ข้อพิพาทมรดก อายุความ และการตัดทายาทโดยธรรม
อายุความมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ทายาทต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงการตาย และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย การตัดทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1608–1609 การเพิกถอนพินัยกรรม การถูกกำจัดมิให้รับมรดก และแนวทางระงับข้อพิพาทก่อนขึ้นศาล
ทำพินัยกรรมสองฉบับคนละประเทศ จะขัดกันหรือไม่
ไม่ขัดกันหากร่างอย่างระมัดระวัง โดยระบุขอบเขตให้ชัดว่าพินัยกรรมไทยครอบคลุมเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักรไทย และมีข้อความยืนยันว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศที่ครอบคลุมทรัพย์สินนอกประเทศไทย ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ข้อความเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดฉบับก่อนหน้า ทำให้พินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งสิ้นผลโดยไม่ตั้งใจ
ใช้เวลานานเท่าไรกว่าศาลจะมีคำสั่ง
หากทายาททุกคนให้ความยินยอมและเอกสารครบถ้วน โดยทั่วไปศาลจะนัดไต่สวนภายในประมาณ 1–2 เดือนนับจากวันยื่นคำร้อง และเมื่อมีคำสั่งแล้วต้องรอให้คดีถึงที่สุดอีกประมาณ 30 วันก่อนขอคัดถ่ายคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปใช้กับหน่วยงาน ระยะเวลานี้เป็นกรอบทั่วไปเท่านั้น หากมีผู้คัดค้านคดีจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทและใช้เวลานานกว่ามาก
ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ถือที่ดิน ต้องทำอย่างไร
มาตรา 94 กำหนดให้คนต่างด้าวที่ได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต ต้องจำหน่ายที่ดินนั้นภายในเวลาที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 180 วันและไม่เกิน 1 ปี หากไม่จำหน่ายภายในกำหนด อธิบดีมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนั้นแทน โดยผู้ถือยังได้รับเงินที่ได้จากการขายหลังหักค่าใช้จ่าย
ถ้าโควตา 49% เต็มแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
มาตรา 19 เบญจ กำหนดว่าคนต่างด้าวที่ได้ห้องชุดมาโดยทางมรดกหรือทางอื่น แต่ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ได้เพราะไม่เข้าเงื่อนไขหรือเกินอัตราส่วน ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วันนับแต่วันได้มา และต้องจำหน่ายห้องชุดนั้นภายใน 1 ปี หากไม่จำหน่าย อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายแทน
อายุความฟ้องคดีมรดกมีกำหนดเท่าไร
มาตรา 1754 กำหนดว่าคดีมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เมื่อทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายไม่ว่ากรณีใด ส่วนเจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงความตายเช่นกัน ข้อยกเว้นสำคัญคือทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกอยู่ยังยกอายุความขึ้นต่อสู้กันเองไม่ได้ในบางกรณีตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
ตัดทายาทโดยธรรมไม่ให้รับมรดกทำได้หรือไม่
ทำได้ตามมาตรา 1608 โดยเจ้ามรดกแสดงเจตนาชัดแจ้งในพินัยกรรม หรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และมาตรา 1609 อนุญาตให้ถอนการตัดมิให้รับมรดกได้ด้วยวิธีเดียวกัน อีกทางหนึ่งคือทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้ผู้อื่น ซึ่งมีผลให้ทายาทที่ไม่ได้ระบุไม่ได้รับส่วนแบ่ง เพราะกฎหมายไทยไม่มีระบบส่วนแบ่งบังคับ (forced heirship) เหมือนบางประเทศในยุโรป
ทายาทที่ทำร้ายหรือปลอมพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่
