จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติ และงานทะเบียนราษฎร — คำถามที่พบบ่อย 93 ข้อ
คำตอบอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ (สมรสเท่าเทียม) ที่มีผล 22 มกราคม 2568 ระเบียบของกรมการปกครอง (bora.dopa.go.th) กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th) ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี และไม่รับประกันผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
เลือกอ่านตามหมวด
ข้อ 1.คนไทยกับชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยมีขั้นตอนอะไรบ้าง
ลำดับมาตรฐานคือ (1) ฝ่ายต่างชาติขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) จากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในไทย (2) นำหนังสือดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (3) นำเอกสารที่รับรองแล้วพร้อมหนังสือเดินทางและบัตรประชาชนของฝ่ายไทยไปยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งใดก็ได้ในประเทศไทย นายทะเบียนจะบันทึกและออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้ในวันเดียวหากเอกสารครบถ้วน ตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดที่ bora.dopa.go.th และ consular.mfa.go.th
ข้อ 2.ต้องจดทะเบียนสมรสที่อำเภอตามทะเบียนบ้านของฝ่ายไทยหรือไม่
ไม่จำเป็น การจดทะเบียนสมรสยื่นได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตใดก็ได้ทั่วประเทศ ไม่ผูกกับภูมิลำเนาของคู่สมรส อย่างไรก็ตามบางสำนักทะเบียนมีคิวและช่วงเวลารับเรื่องต่างกัน และบางแห่งขอให้นัดหมายล่วงหน้าเมื่อมีคู่สมรสต่างชาติเพราะต้องใช้เวลาตรวจเอกสารแปลมากกว่าปกติ
ข้อ 3.อายุขั้นต่ำในการสมรสตามกฎหมายไทยคือเท่าไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้บุคคลทั้งสองฝ่ายต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ปรับจากเดิม 17 ปี โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568) ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม และในกรณีมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้สมรสก่อนอายุที่กำหนดได้
ข้อ 4.คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในไทยได้หรือไม่
ได้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม (พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 เปลี่ยนถ้อยคำจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ทำให้คู่สมรสเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสและมีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายเช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศ รวมถึงสิทธิในสินสมรสและการรับมรดก ทั้งนี้การรับรองสถานะในประเทศของคู่สมรสต่างชาติขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้น
ข้อ 5.ต้องมีพยานกี่คน และพยานต้องเป็นคนไทยหรือไม่
ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนที่บรรลุนิติภาวะและลงลายมือชื่อในทะเบียนสมรส (คร.2) กฎหมายไม่ได้กำหนดสัญชาติของพยาน ชาวต่างชาติเป็นพยานได้โดยแสดงหนังสือเดินทาง แต่พยานควรสื่อสารเข้าใจสิ่งที่ลงนามได้ บางสำนักทะเบียนอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เป็นพยานได้หากไม่มีผู้ติดตาม ควรสอบถามล่วงหน้า
ข้อ 6.ต้องใช้ล่ามหรือไม่ ถ้าคู่สมรสต่างชาติไม่เข้าใจภาษาไทย
โดยปฏิบัติ นายทะเบียนจะให้มีล่ามเมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย เพราะการจดทะเบียนสมรสต้องแสดงความยินยอมโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน ล่ามมักต้องแสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและลงลายมือชื่อรับรองการแปลในบันทึก บางสำนักทะเบียนกำหนดให้ล่ามไม่ใช่พยานคนเดียวกัน
ข้อ 7.เอกสารที่ฝ่ายไทยต้องเตรียมมีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปคือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อ-สกุลหากเคยเปลี่ยน หากเคยสมรสมาก่อนต้องมีใบสำคัญการหย่า (คร.7) หรือมรณบัตรของคู่สมรสเดิม ในบางกรณีนายทะเบียนอาจขอหนังสือรับรองความเป็นโสดจากสำนักทะเบียนท้องที่เพิ่มเติม
ข้อ 8.คร.2 กับ คร.3 ต่างกันอย่างไร
คร.2 คือทะเบียนสมรสซึ่งเป็นบันทึกของนายทะเบียนที่คู่สมรสและพยานลงลายมือชื่อ ส่วน คร.3 คือใบสำคัญการสมรสที่มอบให้คู่สมรสเก็บไว้เป็นหลักฐาน เวลาต้องใช้เอกสารในต่างประเทศ หน่วยงานปลายทางมักขอสำเนา คร.2 ที่คัดรับรองจากสำนักทะเบียน เพราะมีรายละเอียดครบกว่าใบสำคัญ
ข้อ 9.จดทะเบียนสมรสที่สถานทูตของตนในไทยแทนได้หรือไม่
สถานทูตส่วนใหญ่ในไทยไม่รับจดทะเบียนสมรสให้ และการสมรสที่จะมีผลตามกฎหมายไทยต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนไทยเท่านั้น พิธีทางศาสนาหรือพิธีตามประเพณีไม่ทำให้เกิดผลทางกฎหมายหากไม่ได้จดทะเบียน ควรตรวจสอบนโยบายกับสถานทูตของคุณโดยตรง
ข้อ 10.มีค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสมรสหรือไม่
การจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนในวันและเวลาราชการโดยหลักไม่เสียค่าธรรมเนียม ส่วนการจดทะเบียนนอกสถานที่หรือนอกเวลาราชการมีค่าธรรมเนียมและค่าพาหนะตามระเบียบของแต่ละสำนักทะเบียน สำหรับค่าบริการแปลเอกสาร การรับรองนิติกรณ์ และการเดินเรื่องแทน กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ข้อ 11.หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) คืออะไร
คือหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศคู่สมรสต่างชาติออกให้ ยืนยันว่าผู้ร้องมีคุณสมบัติและไม่มีข้อขัดข้องตามกฎหมายของประเทศตนที่จะสมรส บางประเทศเรียกว่า Statutory Declaration, Certificate of No Impediment (CNI) หรือ Affidavit in Lieu of Certificate of Legal Capacity นายทะเบียนไทยถือเป็นเอกสารหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับคู่สมรสต่างชาติ
ข้อ 12.ขอหนังสือรับรองจากสถานทูตต้องใช้เอกสารอะไรและใช้เวลานานแค่ไหน
ทั่วไปต้องใช้หนังสือเดินทาง หลักฐานสถานภาพ เช่น ใบหย่าหรือมรณบัตรของคู่สมรสเดิม และข้อมูลของคู่สมรสฝ่ายไทย บางสถานทูตออกให้ในวันเดียวโดยนัดหมายล่วงหน้า บางแห่งเป็นการทำคำสาบานต่อเจ้าหน้าที่กงสุล และบางประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ใช้ระบบประกาศแจ้งความประสงค์สมรสซึ่งใช้เวลานานกว่า โปรดตรวจสอบขั้นตอนและค่าธรรมเนียมกับสถานทูตของคุณโดยตรง
ข้อ 13.หนังสือรับรองจากสถานทูตมีอายุการใช้งานเท่าไร
กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดอายุไว้ชัดเจน แต่ทางปฏิบัตินายทะเบียนหลายแห่งรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน และบางสถานทูตระบุอายุไว้ในเอกสารเอง จึงควรวางแผนให้ขั้นตอนแปล รับรองกงสุล และยื่นสำนักทะเบียน เสร็จภายในกรอบเวลาดังกล่าว
ข้อ 14.ถ้าประเทศของฉันไม่มีสถานทูตในไทยต้องทำอย่างไร
โดยทั่วไปใช้เอกสารจากสถานทูตที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ซึ่งมักตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สิงคโปร์ หรือกัวลาลัมเปอร์ หากเอกสารออกจากต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศนั้นและรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้ามาแปลและรับรองในไทย ควรตรวจสอบเส้นทางเอกสารก่อนเดินทาง
ข้อ 15.สถานทูตออกหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ ต้องแปลไทยเสมอหรือไม่
ต้องแปลเสมอ สำนักทะเบียนรับเฉพาะเอกสารภาษาไทยหรือเอกสารต่างประเทศที่มีคำแปลภาษาไทยซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการกงสุลแล้ว การแปลต้องสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นทุกฉบับ มิฉะนั้นนายทะเบียนอาจให้แก้ไขก่อนรับจดทะเบียน
ข้อ 16.ลำดับการแปลและรับรองเอกสารก่อนไปสำนักทะเบียนเป็นอย่างไร
ลำดับที่ถูกต้องคือ (1) ได้เอกสารต้นฉบับจากสถานทูต (2) แปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล (3) ยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ซึ่งให้บริการที่ถนนแจ้งวัฒนะและศูนย์บริการในภูมิภาค (4) นำต้นฉบับพร้อมคำแปลที่ประทับตรารับรองไปยื่นสำนักทะเบียน การข้ามขั้นตอนที่ 3 เป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
ข้อ 17.กรมการกงสุลรับรองคำแปลใช้เวลากี่วัน
บริการปกติโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2–3 วันทำการ และมีบริการด่วนที่รับผลได้ภายในวันเดียวกันในบางกรณี โดยมีค่าธรรมเนียมต่อฉบับตามประกาศของกรมการกงสุล จำนวนวันจริงขึ้นกับปริมาณงานในแต่ละช่วง โปรดตรวจสอบค่าธรรมเนียมและรอบเวลาล่าสุดที่ consular.mfa.go.th ก่อนวางแผนวันจดทะเบียน
ข้อ 18.ยื่นรับรองนิติกรณ์จากภูเก็ตโดยไม่ต้องไปกรุงเทพฯ ได้หรือไม่
ได้ กรมการกงสุลมีช่องทางรับเอกสารทางไปรษณีย์และมีสำนักงานหนังสือเดินทางในภูมิภาคที่รับงานนิติกรณ์บางประเภท นอกจากนี้ผู้ให้บริการสามารถเดินเรื่องแทนที่กรุงเทพฯ ให้ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ลูกค้าในภูเก็ตนิยมใช้เพื่อลดการเดินทาง โปรดตรวจสอบประเภทงานที่แต่ละศูนย์รับก่อนส่งเอกสาร
ข้อ 19.ข้อผิดพลาดในการแปลที่ทำให้ถูกตีกลับบ่อยที่สุดคืออะไร
ที่พบบ่อยคือ การสะกดชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง การถอดเสียงชื่อภาษาไทยไม่ตรงกับเอกสารเดิมของฝ่ายไทย การเขียนวันที่สลับรูปแบบวัน/เดือน การแปลตำแหน่งผู้ลงนามและชื่อหน่วยงานไม่ครบ และการไม่แปลข้อความบนตราประทับหรือลายเซ็นรับรองท้ายเอกสาร
ข้อ 20.ต้องนำเอกสารต้นฉบับไปด้วยหรือใช้สำเนาได้
ต้องนำต้นฉบับไปแสดงเสมอทั้งที่กรมการกงสุลและที่สำนักทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจตราประทับและลายมือชื่อจริงเทียบกับตัวอย่างที่มีอยู่ สำเนาใช้ได้เฉพาะเป็นเอกสารประกอบ และควรเตรียมสำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่ายพร้อมหน้าตราประทับขาเข้าล่าสุดไปด้วย
ข้อ 21.สัญญาก่อนสมรสในไทยมีผลบังคับหรือไม่ ต้องทำอย่างไร
มีผล หากทำถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1466 คือทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อย 2 คน และต้องจดแจ้งข้อความไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส หากทำหลังจดทะเบียนสมรสแล้ว สัญญานั้นจะไม่มีผลผูกพันในฐานะสัญญาก่อนสมรส และข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือกฎหมายก็ตกเป็นโมฆะ
ข้อ 22.สินส่วนตัวกับสินสมรสต่างกันอย่างไร
สินส่วนตัวคือทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส ของใช้ส่วนตัว ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หาที่ระบุว่าเป็นสินส่วนตัว และของหมั้น ส่วนสินสมรสคือทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส รวมถึงดอกผลของสินส่วนตัว การจัดการสินสมรสบางประเภท เช่น การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย
ข้อ 23.คู่สมรสต่างชาติต้องเซ็นเอกสารอะไรเมื่อคู่สมรสไทยจะซื้อที่ดิน
