Guardian Visa ผู้ปกครองนักเรียน และ Non-O ผู้ติดตาม 2026 — เงื่อนไข เอกสาร และการต่ออายุ

Guardian Visa คือ Non-Immigrant Visa ประเภท O ที่ออกให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมายของนักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่า Non-ED ในประเทศไทย โดยทั่วไปออกให้ผู้ปกครองของนักเรียนที่อายุยังน้อย และต้องมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการระบุชื่อผู้ปกครองโดยตรง ส่วนคู่สมรสและบุตรของผู้ถือวีซ่าทำงาน Non-B หรือผู้ถือ Non-O ประเภทอื่นจะใช้เส้นทาง Non-O ผู้ติดตาม ซึ่งอิงคุณสมบัติของผู้ยื่นหลักแทนสถานศึกษา ทั้งสองเส้นทางต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์ด้วยสูติบัตรหรือทะเบียนสมรสที่แปลรับรองและผ่านการรับรองนิติกรณ์ ต้องแสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอต่อการพำนัก และเมื่ออยู่ในไทยต้องรายงานตัว 90 วัน แจ้งที่พัก TM.30 และขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งสองประเภทไม่ให้สิทธิ์ทำงานโดยอัตโนมัติ ควรยืนยันรายละเอียดล่าสุดกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่และ immigration.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง
Guardian Visa กับ Non-O ผู้ติดตาม ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองอย่างอยู่ภายใต้การตรวจลงตราประเภท Non-Immigrant O เหมือนกัน แต่อ้างอิงคุณสมบัติคนละชุด Guardian Visa อ้างอิงสถานะการเป็นนักเรียนของบุตร โดยสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ออกหนังสือรับรองและระบุชื่อผู้ปกครองที่ขอวีซ่า ส่วน Non-O ผู้ติดตามอ้างอิงคุณสมบัติของผู้ยื่นหลักในครอบครัว เช่น สามีที่ถือ Non-B พร้อมใบอนุญาตทำงาน หรือภรรยาที่ถือวีซ่าเกษียณ
ผลที่ตามมาคือชุดเอกสารต่างกันชัดเจน เส้นทางผู้ปกครองนักเรียนต้องยื่นเอกสารของโรงเรียนทุกปี ทั้งหนังสือรับรองสถานภาพนักเรียน ใบเสร็จค่าเล่าเรียน และผลการเรียนหรือบันทึกการเข้าเรียน ส่วนเส้นทางผู้ติดตามต้องยื่นเอกสารของผู้ยื่นหลัก เช่น สำเนาวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุ หนังสือรับรองบริษัท และหลักฐานภาษี
อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือระยะเวลาอนุญาต การอยู่ต่อของผู้ติดตามจะไม่เกินวันสิ้นสุดการอนุญาตของผู้ยื่นหลัก หากผู้ยื่นหลักถูกลดระยะเวลาหรือถูกยกเลิกวีซ่า ผู้ติดตามจะถูกกระทบทันที เช่นเดียวกับผู้ปกครองที่การอนุญาตผูกกับปีการศึกษาของบุตร
- Guardian: ผูกกับสถานศึกษาและวีซ่า Non-ED ของบุตร
- Dependent: ผูกกับวีซ่าและการอนุญาตของผู้ยื่นหลักในครอบครัว
- วันสิ้นสุดของผู้ติดตาม/ผู้ปกครองไม่เกินของผู้ยื่นหลักหรือปีการศึกษา
ใครยื่น Guardian Visa ได้บ้าง
โดยหลักคือบิดาหรือมารดาตามกฎหมายของนักเรียนที่ถือวีซ่า Non-ED และกำลังศึกษาในสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ในทางปฏิบัติสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาความจำเป็นในการดูแลตามอายุของนักเรียนเป็นสำคัญ ผู้ปกครองของเด็กเล็กจึงได้รับอนุมัติได้ตรงไปตรงมากว่าผู้ปกครองของนักเรียนที่ใกล้บรรลุนิติภาวะ
