ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

เอกสารนิติบุคคลและหนังสือมอบอำนาจธุรกิจข้ามประเทศ — คำถามที่พบบ่อย 96 ข้อ

คำตอบอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 (หุ้นส่วนบริษัทและตัวแทน) พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร แนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) ระเบียบสภาทนายความว่าด้วยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร และกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ipthailand.go.th) โดย Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

English: Corporate documents & cross-border POA FAQ →

เลือกอ่านตามหมวด

หนังสือรับรองบริษัทและ Company Affidavit
การคัดหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อายุการใช้งานที่คู่สัญญาต่างประเทศยอมรับ ฉบับภาษาอังกฤษ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหนังสือรับรองตราประทับ
มติที่ประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น
การจัดทำและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น องค์ประชุม การบอกกล่าวนัดประชุม มติพิเศษ และการนำมติไปใช้กับธนาคารและหน่วยงานต่างประเทศ
หนังสือมอบอำนาจนิติบุคคลข้ามประเทศ
การร่างหนังสือมอบอำนาจในนามบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ขอบเขตอำนาจที่ควรระบุ การมอบอำนาจช่วง อากรแสตมป์ อายุของหนังสือมอบอำนาจ และการเพิกถอน
อำนาจลงนาม กรรมการผู้มีอำนาจ และตราประทับ
การตรวจเงื่อนไขอำนาจลงนามในหนังสือรับรอง กรรมการสองคนลงนามร่วม การใช้ตราประทับ ผลของการลงนามเกินอำนาจ และการแก้ไขอำนาจลงนามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารบริษัท
ขอบเขตงานของทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ตามระเบียบสภาทนายความ การรับรองสำเนาถูกต้อง คำสาบาน และการรับรองลายมือชื่อกรรมการ
นิติกรณ์กรมการกงสุล สถานทูต และ Apostille สำหรับเอกสารบริษัท
ลำดับขั้นการรับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ตั้งแต่คัดเอกสารจาก DBD แปล รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ ไปจนถึงการรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง และ Apostille ซึ่งมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ตั้งบริษัทย่อย สาขา และสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ
ชุดเอกสารที่บริษัทไทยต้องเตรียมเพื่อจดตั้งบริษัทย่อยหรือสาขาในต่างประเทศ และเอกสารที่บริษัทต่างชาติต้องเตรียมเพื่อตั้งนิติบุคคลในไทยตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
เปิดบัญชีธุรกิจ KYC และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO)
เอกสารที่ธนาคารเรียกเมื่อเปิดบัญชีนิติบุคคลหรือทำธุรกรรมข้ามประเทศ การประกาศผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง แบบ FATCA/CRS และการรับรองเอกสารบริษัทต่างชาติให้ธนาคารไทยยอมรับ
มอบอำนาจงานเครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
หนังสือมอบอำนาจสำหรับยื่นและต่ออายุเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ ทั้งที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาและระบบ Madrid Protocol รวมถึงหนังสือยินยอมให้ใช้เครื่องหมาย
สัญญาธุรกิจ งานประมูล และเอกสาร M&A
การรับรองเอกสารประกอบการประมูลงานต่างประเทศ สัญญาสองภาษา หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน และชุดเอกสารตรวจสอบสถานะกิจการ (due diligence) ในการซื้อขายหุ้นและกิจการ
ข้อ 1.หนังสือรับรองบริษัท (Company Affidavit) คืออะไร และขอได้ที่ไหน?

หนังสือรับรองนิติบุคคลเป็นเอกสารที่นายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ออกให้ โดยระบุชื่อบริษัท เลขทะเบียน วันจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงาน รายชื่อกรรมการ เงื่อนไขอำนาจลงนาม และวัตถุประสงค์ ขอคัดได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต/จังหวัด หรือผ่านระบบ e-Service ของ DBD (dbd.go.th) คู่สัญญาต่างประเทศมักเรียกเอกสารฉบับนี้ว่า company affidavit หรือ certificate of incorporation และใช้เป็นหลักฐานว่าบริษัทยังคงสถานะอยู่และใครมีอำนาจผูกพันบริษัท

ข้อ 2.หนังสือรับรองบริษัทต้องคัดใหม่บ่อยแค่ไหนจึงจะใช้กับหน่วยงานต่างประเทศได้?

หนังสือรับรองที่คัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่มีวันหมดอายุตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติธนาคาร คู่สัญญา สถานทูต และหน่วยงานทะเบียนในต่างประเทศส่วนใหญ่ยอมรับเฉพาะฉบับที่คัดไม่เกิน 3 เดือน บางประเทศเข้มกว่านั้นและกำหนดไม่เกิน 1 เดือน ควรถามเงื่อนไขจากผู้รับเอกสารก่อนเสมอ แล้วคัดฉบับใหม่ให้ใกล้วันใช้งานมากที่สุด เพราะเมื่อผ่านขั้นตอนแปลและรับรองนิติกรณ์แล้วจะย้อนกลับไปแก้ไม่ได้

ข้อ 3.หนังสือรับรองบริษัทฉบับภาษาอังกฤษขอจาก DBD ได้เลยหรือไม่?

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการคัดหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษสำหรับนิติบุคคลที่ยื่นคำขอไว้ แต่ไม่ใช่ทุกรายการจะมีฉบับอังกฤษพร้อมออก หากไม่มี แนวทางมาตรฐานคือคัดฉบับภาษาไทยแล้วให้ผู้แปลจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษ พร้อมคำรับรองคำแปล จากนั้นจึงนำไปรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ทั้งสองเส้นทางใช้ได้ แต่ต้องตรวจว่าการสะกดชื่อบริษัทและชื่อกรรมการตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารเดิมทุกฉบับ

ข้อ 4.บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่างจากหนังสือรับรองบริษัทอย่างไร?

หนังสือรับรองแสดงสถานะและอำนาจลงนาม ส่วนแบบ บอจ.5 คือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทจำกัดต้องนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แสดงว่าใครถือหุ้นกี่หุ้น สัญชาติใด และชำระค่าหุ้นแล้วเท่าใด งานที่ต้องพิสูจน์โครงสร้างการถือหุ้น เช่น การเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ การประกาศผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง หรือการตรวจสอบสัดส่วนต่างชาติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จะเรียก บอจ.5 ควบคู่กับหนังสือรับรองเสมอ

ข้อ 5.มติที่ประชุมคณะกรรมการที่จะใช้ต่างประเทศ ควรมีข้อความอะไรบ้าง?

รายงานการประชุมควรระบุชื่อบริษัทและเลขทะเบียน วันเวลาและสถานที่ประชุม รายชื่อกรรมการที่เข้าประชุมและองค์ประชุม วาระที่พิจารณา ข้อความมติที่ชัดเจนว่าอนุมัติเรื่องใดและมอบอำนาจให้ใครทำอะไรได้บ้าง และลายมือชื่อประธานในที่ประชุม หากจะใช้ต่างประเทศควรทำเป็นสองภาษาหรือมีคำแปลแนบ และให้กรรมการผู้มีอำนาจรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัท เพื่อให้ผ่านขั้นตอนรับรองลายมือชื่อและนิติกรณ์ได้

ข้อ 6.องค์ประชุมและการบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดเป็นอย่างไร?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้การประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดต้องมีผู้ถือหุ้นมาประชุมรวมกันแทนหุ้นไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของทุนจดทะเบียนจึงจะครบองค์ประชุม และต้องบอกกล่าวนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่เป็นมติพิเศษซึ่งต้องบอกกล่าวไม่น้อยกว่า 14 วัน ทั้งนี้ข้อบังคับของบริษัทอาจกำหนดเข้มกว่ากฎหมายได้ จึงต้องอ่านข้อบังคับประกอบทุกครั้งก่อนจัดประชุม

ข้อ 7.เรื่องใดต้องใช้มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น?

เรื่องสำคัญที่กระทบโครงสร้างบริษัท เช่น การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับ การเพิ่มทุนหรือลดทุน การควบบริษัท และการเลิกบริษัท ต้องใช้มติพิเศษ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ต้องได้คะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง เมื่อได้มติแล้วต้องนำไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกำหนด มิฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงจะยังไม่มีผลต่อบุคคลภายนอก

ข้อ 8.ประชุมกรรมการผ่านระบบออนไลน์แล้วนำมติไปใช้กับธนาคารต่างประเทศได้ไหม?

ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หากระบบที่ใช้มีมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กำหนด และรายงานการประชุมต้องระบุว่าเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมวิธียืนยันตัวตนผู้เข้าประชุม ธนาคารและคู่สัญญาต่างประเทศมักขอให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนารายงานการประชุมด้วยหมึกจริงอีกชั้น และให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อนั้นก่อนส่งออก

ข้อ 9.หนังสือมอบอำนาจในนามบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ต้องระบุอะไรให้ครบ?

