ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

ล่ามราชการ ล่ามศาล และล่ามชั้นสอบสวน — คำถามที่พบบ่อย 92 ข้อ

คำตอบอ้างอิงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 (การจัดหาล่ามในชั้นสอบสวนและชั้นศาล) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 (ภาษาที่ใช้ในศาลและคำแปลเอกสาร) แนวปฏิบัติของสำนักงานศาลยุติธรรม (coj.go.th) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (bora.dopa.go.th) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th) กรมที่ดิน (dol.go.th) สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th) กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยอนุสัญญา Apostille จะมีผลกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

English: Court & government interpreter FAQ →

เลือกอ่านตามหมวด

ล่ามในศาล (คดีอาญาและคดีแพ่ง)
สิทธิที่จะมีล่ามในการพิจารณาคดี การจัดหาล่ามโดยศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 บัญชีล่ามของสำนักงานศาลยุติธรรม การแปลเอกสารประกอบคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 46 และการสาบานตนของล่าม
ล่ามชั้นสอบสวนและสถานีตำรวจ
การแจ้งความ การให้ปากคำ การสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจภาษาไทย หน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการจัดหาล่าม การลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การ และประเด็นที่ทำให้บันทึกถูกโต้แย้งภายหลัง
ล่ามที่อำเภอ / งานทะเบียนครอบครัว
การจดทะเบียนสมรส หย่า รับรองบุตร และบันทึกข้อตกลงที่สำนักทะเบียนอำเภอ เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย รวมถึงพยานและการแปลเอกสารประกอบคำร้อง
ล่ามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
การสัมภาษณ์ขออยู่ต่อ การตรวจสอบที่พักอาศัย การสัมภาษณ์วีซ่าติดตามครอบครัว การชี้แจงกรณี overstay และการกรอกแบบคำขอที่มีเฉพาะภาษาไทย
ล่ามที่สำนักงานที่ดินและการโอนกรรมสิทธิ์
การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด การจดสัญญาเช่าระยะยาว การจดสิทธิเก็บกิน และการลงนามในสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ
ล่ามกับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney)
เมื่อผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อต้องมั่นใจว่าผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหา บทบาทของล่ามในการรับรองลายมือชื่อ คำสาบาน และหนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศ
ล่ามที่สถานทูต สถานกงสุล และกรมการกงสุล
การนัดหมายทำหนังสือรับรองสถานะ การสาบานตนที่สถานทูต การยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และความต่างระหว่างล่ามพูดกับการรับรองคำแปลเอกสาร
ล่ามการแพทย์ในโรงพยาบาล
การให้ความยินยอมก่อนการรักษา การอธิบายผลตรวจและใบรับรองแพทย์ การเคลมประกัน และการรักษาความลับข้อมูลสุขภาพตาม PDPA
ล่ามธุรกิจ การประชุม และการลงนามสัญญา
ล่ามในการประชุมผู้ถือหุ้นและกรรมการ การเจรจาสัญญา การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (due diligence) การเปิดบัญชีธนาคาร และการเลือกระหว่างล่ามพูดตามและล่ามพูดพร้อม
คุณสมบัติ จรรยาบรรณ และการจัดจ้างล่าม
คุณสมบัติของล่าม การขึ้นบัญชีล่ามของศาล ความเป็นกลางและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ การรักษาความลับ การเตรียมเอกสารล่วงหน้า และวิธีติดต่อจัดหาล่ามกับทีมงาน
ข้อ 1.ชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทยมีสิทธิได้ล่ามในศาลหรือไม่

มี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้ใช้ภาษาไทยในการพิจารณา และหากผู้ต้องหา จำเลย พยาน หรือผู้เสียหายไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้ ให้จัดหาล่ามแปลให้ ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล สิทธินี้ไม่ขึ้นกับสัญชาติหรือฐานะทางการเงินของคู่ความ

ข้อ 2.ศาลจัดหาล่ามให้เอง หรือคู่ความต้องหามาเอง

ศาลมีบัญชีล่ามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรมและสามารถแต่งตั้งล่ามให้ได้ แต่ในทางปฏิบัติภาษาที่ไม่ค่อยมีผู้ใช้ในพื้นที่อาจไม่มีล่ามในบัญชี คู่ความจึงมักเสนอชื่อล่ามเอกชนให้ศาลพิจารณาอนุญาต ควรแจ้งภาษาที่ต้องการล่วงหน้าตั้งแต่วันนัดแรกเพื่อไม่ให้ต้องเลื่อนคดี

ข้อ 3.ล่ามในศาลต้องสาบานตนหรือไม่

ต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนต่อศาลว่าจะแปลข้อความให้ถูกต้องตรงตามความจริงก่อนปฏิบัติหน้าที่ การแปลเท็จอาจเข้าข่ายความผิดอาญาได้ ล่ามจึงมีหน้าที่แปลทุกถ้อยคำตามที่พูดจริง ไม่สรุป ไม่เพิ่มเติม และไม่ให้คำแนะนำแก่คู่ความ

ข้อ 4.เอกสารภาษาต่างประเทศที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลต้องแปลหรือไม่

ต้องแปลเป็นภาษาไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 กำหนดให้ใช้ภาษาไทยในศาล และเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้องแนบมาด้วย ศาลอาจสั่งให้ทำคำแปลใหม่หากเห็นว่าคำแปลไม่น่าเชื่อถือ

ข้อ 5.ล่ามพูดของศาลกับผู้แปลเอกสารเป็นคนเดียวกันได้หรือไม่

ได้ในทางปฏิบัติ แต่เป็นคนละหน้าที่ ล่ามพูด (interpreter) ทำหน้าที่แปลคำเบิกความสด ส่วนผู้แปลเอกสาร (translator) รับรองคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษร งานทั้งสองอาจถูกโต้แย้งแยกกัน จึงควรระบุให้ชัดว่าใครรับรองอะไร

ข้อ 6.คู่ความสามารถคัดค้านล่ามที่ศาลตั้งได้หรือไม่

ได้ หากเห็นว่าล่ามแปลผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีส่วนได้เสียในคดี ควรแถลงต่อศาลทันทีในนัดนั้นและขอให้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา การปล่อยผ่านแล้วยกขึ้นอ้างภายหลังทำได้ยากกว่ามาก

ข้อ 7.ค่าตอบแทนล่ามในศาลใครเป็นผู้รับผิดชอบ

กรณีล่ามที่ศาลแต่งตั้งในคดีอาญา ค่าตอบแทนเบิกจากงบประมาณของศาลตามอัตราที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด ส่วนล่ามเอกชนที่คู่ความจัดหาเองในคดีแพ่งหรือเพื่อความสะดวกของฝ่ายตน คู่ความฝ่ายนั้นเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อ 8.การไกล่เกลี่ยและการสืบพยานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้ล่ามได้หรือไม่

ได้ ศาลยุติธรรมเปิดให้สืบพยานและไกล่เกลี่ยทางอิเล็กทรอนิกส์ในหลายกรณี ล่ามสามารถเข้าร่วมทางออนไลน์ได้เมื่อศาลอนุญาต ควรทดสอบเสียงและกำหนดจังหวะการแปลแบบพูดตาม (consecutive) ล่วงหน้า เพราะการแปลพร้อมทางออนไลน์มักทำให้บันทึกคำเบิกความคลาดเคลื่อน

ข้อ 9.ถูกเรียกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจแต่ไม่เข้าใจภาษาไทย ต้องทำอย่างไร

แจ้งพนักงานสอบสวนว่าไม่เข้าใจภาษาไทยและขอล่าม พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 อย่าลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การที่ยังไม่ได้รับการแปลให้เข้าใจ เพราะบันทึกนั้นจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

ข้อ 10.ผู้เสียหายที่ไปแจ้งความมีสิทธิขอล่ามหรือไม่

มี สิทธิในการมีล่ามครอบคลุมทั้งผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และพยาน หากไม่มีล่ามในขณะนั้น สามารถนัดหมายวันเวลาใหม่พร้อมล่ามได้ การแจ้งความที่คำบรรยายเหตุการณ์ผิดเพี้ยนมักทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้น

ข้อ 11.ใช้เพื่อนหรือคนรู้จักเป็นล่ามในชั้นสอบสวนได้หรือไม่

ในทางปฏิบัติทำได้หากพนักงานสอบสวนอนุญาต แต่ไม่แนะนำเมื่อบุคคลนั้นมีส่วนได้เสียในเรื่องเดียวกัน เช่น เป็นคู่กรณี คู่สมรส หรือหุ้นส่วน เพราะความเป็นกลางของล่ามอาจถูกโต้แย้งและกระทบน้ำหนักพยานหลักฐานในภายหลัง

ข้อ 12.บันทึกคำให้การที่แปลผิดแก้ไขภายหลังได้หรือไม่

แก้ไขได้ยากเมื่อลงลายมือชื่อไปแล้ว ทางที่ถูกต้องคือให้ล่ามอ่านทวนบันทึกทั้งฉบับก่อนลงชื่อ และขอให้พนักงานสอบสวนแก้ไขข้อความที่คลาดเคลื่อนทันที หากพบภายหลังต้องยื่นคำให้การเพิ่มเติมหรือโต้แย้งในชั้นศาลซึ่งใช้เวลาและมีน้ำหนักน้อยกว่า

ข้อ 13.ล่ามในชั้นสอบสวนต้องลงลายมือชื่อในเอกสารด้วยหรือไม่

โดยปกติล่ามจะลงลายมือชื่อรับรองว่าได้แปลข้อความให้ผู้ให้ถ้อยคำเข้าใจแล้ว พร้อมระบุชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประจำตัว ข้อมูลนี้ทำให้สามารถเรียกล่ามมาเบิกความยืนยันได้ในภายหลัง

ข้อ 14.คดีจราจรหรือคดีเล็กน้อยจำเป็นต้องใช้ล่ามไหม

แม้เป็นคดีเปรียบเทียบปรับ ผู้ต้องหาก็ควรเข้าใจข้อกล่าวหาและผลของการยอมเสียค่าปรับ เพราะการยอมรับผิดอาจมีผลต่อประวัติและต่อการต่อวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานในอนาคต การมีล่ามช่วยให้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง

ข้อ 15.จดทะเบียนสมรสที่อำเภอกับชาวต่างชาติต้องมีล่ามหรือไม่

ต้องมี หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย นายทะเบียนต้องมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจเงื่อนไขและผลของการสมรสก่อนบันทึก สำนักทะเบียนหลายแห่งกำหนดให้ล่ามแสดงบัตรประจำตัวและลงลายมือชื่อในเอกสารด้วย

ข้อ 16.ล่ามที่อำเภอต้องมีคุณสมบัติพิเศษหรือไม่

กฎหมายไม่ได้กำหนดใบอนุญาตล่ามไว้เป็นการเฉพาะ แต่นายทะเบียนแต่ละแห่งมีดุลพินิจกำหนดว่าจะยอมรับล่ามรายใด บางแห่งขอให้เป็นล่ามที่มาพร้อมสำนักงานแปลหรือทนายความ และขอสำเนาบัตรประชาชนของล่ามแนบสำนวน

ข้อ 17.บันทึกข้อตกลงก่อนสมรสหรือหลังสมรสต้องแปลด้วยหรือไม่

ต้องให้คู่สัญญาเข้าใจข้อความจริง หากทำเป็นภาษาไทยและฝ่ายต่างชาติไม่เข้าใจ ควรจัดทำคำแปลคู่ฉบับและมีล่ามอธิบายต่อหน้านายทะเบียน มิฉะนั้นข้อตกลงอาจถูกโต้แย้งเรื่องความยินยอมในภายหลัง

ข้อ 18.จดทะเบียนหย่าที่อำเภอโดยฝ่ายต่างชาติไม่เข้าใจภาษาไทยทำได้ไหม

ทำได้ แต่การหย่าโดยความยินยอมต้องแสดงเจตนาชัดเจนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมพยานสองคน หากมีข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและทรัพย์สินแนบท้าย ควรมีล่ามและคำแปลของข้อตกลงนั้น เพราะเป็นส่วนที่มีผลผูกพันมากที่สุด

ข้อ 19.เอกสารจากต่างประเทศที่ใช้ยื่นที่อำเภอต้องผ่านอะไรบ้าง

โดยทั่วไปต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานทูต แปลเป็นภาษาไทย แล้วนำไปรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นต่อนายทะเบียน เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ขั้นตอนรับรองฝั่งต่างประเทศจะสั้นลง แต่คำแปลภาษาไทยยังจำเป็นเช่นเดิม

ข้อ 20.สัมภาษณ์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพาล่ามเข้าไปได้หรือไม่

โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอมีล่ามร่วมด้วย โดยเฉพาะการสัมภาษณ์วีซ่าติดตามคู่สมรสหรือกรณีที่ต้องชี้แจงรายละเอียด ควรเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวของล่ามไปด้วย และปฏิบัติตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละสำนักงาน

ข้อ 21.แบบคำขอของ ตม. มีเฉพาะภาษาไทย จะกรอกอย่างไร

แบบคำขอส่วนใหญ่เป็นภาษาไทยหรือสองภาษา ล่ามช่วยอธิบายความหมายของแต่ละช่องได้ แต่ผู้ยื่นต้องเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องด้วยตนเอง การกรอกข้อมูลผิดจากความจริงมีผลต่อการพิจารณาและอาจถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จ

ข้อ 22.กรณี overstay ต้องใช้ล่ามหรือไม่

แนะนำอย่างยิ่ง เพราะการชี้แจงเหตุผล การรับทราบค่าปรับ และการรับทราบผลต่อการเดินทางเข้าประเทศครั้งต่อไป เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ครบถ้วน การเซ็นเอกสารโดยไม่เข้าใจอาจทำให้เสียสิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์

ข้อ 23.เจ้าหน้าที่ ตม. ออกตรวจที่พักอาศัย ล่ามช่วยอะไรได้บ้าง

ช่วยสื่อสารระหว่างเจ้าของบ้าน ผู้เช่า และเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบว่าข้อมูลที่บันทึกตรงกับข้อเท็จจริง และช่วยยืนยันว่าการแจ้งที่พักอาศัย (TM.30) และการรายงานตัว 90 วันได้ดำเนินการครบถ้วน

ข้อ 24.โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่สำนักงานที่ดินต้องมีล่ามไหม

หากผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทย เจ้าพนักงานที่ดินมักขอให้มีล่ามร่วมด้วย เพื่อยืนยันว่าคู่สัญญาเข้าใจสาระสำคัญของสัญญาซื้อขายและราคาที่จดทะเบียน ล่ามจะลงลายมือชื่อในบันทึกถ้อยคำด้วยในหลายสำนักงาน

ข้อ 25.สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่

ฉบับที่จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเป็นภาษาไทย แต่ควรจัดทำคำแปลคู่ฉบับให้ผู้เช่าต่างชาติเก็บไว้และใช้ประกอบการเจรจา หากข้อความสองฉบับขัดกัน ให้ระบุในสัญญาว่าฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ

ข้อ 26.ล่ามที่สำนักงานที่ดินต้องเป็นคนเดียวกับผู้แปลสัญญาหรือไม่

ไม่จำเป็น แต่มีข้อดีคือผู้ที่แปลสัญญามาก่อนย่อมคุ้นเคยกับศัพท์เฉพาะและตัวเลขในเอกสาร ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะอธิบายเงื่อนไขคลาดเคลื่อนในวันจดทะเบียน

ข้อ 27.หนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นไปโอนแทน ต้องมีล่ามด้วยไหม

ในวันลงนามหนังสือมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจต้องเข้าใจขอบเขตอำนาจที่มอบให้ หากลงนามในต่างประเทศ มักต้องผ่านการรับรองที่สถานทูตไทยหรือ Notary Public ท้องถิ่นและนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ส่วนวันจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินการแทน

ข้อ 28.ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองเอกสารที่ผู้ลงนามอ่านไม่ออกได้หรือไม่

ทำได้เมื่อมีการแปลให้ผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหาก่อน เพราะการรับรองลายมือชื่อมีสาระสำคัญคือผู้ลงนามลงชื่อด้วยความสมัครใจและรู้ว่ากำลังลงนามในเรื่องใด แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ล่ามอยู่ด้วยและระบุข้อเท็จจริงนั้นไว้ในคำรับรอง

ข้อ 29.ล่ามกับผู้รับรองคำแปลต่างกันอย่างไร

ล่ามแปลด้วยวาจาในเหตุการณ์จริง ส่วนผู้รับรองคำแปลลงนามรับรองความถูกต้องของเอกสารที่แปลเป็นลายลักษณ์อักษร หน่วยงานปลายทางบางแห่งต้องการทั้งสองอย่าง เช่น มีล่ามในวันลงนาม และมีคำแปลรับรองแนบไปกับเอกสาร

ข้อ 30.คำสาบาน (affidavit) ที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ ต้องมีล่ามไหมหากผู้สาบานเป็นคนไทย

ควรมี ผู้สาบานต้องเข้าใจข้อความที่ตนยืนยันว่าเป็นความจริง หากเอกสารเป็นภาษาอังกฤษและผู้สาบานไม่ถนัด ควรมีคำแปลไทยและล่ามอธิบายต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกโต้แย้งในต่างประเทศ

ข้อ 31.หนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศต้องทำสองภาษาหรือไม่

ไม่บังคับ แต่แนวปฏิบัติที่ดีคือทำสองภาษาในฉบับเดียวกัน (คู่คอลัมน์) เพื่อให้ทั้งผู้มอบอำนาจและหน่วยงานปลายทางอ่านได้ พร้อมระบุว่าภาษาใดใช้บังคับกรณีข้อความขัดกัน

ข้อ 32.ไปทำหนังสือรับรองโสดที่สถานทูตต้องพาล่ามไปไหม

ขึ้นกับสถานทูตแต่ละแห่ง บางแห่งมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้ บางแห่งกำหนดให้ผู้ยื่นสาบานตนเป็นภาษาอังกฤษ หากไม่มั่นใจ ควรพาล่ามไป และตรวจสอบเงื่อนไขการนัดหมายจากเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นก่อนล่วงหน้า

ข้อ 33.กรมการกงสุลรับรองคำแปลโดยล่ามคนใดก็ได้หรือไม่

การรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเป็นการรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจหรือความถูกต้องของคำแปลตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด ผู้แปลควรลงชื่อรับรองคำแปลพร้อมข้อมูลติดต่อ และคำแปลต้องตรงกับต้นฉบับทุกรายละเอียด รวมถึงตัวเลข วันที่ และการสะกดชื่อ

ข้อ 34.เมื่อไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้ว ยังต้องใช้ล่ามและคำแปลอยู่ไหม

ยังต้องใช้ Apostille ซึ่งจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือแทนคำแปล หน่วยงานปลายทางยังคงขอคำแปลในภาษาราชการของตนตามเดิม

ข้อ 35.โรงพยาบาลในไทยมีล่ามให้หรือไม่

โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในพื้นที่ท่องเที่ยวมักมีศูนย์ล่ามสำหรับภาษาหลัก เช่น อังกฤษ จีน รัสเซีย อาหรับ ส่วนโรงพยาบาลรัฐมักไม่มีล่ามประจำ ผู้ป่วยจึงควรจัดหาล่ามเองสำหรับการผ่าตัด การเซ็นใบยินยอม และการอธิบายแผนการรักษา

ข้อ 36.ใบยินยอมรับการรักษาที่เป็นภาษาไทย เซ็นโดยไม่เข้าใจได้ไหม

ไม่ควร การให้ความยินยอมโดยได้รับข้อมูลครบถ้วนเป็นหลักสำคัญของการรักษา ผู้ป่วยมีสิทธิขอให้อธิบายความเสี่ยง ทางเลือก และค่าใช้จ่ายจนเข้าใจก่อนลงนาม ล่ามควรแปลตามที่แพทย์อธิบายโดยไม่ตัดทอน

ข้อ 37.ล่ามการแพทย์ต้องรักษาความลับข้อมูลผู้ป่วยหรือไม่

ต้อง ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การเปิดเผยต่อบุคคลที่สามต้องมีฐานทางกฎหมายหรือความยินยอมของผู้ป่วย ล่ามมืออาชีพจะลงนามข้อตกลงรักษาความลับได้เมื่อร้องขอ