ผู้ปกครองตามกฎหมายที่ไม่ใช่บิดามารดา เช่น ปู่ย่าตายายหรือผู้รับมอบอำนาจปกครอง ต้องแสดงคำสั่งศาลหรือหนังสือมอบอำนาจปกครองที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงหนังสือยินยอมธรรมดา ซึ่งเป็นจุดที่ถูกตีกลับบ่อยมาก
หากบิดามารดาแยกกันอยู่หรือหย่า มักต้องแสดงคำพิพากษาหรือบันทึกข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าผู้ยื่นมีสิทธิ์ดูแลบุตรจริง
เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ที่ต้องแปลและรับรอง
เอกสารความสัมพันธ์ที่ออกในต่างประเทศจะใช้ยื่นในไทยไม่ได้ทันที ต้องผ่านสายการรับรองให้ครบก่อน ได้แก่ การรับรองในประเทศต้นทาง (โนตารีพับลิกและ/หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ) การแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษโดยผู้แปลที่รับรองได้ และการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้เอกสารจากประเทศภาคีสามารถใช้ Apostille แทนสายการรับรองผ่านสถานทูตได้ แต่การแปลเป็นภาษาไทยและการรับรองคำแปลยังคงจำเป็นสำหรับหน่วยงานไทยส่วนใหญ่
ควรเตรียมสำเนาชุดสำรองอย่างน้อยสองชุด เพราะเอกสารชุดเดียวกันมักต้องใช้ทั้งตอนขอวีซ่าที่สถานทูต ตอนยื่นขออยู่ต่อ และตอนโรงเรียนขอเก็บแฟ้มนักเรียน
- สูติบัตรของบุตร แสดงชื่อบิดามารดาชัดเจน
- ทะเบียนสมรสของบิดามารดา หรือเอกสารการหย่าและอำนาจปกครอง
- คำสั่งศาลหรือหนังสือมอบอำนาจปกครอง กรณีไม่ใช่บิดามารดา
- คำแปลรับรองพร้อมนิติกรณ์กรมการกงสุล
เอกสารจากสถานศึกษาที่ต้องขอทุกปี
โรงเรียนนานาชาติที่มีนักเรียนต่างชาติจำนวนมาก เช่น ในภูเก็ต กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มักมีฝ่ายทะเบียนที่ออกเอกสารชุดนี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ควรขอล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์ก่อนวันนัดตรวจคนเข้าเมือง เพราะเอกสารต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจและประทับตราสถานศึกษา
ข้อควรระวังคือวันที่ในเอกสาร สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งกำหนดว่าหนังสือรับรองต้องออกไม่เกิน 30 วันก่อนวันยื่น หากขอไว้ล่วงหน้านานเกินไปอาจต้องขอใหม่
- หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนที่ระบุชื่อผู้ปกครองผู้ยื่น
- หนังสือขอความอนุเคราะห์ถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- ใบเสร็จค่าเล่าเรียนของภาคการศึกษาปัจจุบัน
- ใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษาและเอกสารผู้มีอำนาจลงนาม
- บันทึกการเข้าเรียนหรือผลการเรียน กรณีต่ออายุปีที่สองขึ้นไป
หลักฐานการเงินและที่พักอาศัย
ไม่มีตัวเลขกลางที่ประกาศใช้เหมือนวีซ่าเกษียณหรือวีซ่าแต่งงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแต่ละพื้นที่ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าผู้ยื่นมีเงินเพียงพอต่อการพำนักและดูแลบุตรหรือไม่ ในทางปฏิบัติผู้ยื่นส่วนใหญ่จึงเตรียมบัญชีเงินฝากในธนาคารไทยพร้อมหนังสือรับรองจากธนาคารและสมุดบัญชีที่ปรับยอดวันเดียวกับวันยื่น
หลักฐานที่พักต้องสอดคล้องกันทั้งระบบ ได้แก่ สัญญาเช่าหรือโฉนด แผนที่ ภาพถ่ายหน้าที่พักที่เห็นเลขที่บ้าน และแบบแจ้งที่พักคนต่างด้าว TM.30 ที่เจ้าบ้านหรือผู้ให้เช่าแจ้งไว้แล้ว หากที่อยู่ไม่ตรงกันแม้เพียงจุดเดียว เจ้าหน้าที่มักสั่งให้แก้ไขก่อนรับเรื่อง
เนื่องจากค่าธรรมเนียมและแนวปฏิบัติเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดกับเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเตรียมเอกสาร
ขั้นตอนยื่นจริง ตั้งแต่ต่างประเทศจนถึงการอยู่ต่อรายปี
เส้นทางที่ราบรื่นที่สุดคือขอ Non-Immigrant O จากต่างประเทศผ่านระบบ e-Visa ก่อนเดินทางเข้ามา เพราะได้ระยะเวลาอนุญาตเริ่มต้น 90 วันสำหรับใช้เตรียมเรื่องอยู่ต่อ ส่วนการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราภายในประเทศทำได้ในบางกรณี แต่ต้องมีวันเหลืออยู่เพียงพอตามที่ระเบียบกำหนดและขึ้นกับดุลพินิจ
เมื่ออยู่ในไทยแล้วจึงยื่นแบบ ตม.7 เพื่อขออยู่ต่อในราชอาณาจักรครั้งละ 1 ปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่พักอาศัยจริง โดยยื่นก่อนวันหมดอายุประมาณ 30 ถึง 45 วัน หลายพื้นที่ให้ใบอนุญาตแบบพิจารณาชั่วคราว 30 วันก่อนอนุมัติเต็มปี
ก่อนเดินทางออกนอกประเทศต้องขอ Re-entry Permit ทุกครั้ง มิฉะนั้นการอนุญาตให้อยู่ต่อจะสิ้นสุดลงทันทีที่ออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มครอบครัวที่เดินทางช่วงปิดเทอม
- ขอ Non-O จากต่างประเทศผ่าน e-Visa หรือเปลี่ยนประเภทในไทยตามเงื่อนไข
- ยื่น ตม.7 ขออยู่ต่อ 1 ปี ล่วงหน้า 30–45 วัน
- รายงานตัว 90 วัน (ตม.47) ออนไลน์หรือที่สำนักงาน
- ขอ Re-entry Permit ก่อนออกนอกประเทศทุกครั้ง
สิทธิ์ทำงานและข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ
วีซ่าผู้ปกครองและวีซ่าผู้ติดตามไม่ให้สิทธิ์ทำงานโดยอัตโนมัติ การทำงานทุกรูปแบบต้องมีใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมการจัดหางาน แม้เป็นงานออนไลน์ที่ได้รับค่าจ้างจากต่างประเทศก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ต้องพิจารณา หากต้องการทำงานควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ Non-B พร้อมใบอนุญาตทำงาน หรือ DTV สำหรับผู้ทำงานทางไกล
อีกข้อจำกัดคือการเปลี่ยนโรงเรียนหรือการที่บุตรจบการศึกษา จะทำให้เหตุแห่งการอนุญาตสิ้นสุดลง ผู้ปกครองต้องเปลี่ยนไปใช้เหตุอื่นหรือเดินทางออกก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาต การปล่อยให้เกินกำหนดแม้เพียงไม่กี่วันจะมีผลต่อการยื่นครั้งถัดไป
สาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยที่สุด และวิธีป้องกัน
จากงานที่เราดูแลให้ครอบครัวชาวต่างชาติในภูเก็ต ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากคุณสมบัติ แต่มาจากรายละเอียดเอกสารที่แก้ไขได้ทั้งหมดหากเตรียมล่วงหน้า
- สูติบัตรแปลโดยผู้แปลที่ไม่ได้รับรอง หรือขาดนิติกรณ์กรมการกงสุล
- ชื่อสะกดในหนังสือเดินทาง สูติบัตร และเอกสารโรงเรียนไม่ตรงกัน
- หนังสือรับรองจากโรงเรียนออกเกิน 30 วันก่อนวันยื่น
- ไม่มี TM.30 หรือที่อยู่ใน TM.30 ไม่ตรงกับ ตม.7
- ลืมขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางช่วงปิดเทอม
- ยอดเงินฝากลดลงหลังยื่น ทำให้ถูกเรียกเอกสารเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที