Re-entry Permit ประเทศไทย 2026 — เงื่อนไข เอกสาร ขั้นตอนยื่น และไทม์ไลน์ก่อนเดินทางออก

Re-entry permit คือเอกสารที่รักษาสิทธิการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรที่เหลืออยู่ ไม่ให้สิ้นผลเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ (extension of stay) แล้วเดินทางออกโดยไม่มี re-entry permit จะถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลงทันที และต้องเริ่มกระบวนการขอวีซ่าใหม่ทั้งหมด มีสองแบบคือ single (ใช้ได้ครั้งเดียว) และ multiple (ใช้ได้ไม่จำกัดครั้งภายในอายุการอนุญาตที่เหลือ) ยื่นด้วยแบบฟอร์ม ตม.8 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า หรือที่เคาน์เตอร์ในสนามบินนานาชาติก่อนเช็คอิน โดยอายุของ re-entry permit จะไม่เกินวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และไม่ได้เป็นการต่ออายุการอยู่ ผู้ถือ Non-B, Non-O และ LTR/DTV บางกรณีมีเงื่อนไขต่างกัน ควรยืนยันกับ immigration.go.th ก่อนเดินทาง
Re-entry permit คืออะไร และทำไมจึงจำเป็น
Re-entry permit ไม่ใช่วีซ่า และไม่ได้เพิ่มวันให้คุณอยู่ในประเทศไทย หน้าที่เดียวของมันคือ “รักษา” ระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรที่เหลืออยู่ ไม่ให้สิ้นผลเมื่อคุณเดินทางออกนอกประเทศ
หลักตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองคือ เมื่อคนต่างด้าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรจะสิ้นสุดลง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาอีก ดังนั้นผู้ที่เพิ่งต่ออายุการอยู่ครบ 1 ปี หากบินออกโดยไม่มีเอกสารนี้ วันที่เหลือทั้งหมดจะหายไป
ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้มีแค่วีซ่า ผู้ถือใบอนุญาตทำงานที่ผูกกับสถานะการอยู่ และผู้ที่กำลังนับระยะเวลาต่อเนื่องเพื่อยื่นถิ่นที่อยู่ถาวร จะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ามาก เพราะการนับระยะเวลาต่อเนื่องจะขาดตอน
- ไม่ใช่การต่ออายุ — อายุของ re-entry permit สิ้นสุดพร้อมวันที่อนุญาตให้อยู่
- ผู้ที่อยู่ด้วยตราประทับ visa exempt หรือ tourist visa ที่ยังไม่หมด ก็ขอได้ แต่ต้องประเมินความคุ้มค่าเทียบกับการขอวีซ่าใหม่
- การขาดตอนของการอนุญาตให้อยู่ กระทบการนับ 3 ปีต่อเนื่องสำหรับถิ่นที่อยู่ถาวร
- ผู้ถือ APEC Card, LTR หรือสิทธิพิเศษบางประเภทมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรตรวจสอบก่อน
Single vs Multiple — เลือกแบบไหน
Single re-entry permit ใช้ได้สำหรับการเดินทางออกและกลับเข้ามาหนึ่งครั้ง เมื่อใช้แล้วจะสิ้นผล หากต้องเดินทางอีกต้องขอใหม่
Multiple re-entry permit ใช้เดินทางเข้าออกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่เหลืออยู่ เหมาะกับผู้บริหาร ผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจบ่อย หรือผู้ที่มีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ
หลักการตัดสินใจง่าย ๆ คือ ถ้าคาดว่าจะเดินทางออกมากกว่าสองครั้งภายในรอบการอนุญาตปัจจุบัน แบบ multiple มักคุ้มกว่าเมื่อรวมทั้งค่าธรรมเนียมและเวลาที่ต้องไปยื่นซ้ำ
- Single: เดินทางครั้งเดียว ใช้แล้วหมดสิทธิ
- Multiple: ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในอายุการอนุญาตให้อยู่ที่เหลือ
- ทั้งสองแบบหมดอายุพร้อมวันที่อนุญาตให้อยู่ ไม่ว่าจะใช้ครบหรือไม่
- เมื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อรอบใหม่ ต้องขอ re-entry permit ใหม่ทุกครั้ง
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่น
รายการเอกสารพื้นฐานเหมือนกันทั้งการยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและที่สนามบิน ต่างกันที่ปริมาณสำเนาและความเข้มงวดเรื่องรูปถ่าย ควรเตรียมเผื่อไว้เสมอ
จุดที่ทำให้ถูกตีกลับบ่อยที่สุดคือ สำเนาไม่ครบหน้า ลายเซ็นในสำเนาไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง และรูปถ่ายผิดขนาดหรือเก่าเกินไป
- แบบฟอร์ม ตม.8 (Application for Re-entry Permit) กรอกครบถ้วนและลงลายมือชื่อ
- หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลส่วนบุคคล หน้าวีซ่า ตราประทับขาเข้าล่าสุด และตราประทับอนุญาตให้อยู่ต่อ
- รูปถ่ายขนาดตามที่กำหนด พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- ค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ทางราชการกำหนด (ตรวจสอบอัตราปัจจุบันจาก immigration.go.th)
- ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับด้วยลายเซ็นเดียวกับในหนังสือเดินทาง
ช่องทางยื่น — สำนักงาน ตม. เทียบกับเคาน์เตอร์สนามบิน
การยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้าเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด เพราะหากเอกสารไม่ครบยังมีเวลาแก้ไข และไม่ต้องแบกความเสี่ยงเรื่องคิวในวันเดินทาง
การยื่นที่เคาน์เตอร์ในสนามบินนานาชาติทำได้ในวันเดินทาง แต่ต้องยื่นก่อนเช็คอินและก่อนผ่านช่องตรวจคนเข้าเมืองขาออก หากผ่านด่านขาออกไปแล้วจะไม่สามารถยื่นย้อนหลังได้
ในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว คิวที่เคาน์เตอร์สนามบินอาจยาวมาก ผู้ที่มีเที่ยวบินช่วงเช้ามืดควรตรวจสอบเวลาทำการของเคาน์เตอร์ล่วงหน้า เพราะบางแห่งไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมง
- ยื่นล่วงหน้าที่สำนักงาน ตม.: ปลอดภัยที่สุด แก้เอกสารได้ทัน
- ยื่นที่สนามบิน: ต้องทำก่อนเช็คอินและก่อนผ่านด่านขาออกเท่านั้น
- ตรวจสอบเวลาทำการของเคาน์เตอร์สำหรับเที่ยวบินกลางคืน
- หากมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์และสำเนาบัตรของผู้รับมอบอำนาจ
ไทม์ไลน์สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางออกก่อนครบกำหนด
ไทม์ไลน์ด้านล่างออกแบบสำหรับผู้ที่ทราบล่วงหน้าว่าต้องเดินทาง และต้องการไม่ให้สถานะการอยู่ในไทยขาดตอน ควรปรับตามความเร่งด่วนของแต่ละกรณี
กรณีฉุกเฉินที่ต้องบินภายใน 24 ชั่วโมง ยังสามารถยื่นที่เคาน์เตอร์สนามบินได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารครบและเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงก่อนเวลาเช็คอิน
- 14 วันก่อนเดินทาง: ตรวจวันที่บนตราประทับอนุญาตให้อยู่ และตัดสินใจว่าจะใช้ single หรือ multiple
- 10 วันก่อนเดินทาง: เตรียมสำเนาหนังสือเดินทางทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง ถ่ายรูปตามขนาดที่กำหนด
- 7 วันก่อนเดินทาง: ยื่น ตม.8 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม
- 3 วันก่อนเดินทาง: ตรวจสอบตราประทับ re-entry ในหนังสือเดินทาง และถ่ายภาพเก็บไว้
- วันเดินทาง: พกหนังสือเดินทางที่มีตราประทับติดตัว และตรวจสอบว่ายังอยู่ในวันที่ได้รับอนุญาต
- วันเดินทางกลับ: แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ด่านว่ามี re-entry permit เพื่อให้ประทับตราต่อเนื่องจากการอนุญาตเดิม
- หลังกลับเข้าประเทศ: ตรวจว่าวันบนตราประทับใหม่ตรงกับวันเดิม หากคลาดเคลื่อนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่ด่าน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากกฎที่ซับซ้อน แต่เกิดจากการเข้าใจผิดเรื่องลำดับเวลาและการตีความเอกสารในหนังสือเดินทาง
หากพลาดไปแล้วและเดินทางออกโดยไม่มี re-entry permit สิ่งที่ทำได้คือยื่นขอวีซ่าใหม่จากต่างประเทศ และเริ่มกระบวนการขออยู่ต่อใหม่ทั้งหมด ซึ่งกระทบใบอนุญาตทำงานและการนับระยะเวลาต่อเนื่อง
- สับสนระหว่างวันหมดอายุวีซ่ากับวันที่อนุญาตให้อยู่ — ให้ยึดตราประทับเสมอ
- คิดว่าการรายงานตัว 90 วันครอบคลุมการเดินทางออก — ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
- ยื่นที่สนามบินหลังผ่านด่านขาออกแล้ว — ยื่นไม่ได้
- ลืมขอ re-entry permit ใหม่หลังได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อรอบใหม่
- ผู้ติดตามในครอบครัวไม่ได้ขอด้วย ทั้งที่เดินทางพร้อมกัน — ต้องขอแยกรายบุคคลรวมถึงบุตร
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
อัตราค่าธรรมเนียม แบบฟอร์ม และเวลาทำการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — immigration.go.th (แบบฟอร์ม ตม.8 ค่าธรรมเนียม และที่ตั้งสำนักงาน)
- กระทรวงการต่างประเทศ — mfa.go.th (ข้อมูลวีซ่าและ e-Visa)
- กรมการจัดหางาน — doe.go.th (ผลกระทบต่อใบอนุญาตทำงาน)
- กรมการกงสุล — consular.mfa.go.th (นิติกรณ์เอกสารประกอบ)
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที