เกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำคนต่างชาติแยกตามสัญชาติ 2026 — ใช้ตอนต่อวีซ่า Non-B ไม่ใช่ตอนขอใบอนุญาตทำงาน

ใบอนุญาตทำงาน (work permit) ออกโดยกรมการจัดหางาน และตัวใบอนุญาตเองไม่ได้กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำแยกตามสัญชาติ ตัวเลขที่ทุกคนอ้างถึง เช่น 50,000 / 45,000 / 35,000 / 25,000 บาทต่อเดือน เป็นหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้พิจารณา “การอยู่ต่อในราชอาณาจักร” ของผู้ถือวีซ่า Non-Immigrant B เพื่อทำงาน ควบคู่กับเงื่อนไขทุนจดทะเบียนชำระแล้วของนายจ้าง (โดยทั่วไป 2 ล้านบาทต่อคนต่างชาติหนึ่งคน) และอัตราส่วนลูกจ้างสัญชาติไทย 4 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน ทั้งหมดเป็นหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงได้และมีข้อยกเว้นหลายกรณี เช่น BOI, ครูโรงเรียนนานาชาติ, องค์กรระหว่างประเทศ จึงต้องยืนยันตัวเลขล่าสุดกับสำนักงาน ตม. ในพื้นที่ก่อนยื่นทุกครั้ง
แยกให้ชัดก่อน: ใบอนุญาตทำงาน ≠ วีซ่า ≠ การอยู่ต่อ
งานของคนต่างชาติในไทยประกอบด้วยเอกสารสามชั้นที่ออกโดยคนละหน่วยงาน และมีเกณฑ์คนละชุด การสับสนสามชั้นนี้เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
ชั้นที่หนึ่งคือวีซ่า Non-Immigrant B ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หรือผ่านระบบ e-Visa ของกระทรวงการต่างประเทศ ชั้นที่สองคือใบอนุญาตทำงาน ออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ชั้นที่สามคือการอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร (extension of stay) ซึ่งพิจารณาโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เกณฑ์เงินเดือนแยกตามสัญชาติที่พบตามอินเทอร์เน็ตอยู่ในชั้นที่สาม ไม่ใช่ชั้นที่สอง กล่าวคือ คนต่างชาติอาจได้รับใบอนุญาตทำงานโดยรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์นั้น แต่จะมีปัญหาเมื่อขออยู่ต่อรายปีกับ ตม.
- วีซ่า = สิทธิเดินทางเข้า · ใบอนุญาตทำงาน = สิทธิทำงาน · การอยู่ต่อ = สิทธิพำนักต่อเนื่อง
- ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว แม้จะถือวีซ่าถูกต้อง
- หมดสภาพการจ้าง ใบอนุญาตทำงานสิ้นผล และการอยู่ต่อที่อิงการจ้างงานก็ถูกยกเลิกตามไปด้วย
ตารางกลุ่มสัญชาติกับรายได้ขั้นต่ำที่ ตม. ใช้พิจารณา
หลักเกณฑ์นี้จัดกลุ่มตามสัญชาติของผู้ยื่น ไม่ใช่ตามประเทศที่จบการศึกษาหรือประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่ ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าที่ใช้กันในทางปฏิบัติ ณ เดือนสิงหาคม 2568/2026 และควรตรวจสอบซ้ำกับสำนักงาน ตม. ในพื้นที่ เนื่องจากหลักเกณฑ์ปรับปรุงได้
- ประมาณ 50,000 บาท/เดือน: ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในยุโรปตะวันตก
- ประมาณ 45,000 บาท/เดือน: เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง
- ประมาณ 35,000 บาท/เดือน: ประเทศในเอเชียอื่น ๆ (เช่น อินเดีย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์) ยุโรปตะวันออก รัสเซีย ตุรกี อเมริกากลางและใต้ เม็กซิโก และแอฟริกาใต้
- ประมาณ 25,000 บาท/เดือน: ประเทศในแอฟริกา (ยกเว้นแอฟริกาใต้) กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม
- ตัวเลขนี้เป็นรายได้ต่อเดือนที่ต้องสอดคล้องกับหนังสือรับรองเงินเดือน แบบยื่นภาษี ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.91 ที่แสดงต่อเจ้าหน้าที่
เงื่อนไขฝั่งนายจ้างที่ถูกตรวจพร้อมกัน
แม้รายได้ผ่านเกณฑ์ แต่ถ้าฝั่งนายจ้างไม่ผ่าน การอยู่ต่อก็ไม่ได้รับอนุมัติ เจ้าหน้าที่ตรวจงบการเงิน แบบนำส่งประกันสังคม และภาษีของบริษัทควบคู่กันเสมอ
- ทุนจดทะเบียนชำระแล้วโดยทั่วไป 2 ล้านบาทต่อคนต่างชาติหนึ่งคน และ 1 ล้านบาทกรณีสมรสกับคนสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย
- อัตราส่วนลูกจ้างสัญชาติไทยประจำ 4 คนต่อคนต่างชาติ 1 คน โดยดูจากรายชื่อผู้ประกันตนที่นำส่งจริง
- บริษัทควรมีรายได้และการเสียภาษีที่สมเหตุสมผลกับขนาดกิจการที่แจ้ง
- กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใช้เส้นทาง Single Window และไม่อยู่ภายใต้อัตราส่วน 4:1 แบบเดียวกัน
- ครูในสถานศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และมูลนิธิบางประเภทมีหลักเกณฑ์เฉพาะที่ต่างออกไป
เอกสารที่ควรเตรียมให้ตัวเลขสอดคล้องกัน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการถูกขอเอกสารเพิ่มไม่ใช่ตัวเลขต่ำเกินไป แต่คือตัวเลขในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน เช่น สัญญาจ้างระบุ 60,000 บาท แต่ ภ.ง.ด.1 นำส่งเพียง 30,000 บาท
- หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับล่าสุด ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมตราประทับ
- แบบ ภ.ง.ด.1 ย้อนหลังตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด พร้อมใบเสร็จการนำส่ง
- แบบ ภ.ง.ด.91 ของปีภาษีล่าสุดของผู้ยื่น
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด
- แบบนำส่งเงินสมทบประกันสังคม (สปส.1-10) ที่แสดงจำนวนลูกจ้างไทย
- เอกสารต่างประเทศ เช่น ปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองประสบการณ์ ต้องแปลและผ่านการรับรองตามที่หน่วยงานกำหนด
กรณีที่เกณฑ์เงินเดือนไม่ใช่ตัวชี้ขาด
มีหลายเส้นทางที่ไม่ได้ใช้ตารางสัญชาติข้างต้นตรง ๆ การเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาหลายเดือน
- LTR Visa ของ BOI ใช้เกณฑ์รายได้และคุณสมบัติของตนเอง และให้สิทธิใบอนุญาตทำงานดิจิทัลแยกต่างหาก
- SMART Visa สำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ใช้เกณฑ์เงินเดือนเฉพาะของโครงการ
- กิจการ BOI ใช้ระบบ e-Expert และการอนุมัติตำแหน่งตามบัตรส่งเสริม
- ผู้ถือ Non-O จากการสมรสที่ทำงานด้วย ใช้เกณฑ์การอยู่ต่อคนละชุดกับ Non-B
- DTV ไม่ใช่วีซ่าทำงานในไทย และไม่สามารถใช้แทนใบอนุญาตทำงานสำหรับการจ้างงานโดยนายจ้างไทย
ลำดับเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการต่ออายุรายปี
งานต่ออายุมีสองใบที่ต้องคุมวันหมดอายุพร้อมกัน คือใบอนุญาตทำงานและการอนุญาตให้อยู่ต่อ ถ้าเรียงผิดลำดับจะเกิดช่องว่างที่ทำให้ต้องเริ่มใหม่
- เริ่มรวบรวมเอกสารบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันก่อนวันหมดอายุ
- ต่อใบอนุญาตทำงานก่อนหมดอายุ โดยยื่นล่วงหน้าตามกรอบที่กรมการจัดหางานกำหนด
- ยื่นขออยู่ต่อกับ ตม. ก่อนวันอนุญาตให้อยู่ถึงเสมอ อย่ารอวันสุดท้าย
- ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอ ต้องทำ re-entry permit ก่อนออก มิฉะนั้นการอยู่ต่อสิ้นผล
- รายงานตัว 90 วันยังคงเป็นหน้าที่แยกต่างหากที่ไม่หายไปเพราะการต่ออายุ
แหล่งอ้างอิงที่ควรตรวจก่อนยื่นจริง
หลักเกณฑ์ในเรื่องนี้เปลี่ยนได้จากคำสั่งภายในและแนวปฏิบัติของแต่ละสำนักงาน ข้อมูลจากบล็อกหรือกลุ่มออนไลน์ไม่ถือเป็นแหล่งอ้างอิง
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน — doe.go.th สำหรับเรื่องใบอนุญาตทำงาน
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — immigration.go.th สำหรับหลักเกณฑ์การอยู่ต่อ
- กระทรวงการต่างประเทศ — mfa.go.th และระบบ thaievisa.go.th สำหรับการขอวีซ่า
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน — boi.go.th สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและ LTR
- สำนักงานประกันสังคม — sso.go.th สำหรับหลักฐานลูกจ้างไทย
คำถามที่พบบ่อย
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที