ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

พินัยกรรมตามกฎหมายไทย — 5 แบบ และเงื่อนไขความสมบูรณ์

แบบพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656–1663 ได้แก่ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา รวมถึงคุณสมบัติพยาน ผู้ทำพินัยกรรมอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเหตุที่ทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ

พินัยกรรมตามกฎหมายไทยมีกี่แบบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ 5 แบบ คือ พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา 1656) แบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา 1657) แบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อนายอำเภอ (มาตรา 1658) แบบเอกสารลับ (มาตรา 1660) และแบบทำด้วยวาจาในพฤติการณ์พิเศษ (มาตรา 1663) แต่ละแบบมีเงื่อนไขเรื่องพยานและวิธีทำต่างกัน หากทำผิดแบบพินัยกรรมอาจตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ

พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องมีพยานกี่คน และใครเป็นพยานไม่ได้

มาตรา 1656 กำหนดให้ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน และพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น ส่วนมาตรา 1670 ห้ามผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ คนวิกลจริตหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และคนหูหนวก ใบ้ หรือตาบอดทั้งสองข้าง เป็นพยาน นอกจากนี้มาตรา 1653 ยังห้ามผู้เขียนหรือพยานรับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น

พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับต้องมีพยานหรือไม่

ไม่ต้องมีพยาน แต่มาตรา 1657 กำหนดว่าผู้ทำต้องเขียนข้อความ วัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อด้วยลายมือของตนเองทั้งหมด พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ไม่ได้ การขูดลบตกเติมต้องทำด้วยมือและลงลายมือชื่อกำกับ พินัยกรรมแบบนี้ทำง่ายแต่มักถูกโต้แย้งเรื่องลายมือและสติสัมปชัญญะภายหลัง

อายุเท่าไรจึงทำพินัยกรรมได้ และคนป่วยหนักทำได้หรือไม่

มาตรา 25 และมาตรา 1703 กำหนดว่าผู้เยาว์ที่อายุยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ทำพินัยกรรมไม่ได้ พินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะ ส่วนผู้ป่วยหนักยังทำได้หากยังมีสติสัมปชัญญะและเข้าใจข้อความ ในทางปฏิบัติควรมีความเห็นแพทย์ในวันเดียวกันประกอบ และเลือกทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอเพื่อลดความเสี่ยงถูกโต้แย้ง

ชาวต่างชาติที่มีพินัยกรรมจากประเทศบ้านเกิด ใช้กับทรัพย์สินในไทยได้หรือไม่

ใช้ได้ในหลักการ ศาลไทยรับพิจารณาพินัยกรรมต่างประเทศได้ แต่ต้องแปลและรับรองเอกสารครบถ้วน และต้องพิสูจน์ความสมบูรณ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งทำให้คดีใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ผู้ที่มีทรัพย์สินในไทยจึงนิยมทำพินัยกรรมไทยแยกอีกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยโดยเฉพาะ

ทำพินัยกรรมสองฉบับคนละประเทศ จะขัดกันหรือไม่

ไม่ขัดกันหากร่างอย่างระมัดระวัง โดยระบุขอบเขตให้ชัดว่าพินัยกรรมไทยครอบคลุมเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย และมีข้อความยืนยันว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศที่ครอบคลุมทรัพย์สินนอกประเทศไทย ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ข้อความเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดฉบับก่อนหน้า ทำให้พินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งสิ้นผลโดยไม่ตั้งใจ

พินัยกรรมภาษาอังกฤษใช้ในไทยได้หรือไม่

ได้ กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้พินัยกรรมต้องทำเป็นภาษาไทย แต่เมื่อยื่นต่อศาลหรือหน่วยงานราชการต้องมีคำแปลภาษาไทย ในทางปฏิบัติจึงนิยมจัดทำเป็นสองภาษาในเอกสารฉบับเดียวกัน และระบุว่าฉบับภาษาใดใช้บังคับหากข้อความขัดกัน เพื่อลดข้อโต้แย้งในชั้นศาล

ถ้าไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกตกแก่ใคร

ตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับในมาตรา 1629 ได้แก่ (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ ย่า ตา ยาย และ (6) ลุง ป้า น้า อา โดยหลักคือลำดับก่อนตัดลำดับหลัง เว้นแต่กรณีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรตามมาตรา 1630 วรรคสอง

ทำไมต้องร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล

เพราะธนาคาร สำนักงานที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และนายทะเบียนหุ้น ต้องการคำสั่งศาลเพื่อยืนยันว่าผู้ใดมีอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้ตาย มาตรา 1713 ให้ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องต่อศาลได้ แม้มีพินัยกรรมระบุตัวผู้จัดการมรดกไว้แล้ว โดยทั่วไปก็ยังต้องมีคำสั่งศาลตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะดำเนินการกับหน่วยงานได้

ต้องยื่นคำร้องที่ศาลไหน และใช้เอกสารอะไรบ้าง

ยื่นต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หรือศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่หากเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในไทย เอกสารหลักได้แก่ ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายและผู้ร้อง ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีเครือญาติ บัญชีทรัพย์มรดก พินัยกรรม (ถ้ามี) และหนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่และความรับผิดอย่างไร

มาตรา 1719 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาทตามกฎหมายหรือพินัยกรรม มาตรา 1728 และ 1729 กำหนดให้เริ่มทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่งศาล และทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน โดยมีพยานอย่างน้อยสองคน หากจัดการโดยทุจริตหรือละเลยหน้าที่ ทายาทร้องขอให้ศาลถอดถอนและเรียกค่าเสียหายได้ตามมาตรา 1727

เอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไรก่อนใช้ในคดีมรดกไทย

ปัจจุบันต้องผ่านสามขั้นตอน คือ ให้ Notary Public ในประเทศต้นทางรับรอง จากนั้นให้กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยรับรองต่อ แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ศาลไทยและสำนักงานที่ดินจึงจะรับเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐาน

คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกจากศาลต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้เองไม่ได้ ประเทศไทยไม่มีระบบบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศโดยอัตโนมัติ คำสั่ง Grant of Probate หรือ Letters of Administration จากต่างประเทศจึงใช้ได้เพียงเป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องเท่านั้น ทายาทยังต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลไทยสำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ดี

ตัดทายาทโดยธรรมไม่ให้รับมรดกทำได้หรือไม่

ทำได้ตามมาตรา 1608 โดยเจ้ามรดกแสดงเจตนาชัดแจ้งในพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และมาตรา 1609 อนุญาตให้ถอนการตัดมิให้รับมรดกได้ด้วยวิธีเดียวกัน อีกทางหนึ่งคือทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้ผู้อื่น ซึ่งมีผลให้ทายาทที่ไม่ได้ระบุไม่ได้รับส่วนแบ่ง เพราะกฎหมายไทยไม่มีระบบส่วนแบ่งบังคับ (forced heirship) เหมือนบางประเทศในยุโรป

ทายาทที่ทำร้ายหรือปลอมพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่

ไม่มี มาตรา 1606 กำหนดเหตุถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร เช่น ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจตนากระทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้ทำหรือเพิกถอนพินัยกรรม ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรม อย่างไรก็ดี เจ้ามรดกอาจให้อภัยเป็นลายลักษณ์อักษรได้ในบางเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

ควรทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดข้อพิพาทมรดกในครอบครัวข้ามชาติ

แนวทางที่ใช้ได้ผลคือทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยพร้อมระบุขอบเขตให้ชัด จัดทำบัญชีทรัพย์สินและเอกสารสิทธิให้ครบและเก็บสำเนาไว้กับที่ปรึกษากฎหมาย ระบุตัวผู้จัดการมรดกสำรอง ตรวจสอบว่าเอกสารสมรสและสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศได้รับการรับรองและแปลไว้ล่วงหน้า และทบทวนพินัยกรรมทุกครั้งที่มีการสมรส หย่า มีบุตร หรือซื้อทรัพย์สินใหม่

ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่

ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ

พินัยกรรมแบบธรรมดากับแบบเอกสารฝ่ายเมืองต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

