พินัยกรรมต่างประเทศกับทรัพย์สินในไทย — ใช้ได้แค่ไหน
หลักกฎหมายขัดกันตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แบบของพินัยกรรมและกฎหมายที่ใช้บังคับกับสังหาริมทรัพย์-อสังหาริมทรัพย์ การใช้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศต่อศาลไทย และเหตุผลที่ควรทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทย
ชาวต่างชาติที่มีพินัยกรรมจากประเทศบ้านเกิด ใช้กับทรัพย์สินในไทยได้หรือไม่
ใช้ได้ในหลักการ ศาลไทยรับพิจารณาพินัยกรรมต่างประเทศได้ แต่ต้องแปลและรับรองเอกสารครบถ้วน และต้องพิสูจน์ความสมบูรณ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งทำให้คดีใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ผู้ที่มีทรัพย์สินในไทยจึงนิยมทำพินัยกรรมไทยแยกอีกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยโดยเฉพาะ
ทำพินัยกรรมสองฉบับคนละประเทศ จะขัดกันหรือไม่
ไม่ขัดกันหากร่างอย่างระมัดระวัง โดยระบุขอบเขตให้ชัดว่าพินัยกรรมไทยครอบคลุมเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย และมีข้อความยืนยันว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศที่ครอบคลุมทรัพย์สินนอกประเทศไทย ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ข้อความเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดฉบับก่อนหน้า ทำให้พินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งสิ้นผลโดยไม่ตั้งใจ
กฎหมายของประเทศใดใช้บังคับกับมรดกของชาวต่างชาติที่ตายในไทย
พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 วางหลักว่าการสืบมรดกในสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกขณะถึงแก่ความตาย ส่วนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ดังนั้นที่ดินและห้องชุดในประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเสมอ ไม่ว่าเจ้ามรดกจะถือสัญชาติใด
ต้องยื่นคำร้องที่ศาลไหน และใช้เอกสารอะไรบ้าง
ยื่นต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หรือศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่หากเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในไทย เอกสารหลักได้แก่ ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายและผู้ร้อง ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีเครือญาติ บัญชีทรัพย์มรดก พินัยกรรม (ถ้ามี) และหนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น
ภรรยาคนไทยเสียชีวิต สามีต่างชาติจะได้ที่ดินหรือไม่
สามีต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรสตามมาตรา 1635 แต่สิทธิ "รับ" ไม่เท่ากับสิทธิ "ถือครอง" ที่ดิน เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก็ต้องจำหน่ายภายในกำหนดตามมาตรา 94 ทางเลือกที่ใช้กันคือให้บุตรที่มีสัญชาติไทยรับโอนที่ดิน แล้วจดทะเบียนสิทธิเก็บกินหรือสิทธิอาศัยตลอดชีวิตให้บิดา ซึ่งจดทะเบียนได้ที่สำนักงานที่ดิน
เอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไรก่อนใช้ในคดีมรดกไทย
ปัจจุบันต้องผ่านสามขั้นตอน คือ ให้ Notary Public ในประเทศต้นทางรับรอง จากนั้นให้กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยรับรองต่อ แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ศาลไทยและสำนักงานที่ดินจึงจะรับเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐาน
ควรทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดข้อพิพาทมรดกในครอบครัวข้ามชาติ
แนวทางที่ใช้ได้ผลคือทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยพร้อมระบุขอบเขตให้ชัด จัดทำบัญชีทรัพย์สินและเอกสารสิทธิให้ครบและเก็บสำเนาไว้กับที่ปรึกษากฎหมาย ระบุตัวผู้จัดการมรดกสำรอง ตรวจสอบว่าเอกสารสมรสและสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศได้รับการรับรองและแปลไว้ล่วงหน้า และทบทวนพินัยกรรมทุกครั้งที่มีการสมรส หย่า มีบุตร หรือซื้อทรัพย์สินใหม่
ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่
ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ
คู่สมรสต่างชาติรับมรดกเป็นที่ดินในไทยได้หรือไม่
ชาวต่างชาติรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 93 แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่มีการอนุญาต ผลคือกรมที่ดินจะให้จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดโดยทั่วไปหนึ่งปี หากไม่จำหน่ายอธิบดีมีอำนาจจำหน่ายแทน ทางออกที่วางแผนล่วงหน้าได้คือกำหนดให้ที่ดินตกแก่ทายาทสัญชาติไทย หรือแปลงการถือครองเป็นห้องชุดในโควตาต่างชาติซึ่งรับมรดกและถือครองต่อได้
ผู้จัดการมรดกต้องตั้งโดยศาลเสมอไปหรือไม่ ใช้เวลานานเท่าไร
ประเทศไทยไม่มีระบบพิสูจน์พินัยกรรมนอกศาล ธนาคารและกรมที่ดินจึงเรียกคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนโอนทรัพย์แทบทุกกรณี แม้จะมีพินัยกรรมชัดเจน กระบวนการยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาใช้เวลาโดยทั่วไป 45–75 วันสำหรับคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน และหลังศาลมีคำสั่งต้องรอคดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันจึงขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้ได้
มรณบัตรที่ออกในต่างประเทศจะใช้ในคดีมรดกไทยต้องทำอย่างไร
ต้องนำมรณบัตรฉบับจริงไปรับรองในประเทศที่ออกเอกสารก่อน (Apostille หรือรับรองสถานทูตไทย) แล้วแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล นำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากผู้ตายเป็นคนไทยควรแจ้งตายต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อออกมรณบัตรไทยและจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนที่ธนาคารและกรมที่ดินราบรื่นขึ้นมาก
พินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยหรือไม่
ใช้ได้หากทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายแห่งสถานที่ทำพินัยกรรมหรือกฎหมายสัญชาติของผู้ทำ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แต่ในทางปฏิบัติต้องนำไปรับรองในต่างประเทศ แปลเป็นไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และให้ศาลไทยรับฟังในคดีตั้งผู้จัดการมรดก ระยะเวลาจึงยาวกว่าการมีพินัยกรรมฉบับไทยไว้ล่วงหน้ามาก และมีความเสี่ยงเรื่องการตีความถ้อยคำที่แปลไม่ตรงเจตนา
ควรทบทวนพินัยกรรมเมื่อใด และเก็บต้นฉบับไว้ที่ไหนจึงปลอดภัย
ควรทบทวนทุกสามปีและทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ สมรส หย่า มีบุตร ซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ ย้ายถิ่นที่อยู่ถาวร หรือเปลี่ยนสัญชาติ การเก็บต้นฉบับควรอยู่ที่ปลอดภัยแต่เข้าถึงได้ เช่น สำนักงานทนายความที่มีระบบทะเบียนเอกสาร หรือที่ว่าการอำเภอกรณีพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่แนะนำให้เก็บในตู้นิรภัยธนาคารเพียงแห่งเดียว เพราะการเปิดตู้หลังเจ้าของเสียชีวิตต้องใช้คำสั่งศาลซึ่งย้อนแย้งกับการใช้พินัยกรรม
ขอตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไร และใช้เวลานานเท่าไร
เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่าตาย ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น พินัยกรรมกรณีมี และบัตรประชาชนของผู้ร้อง ขั้นตอนคือรวบรวมเอกสาร ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา ศาลนัดไต่สวน แล้วออกคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก จากนั้นขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อไปจดทะเบียน ระยะเวลาโดยทั่วไปหลายเดือนขึ้นกับปริมาณคดีของศาลและความครบถ้วนของเอกสาร ข้อควรระวังคือหากทายาทคนใดไม่ยินยอม ศาลต้องไต่สวนเพิ่มทำให้ยาวขึ้น คำแนะนำคือเจรจากับทายาททุกคนให้จบก่อนยื่นคำร้อง
หมวดอื่น
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามเอกสารและขั้นตอนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ผลคำสั่งศาลเป็นดุลพินิจของศาล
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ป.พ.พ. บรรพ 6 มรดก และ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก 2558 (krisdika.go.th)
- • สำนักงานศาลยุติธรรม — คำร้องตั้งผู้จัดการมรดก (coj.go.th)
- • กรมที่ดิน — การโอนมรดกที่ดินและห้องชุด (dol.go.th)
- • กรมสรรพากร — ภาษีการรับมรดกและภาษีการให้ (rd.go.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารมรดก
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