ควรระบุชื่อและเลขทะเบียนบริษัทผู้มอบอำนาจ ชื่อกรรมการผู้ลงนามพร้อมเลขหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน ชื่อผู้รับมอบอำนาจพร้อมเลขประจำตัว ขอบเขตอำนาจที่ชัดเจนเป็นข้อ ๆ ทรัพย์สินหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาที่มีผล และข้อความว่ามอบอำนาจช่วงได้หรือไม่ ขอบเขตที่กว้างเกินไปมักถูกปฏิเสธ ส่วนขอบเขตที่แคบเกินไปทำให้ต้องทำหนังสือใหม่ทั้งฉบับ ควรให้ผู้รับเอกสารปลายทางตรวจร่างก่อนลงนามเสมอ

ข้อ 10.หนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องติดอากรแสตมป์เท่าไร?

ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ใบมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการครั้งเดียวเสียอากร 10 บาท มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียวเสียอากร 30 บาท และกรณีมอบอำนาจให้หลายคนต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันคิดตามรายบุคคล คนละ 30 บาท ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากรและต้องขีดฆ่าแสตมป์ หากเอกสารจะใช้ในต่างประเทศ ควรติดอากรและขีดฆ่าให้เรียบร้อยก่อนนำไปรับรองลายมือชื่อ

ข้อ 11.หนังสือมอบอำนาจมีอายุนานเท่าใด และยกเลิกอย่างไร?

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดอายุตายตัวของหนังสือมอบอำนาจ หากไม่ระบุวันสิ้นสุดก็มีผลจนกว่างานที่มอบจะเสร็จหรือจะถูกเพิกถอน แต่หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดเองว่ารับเฉพาะฉบับที่ลงนามไม่เกิน 3–6 เดือน การเพิกถอนทำได้โดยผู้มอบอำนาจแจ้งเป็นหนังสือถึงผู้รับมอบอำนาจและแจ้งบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง หากไม่แจ้ง บุคคลภายนอกที่สุจริตและไม่รู้ถึงการเพิกถอนยังอาจยกความคุ้มครองตามหลักตัวแทนขึ้นอ้างได้

ข้อ 12.ผู้รับมอบอำนาจมอบอำนาจช่วงต่อได้หรือไม่?

มอบอำนาจช่วงทำได้ต่อเมื่อหนังสือมอบอำนาจฉบับแรกระบุอนุญาตไว้ชัดเจน หรือมีเหตุจำเป็นตามหลักตัวแทนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากไม่ได้ระบุ หน่วยงานราชการไทยและต่างประเทศมักปฏิเสธหนังสือมอบอำนาจช่วงทันที ในทางปฏิบัติจึงควรเขียนข้อความอนุญาตหรือห้ามให้ชัด และเมื่อทำหนังสือมอบอำนาจช่วง ต้องแนบต้นฉบับหรือสำเนารับรองของหนังสือมอบอำนาจฉบับแรกไปด้วยทุกครั้ง

ข้อ 13.อ่านเงื่อนไขอำนาจลงนามในหนังสือรับรองอย่างไรจึงจะไม่ผิด?

เงื่อนไขอำนาจลงนามจะระบุไว้ท้ายรายชื่อกรรมการ เช่น กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท หรือกำหนดชื่อกรรมการเฉพาะรายที่ลงนามได้ ต้องอ่านให้ครบว่ามีข้อกำหนดเรื่องตราประทับหรือไม่ และมีกรรมการกลุ่มใดต้องลงร่วมกับกลุ่มใด หากลงนามไม่ตรงเงื่อนไข ธนาคาร กรมที่ดิน หรือคู่สัญญาต่างประเทศจะปฏิเสธเอกสาร และการรับรองนิติกรณ์ที่ทำไปแล้วก็จะเสียเปล่า

ข้อ 14.ตราประทับบริษัทยังจำเป็นอยู่หรือไม่?

กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัทต้องมีตราประทับ แต่ถ้าบริษัทจดแจ้งตราประทับไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและเงื่อนไขอำนาจลงนามระบุว่า ต้องประทับตราสำคัญของบริษัท เอกสารที่ไม่มีตราจะถือว่าลงนามไม่ครบเงื่อนไขและไม่ผูกพันบริษัท ในทางปฏิบัติเอกสารที่จะส่งไปต่างประเทศควรประทับตราให้ชัดเจน ไม่ทับลายมือชื่อ และให้ลักษณะตราตรงกับที่จดแจ้งไว้ เพราะเจ้าหน้าที่นิติกรณ์จะเทียบกับหนังสือรับรอง

ข้อ 15.ถ้ากรรมการลงนามเกินอำนาจที่จดทะเบียนไว้ ผลเป็นอย่างไร?

โดยหลักแล้วการกระทำที่เกินขอบอำนาจไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบันภายหลัง หรือเข้าหลักตัวแทนเชิดที่ทำให้บุคคลภายนอกผู้สุจริตเชื่อโดยมีเหตุอันควรว่าผู้ลงนามมีอำนาจ ทางแก้ที่ปลอดภัยที่สุดคือ ก่อนลงนามให้ตรวจหนังสือรับรองฉบับล่าสุด และถ้าจำเป็นให้ที่ประชุมกรรมการมีมติมอบอำนาจเฉพาะเรื่องแล้วแนบมติไปกับสัญญา เพื่อให้คู่สัญญาต่างประเทศเห็นสายอำนาจครบถ้วนตั้งแต่ต้น

ข้อ 16.เปลี่ยนกรรมการหรือเงื่อนไขอำนาจลงนามต้องทำอย่างไร?

ต้องมีมติที่ประชุม (กรรมการหรือผู้ถือหุ้นตามแต่กรณีและข้อบังคับ) แล้วยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมแบบคำขอและหลักฐานประจำตัวของกรรมการใหม่ การเปลี่ยนกรรมการต้องยื่นภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อจดทะเบียนแล้วให้คัดหนังสือรับรองฉบับใหม่ทันที เพราะเอกสารที่ส่งต่างประเทศต้องแสดงกรรมการและเงื่อนไขอำนาจลงนามที่เป็นปัจจุบัน

ข้อ 17.ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ทำอะไรได้บ้าง?

ประเทศไทยไม่มีระบบ Notary Public แบบอังกฤษหรืออเมริกา แต่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ออกระเบียบให้ทนายความที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารได้ ขอบเขตงานครอบคลุมการรับรองลายมือชื่อผู้ลงนามต่อหน้า การรับรองสำเนาถูกต้องตรงกับต้นฉบับ การรับคำสาบานหรือคำแถลงในรูป affidavit และการรับรองข้อเท็จจริงบางประการ ซึ่งเพียงพอสำหรับเอกสารบริษัทที่คู่สัญญาต่างประเทศส่วนใหญ่เรียก

ข้อ 18.การรับรองลายมือชื่อกรรมการต้องมาลงนามต่อหน้าทนายความหรือไม่?

ต้องลงนามต่อหน้า เพราะสาระสำคัญของการรับรองคือทนายความยืนยันว่าเห็นผู้มีชื่อในเอกสารลงลายมือชื่อจริง โดยตรวจบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางฉบับจริง และตรวจหนังสือรับรองบริษัทว่าผู้ลงนามมีอำนาจ หากส่งเอกสารที่ลงนามมาแล้วทางไปรษณีย์ ทนายความจะรับรองได้เพียงว่าเป็นสำเนาถูกต้อง ไม่สามารถรับรองลายมือชื่อได้ กรณีกรรมการอยู่ต่างประเทศ ทางเลือกคือให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นรับรองลายมือชื่อแทน

ข้อ 19.เอกสารบริษัทแบบใดบ้างที่นิยมให้ทนายความรับรองก่อนส่งออกนอกประเทศ?

ที่พบบ่อยคือหนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล รายงานการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น สำเนาหนังสือรับรองและ บอจ.5 สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ หนังสือรับรองสถานะการเป็นผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการ (specimen signature) แบบฟอร์มธนาคารและ FATCA/CRS สัญญาซื้อขายหุ้น และหนังสือรับรองการปลอดภาระหนี้ ทั้งหมดควรรับรองบนต้นฉบับหรือสำเนาที่กรรมการรับรองแล้ว ไม่ใช่บนภาพถ่ายที่พิมพ์ซ้ำ

ข้อ 20.เอกสารที่ทนายความรับรองแล้ว ต่างประเทศรับทันทีเลยหรือไม่?

