รับมรดกห้องชุด — โควตาต่างชาติและการโอนที่สำนักงานที่ดิน
การรับมรดกห้องชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 ทวิ และ 19 เบญจ กรณีทายาทต่างชาติไม่เข้าเงื่อนไขถือกรรมสิทธิ์หรือโควตา 49% เต็ม ต้องจำหน่ายห้องชุดภายในหนึ่งปี ขั้นตอนโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกและเอกสารที่สำนักงานที่ดินเรียก
กฎหมายของประเทศใดใช้บังคับกับมรดกของชาวต่างชาติที่ตายในไทย
พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 วางหลักว่าการสืบมรดกในสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกขณะถึงแก่ความตาย ส่วนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ดังนั้นที่ดินและห้องชุดในประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎหมายไทยเสมอ ไม่ว่าเจ้ามรดกจะถือสัญชาติใด
ทายาทต่างชาติรับมรดกห้องชุดได้หรือไม่
ได้ หากเข้าเงื่อนไขการถือกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 และโควตาต่างชาติของอาคารนั้นยังไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมด ในการโอนต้องแสดงหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์จากนิติบุคคลอาคารชุดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน พร้อมคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
ถ้าโควตา 49% เต็มแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
มาตรา 19 เบญจ กำหนดว่าคนต่างด้าวที่ได้ห้องชุดมาโดยทางมรดกหรือทางอื่น แต่ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ได้เพราะไม่เข้าเงื่อนไขหรือเกินอัตราส่วน ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องจำหน่ายห้องชุดนั้นภายใน 1 ปี หากไม่จำหน่าย อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายแทน
การโอนมรดกห้องชุดต้องใช้เอกสารอะไรที่สำนักงานที่ดิน
โดยทั่วไปได้แก่ หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ใบมรณบัตร บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้จัดการมรดกและทายาท หนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุดตามมาตรา 29 และหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์คนต่างด้าว รายการเอกสารอาจต่างกันตามดุลพินิจของเจ้าพนักงานแต่ละสำนักงาน
ค่าธรรมเนียมโอนมรดกที่กรมที่ดินเท่าไร
การจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมที่เป็นผู้สืบสันดานหรือบุพการีเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ส่วนกรณีผู้รับมรดกรายอื่นอัตราอยู่ที่ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน โดยการรับมรดกไม่ถือเป็นการขายจึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ อัตราค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน
ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่
ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ
คู่สมรสต่างชาติรับมรดกเป็นที่ดินในไทยได้หรือไม่
ชาวต่างชาติรับมรดกที่ดินในฐานะทายาทโดยธรรมได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 93 แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่มีการอนุญาต ผลคือกรมที่ดินจะให้จำหน่ายที่ดินภายในเวลาที่กำหนดโดยทั่วไปหนึ่งปี หากไม่จำหน่ายอธิบดีมีอำนาจจำหน่ายแทน ทางออกที่วางแผนล่วงหน้าได้คือกำหนดให้ที่ดินตกแก่ทายาทสัญชาติไทย หรือแปลงการถือครองเป็นห้องชุดในโควตาต่างชาติซึ่งรับมรดกและถือครองต่อได้
ห้องชุดในโควตาต่างชาติเมื่อเจ้าของเสียชีวิต ทายาทต่างชาติถือต่อได้ไหม
ถือต่อได้หากทายาทมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติอาคารชุดมาตรา 19 และห้องชุดยังอยู่ในสัดส่วนต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งอาคาร ทายาทต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามา (แบบ ธ.ต.3 หรือหนังสือรับรองจากธนาคาร) หากขาดคุณสมบัติต้องจำหน่ายภายในหนึ่งปี
ทรัสต์ต่างประเทศที่ถือทรัพย์สินในไทยใช้ได้หรือไม่
กฎหมายไทยไม่รับรองการก่อตั้งทรัสต์เพื่อถือทรัพย์สินภายในประเทศ ยกเว้นทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนตามกฎหมายเฉพาะ การพยายามให้ทรัสต์ต่างประเทศถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุดโดยตรงจึงมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธการจดทะเบียน แนวทางที่ใช้ได้จริงมักเป็นการถือหุ้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยชอบ การวางพินัยกรรมฉบับไทย และการใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตระบุผู้รับประโยชน์เป็นเครื่องมือส่งต่อสภาพคล่อง
คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกที่ดินในไทยหรือไม่
คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม แต่สิทธิถือครองที่ดินยังอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดให้คนต่างชาติที่รับมรดกที่ดินต้องจำหน่ายภายในกำหนดที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โดยทั่วไปคือ 1 ปี เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และหนังสือเดินทาง ขั้นตอนคือขอตั้งผู้จัดการมรดก จดทะเบียนรับโอนมรดก แล้วดำเนินการจำหน่ายภายในกำหนด ข้อควรระวังคือห้องชุดตาม พ.ร.บ.อาคารชุด มีเงื่อนไขต่างจากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแยกจากที่ดินได้ คำแนะนำคือวางโครงสร้างการถือทรัพย์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังมีชีวิต
ทายาทตกลงแบ่งมรดกกันเองโดยไม่ขึ้นศาลได้ไหม
ทำได้เมื่อทายาททุกคนเห็นพ้องและทรัพย์สินไม่ใช่ประเภทที่ต้องมีคำสั่งศาลจึงจะโอนได้ เช่น ทรัพย์สินเคลื่อนที่ที่ไม่มีทะเบียน แต่สำหรับที่ดิน ห้องชุด รถ หุ้น และบัญชีธนาคาร นายทะเบียนและธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานความเป็นทายาททุกคน บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดกที่ลงนามครบ และหลักฐานทรัพย์สิน ขั้นตอนคือจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร ลงนามพร้อมพยาน และรับรองลายมือชื่อเมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศ ข้อควรระวังคือข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมหนี้สินมักกลายเป็นข้อพิพาทภายหลัง คำแนะนำคือให้ร่างบันทึกโดยทนายและระบุการจัดการหนี้ไว้ด้วย
หมวดอื่น
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามเอกสารและขั้นตอนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ผลคำสั่งศาลเป็นดุลพินิจของศาล
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ป.พ.พ. บรรพ 6 มรดก และ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก 2558 (krisdika.go.th)
- • สำนักงานศาลยุติธรรม — คำร้องตั้งผู้จัดการมรดก (coj.go.th)
- • กรมที่ดิน — การโอนมรดกที่ดินและห้องชุด (dol.go.th)
- • กรมสรรพากร — ภาษีการรับมรดกและภาษีการให้ (rd.go.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารมรดก
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