ไม่มี มาตรา 1606 กำหนดเหตุถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร เช่น ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจตนากระทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้ทำหรือเพิกถอนพินัยกรรม ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรม อย่างไรก็ดี เจ้ามรดกอาจให้อภัยเป็นลายลักษณ์อักษรได้ในบางเหตุตามที่กฎหมายกำหนด
ควรทำอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดข้อพิพาทมรดกในครอบครัวข้ามชาติ
แนวทางที่ใช้ได้ผลคือทำพินัยกรรมไทยแยกฉบับสำหรับทรัพย์สินในไทยพร้อมระบุขอบเขตให้ชัด จัดทำบัญชีทรัพย์สินและเอกสารสิทธิให้ครบและเก็บสำเนาไว้กับที่ปรึกษากฎหมาย ระบุตัวผู้จัดการมรดกสำรอง ตรวจสอบว่าเอกสารสมรสและสูติบัตรที่ออกในต่างประเทศได้รับการรับรองและแปลไว้ล่วงหน้า และทบทวนพินัยกรรมทุกครั้งที่มีการสมรส หย่า มีบุตร หรือซื้อทรัพย์สินใหม่
ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมฉบับไทยแยกจากพินัยกรรมในประเทศตนได้หรือไม่
ทำได้และเป็นแนวทางที่ใช้กันมากสำหรับผู้มีทรัพย์สินในไทย โดยทำพินัยกรรมฉบับไทยจำกัดขอบเขตเฉพาะทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร (Thai-situs assets) เช่น ห้องชุด บัญชีเงินฝากไทย รถยนต์ และหุ้นบริษัทไทย จุดสำคัญคือต้องเขียนข้อความจำกัดขอบเขตให้ชัดว่าไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับต่างประเทศ และในทางกลับกันควรแก้พินัยกรรมฉบับต่างประเทศให้ระบุข้อยกเว้นตรงกัน มิฉะนั้นข้อความเพิกถอนทั่วไป (revocation clause) ในฉบับหลังอาจล้มฉบับแรกโดยไม่ตั้งใจ
พินัยกรรมแบบธรรมดากับแบบเอกสารฝ่ายเมืองต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน
พินัยกรรมแบบธรรมดาตามมาตรา 1656 ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ทำได้เร็วและเป็นความลับ ส่วนพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามมาตรา 1658 ทำที่ที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอจดข้อความและเก็บต้นฉบับไว้ที่ราชการ ทำให้ยากต่อการถูกโต้แย้งเรื่องความแท้จริงและไม่สูญหาย กรณีมีทายาทหลายฝ่ายหรือคาดว่าจะมีข้อพิพาท แบบเอกสารฝ่ายเมืองมักคุ้มค่ากว่าแม้ใช้เวลามากกว่า
การยกทรัพย์ให้ก่อนเสียชีวิตช่วยลดความยุ่งยากได้จริงหรือไม่
ช่วยได้ในบางกรณีแต่มีข้อควรระวัง การให้โดยเสน่หาระหว่างมีชีวิตทำให้ทรัพย์นั้นไม่อยู่ในกองมรดกจึงไม่ต้องรอคำสั่งศาล แต่มีภาษีการให้ตามประมวลรัษฎากรสำหรับส่วนที่เกินเกณฑ์ยกเว้น และมีค่าธรรมเนียมโอนที่กรมที่ดิน อีกทั้งการให้อาจถูกเพิกถอนได้หากเข้าเงื่อนไขเนรคุณ หรือถูกเจ้าหนี้ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลหากทำเพื่อหนีหนี้ จึงควรประเมินภาษีและหนี้สินคู่กันก่อนตัดสินใจ
หนี้สินของผู้ตายทายาทต้องรับผิดชอบเพียงใด
ทายาทรับผิดต่อเจ้าหนี้กองมรดกไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตนได้รับตามมาตรา 1601 จึงไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวมาชำระ ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้และภาษีค้างก่อน แล้วจึงแบ่งส่วนที่เหลือ ข้อควรระวังคือเจ้าหนี้ต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย และไม่เกินสิบปีนับแต่วันตาย การรีบทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ครบจึงป้องกันข้อพิพาทได้มาก
การคัดค้านพินัยกรรมทำได้ด้วยเหตุใดบ้าง และมีอายุความเท่าไร