โดยปฏิบัติของกรมที่ดิน คู่สมรสต่างชาติจะต้องลงนามในหนังสือยืนยันร่วมกับคู่สมรสไทยว่าเงินที่ใช้ซื้อเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายไทยทั้งหมด และตนไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินนั้น หากคู่สมรสต่างชาติไม่อยู่ในไทย สามารถลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุลหรือทำหนังสือมอบอำนาจที่ผ่านการรับรองแล้วส่งเข้ามา ควรตรวจแนวปฏิบัติกับสำนักงานที่ดินท้องที่ก่อนนัดโอน
ข้อ 24.สมรสกับคนไทยแล้วชาวต่างชาติถือครองที่ดินได้หรือไม่
ไม่ได้ การสมรสไม่ทำให้ชาวต่างชาติมีสิทธิถือครองที่ดินในนามตนเอง ทางเลือกที่ถูกกฎหมายคือการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในอัตราส่วนต่างชาติของอาคารชุด การเช่าระยะยาวที่จดทะเบียน หรือการถือผ่านนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจจริงตามกฎหมาย การใช้คู่สมรสหรือบุคคลอื่นถือแทน (นอมินี) เป็นความผิดตามกฎหมาย เราไม่รับจัดโครงสร้างลักษณะดังกล่าว
ข้อ 25.พินัยกรรมจำเป็นหรือไม่หลังสมรสกับคนไทย
แนะนำอย่างยิ่ง เพราะทรัพย์สินในไทยตกอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเรื่องมรดก และคู่สมรสเป็นทายาทโดยธรรมร่วมกับทายาทลำดับอื่น การมีพินัยกรรมภาษาไทยที่ระบุทรัพย์ในไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศบ้านเกิดจะช่วยลดปัญหาการตีความและระยะเวลาตั้งผู้จัดการมรดกในศาลไทย
ข้อ 26.เคยสมรสและหย่าที่ต่างประเทศ ต้องใช้เอกสารอะไรเพื่อสมรสใหม่ในไทย
ต้องใช้คำพิพากษาหย่าหรือใบสำคัญการหย่าฉบับทางการ ผ่านการรับรองตามระบบของประเทศที่ออกเอกสาร แล้วนำมาแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ในหลายกรณีสถานทูตของคุณจะอ้างถึงเอกสารนี้ในหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสอยู่แล้ว ซึ่งช่วยให้นายทะเบียนพิจารณาได้เร็วขึ้น
ข้อ 27.หย่าในไทยทำอย่างไร ต้องขึ้นศาลเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ สามารถหย่าโดยความยินยอมที่สำนักทะเบียน โดยทำหนังสือหย่าที่มีพยาน 2 คน แล้วจดทะเบียนหย่าเพื่อรับ คร.7 ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมหรือไม่อยู่ในไทย ต้องฟ้องหย่าต่อศาลโดยอ้างเหตุหย่าตามกฎหมาย ซึ่งใช้เวลานานกว่ามาก
ข้อ 28.การหย่าที่จดทะเบียนในไทยจะได้รับการยอมรับในประเทศของฉันหรือไม่
ขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้น หลายประเทศยอมรับการหย่าที่ทำถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียนสมรส แต่บางประเทศต้องนำเอกสารไปจดบันทึกหรือขอให้ศาลรับรองก่อน จึงควรขอ คร.7 พร้อมสำเนาทะเบียนหย่าที่คัดรับรอง แปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง และผ่านนิติกรณ์ให้ครบ
ข้อ 29.ผู้หญิงต้องรอครบ 310 วันก่อนสมรสใหม่จริงหรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลา 310 วันนับแต่การสมรสเดิมสิ้นสุด เพื่อป้องกันปัญหาข้อสันนิษฐานความเป็นบิดาของบุตร โดยมีข้อยกเว้น เช่น มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ คลอดบุตรแล้วในช่วงเวลานั้น สมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต ควรตรวจสอบกรณีของคุณกับนายทะเบียนล่วงหน้า
ข้อ 30.คู่สมรสเดิมเสียชีวิต ต้องใช้เอกสารอะไร
ต้องใช้มรณบัตรหรือหนังสือรับรองการตายฉบับทางการของคู่สมรสเดิม หากออกโดยหน่วยงานต่างประเทศต้องผ่านการรับรองของประเทศนั้นและนำมาแปลไทยพร้อมรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และควรเตรียมหลักฐานการสมรสเดิมประกอบ เพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบความต่อเนื่องของสถานภาพได้
ข้อ 31.หลังสมรสคู่สมรสไทยต้องเปลี่ยนนามสกุลหรือไม่
ไม่ต้อง พระราชบัญญัติชื่อบุคคลให้คู่สมรสตกลงกันได้ว่าจะใช้นามสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือใช้นามสกุลเดิมของตนต่อไป การเลือกใช้นามสกุลคู่สมรสต้องยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนและตามด้วยการแก้ไขบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางตามลำดับ
ข้อ 32.คำนำหน้านาม นาง หรือ นางสาว เลือกได้หรือไม่
เลือกได้ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ให้หญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วเลือกใช้คำนำหน้าว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ และหญิงที่หย่าหรือคู่สมรสเสียชีวิตก็เลือกได้เช่นกัน การเปลี่ยนคำนำหน้าจะมีผลต่อเอกสารราชการอื่น จึงควรทำพร้อมกับการแก้ไขบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง
ข้อ 33.ชาวต่างชาติเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านของคู่สมรสไทยได้หรือไม่
ชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสามารถขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับคนต่างด้าว (ท.ร.13) ได้ที่สำนักทะเบียนท้องที่ โดยแสดงหนังสือเดินทาง หลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ และหลักฐานที่พักอาศัย เอกสารนี้มีประโยชน์เมื่อทำธุรกรรมกับธนาคาร ขอใบขับขี่ หรือยื่นเรื่องต่อหน่วยงานราชการ
ข้อ 34.ต้องแจ้งการสมรสต่อประเทศบ้านเกิดหรือไม่
หลายประเทศให้แจ้งหรือจดบันทึกการสมรสที่เกิดขึ้นในต่างประเทศไว้กับทะเบียนของตน โดยส่งใบสำคัญการสมรสไทยที่แปลและผ่านนิติกรณ์แล้ว บางประเทศไม่บังคับแต่จะช่วยให้สถานะสมรสปรากฏในระบบเมื่อขอสวัสดิการ วีซ่าคู่สมรส หรือจัดการมรดก ควรสอบถามสถานทูตของคุณถึงแบบฟอร์มและระยะเวลา
