื่อยื่นเอกสารต่างประเทศได้อย่างไร
หากมีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.13 ใช้สำเนาที่นายทะเบียนรับรองได้ หากไม่มี ให้ใช้หนังสือรับรองที่อยู่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตของตนในไทย ประกอบกับใบแจ้งที่พัก TM30 และสัญญาเช่า ผู้รับคำร้องแต่ละรายกำหนดรูปแบบต่างกัน ควรถามรูปแบบที่ยอมรับก่อนดำเนินการ
ข้อ 68.แก้ไขวันเดือนปีเกิดหรือคำสะกดชื่อในทะเบียนราษฎรทำได้ไหม
ทำได้เมื่อมีหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง เช่น เอกสารโรงพยาบาล หลักฐานการศึกษา หรือเอกสารราชการเดิมที่ระบุข้อมูลถูกต้อง โดยยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนซึ่งมีอำนาจสอบข้อเท็จจริง บางกรณีต้องมีคำสั่งศาลประกอบ ระยะเวลาขึ้นกับความซับซ้อนของพยานหลักฐาน
ข้อ 69.มรณบัตรของคนไทยที่เสียชีวิตต่างประเทศใช้ในไทยได้อย่างไร
แจ้งการตายต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยเพื่อออกมรณบัตรไทย หรือใช้มรณบัตรต่างประเทศที่รับรองตามระบบของประเทศนั้นแล้วแปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ก่อนยื่นจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านและใช้ในการจัดการมรดก
ข้อ 70.ขอทะเบียนสมรสฉบับคัดสำเนาใหม่เมื่อต้นฉบับหาย ต้องทำอย่างไร
ยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนที่จดทะเบียนสมรส เพื่อขอคัดสำเนาทะเบียนสมรส คร.4 ที่นายทะเบียนรับรอง โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ร้อง หากจดที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ให้ขอผ่านกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ แล้วนำไปแปลและรับรองคำแปลก่อนใช้ต่อ
ข้อ 71.เอกสารทะเบียนราษฎรที่จะใช้ยื่นต่างประเทศต้องรับรองกี่ชั้น
ตามลำดับปฏิบัติทั่วไปคือ นายทะเบียนรับรองสำเนา จากนั้นแปลเป็นภาษาที่ผู้รับกำหนด แล้วรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และขั้นสุดท้ายอาจต้องประทับรับรองจากสถานทูตของประเทศปลายทางในไทย ประเทศที่รับ Apostille อาจลดขั้นตอนได้ ควรถามผู้รับคำร้องก่อนดำเนินการ
ข้อ 72.แปลเอกสารทะเบียนราษฎรเองแล้วให้กงสุลรับรองได้ไหม
ยื่นได้ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องของคำแปลอย่างเคร่งครัด หากพบคำผิด ชื่อสถานที่หรืออักษรโรมันไม่ตรงหลักฐาน จะถูกส่งคืนให้แก้ ทำให้เสียรอบเดินทาง แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงคือใช้ผู้แปลที่คุ้นรูปแบบเอกสารราชการและตรวจการสะกดชื่อกับหนังสือเดินทางทุกจุด
ข้อ 73.ชื่อในทะเบียนบ้านกับหนังสือเดินทางสะกดต่างกัน จะมีปัญหาไหม
อาจถูกผู้รับคำร้องปฏิเสธเพราะยืนยันตัวบุคคลไม่ได้ ทางแก้คือใช้การสะกดตามหนังสือเดินทางในคำแปลทุกฉบับ และแนบเอกสารเชื่อมโยง เช่น หนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือหนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎร เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
ข้อ 74.ขอเอกสารทะเบียนราษฎรแทนญาติที่อยู่ต่างประเทศได้หรือไม่
ทำได้เมื่อมีหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามและรับรองอย่างถูกต้อง พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ หากลงนามในต่างประเทศ ควรให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยรับรองลายมือชื่อ เพื่อให้นายทะเบียนรับพิจารณา
ข้อ 75.เอกสารทะเบียนราษฎรฉบับ e-Document ใช้ยื่นต่างประเทศได้ไหม