ขึ้นกับข้อกำหนดของผู้รับปลายทาง หลายกรณีคู่สัญญาเอกชนยอมรับคำรับรองของทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อโดยตรง แต่หน่วยงานราชการ ศาล นายทะเบียนบริษัท และธนาคารในต่างประเทศมักขอให้รับรองต่ออีกชั้นที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และบางกรณีต้องรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทยด้วย จึงควรถามผู้รับปลายทางให้ชัดว่าต้องการถึงขั้นใด ก่อนเริ่มกระบวนการ เพื่อไม่ต้องทำซ้ำ

ข้อ 21.ลำดับขั้นการรับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศเป็นอย่างไร?

ลำดับมาตรฐานคือ (1) คัดเอกสารต้นฉบับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือจัดทำเอกสารบริษัทและให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (2) รับรองลายมือชื่อหรือสำเนาถูกต้องโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ เมื่อผู้รับปลายทางกำหนด (3) จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง (4) ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ หรือสำนักงานหนังสือเดินทางที่เปิดรับ และ (5) นำไปรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง หากประเทศนั้นยังกำหนด

ข้อ 22.Apostille จะเริ่มใช้กับเอกสารบริษัทของไทยเมื่อใด?

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH Convention of 5 October 1961) และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) นับจากวันนั้น เอกสารมหาชนของไทยที่จะใช้ในประเทศภาคีอื่นจะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสองชั้น คือไม่ต้องไปรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางอีก ก่อนถึงกำหนดดังกล่าว ยังต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและรับรองต่อที่สถานทูตตามระบบเดิม

ข้อ 23.เอกสารบริษัทจากต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ต้องรับรองอย่างไร?

ต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในประเทศต้นทางรับรองก่อน เช่น notary public และหน่วยงาน apostille หรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้น จากนั้นนำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น เมื่อเอกสารเข้ามาถึงไทย ให้แปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล นายทะเบียน DBD ธนาคาร และกรมที่ดินจึงจะรับเอกสารนั้นประกอบคำขอได้

ข้อ 24.ยื่นนิติกรณ์แบบเร่งด่วนได้หรือไม่ และใช้เวลาเท่าใด?

กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล เปิดรับทั้งบริการปกติและบริการด่วน โดยบริการปกติมักรับเอกสารคืนภายในประมาณ 2–3 วันทำการ ส่วนบริการด่วนสามารถรับคืนได้ภายในวันเดียวกันสำหรับเอกสารจำนวนไม่มาก ระยะเวลาจริงขึ้นกับปริมาณงานและช่องทางที่ยื่น (เคาน์เตอร์แจ้งวัฒนะ สำนักงานสาขา หรือทางไปรษณีย์) แนะนำให้ตรวจประกาศล่าสุดที่ consular.mfa.go.th ก่อนวางแผนวันส่งเอกสารให้คู่สัญญาต่างประเทศ

ข้อ 25.บริษัทไทยจะตั้งบริษัทย่อยในต่างประเทศ ต้องเตรียมเอกสารอะไร?

ชุดพื้นฐานคือหนังสือรับรองบริษัทแม่ฉบับล่าสุด หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) มติคณะกรรมการอนุมัติการลงทุนและแต่งตั้งผู้มีอำนาจดำเนินการ หนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนในประเทศปลายทาง สำเนาหนังสือเดินทางกรรมการที่รับรองแล้ว และงบการเงินฉบับล่าสุด ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาปลายทางและผ่านนิติกรณ์ กรมการกงสุล รวมถึงสถานทูตปลายทาง หากประเทศนั้นยังใช้ระบบรับรองสองชั้น

ข้อ 26.บริษัทต่างชาติจะตั้งบริษัทลูกในไทย ต้องใช้เอกสารบริษัทแม่แบบใด?

นายทะเบียนและธนาคารในไทยมักขอ certificate of incorporation หรือ certificate of good standing ของบริษัทแม่ หนังสือรับรองรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการอนุมัติจัดตั้งบริษัทในไทย และหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ดำเนินการในไทย ทุกฉบับต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางและสถานทูตไทย แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล หากธุรกิจอยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องพิจารณาขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือบัตรส่งเสริม BOI ประกอบด้วย

ข้อ 27.สำนักงานผู้แทนกับสาขาของบริษัทต่างประเทศในไทยต่างกันอย่างไร?

สำนักงานผู้แทนทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่ก่อรายได้ เช่น จัดหาแหล่งสินค้า ตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่บริษัทแม่สั่งซื้อ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทแม่ เผยแพร่ข้อมูล และรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ โดยรับเงินสนับสนุนจากบริษัทแม่เท่านั้น ส่วนสาขาสามารถทำธุรกิจหารายได้ได้และต้องเสียภาษีจากกำไรที่เกิดในไทย ทั้งสองรูปแบบเป็นนิติบุคคลเดียวกับบริษัทแม่ จึงต้องใช้เอกสารบริษัทแม่ที่ผ่านการรับรองครบชั้นในการยื่นคำขอ

ข้อ 28.เอกสารบริษัทไทยที่ต้องส่งให้หน่วยงานทะเบียนต่างประเทศควรทำเป็นชุดกี่ฉบับ?

แนะนำให้เตรียมอย่างน้อยสองชุดที่ผ่านการรับรองครบทุกชั้น ชุดหนึ่งส่งหน่วยงานหลัก อีกชุดสำรองไว้สำหรับธนาคาร ที่ปรึกษาภาษี หรือกรณีเอกสารสูญหายระหว่างขนส่ง เพราะการทำใหม่ต้องเริ่มตั้งแต่คัดเอกสารจาก DBD ใหม่ทั้งกระบวนการ และเสียเวลาอีกหลายวันทำการ ควรสแกนเก็บไฟล์ทุกฉบับทันทีหลังรับรองเสร็จ พร้อมบันทึกวันที่คัดและวันที่รับรอง เพื่อใช้ตรวจอายุเอกสารในการยื่นครั้งถัดไป

ข้อ 29.เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลต้องใช้เอกสารอะไร?

ธนาคารในไทยโดยทั่วไปขอหนังสือรับรองบริษัทที่คัดไม่เกิน 1–3 เดือน หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) รายงานการประชุมหรือมติที่ระบุผู้มีอำนาจสั่งจ่ายและเงื่อนไขการสั่งจ่าย บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามทุกคน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) และแบบประกาศผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง หากกรรมการเป็นชาวต่างชาติ ธนาคารมักขอหลักฐานการพำนักและใบอนุญาตทำงานเพิ่ม

ข้อ 30.ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) คือใคร และต้องประกาศอย่างไร?

UBO คือบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมนิติบุคคลอย่างแท้จริง โดยทั่วไปสถาบันการเงินใช้เกณฑ์การถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป หรือผู้ที่มีอำนาจควบคุมการบริหารในทางอื่น การประกาศทำโดยกรอกแบบฟอร์มของธนาคารพร้อมแนบผังโครงสร้างการถือหุ้นจนถึงระดับบุคคลธรรมดา และสำเนาเอกสารแสดงตนของ UBO ที่รับรองสำเนาถูกต้อง หากโครงสร้างมีบริษัทต่างประเทศคั่นกลาง ต้องใช้เอกสารบริษัทต่างประเทศที่ผ่านการรับรองครบชั้นด้วย

ข้อ 31.แบบ FATCA และ CRS ที่ธนาคารให้กรอกเกี่ยวข้องกับเอกสารบริษัทอย่างไร?

FATCA เป็นกฎหมายสหรัฐฯ ว่าด้วยการรายงานบัญชีของบุคคลอเมริกัน ส่วน CRS เป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินโดยอัตโนมัติของ OECD ซึ่งไทยเข้าร่วม ธนาคารจึงต้องให้ลูกค้านิติบุคคลระบุถิ่นที่อยู่ทางภาษี เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของแต่ละถิ่น ประเภทของนิติบุคคล และข้อมูลผู้มีอำนาจควบคุม ข้อมูลที่กรอกต้องสอดคล้องกับหนังสือรับรองและ บอจ.5 หากไม่ตรงกัน ธนาคารจะระงับการเปิดบัญชีหรือขอเอกสารรับรองเพิ่ม

ข้อ 32.โอนเงินระหว่างประเทศในนามบริษัทต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ธนาคาร?

ธนาคารพาณิชย์ในฐานะตัวแทนรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินจะขอเอกสารแสดงวัตถุประสงค์ของธุรกรรม เช่น สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบขนสินค้า หรือมติอนุมัติการลงทุน พร้อมหนังสือรับรองบริษัทและหลักฐานผู้มีอำนาจสั่งจ่าย ธุรกรรมประเภทลงทุนในต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือ ต้องรายงานตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดที่ bot.or.th และเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนวันโอน

ข้อ 33.ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยโดยมอบอำนาจได้หรือไม่?

ได้ กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดว่าผู้ขอจดทะเบียนที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยต้องมีตัวแทนที่มีถิ่นที่อยู่ในไทยดำเนินการแทน โดยยื่นหนังสือมอบอำนาจพร้อมคำขอ หนังสือมอบอำนาจที่ทำในต่างประเทศต้องได้รับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศนั้นหรือสถานเอกอัครราชทูตไทย และต้องติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรเมื่อนำมาใช้ในไทย ควรระบุขอบเขตให้ครอบคลุมถึงการแก้ไขคำขอ การอุทธรณ์ และการต่ออายุ

ข้อ 34.เครื่องหมายการค้าไทยมีอายุกี่ปี และการต่ออายุต้องมอบอำนาจใหม่ไหม?

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยมีอายุ 10 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ และต่ออายุได้คราวละ 10 ปี โดยยื่นคำขอต่ออายุภายใน 3 เดือนก่อนวันสิ้นอายุ หากหนังสือมอบอำนาจฉบับเดิมระบุขอบเขตครอบคลุมถึงการต่ออายุและไม่มีการเปลี่ยนตัวแทนหรือเปลี่ยนกรรมการผู้มอบอำนาจ ก็ใช้ฉบับเดิมได้ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท ควรทำหนังสือมอบอำนาจใหม่พร้อมแนบหนังสือรับรองฉบับปัจจุบัน

ข้อ 35.ยื่นเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่าน Madrid Protocol ใช้เอกสารบริษัทอะไร?

ไทยเป็นภาคีพิธีสาร Madrid ตั้งแต่ปี 2560 การยื่นคำขอระหว่างประเทศต้องมีคำขอหรือทะเบียนพื้นฐานในไทยก่อน แล้วยื่นผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานต้นทางไปยัง WIPO เอกสารที่ใช้ประกอบได้แก่ หนังสือรับรองบริษัทเพื่อยืนยันสถานะและที่อยู่ผู้ขอ หนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทน และรายการสินค้าบริการที่สอดคล้องกับคำขอพื้นฐาน ควรตรวจว่าชื่อและที่อยู่ผู้ขอสะกดตรงกันทุกฉบับ มิฉะนั้น WIPO จะออกหนังสือแจ้งข้อบกพร่อง

ข้อ 36.หนังสือยินยอมให้ใช้เครื่องหมายการค้า (letter of consent) ต้องรับรองไหม?

เมื่อบริษัทในเครือขออนุญาตใช้เครื่องหมายของบริษัทแม่ หรือเจ้าของเครื่องหมายเดิมยินยอมให้ผู้ขอรายใหม่จดทะเบียนเครื่องหมายที่คล้ายกัน นายทะเบียนจะขอหนังสือยินยอมที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจของเจ้าของเครื่องหมาย พร้อมหลักฐานอำนาจลงนาม หากหนังสือทำในต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองโดย notary public และสถานเอกอัครราชทูตไทย แล้วแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ข้อ 37.เอกสารประกอบการยื่นประมูลงานในต่างประเทศต้องรับรองอะไรบ้าง?

เอกสารที่ผู้จัดประมูลต่างประเทศเรียกบ่อยคือหนังสือรับรองบริษัท หนังสือรับรองการเสียภาษี งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง หนังสือรับรองผลงานที่ผ่านมา หนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคาร หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นซอง และหนังสือรับรองว่าไม่เคยถูกขึ้นบัญชีดำ ทั้งหมดต้องแปลและผ่านนิติกรณ์ตามที่เอกสารประกวดราคา (tender documents) กำหนด จึงควรอ่านหัวข้อ document authentication ในเอกสารประมูลอย่างละเอียดก่อนเริ่ม

ข้อ 38.สัญญาสองภาษาควรกำหนดภาษาที่ใช้บังคับอย่างไร?

สัญญาระหว่างประเทศที่ทำเป็นไทย-อังกฤษควรมีข้อกำหนดชัดว่าให้ภาษาใดมีผลบังคับเหนือกว่าเมื่อข้อความขัดแย้งกัน หากเอกสารจะใช้ยื่นต่อหน่วยงานราชการไทย เช่น กรมที่ดินหรือ DBD ต้องมีฉบับภาษาไทยและมักต้องให้ภาษาไทยมีผลเหนือกว่า ส่วนสัญญาที่จะบังคับในต่างประเทศมักกำหนดให้ภาษาอังกฤษเหนือกว่า และควรกำหนดกฎหมายที่ใช้บังคับกับเขตอำนาจศาลหรืออนุญาโตตุลาการไว้ในข้อเดียวกัน เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ

ข้อ 39.ชุดเอกสาร due diligence ในการซื้อขายหุ้นควรมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปประกอบด้วยหนังสือรับรองบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นย้อนหลัง ทะเบียนผู้ถือหุ้นและใบหุ้น รายงานการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นย้อนหลัง งบการเงินและแบบภาษีย้อนหลัง 3 ปี สัญญาสำคัญกับลูกค้าและคู่ค้า สัญญาเช่าและโฉนดที่ดิน ใบอนุญาตประกอบกิจการ ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาจ้างและข้อมูลประกันสังคม รวมถึงรายการคดีความที่ค้างอยู่ เอกสารที่จะส่งให้ผู้ซื้อต่างชาติมักต้องรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า

ข้อ 40.การโอนหุ้นในบริษัทจำกัดไทยต้องทำอย่างไรจึงจะสมบูรณ์?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่าการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรอง และต้องระบุเลขหมายของหุ้นที่โอน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ การโอนจะใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้จดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว จากนั้นบริษัทต้องนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับใหม่ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากผู้รับโอนเป็นชาวต่างชาติต้องตรวจสัดส่วนต่างด้าวประกอบด้วย

ข้อ 41.หนังสือมอบอำนาจนิติบุคคลที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องติดอากรแสตมป์เท่าใด?

ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ลักษณะแห่งตราสาร 7 ใบมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการครั้งเดียวเสียอากร 10 บาท มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียวเสียอากร 30 บาท และกรณีมอบอำนาจให้หลายคนต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันคิดเป็นรายบุคคล ในทางปฏิบัติหนังสือมอบอำนาจของบริษัทที่ให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการต่อเนื่อง เช่น ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานหลายครั้ง จึงติดอากร 30 บาทและขีดฆ่าอากรทุกดวง หากไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ เอกสารยังใช้ได้ในทางแพ่งบางกรณีแต่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มให้ครบ

ข้อ 42.ผู้รับมอบอำนาจของบริษัทมอบอำนาจช่วงต่อได้หรือไม่?

มอบอำนาจช่วงทำได้เฉพาะเมื่อหนังสือมอบอำนาจฉบับแรกระบุไว้ชัดเจนว่าให้มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้ ตามหลักตัวแทนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถ้าไม่ได้ระบุ ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง หน่วยงานปลายทางและธนาคารมักขอดูหนังสือมอบอำนาจต้นทางควบคู่กับฉบับมอบอำนาจช่วงเสมอ จึงควรระบุถ้อยคำว่า “มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนตัวแทนช่วงเพื่อการดังกล่าวได้” ไว้ตั้งแต่ต้น พร้อมกำหนดขอบเขตของตัวแทนช่วงไม่ให้กว้างกว่าอำนาจของตัวแทนเดิม

ข้อ 43.หนังสือมอบอำนาจของบริษัทควรกำหนดวันหมดอายุหรือไม่ และเพิกถอนอย่างไร?

กฎหมายไทยไม่บังคับให้หนังสือมอบอำนาจมีวันสิ้นสุด แต่แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือกำหนดระยะเวลา เช่น 6–12 เดือน หรือผูกกับธุรกรรมที่ระบุชัด เพื่อลดความเสี่ยงเมื่อผู้รับมอบอำนาจพ้นตำแหน่ง การเพิกถอนทำโดยมติกรรมการหรือหนังสือบอกกล่าวจากผู้มีอำนาจลงนาม แล้วแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้รับมอบอำนาจและบุคคลภายนอกที่เคยได้รับสำเนา เช่น ธนาคารและหน่วยงานทะเบียน เพราะการเพิกถอนจะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้หากเขาไม่ทราบ

ข้อ 44.หนังสือมอบอำนาจภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ควรทำแบบสองภาษาในฉบับเดียวหรือแยกฉบับ?