พินัยกรรมแบบธรรมดาตามมาตรา 1656 ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ทำได้เร็วและเป็นความลับ ส่วนพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา 1658 ทำที่ที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอจดข้อความและเก็บต้นฉบับไว้ที่ราชการ ทำให้ยากต่อการถูกโต้แย้งเรื่องความแท้จริงและไม่สูญหาย กรณีมีทายาทหลายฝ่ายหรือคาดว่าจะมีข้อพิพาท แบบเอกสารฝ่ายเมืองมักคุ้มค่ากว่าแม้ใช้เวลามากกว่า

ผู้จัดการมรดกต้องตั้งโดยศาลเสมอไปหรือไม่ ใช้เวลานานเท่าไร

ประเทศไทยไม่มีระบบพิสูจน์พินัยกรรมนอกศาล ธนาคารและกรมที่ดินจึงเรียกคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนโอนทรัพย์แทบทุกกรณี แม้จะมีพินัยกรรมชัดเจน กระบวนการยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาใช้เวลาโดยทั่วไป 45–75 วันสำหรับคดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน และหลังศาลมีคำสั่งต้องรอคดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันจึงขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้ได้

ลูกนอกสมรสมีสิทธิรับมรดกจากบิดาหรือไม่

มีสิทธิเมื่อเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วตามมาตรา 1627 ซึ่งพิสูจน์ได้จากการจดทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาว่าเป็นบุตร หรือพฤติการณ์ที่บิดารับรองโดยเปิดเผย เช่น ให้ใช้นามสกุล แจ้งเกิดโดยระบุตนเป็นบิดา ส่งเสียเลี้ยงดูและแนะนำต่อสาธารณะว่าเป็นบุตร ในทางปฏิบัติควรรวบรวมหลักฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้นเพราะศาลจะพิจารณาประกอบกัน และผลตรวจดีเอ็นเอมักเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักสูง

พินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศใช้ในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้ได้หากทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายแห่งสถานที่ทำพินัยกรรมหรือกฎหมายสัญชาติของผู้ทำ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แต่ในทางปฏิบัติต้องนำไปรับรองในต่างประเทศ แปลเป็นไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และให้ศาลไทยรับฟังในคดีตั้งผู้จัดการมรดก ระยะเวลาจึงยาวกว่าการมีพินัยกรรมฉบับไทยไว้ล่วงหน้ามาก และมีความเสี่ยงเรื่องการตีความถ้อยคำที่แปลไม่ตรงเจตนา

ทรัสต์ต่างประเทศที่ถือทรัพย์สินในไทยใช้ได้หรือไม่

กฎหมายไทยไม่รับรองการก่อตั้งทรัสต์เพื่อถือทรัพย์สินภายในประเทศ ยกเว้นทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามกฎหมายเฉพาะ การพยายามให้ทรัสต์ต่างประเทศถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุดโดยตรงจึงมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธการจดทะเบียน แนวทางที่ใช้ได้จริงมักเป็นการถือหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยชอบ การวางพินัยกรรมฉบับไทย และการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตระบุผู้รับประโยชน์เป็นเครื่องมือส่งต่อสภาพคล่อง

พินัยกรรมสามารถกำหนดผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าได้หรือไม่ และศาลผูกพันตามหรือไม่

กำหนดได้และควรกำหนด เพราะศาลให้น้ำหนักกับเจตนาของผู้ทำพินัยกรรมเป็นอันดับแรก ศาลจะไม่ตั้งบุคคลที่ระบุก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น เป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย หรือมีเหตุแสดงว่าไม่เหมาะสมอย่างชัดแจ้ง แนะนำให้ระบุผู้จัดการมรดกสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อกันกรณีผู้ที่ถูกระบุเสียชีวิตก่อนหรือปฏิเสธหน้าที่

ควรทบทวนพินัยกรรมเมื่อใด และเก็บต้นฉบับไว้ที่ไหนจึงปลอดภัย

ควรทบทวนทุกสามปีและทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ สมรส หย่า มีบุตร ซื้อหรือขายอสังหาริมทรัพย์ ย้ายถิ่นที่อยู่ถาวร หรือเปลี่ยนสัญชาติ การเก็บต้นฉบับควรอยู่ที่ปลอดภัยแต่เข้าถึงได้ เช่น สำนักงานทนายความที่มีระบบทะเบียนเอกสาร หรือที่ว่าการอำเภอกรณีพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่แนะนำให้เก็บในตู้นิรภัยธนาคารเพียงแห่งเดียว เพราะการเปิดตู้หลังเจ้าของเสียชีวิตต้องใช้คำสั่งศาลซึ่งย้อนแย้งกับการใช้พินัยกรรม

ถ้าไม่มีทายาทเลย ทรัพย์มรดกจะตกเป็นของใคร

เมื่อไม่มีทายาทโดยธรรมทั้งหกลำดับ ไม่มีคู่สมรส และไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 1753 ผู้ที่ดูแลผู้ตายมาโดยตลอดแต่ไม่ใช่ทายาทตามกฎหมายจึงไม่มีสิทธิรับโดยอัตโนมัติ กรณีต้องการให้เพื่อน คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือมูลนิธิได้รับทรัพย์ จำเป็นต้องทำพินัยกรรมระบุไว้อย่างชัดเจน มิฉะนั้นเจตนาที่แท้จริงจะไม่มีผลทางกฎหมาย

การคัดค้านพินัยกรรมทำได้ด้วยเหตุใดบ้าง และมีอายุความเท่าไร

เหตุที่พบบ่อยคือผู้ทำพินัยกรรมไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะทำ ถูกข่มขู่หรือใช้กลฉ้อฉล พินัยกรรมทำผิดแบบที่กฎหมายกำหนด หรือพยานมีส่วนได้เสียซึ่งทำให้ข้อกำหนดที่ยกให้พยานนั้นเป็นโมฆะ การฟ้องขอเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมโดยทั่วไปต้องทำภายในสามเดือนนับแต่รู้เหตุ และไม่เกินสิบปีนับแต่ผู้ทำพินัยกรรมตาย การถ่ายวิดีโอขณะลงนามและใบรับรองแพทย์ประเมินความสามารถจึงช่วยลดความเสี่ยงถูกคัดค้านได้มาก

คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกที่ดินในไทยหรือไม่

คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม แต่สิทธิถือครองที่ดินยังอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดให้คนต่างชาติที่รับมรดกที่ดินต้องจำหน่ายภายในกำหนดที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โดยทั่วไปคือ 1 ปี เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และหนังสือเดินทาง ขั้นตอนคือขอตั้งผู้จัดการมรดก จดทะเบียนรับโอนมรดก แล้วดำเนินการจำหน่ายภายในกำหนด ข้อควรระวังคือห้องชุดตาม พ.ร.บ.อาคารชุด มีเงื่อนไขต่างจากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแยกจากที่ดินได้ คำแนะนำคือวางโครงสร้างการถือทรัพย์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังมีชีวิต

ขอตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไร และใช้เวลานานเท่าไร

เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่าตาย ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า สูติบัตรของบุตร บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น พินัยกรรมกรณีมี และบัตรประชาชนของผู้ร้อง ขั้นตอนคือรวบรวมเอกสาร ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา ศาลนัดไต่สวน แล้วออกคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก จากนั้นขอคัดคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อไปจดทะเบียน ระยะเวลาโดยทั่วไปหลายเดือนขึ้นกับปริมาณคดีของศาลและความครบถ้วนของเอกสาร ข้อควรระวังคือหากทายาทคนใดไม่ยินยอม ศาลต้องไต่สวนเพิ่มทำให้ยาวขึ้น คำแนะนำคือเจรจากับทายาททุกคนให้จบก่อนยื่นคำร้อง