บางหน่วยงานยอมรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้ผ่านระบบราชการ แต่กระบวนการรับรองคำแปลและการรับรองจากสถานทูตส่วนใหญ่ยังยึดเอกสารกระดาษที่นายทะเบียนรับรอง จึงควรขอฉบับกระดาษไว้ควบคู่ และสอบถามรูปแบบที่ผู้รับยอมรับก่อนยื่น
ข้อ 76.บันทึกฐานะแห่งครอบครัวคืออะไร ต้องทำเมื่อไร
เป็นการบันทึกข้อเท็จจริงเรื่องสมรสหรือหย่าที่เกิดขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศไว้ในทะเบียนไทย โดยยื่นที่สำนักทะเบียนพร้อมเอกสารต่างประเทศที่รับรองแล้วและคำแปลรับรอง จำเป็นเมื่อจะจดทะเบียนสมรสใหม่ในไทย เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ หรือใช้สิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินและมรดก
ข้อ 77.ต้องเผื่อเวลาเท่าไรสำหรับชุดเอกสารทะเบียนราษฎรที่ยื่นต่างประเทศ
ควรเผื่ออย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์ต่อชุด เพราะต้องรวมเวลาคัดสำเนาที่สำนักทะเบียน เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และคิวสถานทูตปลายทาง หากผู้รับกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกิน 3 เดือน ให้เริ่มนับถอยหลังจากวันยื่นจริงเพื่อไม่ให้เอกสารเก่าเกินเกณฑ์
ข้อ 78.เด็กเกิดในต่างประเทศจากพ่อแม่ไทย ต้องแจ้งเกิดที่ไหนและใช้เอกสารใด
แนวปฏิบัติคือแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เด็กเกิด โดยใช้สูติบัตรท้องถิ่นที่รับรองตามกฎหมายประเทศนั้น หนังสือเดินทางและทะเบียนสมรสของบิดามารดา เมื่อได้สูติบัตรไทยแล้วจึงนำไปเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในไทยและขอทำหนังสือเดินทางไทยต่อได้
ข้อ 79.หนังสือรับรองสถานะโสดขอที่ใดและใช้ยื่นอย่างไร
โดยทั่วไปขอที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา โดยอาศัยพยานรับรองสองคนตามระเบียบของแต่ละสำนักทะเบียน จากนั้นแปลเป็นภาษาที่ประเทศปลายทางกำหนดและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล บางประเทศกำหนดให้เอกสารออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือนก่อนวันยื่น จึงควรขอใกล้กำหนดยื่น
ข้อ 80.เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลหลังจากทำเอกสารต่างประเทศไปแล้วต้องทำอะไร
ควรขอหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อหรือการจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลจากสำนักทะเบียน แปลและรับรองคำแปล เพื่อใช้เป็นเอกสารเชื่อมโยงว่าบุคคลในเอกสารเดิมและเอกสารใหม่เป็นคนเดียวกัน แล้วแจ้งหน่วยงานที่ถือข้อมูลของท่าน เช่น สถาบันการศึกษา ธนาคาร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ข้อ 81.จดทะเบียนหย่าในต่างประเทศแล้วต้องบันทึกในทะเบียนไทยไหม
แนวปฏิบัติคือยื่นบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่สำนักทะเบียน โดยใช้คำสั่งศาลหรือทะเบียนหย่าต่างประเทศที่รับรองแล้วพร้อมคำแปลรับรอง เพื่อให้สถานะในทะเบียนไทยเป็นปัจจุบัน จำเป็นเมื่อจะสมรสใหม่ในไทย เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ หรือใช้สิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินและมรดก
ข้อ 82.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านหายจะใช้เอกสารใดแทนได้
ยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนเพื่อขอใบแทนหรือขอหนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนรับรอง ซึ่งมีรายละเอียดเทียบเท่าและใช้ยื่นต่างประเทศได้เมื่อผ่านการแปลและรับรองคำแปล ควรเตรียมบัตรประจำตัวและหลักฐานความเกี่ยวข้องกับบ้านเลขที่นั้น
ข้อ 83.บุตรบุญธรรมต้องเตรียมเอกสารทะเบียนอะไรเมื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ
โดยทั่วไปต้องมีทะเบียนรับบุตรบุญธรรม คำสั่งหรือหนังสืออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สูติบัตร และทะเบียนบ้านที่แสดงความสัมพันธ์ จากนั้นแปลและรับรองคำแปล บางประเทศกำหนดขั้นตอนรับรองเพิ่มที่สถานทูตของตนในไทย ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม
ข้อ 84.ชื่ออักษรโรมันในเอกสารทะเบียนควรใช้รูปแบบใด
ควรใช้การสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักในคำแปลทุกฉบับ เพราะผู้รับคำร้องใช้หนังสือเดินทางเป็นเอกสารยืนยันตัวบุคคล หากเอกสารเก่าสะกดต่างกัน ให้แนบหนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎรหรือหนังสือเปลี่ยนชื่อเพื่อเชื่อมโยงหลักฐาน
ข้อ 85.ผู้ถือสัญชาติอื่นที่เคยมีชื่อในทะเบียนบ้านไทยขอคัดเอกสารได้ไหม
โดยทั่วไปขอได้หากยังมีรายการอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร โดยยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานยืนยันตัวบุคคลและเอกสารเชื่อมโยงชื่อเดิม กรณีที่ถูกจำหน่ายรายการแล้วอาจต้องขอหนังสือรับรองรายการที่จำหน่าย ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่เคยมีชื่อเป็นลำดับแรก
ข้อ 86.เอกสารทะเบียนราษฎรที่รับรองแล้ว ใช้ยื่นได้หลายประเทศพร้อมกันหรือไม่
หลายผู้รับคำร้องเก็บเอกสารต้นฉบับไว้และไม่คืน จึงควรคัดสำเนารับรองหลายฉบับในคราวเดียว แล้วส่งแปลและรับรองคำแปลพร้อมกัน วิธีนี้ลดค่าธรรมเนียมและรอบการเข้าคิวเมื่อต้องยื่นหลายประเทศในช่วงเวลาใกล้กัน
ข้อ 87.ยื่นคำร้องทะเบียนราษฎรข้ามเขตได้หรือไม่
บางรายการทำได้ต่างสำนักทะเบียนตามที่ระเบียบกำหนด แต่บางรายการเช่นการแก้ไขรายการหรือบันทึกฐานะแห่งครอบครัวมักต้องยื่นที่สำนักทะเบียนต้นเรื่อง จึงควรโทรยืนยันกับสำนักทะเบียนก่อนเดินทาง เพื่อไม่ต้องเสียรอบและค่าเดินทางซ้ำ
ข้อ 88.ต้องเผื่อเวลาเท่าไรเมื่อต้องใช้เอกสารทะเบียนหลายรายการพร้อมกัน
ควรเผื่อประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ต่อชุด รวมเวลาคัดสำเนาที่สำนักทะเบียน เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และคิวสถานทูตปลายทาง หากมีรายการที่ต้องบันทึกหรือแก้ไขก่อน ควรเผื่อเวลาพิจารณาของนายทะเบียนเพิ่มอีก
ข้อ 89.เอกสารทะเบียนที่แปลไว้เมื่อสองปีก่อนยังใช้ได้ไหม
คำแปลอาจยังถูกต้องตามเนื้อหา แต่ผู้รับคำร้องส่วนใหญ่ดูวันที่ออกของเอกสารต้นฉบับและวันรับรองคำแปล หากเกินกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เช่น 3 หรือ 6 เดือน มักต้องคัดสำเนาใหม่และรับรองคำแปลใหม่ ควรตรวจเงื่อนไขของผู้รับคำร้องก่อนใช้เอกสารเก่า
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามรายการเอกสาร การคัดรับรองสำเนา การแปลและรับรองนิติกรณ์เอกสารทะเบียนราษฎรได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (bora.dopa.go.th)
- • กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (dopa.go.th)
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร 2534 / พ.ร.บ.ชื่อบุคคล 2505 / พ.ร.บ.สัญชาติ 2508 (krisdika.go.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารทะเบียนราษฎร (consular.mfa.go.th)
- • HCCH — Apostille Section (มีผลกับไทย 28 ก.พ. 2570)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