ข้อ 35.จะนำทะเบียนสมรสไทยไปใช้ที่ต่างประเทศต้องทำอย่างไร
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) ที่รับรองสำเนาถูกต้องจากสำนักทะเบียน จากนั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาราชการของประเทศปลายทาง ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และถ้าประเทศปลายทางกำหนด ให้นำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทย ควรถามหน่วยงานปลายทางว่าต้องการรับรองกี่ชั้นก่อนเริ่ม
ข้อ 36.ประเทศไทยใช้ Apostille แล้วหรือยัง
ประเทศไทยได้ภาคยานุวัติอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนถึงวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองแบบสองชั้นคือ กรมการกงสุล แล้วตามด้วยสถานทูตของประเทศปลายทาง โปรดติดตามประกาศทางการที่ consular.mfa.go.th และ hcch.net
ข้อ 37.คำแปลต้องทำโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนหรือไม่
กรมการกงสุลไม่ได้กำหนดทะเบียนนักแปลอย่างเป็นทางการ แต่รับรองคำแปลที่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับและมีผู้แปลรับผิดชอบ ในทางกลับกัน ประเทศปลายทางบางแห่ง เช่น ประเทศในสหภาพยุโรปหลายประเทศ ต้องการนักแปลสาบานตน และออสเตรเลียต้องการนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI จึงควรระบุประเทศปลายทางก่อนสั่งงานแปล
ข้อ 38.ต้องขอสำเนาทะเบียนสมรสกี่ชุด
แนะนำให้คัดสำเนารับรองอย่างน้อย 2–3 ชุด เพราะหน่วยงานปลายทางหลายแห่งเก็บต้นฉบับไว้ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต่างประเทศ ธนาคาร หรือหน่วยงานสวัสดิการ การขอเพิ่มภายหลังจากต่างประเทศทำได้แต่ต้องมอบอำนาจและใช้เวลานานกว่า
ข้อ 39.สมรสกับคนไทยแล้วได้สิทธิอยู่ในไทยโดยอัตโนมัติหรือไม่
ไม่ได้ การสมรสไม่ได้ให้สิทธิพำนักโดยอัตโนมัติ ผู้ยื่นต้องขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราเป็น Non-Immigrant O ฐานสมรส แล้วจึงยื่นขออยู่ต่อครั้งละ 1 ปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่พักอาศัย โดยต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดและอาจมีการตรวจเยี่ยมบ้าน
ข้อ 40.หลักเกณฑ์การเงินสำหรับการอยู่ต่อฐานสมรสเป็นอย่างไร
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรณีชายต่างชาติที่สมรสกับหญิงไทย ต้องแสดงเงินฝากในบัญชีธนาคารในไทยไม่น้อยกว่า 400,000 บาท โดยฝากมาแล้วตามระยะเวลาที่กำหนด หรือแสดงรายได้ไม่น้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน หรือใช้ทั้งสองอย่างรวมกันตามที่ระเบียบอนุญาต หลักเกณฑ์และเอกสารประกอบอาจแตกต่างในแต่ละสำนักงาน โปรดตรวจสอบกับ ตม. พื้นที่และ immigration.go.th ก่อนยื่น
ข้อ 41.การอยู่ต่อฐานสมรสให้สิทธิทำงานหรือไม่
ไม่ให้ การอยู่ต่อฐานสมรสเป็นสิทธิพำนัก ส่วนการทำงานต้องมีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานแยกต่างหาก ข้อดีคือผู้ที่อยู่ต่อฐานสมรสกับคนไทยมักไม่ต้องผูกกับเกณฑ์ทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนลูกจ้างไทยเข้มงวดเท่ากรณีทั่วไป แต่ยังต้องมีนายจ้างที่ยื่นเรื่องและงานที่ไม่ใช่อาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว
ข้อ 42.TM.30 และการรายงานตัว 90 วันเกี่ยวข้องอย่างไรหลังสมรส
เจ้าบ้านหรือเจ้าของที่พักต้องแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (TM.30) เมื่อเข้าพัก ซึ่งรวมถึงกรณีพักกับคู่สมรสไทย และผู้ถือวีซ่าที่อยู่ต่อเนื่องต้องรายงานตัวทุก 90 วัน หลักฐานการแจ้ง TM.30 มักถูกขอในวันยื่นต่ออายุ การไม่แจ้งอาจมีค่าปรับและทำให้การต่ออายุล่าช้า
ข้อ 43.ถ้าหย่าระหว่างถืออยู่ต่อฐานสมรส จะเป็นอย่างไร
เมื่อการสมรสสิ้นสุด เหตุผลของการอยู่ต่อย่อมสิ้นไปด้วย ผู้ถือต้องแจ้งและเปลี่ยนไปใช้เหตุอื่น เช่น การทำงาน การเกษียณอายุ หรือการเป็นผู้อุปการะบุตรที่มีสัญชาติไทย ภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด การอยู่เกินกำหนดโดยไม่ดำเนินการมีผลต่อประวัติการเข้าเมือง จึงควรวางแผนล่วงหน้า
ข้อ 44.บุตรที่เกิดในไทยจากบิดาหรือมารดาต่างชาติต้องแจ้งเกิดอย่างไร
ต้องแจ้งเกิดต่อสำนักทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด โดยใช้หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ท.ร.1/1) บัตรประชาชนของมารดาไทย และหนังสือเดินทางของบิดาหรือมารดาต่างชาติ จากนั้นจึงขอสูติบัตรฉบับภาษาอังกฤษหรือคัดสำเนาเพื่อนำไปแจ้งเกิดต่อสถานทูตของอีกประเทศ
ข้อ 45.บุตรได้สัญชาติไทยหรือไม่ และถือสองสัญชาติได้หรือไม่
บุตรที่เกิดจากบิดาหรือมารดาที่มีสัญชาติไทยได้สัญชาติไทยโดยหลักสายโลหิตตามพระราชบัญญัติสัญชาติ ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกประเทศไทย ส่วนการถือสัญชาติอีกประเทศพร้อมกันขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้น หลายประเทศอนุญาต และการแจ้งเกิดต่อสถานทูตเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้เด็กได้หนังสือเดินทางอีกเล่ม
ข้อ 46.บิดาต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะรับรองบุตรได้อย่างไร
ทำได้สามทาง คือ (1) จดทะเบียนสมรสกับมารดาในภายหลัง (2) จดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน ซึ่งต้องได้รับความยินยอมของมารดาและของบุตรตามที่กฎหมายกำหนด หรือ (3) ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อไม่อาจได้รับความยินยอม การรับรองบุตรมีผลต่ออำนาจปกครอง สิทธิรับมรดก และการยื่นวีซ่าให้บุตร
ข้อ 47.หลังหย่า อำนาจปกครองบุตรเป็นของใคร