สำหรับงานที่ยื่นในไทย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ควรใช้แบบฟอร์มภาษาไทยของหน่วยงานเป็นหลัก ส่วนงานที่ยื่นต่างประเทศนิยมทำเป็นตารางสองภาษาในฉบับเดียว โดยมีข้อกำหนดว่าหากข้อความขัดกันให้ยึดภาษาใดเป็นหลัก วิธีนี้ช่วยให้กรรมการผู้ลงนามและเจ้าหน้าที่ปลายทางอ่านข้อความเดียวกัน และลดปัญหาที่คำแปลแยกฉบับหลุดจากเอกสารต้นทางระหว่างขั้นตอนรับรองนิติกรณ์

ข้อ 45.หนังสือรับรองระบุอำนาจลงนามว่า “กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญ” หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่าเอกสารจะผูกพันบริษัทต่อเมื่อกรรมการที่มีชื่อในกลุ่มผู้มีอำนาจสองคนลงลายมือชื่อพร้อมกัน และประทับตราสำคัญที่จดทะเบียนไว้ ถ้ากรรมการลงนามคนเดียวหรือใช้ตราอื่น คู่สัญญาและธนาคารมีสิทธิปฏิเสธเอกสารได้ทันที ก่อนนัดลงนามควรคัดหนังสือรับรองฉบับล่าสุดมาตรวจว่าเงื่อนไขอำนาจลงนามและรายชื่อกรรมการยังตรงกับความเป็นจริง เพราะการเปลี่ยนกรรมการมีผลต่อเงื่อนไขนี้โดยตรง

ข้อ 46.ถ้ากรรมการลงนามเกินขอบอำนาจที่จดทะเบียนไว้ ผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร?

โดยหลักบริษัทไม่ผูกพัน เว้นแต่บริษัทให้สัตยาบันภายหลัง หรือเข้าหลักตัวแทนเชิดที่ทำให้บุคคลภายนอกผู้สุจริตเข้าใจได้ว่าผู้ลงนามมีอำนาจ วิธีแก้ที่ใช้กันคือให้ที่ประชุมกรรมการมีมติให้สัตยาบันย้อนหลังและออกหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้อง แล้วส่งให้คู่สัญญาแทนฉบับเดิม สำหรับธุรกรรมมูลค่าสูงหรือที่ต้องจดทะเบียน หน่วยงานมักไม่รับสัตยาบันภายหลังและต้องลงนามใหม่ทั้งชุด

ข้อ 47.ตราประทับบริษัทหายหรือชำรุด ต้องทำอย่างไรก่อนใช้เอกสารกับต่างประเทศ?

ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงดวงตราสำคัญต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมมติกรรมการและตัวอย่างตราใหม่ กรณีสูญหายควรแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจดทะเบียนแล้วจึงคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่ซึ่งจะแสดงดวงตราที่ใช้ปัจจุบัน แล้วค่อยเริ่มขั้นตอนแปลและรับรองนิติกรณ์ ถ้าใช้ตราเก่ากับเอกสารที่ยื่นต่างประเทศหลังจดเปลี่ยนแล้ว เอกสารมักถูกตีกลับเพราะตราไม่ตรงกับหนังสือรับรอง

ข้อ 48.ธนาคารต่างประเทศขอ Certificate of Incumbency แต่ไทยไม่มีเอกสารชื่อนี้ ใช้อะไรแทน?

ใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกอบกับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหากจำเป็นให้เพิ่มหนังสือรับรองของกรรมการหรือเลขานุการบริษัทที่ยืนยันรายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง และผู้ถือหุ้น ณ วันที่ออก แล้วให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม จากนั้นแปลและผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล ธนาคารส่วนใหญ่ยอมรับชุดนี้เมื่ออธิบายไว้ในหนังสือนำส่งว่าเป็นเอกสารเทียบเท่าตามระบบทะเบียนของไทย

ข้อ 49.การประกาศผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) ของบริษัทไทยต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ธนาคารและคู่ค้าต่างประเทศมักขอแบบประกาศ UBO ที่ระบุบุคคลธรรมดาซึ่งถือหุ้นทางตรงหรือทางอ้อมเกินเกณฑ์ที่กำหนด โดยทั่วไปคือ 25% ขึ้นไป หรือผู้ที่มีอำนาจควบคุมบริษัทในทางอื่น เอกสารประกอบคือหนังสือรับรอง บอจ.5 ผังโครงสร้างการถือหุ้นจนถึงบุคคลธรรมดา สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของ UBO และหลักฐานที่อยู่ ทุกฉบับควรรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนาม และถ้าปลายทางกำหนดก็ต้องผ่านนิติกรณ์และการรับรองของสถานทูตด้วย

ข้อ 50.แบบ FATCA/CRS ที่ธนาคารให้กรอก บริษัทไทยควรระวังอะไร?

จุดที่ผิดบ่อยคือการเลือกสถานะ Active NFE หรือ Passive NFE ผิดประเภท บริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าเช่า มักเข้าข่าย Passive NFE ซึ่งต้องเปิดเผยผู้ควบคุมทุกคน อีกจุดคือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ต้องใช้เลข 13 หลักของกรมสรรพากรให้ตรงกับที่จดทะเบียน และชื่อบริษัทต้องสะกดตรงกับหนังสือรับรองทุกตัวอักษร กรอกผิดแล้วธนาคารจะขอแบบใหม่พร้อมชุดเอกสารรับรองทั้งชุด ทำให้เสียเวลาซ้ำ

ข้อ 51.บริษัทแม่ต่างชาติจะตั้งบริษัทย่อยในไทย ต้องรับรองเอกสารอะไรจากประเทศต้นทาง?

ชุดพื้นฐานคือหนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัทแม่ มติคณะกรรมการอนุมัติการลงทุนและแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจ หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ดำเนินการในไทย และหลักฐานตัวตนของกรรมการผู้ลงนาม ทั้งหมดต้องผ่านโนตารีพับลิกในประเทศต้นทางและรับรองโดยสถานทูตไทยหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ จากนั้นแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าธุรกิจอยู่ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต้องพิจารณาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองเพิ่มด้วย

ข้อ 52.สำนักงานผู้แทนกับสาขาของบริษัทต่างชาติในไทย ต่างกันอย่างไรในแง่เอกสาร?

สำนักงานผู้แทนทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่ก่อรายได้ เช่น จัดหาสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ และรายงานความเคลื่อนไหวให้บริษัทแม่ ส่วนสาขาประกอบธุรกิจหารายได้ได้แต่ต้องขออนุญาตและมีทุนขั้นต่ำนำเข้าตามเงื่อนไข เอกสารที่ใช้คล้ายกันคือหนังสือรับรองบริษัทแม่ งบการเงิน มติอนุมัติจัดตั้ง และหนังสือมอบอำนาจผู้จัดการในไทย แต่สาขาจะถูกขอแผนธุรกิจและประมาณการทางการเงินละเอียดกว่า ทุกฉบับต้องผ่านการรับรองจากต้นทางและแปลเป็นภาษาไทย

ข้อ 53.บริษัทไทยจะไปประมูลงานต่างประเทศ ต้องเตรียมชุดเอกสารรับรองอะไร?

ชุดที่ผู้จัดประมูลขอบ่อยคือหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด บอจ.5 งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรอง หนังสือรับรองผลงาน หนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากธนาคาร หนังสือรับรองการเสียภาษี และหนังสือมอบอำนาจผู้ยื่นซอง ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและรับรองที่สถานทูตปลายทาง ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ เพราะกำหนดยื่นซองไม่ยืดหยุ่นและเอกสารขาดเพียงฉบับเดียวก็ถูกตัดสิทธิ

ข้อ 54.สัญญาสองภาษาควรกำหนดภาษาที่ใช้บังคับอย่างไรให้ปลอดภัย?

ควรมีข้อกำหนดชัดว่าเมื่อข้อความสองภาษาขัดกันให้ยึดฉบับใดเป็นหลัก และระบุกฎหมายที่ใช้บังคับกับเขตอำนาจศาลหรืออนุญาโตตุลาการแยกจากกัน หากคดีจะขึ้นศาลไทย ศาลใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการและต้องมีคำแปลรับรอง ดังนั้นแม้กำหนดให้ฉบับอังกฤษเป็นหลักก็ควรจัดทำฉบับไทยให้ตรงกันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แปลเร่งด่วนตอนเกิดข้อพิพาท ซึ่งเป็นสาเหตุของข้อโต้แย้งเรื่องความหมายที่พบบ่อยที่สุด

ข้อ 55.ชุดเอกสาร due diligence สำหรับการซื้อขายหุ้นในบริษัทไทย มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปประกอบด้วยหนังสือรับรองและหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัท บอจ.5 และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นย้อนหลัง งบการเงินและแบบภาษี สัญญาสำคัญ สัญญาเช่า ใบอนุญาตประกอบกิจการ ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาจ้างพนักงานหลัก และคดีความที่ค้างอยู่ ผู้ซื้อต่างชาติมักขอให้รับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับและให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองชุดสรุปเพื่อใช้ประกอบเงื่อนไขบังคับก่อนปิดดีล

ข้อ 56.การโอนหุ้นในบริษัทจำกัดต้องทำอย่างไรจึงจะสมบูรณ์และใช้ยันบริษัทได้?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรอง และระบุเลขหมายหุ้นที่โอน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ การโอนจะใช้ยันบริษัทและบุคคลภายนอกได้เมื่อจดแจ้งลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว จากนั้นบริษัทนำส่ง บอจ.5 ฉบับปรับปรุงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากผู้รับโอนเป็นคนต่างด้าวต้องตรวจสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติก่อนดำเนินการ

ข้อ 57.หนังสือมอบอำนาจยื่นเครื่องหมายการค้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีข้อกำหนดพิเศษอะไร?

ต้องใช้แบบมอบอำนาจที่ระบุเลขคำขอหรือเครื่องหมายที่มอบอำนาจ ระบุขอบเขตว่าครอบคลุมการยื่น แก้ไข ต่ออายุ อุทธรณ์ หรือถอนคำขอหรือไม่ ติดอากรแสตมป์ตามอัตราใบมอบอำนาจ และหากผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศต้องผ่านโนตารีพับลิกและการรับรองของสถานทูตไทยก่อนนำเข้ามาใช้ ชื่อและที่อยู่ผู้ขอจดทะเบียนต้องตรงกับหนังสือรับรองบริษัททุกตัวอักษร เพราะความไม่ตรงกันเป็นเหตุให้นายทะเบียนออกคำสั่งให้แก้ไขและทำให้กระบวนการช้าออกไปหลายเดือน

ข้อ 58.ยื่นเครื่องหมายการค้าผ่านระบบ Madrid Protocol จากไทย ต้องมีเอกสารบริษัทอะไรบ้าง?

ต้องมีคำขอหรือทะเบียนพื้นฐานในไทยก่อน แล้วยื่นคำขอระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานต้นทาง เอกสารที่ใช้คือแบบคำขอระหว่างประเทศ รายการประเทศที่ต้องการคุ้มครองพร้อมรายการสินค้าบริการที่ไม่กว้างกว่าคำขอพื้นฐาน หนังสือมอบอำนาจตัวแทน และหลักฐานนิติบุคคลผู้ขอ ควรระวังหลักการพึ่งพาคำขอพื้นฐานในช่วง 5 ปีแรก เพราะถ้าคำขอไทยถูกปฏิเสธหรือถูกเพิกถอน การคุ้มครองระหว่างประเทศจะถูกกระทบตามไปด้วย

ข้อ 59.หนังสือยินยอมให้ใช้เครื่องหมายการค้าระหว่างบริษัทในเครือ ต้องรับรองอย่างไร?

หนังสือยินยอมควรระบุเจ้าของเครื่องหมาย ผู้ได้รับอนุญาต เครื่องหมายและเลขทะเบียน รายการสินค้าบริการ ขอบเขตพื้นที่ ระยะเวลา และเงื่อนไขการควบคุมคุณภาพ ลงนามโดยผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองของทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายใดอยู่ต่างประเทศให้ผ่านโนตารีพับลิกและการรับรองของสถานทูต ส่วนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิที่ต้องการให้มีผลสมบูรณ์เต็มที่ในไทย ควรจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อ 60.เอกสารบริษัทที่จะใช้ต่างประเทศ ลำดับขั้นตอนรับรองที่ถูกต้องคืออะไร?

ลำดับมาตรฐานมี 4 ขั้น คือ หนึ่ง คัดเอกสารต้นฉบับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ใหม่ที่สุด สอง จัดทำคำแปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล และหากเป็นเอกสารที่ต้องมีลายมือชื่อกรรมการให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองลายมือชื่อ สาม ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และสี่ นำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย การสลับลำดับ เช่น แปลก่อนคัดเอกสารใหม่ เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งชุดบ่อยที่สุด

ข้อ 61.เมื่อไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารบริษัทจะเปลี่ยนไปอย่างไร?

เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาจะจบที่การออกใบ Apostille จากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในไทย โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง ทำให้ชุดหนังสือรับรองบริษัทและหนังสือมอบอำนาจใช้เวลาน้อยลงและค่าใช้จ่ายลดลง แต่ขั้นตอนก่อนหน้า ได้แก่ การคัดเอกสารจากหน่วยงานราชการและคำแปลที่ถูกต้อง ยังคงเหมือนเดิม สำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี เช่น บางประเทศในตะวันออกกลาง ยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์และรับรองสถานทูตตามเดิม

ข้อ 62.ทำไมเอกสารบริษัทถึงถูกตีกลับบ่อยที่สุด และป้องกันอย่างไร?

สาเหตุที่พบมากที่สุดคือหนังสือรับรองเก่าเกินเกณฑ์ของผู้รับเอกสาร ชื่อบริษัทหรือชื่อกรรมการสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ผู้ลงนามไม่ตรงกับเงื่อนไขอำนาจลงนาม ไม่ได้ประทับตราสำคัญ อากรแสตมป์ไม่ครบหรือไม่ขีดฆ่า คำแปลไม่แนบกับต้นฉบับที่ผ่านนิติกรณ์ และลำดับการรับรองสลับกัน วิธีป้องกันคือทำรายการตรวจสอบก่อนยื่นทุกครั้ง คัดเอกสารใหม่ให้ใกล้วันใช้งาน และยืนยันเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มขั้นตอนแรก

ข้อ 63.หนังสือรับรองบริษัทที่จะส่งไปต่างประเทศต้องออกใหม่ไม่เกินกี่เดือน

ปลายทางส่วนใหญ่กำหนดว่าออกไม่เกินสามถึงหกเดือน ธนาคารต่างประเทศและนายทะเบียนบริษัทในยุโรปมักเข้มที่สุดที่สามเดือน ขณะที่คู่ค้าเอกชนอาจยอมรับหกเดือน ควรนับอายุจากวันที่นายทะเบียนออกเอกสาร ไม่ใช่วันที่รับรองคำแปล และเผื่อเวลารับรองที่กรมการกงสุลกับสถานทูตอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หากคาดว่าขั้นตอนจะยาว ควรขอหนังสือรับรองฉบับใหม่ก่อนเริ่มกระบวนการรับรองเสมอ

ข้อ 64.กรรมการลงนามในต่างประเทศ จะทำหนังสือมอบอำนาจให้ใช้ในไทยได้อย่างไร

ลงนามต่อหน้าโนตารีในประเทศนั้นแล้วรับรองต่อด้วยอาโปสตีย์หากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นแล้วรับรองซ้ำที่สถานทูตไทยหากไม่เป็นภาคี เมื่อนำเข้ามาในไทยต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นต่อหน่วยงาน ควรระบุขอบเขตอำนาจ ชื่อผู้รับมอบพร้อมเลขบัตร และวันสิ้นสุดอำนาจให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานไทยมักปฏิเสธข้อความที่กว้างเกินไป

ข้อ 65.หนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องติดอากรแสตมป์เท่าใด

อัตราตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในประมวลรัษฎากรแยกตามลักษณะการมอบ คือมอบให้บุคคลเดียวทำการครั้งเดียว มอบให้บุคคลเดียวทำการหลายครั้ง และมอบให้หลายคนแยกกันทำการ โดยกรณีมอบทั่วไปหลายครั้งมีอัตราสูงกว่ากรณีครั้งเดียว ควรติดและขีดฆ่าอากรให้เรียบร้อยตั้งแต่วันทำเอกสาร เพราะเอกสารที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มให้ครบถ้วน

ข้อ 66.รายงานการประชุมคณะกรรมการที่ใช้เปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศต้องมีอะไรบ้าง

ต้องระบุวันเวลาและสถานที่ประชุม รายชื่อกรรมการที่เข้าประชุมและองค์ประชุมตามข้อบังคับ มติที่ชัดเจนว่าอนุมัติเปิดบัญชีกับธนาคารใด ประเภทบัญชีและสกุลเงิน ชื่อผู้มีอำนาจสั่งจ่ายพร้อมเงื่อนไขการลงนาม และผู้ได้รับมอบหมายให้ลงนามในเอกสารของธนาคาร จากนั้นให้กรรมการผู้มีอำนาจรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตรา หากธนาคารอยู่ต่างประเทศ ต้องแปลและผ่านการรับรองตามที่ธนาคารนั้นกำหนดก่อนยื่น

ข้อ 67.ตราประทับบริษัทยังจำเป็นหรือไม่ในการรับรองเอกสารส่งออกนอกประเทศ

ในทางกฎหมายไทยตราประทับจำเป็นเมื่อหนังสือรับรองระบุว่าอำนาจกรรมการต้องประทับตราสำคัญของบริษัท หากหนังสือรับรองไม่ได้กำหนด การลงลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจก็เพียงพอ แต่ในทางปฏิบัติกับปลายทางต่างประเทศ ผู้รับเอกสารมักคาดหวังเห็นตราประทับและเทียบกับที่ระบุในหนังสือรับรอง จึงควรประทับตราให้สอดคล้องกับเงื่อนไขในหนังสือรับรองทุกครั้ง เพื่อลดคำถามย้อนกลับที่ทำให้กระบวนการล่าช้า