พินัยกรรมทำที่ต่างประเทศ ใช้จัดการทรัพย์สินในไทยได้เลยหรือไม่

ใช้ได้หากทำถูกต้องตามแบบของกฎหมายแห่งประเทศที่ทำ หรือถูกต้องตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนด โดยศาลไทยจะพิจารณาความสมบูรณ์ของแบบและเจตนา แต่ในทางปฏิบัติต้องนำมาแปลและทำนิติกรณ์ก่อนใช้ เอกสารเบื้องต้นคือพินัยกรรมฉบับจริงหรือฉบับรับรองจากศาลต่างประเทศ มรณบัตร คำแปลรับรอง หลักฐานความเป็นทายาท และหลักฐานทรัพย์สินในไทย ขั้นตอนคือรับรองเอกสารในประเทศที่ทำ ทำนิติกรณ์ที่สถานทูตไทยหรือกรมการกงสุล แปลรับรอง แล้วยื่นคำร้องต่อศาลไทยเพื่อตั้งผู้จัดการมรดก ข้อควรระวังคือข้อกำหนดเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในไทยอาจขัดกับกฎหมายไทยและใช้บังคับไม่ได้ คำแนะนำคือทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกสำหรับทรัพย์สินในไทย

บุตรที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีสิทธิรับมรดกของบิดาไหม

บุตรมีสิทธิรับมรดกของบิดาเมื่อเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้ว ซึ่งพิสูจน์ได้จากการจดทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาของศาล หรือพฤติการณ์ที่แสดงว่าบิดารับรองโดยเปิดเผย เช่น ให้ใช้นามสกุลและอุปการะเลี้ยงดู ส่วนสิทธิในมรดกของมารดามีอยู่เสมอโดยไม่ต้องพิสูจน์ เอกสารเบื้องต้นคือสูติบัตร ทะเบียนบ้าน หลักฐานการใช้นามสกุล หลักฐานการอุปการะ เช่น หลักฐานการโอนเงินหรือรูปถ่าย และมรณบัตร ขั้นตอนคือรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อรับรองสถานะเมื่อยังไม่มีการจดทะเบียน แล้วดำเนินการรับมรดก ข้อควรระวังคือคดีลักษณะนี้ใช้เวลาไต่สวน คำแนะนำคือจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตเพื่อตัดปัญหาทั้งหมด

ทรัพย์สินอยู่หลายประเทศ ควรทำพินัยกรรมกี่ฉบับ

แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงที่สุดคือทำพินัยกรรมแยกตามเขตอำนาจของทรัพย์สิน โดยแต่ละฉบับระบุขอบเขตชัดเจนว่าครอบคลุมทรัพย์สินในประเทศใด และมีข้อความไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับอื่นที่ทำไว้สำหรับประเทศอื่น เอกสารเบื้องต้นคือรายการทรัพย์สินแยกรายประเทศ เอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดหรือทะเบียนหุ้น หนังสือเดินทาง และข้อมูลผู้รับพันธุกรรม ขั้นตอนคือทำบัญชีทรัพย์สินให้ครบ ปรึกษาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศเรื่องแบบของพินัยกรรมและภาษี แล้วลงนามตามแบบที่กฎหมายแต่ละแห่งกำหนด ข้อควรระวังคือถ้อยคำเพิกถอนแบบกว้างในฉบับหนึ่งอาจล้มฉบับอื่นทั้งหมด คำแนะนำคือให้ทีมเราตรวจถ้อยคำเชื่อมกันทุกฉบับก่อนลงนาม

ทายาทตกลงแบ่งมรดกกันเองโดยไม่ขึ้นศาลได้ไหม

ทำได้เมื่อทายาททุกคนเห็นพ้องและทรัพย์สินไม่ใช่ประเภทที่ต้องมีคำสั่งศาลจึงจะโอนได้ เช่น ทรัพย์สินเคลื่อนที่ที่ไม่มีทะเบียน แต่สำหรับที่ดิน ห้องชุด รถ หุ้น และบัญชีธนาคาร นายทะเบียนและธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานความเป็นทายาททุกคน บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดกที่ลงนามครบ และหลักฐานทรัพย์สิน ขั้นตอนคือจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร ลงนามพร้อมพยาน และรับรองลายมือชื่อเมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศ ข้อควรระวังคือข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมหนี้สินมักกลายเป็นข้อพิพาทภายหลัง คำแนะนำคือให้ร่างบันทึกโดยทนายและระบุการจัดการหนี้ไว้ด้วย

หมวดอื่น

ปรึกษาทีมงาน

สอบถามเอกสารและขั้นตอนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ผลคำสั่งศาลเป็นดุลพินิจของศาล

ติดต่อเจ้าหน้าที่

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