คู่สมรสสามารถตกลงกันเรื่องอำนาจปกครองและระบุไว้ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่า หากตกลงไม่ได้ ศาลจะเป็นผู้ชี้ขาดโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ ข้อตกลงเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูควรระบุจำนวนและวิธีชำระให้ชัดเจน เพราะมีผลต่อการบังคับตามข้อตกลงในภายหลัง
ข้อ 48.ในภูเก็ตยื่นจดทะเบียนสมรสได้ที่ไหนบ้าง
ยื่นได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้ ซึ่งรับจดทะเบียนสมรสในวันและเวลาราชการ แต่ละแห่งมีปริมาณงานต่างกัน และช่วงฤดูท่องเที่ยวอาจมีคิวมากขึ้น แนะนำให้โทรสอบถามช่วงเวลารับเรื่องและความพร้อมของเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อมีเอกสารแปลหลายฉบับ
ข้อ 49.ถ้าเอกสารครบแล้ว ทั้งกระบวนการในภูเก็ตใช้เวลานานเท่าไร
เมื่อได้หนังสือรับรองจากสถานทูตแล้ว ขั้นตอนแปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลมักเป็นตัวกำหนดเวลาโดยรวม ประมาณ 2–5 วันทำการขึ้นกับช่องทางที่ใช้ ส่วนขั้นตอนที่สำนักทะเบียนมักเสร็จภายในวันเดียว ทั้งนี้เป็นค่าประมาณ ระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานและความครบถ้วนของเอกสาร
ข้อ 50.มีสถานกงสุลของประเทศต่าง ๆ ในภูเก็ตหรือไม่
ภูเก็ตมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของหลายประเทศ ซึ่งบางแห่งช่วยอำนวยความสะดวกด้านคำแนะนำและการนัดหมาย แต่โดยทั่วไปหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสยังต้องออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่มีอำนาจ ซึ่งส่วนมากอยู่ที่กรุงเทพฯ ควรตรวจสอบกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่ก่อนว่าให้บริการใดได้บ้าง
ข้อ 51.ทีมงานช่วยดำเนินการอะไรได้บ้าง และคิดค่าบริการอย่างไร
เราช่วยตรวจรายการเอกสารก่อนนัดสถานทูต จัดทำคำแปลภาษาไทยให้สอดคล้องกับการสะกดในเอกสารทุกฉบับ เดินเรื่องรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ประสานนัดหมายสำนักทะเบียนในภูเก็ต จัดหาล่ามและพยานเมื่อจำเป็น รวมถึงจัดทำสัญญาก่อนสมรสเพื่อจดแจ้งพร้อมการสมรส สำหรับค่าบริการและกรอบเวลาในกรณีของคุณ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน
ข้อ 52.คู่สมรสสัญชาติอเมริกันจดทะเบียนสมรสในไทย ต้องใช้เอกสารอะไรจากสถานทูตสหรัฐฯ
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ ไม่ออกหนังสือรับรองสถานภาพให้โดยตรง แต่ให้ผู้ร้องทำ Affidavit of Freedom to Marry แล้วสาบานตนต่อเจ้าหน้าที่กงสุล (notarial service) โดยต้องนัดหมายออนไลน์ล่วงหน้า จากนั้นนำเอกสารไปแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนนำไปยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต ค่าธรรมเนียมงานกงสุลสหรัฐฯ ชำระเป็นดอลลาร์หรือเงินบาทตามอัตราที่สถานทูตประกาศ
ข้อ 53.คู่สมรสสัญชาติอังกฤษต้องขอ Certificate of No Impediment หรือไม่
สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในไทยไม่ออก CNI สำหรับใช้ในไทยอีกต่อไป แนวปฏิบัติปัจจุบันคือทำ Affirmation/Statutory Declaration ผ่านผู้ให้บริการที่สถานทูตกำหนด (VFS/notary) หรือขอ CNI จากสำนักทะเบียนในสหราชอาณาจักรกรณีมีถิ่นที่อยู่ที่นั่น เอกสารทุกฉบับต้องแปลไทยและผ่านการรับรองคำแปลของกรมการกงสุลก่อนยื่นที่อำเภอ
ข้อ 54.ชาวออสเตรเลียจดทะเบียนสมรสในไทย ใช้เอกสารอะไร
ใช้ Statutory Declaration ระบุสถานภาพโสด/หย่า/หม้าย ลงนามต่อเจ้าหน้าที่กงสุลออสเตรเลียในไทยหรือต่อผู้มีอำนาจรับรองในออสเตรเลีย หากเคยหย่าให้แนบคำสั่งหย่า (Divorce Order) หากคู่สมรสเดิมเสียชีวิตให้แนบมรณบัตร ทุกฉบับต้องแปลไทยและรับรองคำแปลกรมการกงสุล เมื่อจดทะเบียนแล้วทะเบียนสมรสไทยใช้ในออสเตรเลียได้โดยผ่านการรับรองกงสุล MFA และแปลโดยนักแปล NAATI
ข้อ 55.คนเยอรมันต้องขอ Ehefähigkeitszeugnis ก่อนจดทะเบียนสมรสในไทยไหม
สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีจะออกหนังสือรับรองสถานภาพให้หลังตรวจเอกสารจากเยอรมนี เช่น สูติบัตรฉบับสมบูรณ์ (Geburtsurkunde) ใบทะเบียนบ้าน (Meldebescheinigung) และคำพิพากษาหย่าถ้ามี ขั้นตอนนี้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงควรเริ่มล่วงหน้า เมื่อได้หนังสือรับรองแล้วต้องแปลไทยและรับรองที่กรมการกงสุลก่อนยื่นอำเภอ
ข้อ 56.คู่สมรสชาวฝรั่งเศสต้องทำ Publication des bans ไหม
ใช่ สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกำหนดให้ยื่นคำร้อง ทำ Certificat de capacité à mariage และประกาศ (publication des bans) ตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนออกหนังสือรับรอง หลังจดทะเบียนสมรสในไทยแล้วควรนำทะเบียนสมรสไปแจ้งบันทึก (transcription) ที่สถานทูตเพื่อให้การสมรสมีผลในระบบทะเบียนราษฎรฝรั่งเศส
ข้อ 57.คู่สมรสญี่ปุ่นจดทะเบียนในไทยแล้วต้องแจ้งที่ญี่ปุ่นอีกไหม
ต้องแจ้ง ผู้มีสัญชาติญี่ปุ่นต้องยื่นแบบ Kon-in Todoke พร้อมทะเบียนสมรสไทยที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นต่อสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในไทยหรือที่ว่าการเขตในญี่ปุ่น ภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อบันทึกลงทะเบียนครอบครัว (koseki) มิฉะนั้นสถานะสมรสจะไม่ปรากฏในระบบญี่ปุ่นและมีผลต่อวีซ่าคู่สมรส
ข้อ 58.คู่สมรสชาวจีนต้องใช้เอกสารอะไร และรับรองที่ไหน
ต้องใช้หนังสือรับรองสถานภาพโสดที่ออกโดยหน่วยงานทะเบียนในจีนและผ่านการรับรอง (จีนเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ตั้งแต่ พ.ย. 2566 จึงใช้ Apostille ได้) หรือทำหนังสือรับรองต่อสถานเอกอัครราชทูตจีนในไทย จากนั้นแปลไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นอำเภอ ทะเบียนสมรสไทยที่จะใช้ในจีนต้องผ่าน MFA และรับรองสถานทูตจีนอีกชั้น
ข้อ 59.คู่สมรสรัสเซียใช้เอกสารอะไร และทะเบียนสมรสไทยใช้ในรัสเซียได้เลยไหม
ฝ่ายรัสเซียทำหนังสือรับรองสถานภาพที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียหรือสถานกงสุลใหญ่ที่ภูเก็ต แล้วแปลไทยและรับรองกรมการกงสุล ส่วนทะเบียนสมรสไทยที่จะใช้ในรัสเซียต้องแปลรัสเซียและรับรองกงสุล MFA ไทย แล้วรับรองที่สถานทูตรัสเซีย เนื่องจากไทยยังไม่เป็นภาคี Apostille จึงใช้เส้นทาง legalization สองชั้นเสมอ
ข้อ 60.ชาวอินเดียจดทะเบียนสมรสในไทยได้ไหม ต้องใช้เอกสารอะไร
ได้ โดยขอ Single Status/No Objection Certificate จากสถานเอกอัครราชทูตอินเดียในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ที่เชียงใหม่ พร้อมหนังสือเดินทางและหลักฐานที่อยู่ จากนั้นแปลไทยและรับรองคำแปลกรมการกงสุล หลังจดทะเบียนควรนำทะเบียนสมรสไปรับรอง MFA และสถานทูตอินเดียหากต้องใช้ยื่นวีซ่าคู่สมรสหรืองานทะเบียนในอินเดีย
ข้อ 61.คู่สมรสเกาหลีใต้ต้องดำเนินการอย่างไรให้การสมรสมีผลในเกาหลี
หลังจดทะเบียนที่อำเภอในไทย ต้องยื่นรายงานการสมรส (혼인신고) พร้อมทะเบียนสมรสไทยที่แปลเกาหลีและรับรองแล้ว ต่อสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในไทยหรือสำนักงานเขตในเกาหลี ระบบทะเบียนครอบครัวเกาหลีจะบันทึกสถานะสมรสให้ ซึ่งจำเป็นต่อการยื่นวีซ่า F-6 สำหรับคู่สมรสชาวไทย
ข้อ 62.จดทะเบียนสมรสที่สถานทูตของคู่สมรสในไทยแทนอำเภอได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ สถานทูตส่วนใหญ่ในไทยไม่มีอำนาจประกอบพิธีสมรสตามกฎหมายไทย การสมรสที่มีผลตามกฎหมายไทยต้องจดต่อนายทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น สถานทูตทำหน้าที่เพียงออกหนังสือรับรองสถานภาพหรือรับจดแจ้งบันทึกการสมรสให้มีผลในประเทศของตน
ข้อ 63.พิธีแต่งงานแบบไทยหรือพิธีทางศาสนา มีผลทางกฎหมายไหม
ไม่มีผลทางกฎหมายในตัวเอง กฎหมายไทยรับรองเฉพาะการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนเท่านั้น พิธีทางศาสนาหรือพิธีตามประเพณีเป็นเรื่องทางสังคม หากต้องการให้เกิดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สินสมรส มรดก หรือวีซ่าฐานสมรส ต้องไปจดทะเบียนที่อำเภอหรือเขตด้วยเสมอ
ข้อ 64.คนไทยจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ต้องกลับมาบันทึกในไทยไหม
ควรบันทึก โดยนำทะเบียนสมรสต่างประเทศไปรับรองตามกฎหมายของประเทศนั้น (Apostille หรือรับรองสถานทูตไทย) แปลเป็นไทย รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต จึงจะเปลี่ยนคำนำหน้า นามสกุล และใช้สิทธิเรื่องสินสมรสหรือมรดกในไทยได้เต็มที่
ข้อ 65.บันทึกฐานะแห่งครอบครัว คร.22 ใช้เวลานานแค่ไหน และต้องไปเองไหม
หากเอกสารครบและคำแปลผ่านการรับรองแล้ว นายทะเบียนมักดำเนินการได้ภายในวันเดียวถึงไม่กี่วันทำการ กรณีอยู่ต่างประเทศสามารถมอบอำนาจให้ญาติหรือตัวแทนดำเนินการแทนได้ โดยหนังสือมอบอำนาจต้องทำต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนัก หรือทำในไทยพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ
ข้อ 66.จดทะเบียนสมรสในไทยแล้วอยากใช้ทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ต้องทำอะไรบ้าง
ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) จากอำเภอ แปลเป็นภาษาปลายทางหรือภาษาอังกฤษ ยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในไทย ประเทศที่ต้องการคำแปลโดยนักแปลรับรอง เช่น ออสเตรเลีย (NAATI) หรือกลุ่มสหภาพยุโรป (sworn translator) ให้แปลตามมาตรฐานนั้นเพิ่ม
ข้อ 67.เคยหย่าที่ต่างประเทศ จะจดทะเบียนสมรสใหม่ในไทยต้องทำอย่างไร
ต้องแสดงหลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น คำพิพากษาหย่าหรือใบสำคัญการหย่า ที่ผ่านการรับรองและแปลไทยพร้อมรับรองคำแปลกรมการกงสุล หากฝ่ายไทยเคยจดทะเบียนสมรสในไทยมาก่อนและหย่าที่ต่างประเทศ ควรบันทึกการหย่าในทะเบียนไทยก่อน เพื่อไม่ให้ระบบแสดงสถานะสมรสซ้อนซึ่งจะทำให้นายทะเบียนปฏิเสธการจดใหม่
ข้อ 68.คู่รักเพศเดียวกันชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยได้ไหม
ได้ ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ในปี 2568 คู่สมรสเพศเดียวกันจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตได้เช่นเดียวกับคู่ต่างเพศ โดยฝ่ายต่างชาติยังต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตของตน ข้อควรระวังคือบางประเทศไม่รับรองการสมรสเพศเดียวกัน ทะเบียนสมรสไทยจึงอาจใช้ในประเทศนั้นไม่ได้
ข้อ 69.ต้องอยู่ในไทยกี่วันจึงจดทะเบียนสมรสเสร็จ
ถ้าเตรียมเอกสารจากประเทศต้นทางมาครบ กระบวนการในไทยมักใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการ คือวันนัดสถานทูตออกหนังสือรับรอง 1 วัน แปลและรับรองกรมการกงสุลแบบปกติ 2-3 วันทำการ (หรือด่วน 1 วันทำการ) และจดทะเบียนที่อำเภอ 1 วัน หากคู่สมรสมีประวัติหย่าหรือเอกสารต้องขอจากต่างประเทศจะใช้เวลามากกว่านี้
ข้อ 70.อยู่ภูเก็ตจะจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ต้องบินไปกรุงเทพฯ ไหม
ไม่ต้องเสมอไป ขั้นตอนสถานทูตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่บางสัญชาติมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์หรือสถานกงสุลใหญ่ในภูเก็ตที่รับรองเอกสารได้ ส่วนการรับรองคำแปลกรมการกงสุลสามารถให้ตัวแทนดำเนินการแทนที่กรุงเทพฯ ได้ และการจดทะเบียนทำที่อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง หรือกะทู้ ได้ทันที
ข้อ 71.ค่าใช้จ่ายรวมของการจดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติประมาณเท่าไร
ค่าจดทะเบียนที่อำเภอไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการจดในสำนักทะเบียน ค่าใช้จ่ายหลักคือค่างานกงสุลของสถานทูตฝ่ายต่างชาติ (แล้วแต่ประเทศ ประมาณ 1,000-4,000 บาท) ค่าแปลเอกสารหน้าละประมาณ 500-1,000 บาท ค่ารับรองนิติกรณ์กรมการกงสุลฉบับละ 200 บาท (ด่วน 400 บาท) และค่าบริการเดินเรื่องหากใช้ตัวแทน
ข้อ 72.ต้องมีล่ามในวันจดทะเบียนสมรสหรือไม่
หลายสำนักทะเบียนกำหนดให้มีล่ามเมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย เพื่อยืนยันว่าคู่สมรสเข้าใจเนื้อหาและให้ความยินยอมโดยสมัครใจ ล่ามต้องแสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางและลงนามในเอกสาร บางเขตกำหนดคุณสมบัติล่ามเข้มกว่าที่อื่น จึงควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะยื่นล่วงหน้า
ข้อ 73.สัญญาก่อนสมรสของคู่ต่างชาติต้องจดทะเบียนพร้อมการสมรสไหม
ต้อง หากต้องการให้มีผลตามกฎหมายไทย สัญญาก่อนสมรสต้องทำเป็นหนังสือ ลงนามโดยคู่สมรสและพยานสองคน และจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันจดทะเบียน ไม่สามารถทำย้อนหลังได้ หากทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศควรจัดทำฉบับภาษาไทยคู่กันเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกได้
ข้อ 74.จดทะเบียนสมรสที่อำเภอใดก็ได้หรือต้องตามทะเบียนบ้าน
การจดทะเบียนสมรสยื่นได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งใดก็ได้ ไม่ผูกกับภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน สิ่งที่ต้องเตรียมคือบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริง เอกสารรับรองสถานภาพของฝ่ายต่างชาติที่ผ่านการแปลและรับรองคำแปลแล้ว และพยานสองคนที่บรรลุนิติภาวะ บางสำนักทะเบียนมีคิวหนาแน่นในช่วงฤกษ์ดี ควรโทรยืนยันเวลาทำการล่วงหน้า หากไม่สะดวกจัดเอกสารเอง ทีมงานเราตรวจชุดเอกสารและนัดหมายให้ได้ทั้งกระบวนการ
ข้อ 75.ฝ่ายต่างชาติไม่มีเอกสารรับรองสถานภาพจากประเทศต้นทาง ทำอย่างไร
หลายประเทศไม่ออกหนังสือรับรองความเป็นโสด แนวปฏิบัติคือทำคำให้การรับรองสถานภาพ (affidavit/statutory declaration) ต่อเจ้าหน้าที่กงสุลของประเทศตนในไทย หรือทำต่อโนตารีในประเทศต้นทางแล้วรับรองด้วยอนุสัญญาแฮก จากนั้นแปลเป็นไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ก่อนนำไปยื่นสำนักทะเบียน
ข้อ 76.เอกสารรับรองสถานภาพมีอายุใช้งานกี่วัน
โดยทั่วไปสำนักทะเบียนพิจารณาเอกสารที่ออกใหม่ภายใน 3-6 เดือน และบางแห่งเข้มงวดที่ 3 เดือนสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเรียงลำดับงานให้ชั้นรับรองคำแปลเสร็จภายใน 30 วันหลังได้เอกสารต้นทาง แล้วยื่นจดทะเบียนทันที เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว
ข้อ 77.หญิงที่หย่าแล้วยังต้องรอ 310 วันก่อนสมรสใหม่หรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดระยะเวลาห้ามสมรสใหม่ 310 วันนับแต่ขาดจากการสมรสเดิม โดยมีข้อยกเว้น เช่น มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ สมรสกับคู่สมรสเดิม คลอดบุตรระหว่างนั้น หรือมีคำสั่งศาลอนุญาต แนวปฏิบัติคือเตรียมใบรับรองแพทย์ล่วงหน้าเพื่อยื่นพร้อมคำร้อง
ข้อ 78.ต้องการทำสัญญาก่อนสมรสเรื่องทรัพย์สิน ต้องทำตอนไหน
สัญญาก่อนสมรสต้องจัดทำและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสในวันจดทะเบียน หรือทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานสองคนแล้วแนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส หากทำหลังจดทะเบียนแล้วจะไม่มีผลตามกฎหมาย จึงต้องยกร่างและแปลสองภาษาให้เสร็จก่อนวันนัด ซึ่งเป็นงานที่ควรให้ที่ปรึกษาตรวจถ้อยคำก่อน
ข้อ 79.ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่
ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัว รวมถึงทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หาที่ระบุว่าเป็นสินส่วนตัว ส่วนรายได้จากการทำงานและดอกผลของสินส่วนตัวระหว่างสมรสเป็นสินสมรส แนวปฏิบัติคือทำบัญชีทรัพย์สินแนบสัญญาก่อนสมรสเพื่อลดข้อพิพาทในอนาคต
ข้อ 80.จดทะเบียนสมรสในไทยแล้ว ต้องแจ้งประเทศคู่สมรสหรือไม่
หลายประเทศให้การรับรองทะเบียนสมรสไทยเมื่อผ่านการรับรองที่กรมการกงสุลและแปลตามที่ปลายทางกำหนด บางประเทศ เช่น กลุ่มยุโรปภาคพื้นทวีป กำหนดให้บันทึกการสมรสไว้ที่สำนักทะเบียนพลเมืองหรือสถานทูตของตนก่อนใช้สิทธิด้านวีซ่าและสวัสดิการ จึงควรตรวจข้อกำหนดของประเทศนั้นตั้งแต่ต้น
ข้อ 81.ขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสภาษาอังกฤษได้ที่ไหน
สำนักทะเบียนออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) และทะเบียนสมรส (คร.2) เป็นภาษาไทย การใช้ต่างประเทศต้องคัดสำเนาที่รับรองจากสำนักทะเบียน แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ควรคัดสำเนาสำรองไว้หลายชุด เพราะสถานทูตหลายแห่งเก็บชุดต้นฉบับที่รับรองแล้วไว้
ข้อ 82.จดทะเบียนสมรสแล้วเปลี่ยนนามสกุลได้ทันทีหรือไม่
คู่สมรสตกลงใช้นามสกุลเดิมหรือนามสกุลของอีกฝ่ายก็ได้ตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคล หากเลือกเปลี่ยน ต้องดำเนินการที่สำนักทะเบียนท้องที่เพื่อออกหลักฐานการเปลี่ยน แล้วจึงแก้ไขบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง บัญชีธนาคารและเอกสารสิทธิ ตามลำดับ เพื่อให้ชื่อทุกฉบับตรงกัน
ข้อ 83.คู่สมรสต่างชาติขอวีซ่าติดตามหลังจดทะเบียนต้องเตรียมอะไร
โดยทั่วไปใช้ทะเบียนสมรสและใบสำคัญการสมรส สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคู่สมรสไทย หลักฐานการเงินตามเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภาพถ่ายและแผนที่ที่พัก รวมถึงแบบฟอร์มตามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกำหนด เกณฑ์เงินฝากและระยะเวลาคงบัญชีเป็นไปตามประกาศที่ใช้บังคับในขณะยื่น
ข้อ 84.จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติแล้วซื้อที่ดินในนามคนไทยได้หรือไม่
คนไทยที่สมรสกับชาวต่างชาติยังถือครองที่ดินได้ แต่กรมที่ดินกำหนดให้คู่สมรสทั้งสองฝ่ายลงนามยืนยันว่าเงินที่ใช้ซื้อเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายไทย การใช้เงินของฝ่ายต่างชาติเพื่อถือครองแทนเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย ควรปรึกษาก่อนวางโครงสร้าง เพื่อไม่ให้ธุรกรรมถูกตั้งข้อสงสัยภายหลัง
ข้อ 85.จดทะเบียนสมรสที่สถานทูตของคู่สมรสในไทยได้หรือไม่
สถานทูตส่วนใหญ่ในไทยไม่รับจดทะเบียนสมรสให้ เพราะการสมรสต้องทำต่อนายทะเบียนตามกฎหมายท้องถิ่น สิ่งที่สถานทูตทำให้ได้คือรับรองลายมือชื่อในคำให้การสถานภาพและออกหนังสือรับรองบางประเภท จึงต้องกลับมาจดที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตอยู่ดี
ข้อ 86.คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในไทยได้แล้วหรือยัง
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับแล้ว คู่รักไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสที่สำนักทะเบียนได้ตามเงื่อนไขอายุและเอกสารเช่นเดียวกับคู่ต่างเพศ ประเด็นที่ต้องตรวจเพิ่มคือประเทศปลายทางรับรองสถานะนี้หรือไม่ เพราะการใช้สิทธิด้านวีซ่าหรือมรดกในต่างประเทศขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้น
ข้อ 87.ต้องมีล่ามในวันจดทะเบียนหรือไม่
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย นายทะเบียนจะให้จัดล่ามเพื่อยืนยันว่าคู่สมรสเข้าใจข้อความและสมัครใจ ล่ามต้องแสดงบัตรประจำตัวและลงนามในเอกสาร บางสำนักทะเบียนขอล่ามที่มีหลักฐานความสามารถทางภาษา จึงควรจัดล่ามที่คุ้นเคยกับถ้อยคำทางทะเบียนราษฎร
ข้อ 88.จดทะเบียนหย่าในไทยแล้วใช้ในต่างประเทศต้องทำอย่างไร
คัดสำเนาทะเบียนหย่าและใบสำคัญการหย่าที่รับรองจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาปลายทาง ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางหรือใช้อนุสัญญาแฮกตามที่ประเทศนั้นกำหนด บางประเทศต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลประกอบด้วยหากหย่าโดยความยินยอม
ข้อ 89.สมรสในต่างประเทศแล้วอยากบันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทย ต้องทำอะไร
นำทะเบียนสมรสต่างประเทศไปรับรองตามกฎหมายของประเทศนั้น แปลเป็นไทย ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วยื่นคำร้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่สำนักทะเบียนในไทย การบันทึกนี้ทำให้สถานะสมรสปรากฏในระบบทะเบียนราษฎรไทย ซึ่งจำเป็นต่อการทำนิติกรรมและเรื่องมรดก
ข้อ 90.ต้องตรวจสุขภาพก่อนจดทะเบียนสมรสหรือไม่
กฎหมายไทยไม่บังคับตรวจสุขภาพก่อนจดทะเบียนสมรส ยกเว้นกรณีขอยกเว้นระยะ 310 วันที่ต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดีบางประเทศกำหนดผลตรวจสุขภาพประกอบการขอวีซ่าคู่สมรส จึงควรตรวจข้อกำหนดของปลายทางไปพร้อมกัน
ข้อ 91.พยานในการจดทะเบียนสมรสต้องเป็นคนไทยหรือไม่
พยานเป็นชาวต่างชาติได้ ขอเพียงบรรลุนิติภาวะและแสดงเอกสารแสดงตนที่ใช้ได้ เช่น หนังสือเดินทาง นายทะเบียนจะบันทึกชื่อพยานไว้ในทะเบียนสมรส หากพยานไม่เข้าใจภาษาไทยควรมีล่ามอธิบายเนื้อหาก่อนลงนาม
ข้อ 92.ค่าใช้จ่ายรวมในการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติมีอะไรบ้าง
องค์ประกอบหลักคือค่าธรรมเนียมงานกงสุลของสถานทูตฝ่ายต่างชาติ ค่าแปลเอกสาร ค่าธรรมเนียมรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลต่อฉบับ ค่าล่ามหากจำเป็น และค่าเดินทาง การจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนในเวลาราชการไม่มีค่าธรรมเนียม ส่วนการขอให้จดนอกสถานที่มีค่าธรรมเนียมและค่าพาหนะตามระเบียบ
ข้อ 93.อยากให้ทีมงานดูแลทั้งกระบวนการตั้งแต่เอกสารถึงวันจดทะเบียน ทำได้ไหม
ทำได้ทั้งชุด ตั้งแต่ตรวจเอกสารฝ่ายต่างชาติ นัดหมายงานกงสุล จัดคำแปลและยื่นรับรองที่กรมการกงสุล จัดล่ามและพยาน ประสานคิวสำนักทะเบียน จนถึงคัดสำเนาและรับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ ทีมงานที่ดูแลงานทะเบียนข้ามชาติมากว่า 15 ปีจะวางลำดับงานให้เอกสารไม่หมดอายุระหว่างทาง และแจ้งความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกก่อนเริ่ม
บริการที่เกี่ยวข้อง
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามรายการเอกสาร ลำดับขั้นตอน และกรอบเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน (bora.dopa.go.th)
- • กรมการกงสุล — รับรองคำแปลและนิติกรณ์
- • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th)
- • กรมที่ดิน (dol.go.th)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