เหตุที่พบบ่อยคือผู้ทำพินัยกรรมไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะทำ ถูกข่มขู่หรือใช้กลฉ้อฉล พินัยกรรมทำผิดแบบที่กฎหมายกำหนด หรือพยานมีส่วนได้เสียซึ่งทำให้ข้อกำหนดที่ยกให้พยานนั้นเป็นโมฆะ การฟ้องขอเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมโดยทั่วไปต้องทำภายในสามเดือนนับแต่รู้เหตุ และไม่เกินสิบปีนับแต่ผู้ทำพินัยกรรมตาย การถ่ายวิดีโอขณะลงนามและใบรับรองแพทย์ประเมินความสามารถจึงช่วยลดความเสี่ยงถูกคัดค้านได้มาก
คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกที่ดินในไทยหรือไม่
คู่สมรสต่างชาติมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม แต่สิทธิถือครองที่ดินยังอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดให้คนต่างชาติที่รับมรดกที่ดินต้องจำหน่ายภายในกำหนดที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โดยทั่วไปคือ 1 ปี เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร ทะเบียนสมรส โฉนดที่ดิน คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และหนังสือเดินทาง ขั้นตอนคือขอตั้งผู้จัดการมรดก จดทะเบียนรับโอนมรดก แล้วดำเนินการจำหน่ายภายในกำหนด ข้อควรระวังคือห้องชุดตาม พ.ร.บ.อาคารชุด มีเงื่อนไขต่างจากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแยกจากที่ดินได้ คำแนะนำคือวางโครงสร้างการถือทรัพย์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ยังมีชีวิต
ทรัพย์สินอยู่หลายประเทศ ควรทำพินัยกรรมกี่ฉบับ
แนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงที่สุดคือทำพินัยกรรมแยกตามเขตอำนาจของทรัพย์สิน โดยแต่ละฉบับระบุขอบเขตชัดเจนว่าครอบคลุมทรัพย์สินในประเทศใด และมีข้อความไม่เพิกถอนพินัยกรรมฉบับอื่นที่ทำไว้สำหรับประเทศอื่น เอกสารเบื้องต้นคือรายการทรัพย์สินแยกรายประเทศ เอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดหรือทะเบียนหุ้น หนังสือเดินทาง และข้อมูลผู้รับพันธุกรรม ขั้นตอนคือทำบัญชีทรัพย์สินให้ครบ ปรึกษาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศเรื่องแบบของพินัยกรรมและภาษี แล้วลงนามตามแบบที่กฎหมายแต่ละแห่งกำหนด ข้อควรระวังคือถ้อยคำเพิกถอนแบบกว้างในฉบับหนึ่งอาจล้มฉบับอื่นทั้งหมด คำแนะนำคือให้ทีมเราตรวจถ้อยคำเชื่อมกันทุกฉบับก่อนลงนาม
ทายาทตกลงแบ่งมรดกกันเองโดยไม่ขึ้นศาลได้ไหม
ทำได้เมื่อทายาททุกคนเห็นพ้องและทรัพย์สินไม่ใช่ประเภทที่ต้องมีคำสั่งศาลจึงจะโอนได้ เช่น ทรัพย์สินเคลื่อนที่ที่ไม่มีทะเบียน แต่สำหรับที่ดิน ห้องชุด รถ หุ้น และบัญชีธนาคาร นายทะเบียนและธนาคารมักขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เอกสารเบื้องต้นคือมรณบัตร หลักฐานความเป็นทายาททุกคน บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดกที่ลงนามครบ และหลักฐานทรัพย์สิน ขั้นตอนคือจัดทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร ลงนามพร้อมพยาน และรับรองลายมือชื่อเมื่อจะนำไปใช้ต่างประเทศ ข้อควรระวังคือข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมหนี้สินมักกลายเป็นข้อพิพาทภายหลัง คำแนะนำคือให้ร่างบันทึกโดยทนายและระบุการจัดการหนี้ไว้ด้วย
หมวดอื่น
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามเอกสารและขั้นตอนได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ผลคำสั่งศาลเป็นดุลพินิจของศาล
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ป.พ.พ. บรรพ 6 มรดก และ พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก 2558 (krisdika.go.th)
- • สำนักงานศาลยุติธรรม — คำร้องตั้งผู้จัดการมรดก (coj.go.th)
- • กรมที่ดิน — การโอนมรดกที่ดินและห้องชุด (dol.go.th)
- • กรมสรรพากร — ภาษีการรับมรดกและภาษีการให้ (rd.go.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารมรดก
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