ข้อ 68.แปลหนังสือรับรองบริษัทเองแล้วให้ทนายรับรองได้หรือไม่

ถ้าปลายทางคือกรมการกงสุลเพื่อขอรับรองคำแปล จะมีเกณฑ์รูปแบบคำแปลและผู้แปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์พิจารณา การแปลเองมักถูกตีกลับเพราะรูปแบบไม่ตรงหรือคำเฉพาะไม่ตรงกับที่ใช้ในทะเบียน ส่วนกรณีปลายทางเป็นคู่สัญญาเอกชนหรือธนาคาร บางแห่งรับคำแปลที่มีคำรับรองของผู้แปลและการรับรองลายมือชื่อก็พอ ทางที่ปลอดภัยคือถามปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องการคำรับรองระดับใดก่อนเริ่มแปล

ข้อ 69.บริษัทต่างชาติจะมอบอำนาจให้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยต้องทำอย่างไร

ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมายของบริษัทนั้น ระบุชื่อผู้รับมอบอำนาจในไทยและขอบเขตครอบคลุมการยื่น แก้ไข ตอบข้อโต้แย้ง และรับหนังสือแจ้งจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา หากลงนามนอกประเทศไทยต้องผ่านการรับรองแบบเดียวกับหนังสือมอบอำนาจทั่วไป และแปลเป็นภาษาไทย ควรเผื่อว่าอาจต้องยื่นเอกสารแสดงสถานะนิติบุคคลของผู้มอบอำนาจประกอบด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ลงนามมีอำนาจจริง

ข้อ 70.เอกสารนิติบุคคลชุดใดที่ธนาคารไทยขอบ่อยที่สุดเมื่อบริษัทต่างชาติเปิดบัญชี

ชุดมาตรฐานคือหนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัทแม่ที่ออกใหม่ หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมอนุมัติเปิดบัญชีและกำหนดผู้มีอำนาจสั่งจ่าย หนังสือเดินทางและหลักฐานที่อยู่ของกรรมการและผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม และหนังสือมอบอำนาจหากผู้ดำเนินการไม่ใช่กรรมการ ทุกฉบับที่ออกนอกประเทศต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่ธนาคารกำหนด และมักมีอายุเอกสารไม่เกินสามเดือน

ข้อ 71.มติผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ใช้กับปลายทางต่างประเทศได้หรือไม่

ใช้ได้เมื่อข้อบังคับของบริษัทรองรับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่ปลายทางบางแห่งยังขอสำเนากระดาษที่มีลายมือชื่อจริงของประธานในที่ประชุมพร้อมตราประทับ ทางปฏิบัติที่ลดปัญหาคือจัดทำรายงานการประชุมเป็นเอกสารกระดาษที่รับรองสำเนาถูกต้อง แล้วแนบบันทึกวิธีการประชุมอิเล็กทรอนิกส์เป็นภาคผนวก เพื่อให้ปลายทางเห็นทั้งความถูกต้องตามกฎหมายไทยและรูปแบบที่ตนคุ้นเคย

ข้อ 72.หนังสือมอบอำนาจแบบไม่มีวันสิ้นสุดมีความเสี่ยงอย่างไร

ความเสี่ยงหลักคือผู้รับมอบอำนาจยังใช้เอกสารได้แม้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจสิ้นสุดแล้ว และการเพิกถอนต้องแจ้งให้บุคคลภายนอกทราบจึงจะยกขึ้นต่อสู้ได้ในหลายกรณี ทางป้องกันคือกำหนดวันสิ้นสุดในตัวเอกสาร จำกัดขอบเขตเป็นรายธุรกรรม ระบุวงเงินสูงสุด และกำหนดว่าต้องใช้ร่วมกับเอกสารอ้างอิงฉบับใด หากต้องเพิกถอน ควรทำหนังสือแจ้งไปยังคู่สัญญาและหน่วยงานที่เคยรับเอกสารนั้นทุกแห่งพร้อมเก็บหลักฐานการแจ้ง

ข้อ 73.งบการเงินที่ต้องส่งให้บริษัทแม่ต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร

ใช้งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงนามแสดงความเห็นและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว จากนั้นให้กรรมการผู้มีอำนาจรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตรา หากปลายทางเป็นหน่วยงานรัฐหรือธนาคารต่างประเทศ ให้แปลเป็นภาษาปลายทางแล้วรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อประเทศนั้นยังไม่ใช้อาโปสตีย์กับไทย ควรแนบหนังสือนำส่งที่อ้างรอบบัญชีและวันที่นำส่งเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

ข้อ 74.สัญญาสองภาษาควรกำหนดให้ภาษาใดมีผลบังคับเหนือกว่า

ควรระบุข้อกำหนดภาษาบังคับไว้ชัดเจนหนึ่งภาษา เพราะหากไม่ระบุแล้วเกิดข้อความไม่ตรงกัน คู่สัญญาจะเถียงกันในชั้นตีความและทำให้คดียืดเยื้อ หากคาดว่าจะฟ้องหรือบังคับคดีในศาลไทย การเลือกภาษาไทยเป็นภาษาบังคับช่วยลดภาระการแปลเอกสารต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าปลายทางคือการอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ภาษาอังกฤษมักสะดวกกว่า ทางปฏิบัติที่ดีคือให้ผู้แปลคนเดียวจัดทำทั้งสองฉบับและตรวจเทียบข้อต่อข้อก่อนลงนาม

ข้อ 75.ผู้ถือหุ้นต่างชาติมอบอำนาจเข้าประชุมผู้ถือหุ้นแทนได้หรือไม่

ได้ โดยทำหนังสือมอบฉันทะระบุการประชุมครั้งที่และวันที่ประชุม จำนวนหุ้นที่มอบ และแนวทางออกเสียงในแต่ละวาระ หากลงนามในต่างประเทศควรรับรองต่อหน้าโนตารีและผ่านอาโปสตีย์หรือรับรองผ่านสถานทูตไทยตามสถานะภาคีของประเทศนั้น แล้วแปลรับรองเป็นภาษาไทยก่อนยื่นต่อบริษัท ควรส่งฉบับจริงถึงบริษัทก่อนวันประชุมตามกำหนดในข้อบังคับ เพราะประธานที่ประชุมมีสิทธิไม่นับคะแนนหากเอกสารไม่ครบถ้วน

ข้อ 76.บริษัทต่างชาติจะเปิดสำนักงานผู้แทนในไทยต้องเตรียมเอกสารบริษัทแม่อย่างไร

โดยทั่วไปต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัทแม่ หนังสือรับรองผู้มีอำนาจลงนาม งบการเงินย้อนหลัง และหนังสือแต่งตั้งผู้จัดการสำนักงานในไทย ทุกฉบับต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางด้วยอาโปสตีย์หรือสถานทูตไทย แล้วแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจอายุเอกสารไม่ให้เกินที่นายทะเบียนกำหนด เพราะเอกสารเก่ามักถูกสั่งให้ยื่นฉบับใหม่ทั้งชุด

ข้อ 77.ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาธุรกิจข้ามประเทศใช้ได้จริงหรือไม่

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองผลของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุตัวผู้ลงนามและเชื่อมโยงเจตนาได้ แต่ธุรกรรมที่กฎหมายกำหนดแบบเฉพาะ เช่น การจดทะเบียนสิทธิในที่ดินและเอกสารที่ต้องรับรองลายมือชื่อ ยังต้องใช้กระดาษ ในทางปฏิบัติกับปลายทางต่างประเทศ หลายหน่วยงานยังขอฉบับลงนามหมึกเพื่อนำไปรับรองต่อ จึงควรถามปลายทางก่อน และเก็บบันทึกหลักฐานการยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มไว้ประกอบทุกครั้ง

ข้อ 78.หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีใช้ทำอะไรและขอที่ไหน

ใช้ยืนยันสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทยเพื่อขอใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาภาษีซ้อน โดยยื่นคำขอต่อกรมสรรพากรพร้อมหลักฐานการจดทะเบียนและการยื่นแบบภาษี เมื่อได้รับเอกสารแล้ว หากปลายทางกำหนดให้รับรองเพิ่ม สามารถนำไปรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตได้ ควรระบุปีภาษีและประเทศคู่สัญญาในคำขอให้ชัด เพราะเอกสารมักออกเป็นรายปีภาษีและรายประเทศ

ข้อ 79.การรับรองสำเนาเอกสารบริษัทจำนวนมากมีวิธีจัดชุดให้ไม่ตีกลับอย่างไร

จัดเรียงเป็นชุดตามปลายทางแต่ละราย ใส่สารบัญหน้าแรกระบุรายการเอกสารและจำนวนหน้า เย็บมุมและประทับตราคาบรอยต่อทุกแผ่นเพื่อกันการสับเปลี่ยน ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้าไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก และใช้สำเนาสีจากต้นฉบับเดียวกันทั้งชุดเพื่อให้ตราประทับชัด วิธีนี้ลดปัญหาเจ้าหน้าที่กงสุลตีกลับเพราะจำนวนหน้าไม่ตรงกับที่ระบุในคำขอ

ข้อ 80.เปลี่ยนกรรมการหรือที่อยู่บริษัทระหว่างรอรับรองเอกสาร ต้องเริ่มใหม่หรือไม่

ถ้าการเปลี่ยนแปลงจดทะเบียนเสร็จก่อนที่ปลายทางจะรับเอกสาร ควรขอหนังสือรับรองฉบับใหม่และเริ่มรับรองชุดใหม่ เพราะปลายทางจะเทียบข้อมูลกับฐานทะเบียนปัจจุบันแล้วพบไม่ตรง หากการเปลี่ยนแปลงเกิดหลังยื่นเอกสารไปแล้ว มักแก้ได้ด้วยการยื่นหนังสือรับรองฉบับใหม่เป็นเอกสารเพิ่มเติมพร้อมหนังสือชี้แจงลำดับเวลา จึงควรหลีกเลี่ยงการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงในช่วงที่กำลังรับรองเอกสารสำคัญ

ข้อ 81.หนังสือรับรองบริษัทฉบับภาษาอังกฤษขอจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เลยหรือไม่

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกหนังสือรับรองภาษาอังกฤษได้ตามคำขอ แต่คิวและช่องทางยื่นต่างจากฉบับภาษาไทย หากปลายทางต่างประเทศต้องการเอกสารที่รับรองต่อ ควรขอฉบับภาษาอังกฤษที่ออกใหม่ไม่นาน แล้วนำไปรับรองที่กรมการกงสุลตามที่ผู้รับกำหนด

ข้อ 82.มติที่ประชุมกรรมการที่ใช้ต่างประเทศต้องมีรูปแบบอย่างไร

ควรระบุวันเวลา สถานที่ องค์ประชุม ชื่อกรรมการที่เข้าร่วม ข้อความมติที่ชัดเจน และผู้มีอำนาจลงนามพร้อมตราสำคัญถ้ามี ผู้รับต่างประเทศ เช่น ธนาคารหรือทะเบียนบริษัท มักขอให้ข้อความมติระบุชื่อธุรกรรมและวงเงินโดยตรง ไม่ใช้ถ้อยคำกว้างเกินไป

ข้อ 83.บริษัทต่างชาติจะให้เอกสารของตนใช้ในไทยต้องทำอย่างไร

ต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางก่อน โดยอาจเป็นอะพอสตีลหากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก หรือรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนด เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือกรมที่ดิน

ข้อ 84.หนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องติดอากรแสตมป์เท่าไร

อัตราอากรแสตมป์สำหรับใบมอบอำนาจกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โดยแยกกรณีมอบอำนาจให้บุคคลเดียวหรือหลายคน และกรณีมอบอำนาจทั่วไป การติดอากรไม่ครบอาจทำให้ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานมีข้อจำกัด ควรตรวจอัตราปัจจุบันก่อนลงนาม

ข้อ 85.เอกสารกลุ่มบริษัทหลายฉบับควรรับรองรวมเป็นชุดเดียวหรือแยกฉบับ

ควรแยกการรับรองตามฉบับเพื่อให้แต่ละฉบับใช้ได้ด้วยตัวเอง เพราะผู้รับต่างประเทศบางรายเก็บเฉพาะบางฉบับไว้ในแฟ้ม การรับรองรวมเป็นเล่มเดียวอาจทำให้ต้องถ่ายทั้งเล่มและถูกทักท้วงเรื่องความครบถ้วน

ข้อ 86.ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษสะกดไม่ตรงกับเอกสารเก่าจะแก้อย่างไร

ให้ยึดการสะกดตามหนังสือรับรองฉบับล่าสุดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหลัก และจัดทำหนังสือชี้แจงอ้างอิงเลขทะเบียนนิติบุคคลว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกัน แนบไปพร้อมชุดเอกสาร วิธีนี้ช่วยลดการปฏิเสธจากธนาคารและทะเบียนต่างประเทศ

ข้อ 87.งบการเงินที่ต้องใช้ยื่นประมูลงานต่างประเทศต้องรับรองระดับใด

ผู้จัดประมูลส่วนใหญ่ขอสำเนางบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงนาม พร้อมคำแปลรับรอง และบางรายขอให้รับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง ควรอ่านเอกสารเชิญประมูลให้ครบและยืนยันระดับการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

ข้อ 88.สัญญาสองภาษาควรระบุภาษาที่ใช้บังคับอย่างไร

ควรมีข้อสัญญากำหนดชัดว่าเมื่อข้อความสองภาษาขัดกันให้ยึดภาษาใด และควรสอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาลที่เลือก หากต้องยื่นต่อหน่วยงานไทย ควรมีฉบับภาษาไทยที่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ใช่คำแปลย่อ

ข้อ 89.การเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามกระทบเอกสารที่รับรองไว้แล้วหรือไม่

เอกสารที่ลงนามและรับรองไว้ก่อนการเปลี่ยนยังมีผลตามวันที่ลงนาม แต่ผู้รับต่างประเทศมักขอหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่แสดงอำนาจปัจจุบัน จึงควรจัดทำหนังสือรับรองใหม่และแนบไปพร้อมกันเมื่อธุรกรรมยังไม่ปิด

ข้อ 90.สำเนาเอกสารบริษัทที่รับรองแล้วมีอายุใช้งานนานเท่าไร

กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุการรับรองไว้ แต่ผู้รับปลายทางมักกำหนดเองว่าเอกสารต้องออกไม่เกินสามหรือหกเดือน จึงควรถามอายุที่ยอมรับก่อนเริ่มกระบวนการ เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิวรับรอง

ข้อ 91.บริษัทที่จดทะเบียนในไทยจะเปิดสาขาต่างประเทศต้องเตรียมชุดเอกสารอะไร

ชุดพื้นฐานมักได้แก่ หนังสือรับรอง หนังสือรับรองตราสำคัญถ้ามี หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น มติที่ประชุมอนุมัติเปิดสาขา และหนังสือมอบอำนาจผู้แทน ทุกฉบับต้องแปลและรับรองตามที่ทะเบียนของประเทศปลายทางกำหนด

ข้อ 92.ผู้ถือหุ้นต่างชาติลงนามเอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร

ให้รับรองลายมือชื่อในประเทศที่ลงนาม แล้วผ่านอะพอสตีลหรือรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทย จากนั้นแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อหน่วยงานไทย ควรตรวจว่าชื่อในเอกสารสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกจุด

ข้อ 93.เอกสารบริษัทที่ยื่นออนไลน์กับหน่วยงานต่างประเทศต้องใช้ต้นฉบับไหม

หลายทะเบียนรับไฟล์ดิจิทัลในขั้นยื่น แต่สงวนสิทธิเรียกต้นฉบับภายหลัง จึงควรเก็บต้นฉบับที่รับรองแล้วไว้และสแกนความละเอียดสูงพร้อมหน้ารับรองทุกหน้า เพื่อส่งได้ทันทีเมื่อถูกเรียก

ข้อ 94.ตราสำคัญของบริษัทยังจำเป็นสำหรับธุรกรรมข้ามประเทศหรือไม่

ในไทยการใช้ตราขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่จดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรอง หากระบุว่าต้องประทับตรา ก็ต้องประทับให้ครบทุกฉบับ ส่วนคู่สัญญาต่างประเทศบางรายไม่คุ้นเคยกับตรา จึงควรแนบสำเนาหนังสือรับรองที่แสดงเงื่อนไขอำนาจลงนามไปด้วย

ข้อ 95.ตรวจสอบสถานะนิติบุคคลคู่ค้าไทยจากต่างประเทศทำได้อย่างไร

ตรวจได้จากฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก และขอหนังสือรับรองที่ออกใหม่จากคู่ค้าเพื่อยืนยันกรรมการและอำนาจลงนามในวันทำสัญญา ควรเทียบชื่อกรรมการกับหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนที่แสดงในวันลงนาม

ข้อ 96.ควรเผื่อเวลาเท่าไรสำหรับชุดเอกสารนิติบุคคลที่ใช้ต่างประเทศ

ควรเผื่อประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ ครอบคลุมการขอหนังสือรับรองฉบับใหม่ การจัดทำมติที่ประชุม การแปล คิวรับรองคำแปล คิวสถานทูตหากต้องใช้ และการขนส่งระหว่างประเทศแบบมีเลขติดตาม

ปรึกษาทีมงาน

สอบถามรายการเอกสารนิติบุคคล การร่างหนังสือมอบอำนาจ และการรับรองนิติกรณ์ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00

ติดต่อเจ้าหน้าที่

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