ข้อ 38.ล่ามพูดตามกับล่ามพูดพร้อมต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

ล่ามพูดตาม (consecutive) รอให้ผู้พูดจบประโยคหรือช่วงหนึ่งแล้วจึงแปล เหมาะกับการประชุมเจรจา งานราชการ และศาล เพราะแม่นยำและตรวจสอบได้ ส่วนล่ามพูดพร้อม (simultaneous) แปลไปพร้อมผู้พูดผ่านอุปกรณ์ เหมาะกับงานสัมมนาที่มีผู้ฟังจำนวนมากและต้องการความต่อเนื่อง

ข้อ 39.การประชุมผู้ถือหุ้นที่มีกรรมการต่างชาติต้องมีล่ามไหม

กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่รายงานการประชุมที่จดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นภาษาไทย หากกรรมการหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องลงนามรับรอง ควรมีล่ามและคำแปลเพื่อป้องกันข้อโต้แย้งเรื่องการรับรู้มติในภายหลัง

ข้อ 40.เปิดบัญชีธนาคารหรือทำ KYC ใช้ล่ามได้หรือไม่

ธนาคารส่วนใหญ่อนุญาตให้มีล่ามร่วมด้วย แต่ยังคงต้องพบเจ้าของบัญชีตัวจริงและตรวจสอบเอกสารตามหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า ล่ามไม่สามารถลงนามหรือให้ข้อมูลแทนลูกค้าได้ และธนาคารบางแห่งกำหนดให้ล่ามแสดงบัตรประจำตัวและบันทึกไว้ในแฟ้ม

ข้อ 41.ต้องเตรียมอะไรให้ล่ามก่อนงานเพื่อให้การสื่อสารแม่นยำ

ส่งเอกสารที่จะใช้ วาระการประชุม ชื่อเฉพาะ ตัวเลข และศัพท์เทคนิคให้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน พร้อมระบุวัตถุประสงค์ของงานและระดับความเป็นทางการ การเตรียมล่วงหน้าช่วยลดความผิดพลาดในการแปลชื่อ ตัวเลข และเงื่อนไขสัญญาได้มากที่สุด

ข้อ 42.ประเทศไทยมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพล่ามหรือไม่

ไม่มีระบบใบอนุญาตล่ามกลางแบบบางประเทศ การยอมรับล่ามจึงขึ้นกับหน่วยงานที่ใช้งาน เช่น การขึ้นบัญชีล่ามกับสำนักงานศาลยุติธรรม หรือดุลพินิจของนายทะเบียนและเจ้าพนักงาน ผู้ใช้บริการจึงควรตรวจสอบประสบการณ์และผลงานที่ตรวจสอบได้ของล่ามแต่ละราย

ข้อ 43.ล่ามต้องเป็นกลางอย่างไร

ล่ามต้องแปลทุกถ้อยคำอย่างครบถ้วนและตรงตามความหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมาย และต้องเปิดเผยหากมีส่วนได้เสียหรือมีความสัมพันธ์กับคู่กรณี หากมีข้อขัดกันแห่งผลประโยชน์ ล่ามควรถอนตัวและให้จัดหาล่ามรายอื่นแทน

ข้อ 44.จองล่ามล่วงหน้ากี่วันจึงเหมาะสม

งานราชการทั่วไปควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วันทำการ ส่วนงานศาล งานภาษาที่หายาก หรือช่วงเทศกาลควรจองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์ กรณีเร่งด่วนสามารถสอบถามคิวว่างกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

ข้อ 45.ติดต่อจัดหาล่ามกับทีมงานได้อย่างไร และมีค่าบริการเท่าไร

แจ้งภาษา วันเวลา สถานที่ ประเภทงาน (ศาล ตำรวจ อำเภอ ที่ดิน ตม. โรงพยาบาล หรือธุรกิจ) และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาที่ทีมงานทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เจ้าหน้าที่จะยืนยันคิวล่ามและแจ้งค่าบริการตามประเภทงานและระยะเวลาให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ข้อ 46.จ้างล่ามศาลต้องจองล่วงหน้ากี่วัน และต้องเตรียมข้อมูลอะไรให้ล่าม

ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 5–7 วันทำการสำหรับภาษาอังกฤษ และ 10–14 วันสำหรับภาษาที่หาล่ามยาก เช่น รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ หรือภาษายุโรปเฉพาะถิ่น ข้อมูลที่ควรส่งให้ล่ามล่วงหน้าคือ ชื่อศาลและห้องพิจารณา หมายเลขคดี ประเภทคดี (อาญา/แพ่ง/ครอบครัว) วันเวลานัด รายชื่อคู่ความเพื่อตรวจการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น คำฟ้อง คำให้การ หรือสัญญาที่จะถูกอ้างถึง การได้อ่านศัพท์เฉพาะคดีล่วงหน้าช่วยลดความคลาดเคลื่อนในห้องพิจารณาได้มากที่สุด

ข้อ 47.ล่ามในชั้นสอบสวนที่สถานีตำรวจ ผู้ต้องหาต้องจ่ายเองหรือไม่

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามให้เมื่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่เข้าใจภาษาไทย โดยรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทนล่ามในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติหลายพื้นที่ไม่มีล่ามภาษานั้นในบัญชี ผู้ต้องหาหรือครอบครัวจึงมักจัดหาล่ามเอกชนมาเองเพื่อไม่ให้การสอบสวนล่าช้า กรณีนี้ผู้จัดหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และควรแจ้งชื่อล่ามให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ในสำนวนเพื่อความโปร่งใส

ข้อ 48.ถ้าล่ามแปลผิดในบันทึกคำให้การ จะแก้ไขภายหลังได้อย่างไร

ควรทักท้วงทันทีก่อนลงลายมือชื่อ เพราะบันทึกคำให้การที่ลงชื่อแล้วจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล วิธีที่ถูกต้องคือขอให้พนักงานสอบสวนอ่านทวนข้อความผ่านล่ามอีกครั้ง แล้วขอแก้ไขในเนื้อความพร้อมลงลายมือชื่อกำกับจุดที่แก้ หากพบความผิดพลาดภายหลัง ยังสามารถยื่นคำร้องขอสอบเพิ่มเติม หรือเบิกความอธิบายในชั้นพิจารณาว่าบันทึกไม่ตรงกับที่ให้การไว้ แต่ภาระในการชี้แจงจะหนักกว่าการทักท้วงตั้งแต่ต้นมาก

ข้อ 49.ล่ามพูดตาม (consecutive) กับล่ามพูดพร้อม (simultaneous) ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

ล่ามพูดตามคือผู้พูดหยุดเป็นช่วงแล้วล่ามจึงแปล เหมาะกับศาล สถานีตำรวจ อำเภอ สำนักงานที่ดิน และการลงนามสัญญา เพราะแม่นยำสูงและตรวจสอบย้อนได้ ใช้เวลาประมาณสองเท่าของการพูดปกติ ส่วนล่ามพูดพร้อมคือแปลไปพร้อมกับผู้พูดผ่านหูฟัง เหมาะกับสัมมนา ประชุมผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ หรืองานที่มีเวลาจำกัด แต่ต้องใช้ล่ามสองคนสลับกันทุก 20–30 นาทีและมีอุปกรณ์เสียง ต้นทุนจึงสูงกว่า งานราชการเกือบทั้งหมดในไทยใช้แบบพูดตาม

ข้อ 50.ล่ามที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอต้องมีคุณสมบัติอะไร

นายทะเบียนต้องมั่นใจว่าคู่สมรสฝ่ายที่ไม่เข้าใจภาษาไทยเข้าใจข้อความในทะเบียนสมรสและบันทึกข้อตกลงก่อนลงนาม โดยทั่วไปสำนักทะเบียนกำหนดให้ล่ามเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคู่กรณีหรือพยานในเรื่องเดียวกัน แสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และลงลายมือชื่อในฐานะผู้แปลไว้ในเอกสาร บางอำเภอกำหนดเพิ่มว่าต้องเป็นล่ามจากบริษัทที่จดทะเบียนหรือมีหนังสือรับรองการเป็นล่าม จึงควรโทรสอบถามอำเภอปลายทางก่อนนัดหมายทุกครั้ง

ข้อ 51.ที่สำนักงานที่ดิน ล่ามจำเป็นแค่ไหนเวลาโอนห้องชุดให้ชาวต่างชาติ

จำเป็นมาก เพราะเจ้าพนักงานที่ดินต้องสอบถามความสมัครใจและความเข้าใจของคู่สัญญาก่อนจดทะเบียน หากผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่เข้าใจภาษาไทย เจ้าพนักงานมักไม่ดำเนินการจนกว่าจะมีล่ามมาแปลและลงลายมือชื่อรับรองการแปล เอกสารที่ต้องแปลปากเปล่าในวันโอนรวมถึงสัญญาซื้อขาย (ท.ด.13) หนังสือรับรองการปลอดหนี้ อัตราค่าธรรมเนียมและภาษี รวมถึงเงื่อนไขโควตาต่างชาติ 49% ของอาคารชุด การมีล่ามยังช่วยลดข้อโต้แย้งเรื่องความสมบูรณ์ของนิติกรรมในภายหลัง

ข้อ 52.ค่าจ้างล่ามคิดอย่างไร คิดเป็นชั่วโมงหรือครึ่งวัน

งานราชการและงานศาลในไทยส่วนใหญ่คิดเป็นรอบครึ่งวัน (ไม่เกิน 4 ชั่วโมง) และเต็มวัน (ไม่เกิน 8 ชั่วโมง) เพราะต้องกันเวลารอคิวซึ่งคาดเดายาก ส่วนงานประชุมธุรกิจสั้น ๆ หรือการลงนามที่สำนักงานอาจคิดเป็นรายชั่วโมงโดยมีขั้นต่ำ 2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายที่มักคิดเพิ่มคือค่าเดินทางข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัด ค่าที่พักกรณีนัดเช้าตรู่ในต่างจังหวัด และค่าล่วงเวลาเมื่อเกินรอบที่ตกลง กรุณาสอบถามอัตราปัจจุบันกับทีมงานทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อ 53.ล่ามต้องรักษาความลับหรือไม่ ขอให้เซ็น NDA ได้ไหม

ได้และควรทำในงานธุรกิจ การควบรวมกิจการ การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ หรืองานที่มีข้อมูลสุขภาพและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ล่ามมืออาชีพยึดหลักการรักษาความลับเป็นจรรยาบรรณพื้นฐานอยู่แล้ว และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การทำ NDA เพิ่มเติมช่วยกำหนดขอบเขตการเก็บเอกสาร ระยะเวลาทำลายไฟล์ และความรับผิดให้ชัดเจน เราสามารถลงนามในแบบฟอร์ม NDA ของลูกค้าได้ก่อนรับเอกสารเตรียมงาน

ข้อ 54.ใช้ล่ามผ่าน Zoom หรือโทรศัพท์แทนล่ามที่ไปด้วยตัวจริงได้หรือไม่

ได้ในบางงาน เช่น การประชุมธุรกิจ การนัดหมายโรงพยาบาลบางกรณี การคุยกับธนาคารเบื้องต้น หรือการปรึกษาก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ แต่งานที่ต้องลงลายมือชื่อรับรองการแปลต่อหน้าเจ้าพนักงาน เช่น ศาล อำเภอ สำนักงานที่ดิน และชั้นสอบสวน โดยหลักต้องมีล่ามอยู่ในสถานที่จริง เพราะเจ้าพนักงานต้องตรวจบัตรประจำตัวและให้ล่ามลงชื่อในเอกสาร หากคุณไม่แน่ใจ ควรถามหน่วยงานปลายทางล่วงหน้าและเตรียมล่ามแบบไปสถานที่จริงไว้เป็นแผนสำรอง

ข้อ 55.ล่ามการแพทย์ในโรงพยาบาลช่วยอะไรได้บ้าง และมีข้อจำกัดอะไร

ล่ามช่วยให้การซักประวัติ การอธิบายผลตรวจ การให้ความยินยอมก่อนผ่าตัด และการอธิบายใบรับรองแพทย์เพื่อเคลมประกันเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะเซ็นยินยอมโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง ข้อจำกัดสำคัญคือล่ามไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ จึงไม่วินิจฉัย ไม่แนะนำการรักษา และไม่ตัดสินใจแทนผู้ป่วย ทุกคำถามเชิงการรักษาต้องส่งกลับไปให้แพทย์ตอบ นอกจากนี้ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA ล่ามจึงต้องเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

ข้อ 56.ล่ามกับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) ทำงานร่วมกันอย่างไร

เมื่อผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อต้องมั่นใจว่าผู้ลงนามเข้าใจสาระสำคัญและลงนามด้วยความสมัครใจ จึงมักให้ล่ามแปลเอกสารทั้งฉบับให้ฟังต่อหน้า แล้วบันทึกในคำรับรองว่ามีการแปลโดยล่ามชื่ออะไร ภาษาใด และล่ามลงลายมือชื่อไว้ด้วย ขั้นตอนนี้สำคัญมากกับหนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศและ affidavit เพราะหน่วยงานปลายทางอาจปฏิเสธเอกสารที่ไม่มีบันทึกการแปล

ข้อ 57.ต้องการล่ามภาษาที่หายากในภูเก็ต เช่น รัสเซีย เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ จัดหาได้หรือไม่

จัดหาได้ แต่ควรแจ้งล่วงหน้ามากกว่าภาษาอังกฤษ เนื่องจากจำนวนล่ามในพื้นที่จำกัดและมักมีคิวงานศาลอยู่แล้ว แนวทางที่เราใช้คือประสานล่ามในภูเก็ตก่อน หากไม่ว่างจึงจัดล่ามจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงพร้อมคิดค่าเดินทางตามจริง สำหรับภาษาที่หาล่ามในไทยได้ยากมาก บางกรณีใช้แนวทางล่ามสองทอด (relay) ผ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องแจ้งศาลหรือหน่วยงานให้ทราบและบันทึกไว้ในสำนวนเพื่อความโปร่งใส

ข้อ 58.ล่ามสามารถเป็นพยานในเอกสารเดียวกันได้หรือไม่

โดยหลักไม่ควร เพราะบทบาทของล่ามคือคนกลางที่ถ่ายทอดถ้อยคำ ส่วนพยานคือผู้รับรองการลงลายมือชื่อ การสวมสองบทบาทเปิดช่องให้ถูกโต้แย้งเรื่องความเป็นกลางและอาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธในภายหลัง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือจัดหาพยานอีกคนแยกต่างหาก และให้ล่ามลงลายมือชื่อในช่อง 'ผู้แปล' เท่านั้น ทั้งนี้ หน่วยงานบางแห่งอาจยืดหยุ่นได้ จึงควรถามเจ้าหน้าที่ปลายทางก่อนวันนัด

ข้อ 59.จะยกเลิกหรือเลื่อนนัดล่ามได้ภายในกี่ชั่วโมง

แนวปฏิบัติทั่วไปคือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงสำหรับงานครึ่งวัน และ 48 ชั่วโมงสำหรับงานเต็มวันหรือการเดินทางข้ามจังหวัด เพราะล่ามได้กันคิวและอาจปฏิเสธงานอื่นไปแล้ว การเลื่อนที่เกิดจากศาลหรือหน่วยงานราชการเลื่อนเองมักไม่คิดค่าปรับ แต่ควรส่งหลักฐานหมายเลื่อนหรือข้อความจากเจ้าหน้าที่ให้เราทันที เพื่อจัดคิวใหม่ให้ตรงกับวันนัดถัดไปโดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการจองใหม่ทั้งหมด

ข้อ 60.ล่ามที่ขึ้นบัญชีศาลกับล่ามเอกชน ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ

ล่ามที่ขึ้นบัญชีของสำนักงานศาลยุติธรรมผ่านการคัดเลือกและได้รับค่าตอบแทนตามอัตราที่ทางราชการกำหนด ศาลเรียกใช้ได้ทันทีในคดีอาญาที่รัฐต้องจัดหาให้ ส่วนล่ามเอกชนคือผู้ที่คู่ความจัดหามาเองและเสนอต่อศาลเพื่อขออนุญาต ศาลจะพิจารณาความสามารถและความเป็นกลางก่อนอนุญาต ข้อดีของล่ามเอกชนคือเลือกคนที่คุ้นเคยศัพท์เฉพาะของคดีและเตรียมงานล่วงหน้าได้ ส่วนข้อควรระวังคือต้องไม่มีส่วนได้เสียกับคู่ความ

ข้อ 61.ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ล่ามช่วยอะไรได้บ้าง

ช่วยในขั้นตอนสัมภาษณ์ขออยู่ต่อกรณีสมรสหรืออุปการะบุตร การชี้แจงกรณีอยู่เกินกำหนด (overstay) การตอบคำถามระหว่างเจ้าหน้าที่ออกตรวจที่พักอาศัย และการกรอกแบบคำขอที่มีเฉพาะภาษาไทย ล่ามช่วยให้คำตอบตรงคำถามและสอดคล้องกับเอกสารที่ยื่น ซึ่งเป็นจุดที่คำขอมักถูกตีกลับ อย่างไรก็ตาม ล่ามไม่ใช่ตัวแทนตามกฎหมายและไม่สามารถตอบแทนผู้ยื่นได้ หากเรื่องซับซ้อน เช่น เคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาก่อน ควรมีทนายความร่วมด้วย

ข้อ 62.จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ ต้องใช้ล่ามกี่คนและต้องมีคุณสมบัติอะไร

สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตกำหนดให้มีล่ามอย่างน้อยหนึ่งคนเมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย เพราะนายทะเบียนต้องมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจข้อความในทะเบียนสมรสและให้ความยินยอมโดยสมัครใจ ล่ามต้องบรรลุนิติภาวะ นำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงไปแสดง ไม่ควรเป็นคู่สมรสเองหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของคู่สมรส และต้องลงลายมือชื่อในช่องล่ามพร้อมพยานสองคน บางอำเภอขอให้ล่ามเขียนคำรับรองสั้น ๆ ว่าได้แปลข้อความให้ฟังครบถ้วนแล้ว

ข้อ 63.ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจกับล่ามในชั้นศาลต่างกันอย่างไร

ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนเป็นผู้จัดหาหรืออนุญาตให้ผู้ต้องหานำล่ามมาเอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 คำแปลจะถูกบันทึกลงในบันทึกคำให้การซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานต่อไป ส่วนชั้นศาลล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณต่อหน้าศาลก่อนปฏิบัติหน้าที่ และแปลแบบต่อเนื่องประโยคต่อประโยคให้ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณา ความแตกต่างสำคัญคือชั้นศาลมีการบันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของคำแปลได้ทันทีโดยคู่ความอีกฝ่าย จึงควรใช้ล่ามที่มีประสบการณ์คดีในลักษณะเดียวกัน

ข้อ 64.ต้องเตรียมอะไรให้ล่ามล่วงหน้าเพื่อให้การแปลแม่นยำ

ส่งสำเนาเอกสารสำคัญให้ล่ามอ่านล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน ได้แก่ คำฟ้องหรือบันทึกคำให้การ สัญญาที่พิพาท รายชื่อคู่ความและพยาน คำศัพท์เฉพาะทางของธุรกิจหรืออาการทางการแพทย์ และชื่อเฉพาะที่สะกดยาก หากมีข้อมูลอ่อนไหวควรทำหนังสือรักษาความลับกำกับตามหลัก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเตรียมล่วงหน้าลดการหยุดถามกลางนัด ทำให้กระบวนพิจารณาสั้นลงและลดความเสี่ยงที่คำแปลจะคลาดเคลื่อนในประเด็นชี้ขาด

ข้อ 65.ล่ามที่สถานทูตต่างประเทศในไทยยอมรับต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่

แต่ละสถานทูตกำหนดต่างกัน บางแห่งมีบัญชีล่ามและนักแปลที่รับรองไว้และรับเฉพาะรายชื่อในบัญชีนั้น บางแห่งรับล่ามอิสระที่ผู้ยื่นนำมาเองแต่ขอสำเนาบัตรประจำตัวและใบรับรองคุณวุฒิภาษา ก่อนนัดสัมภาษณ์ควรสอบถามฝ่ายกงสุลโดยตรงหรืออ่านหน้าคำแนะนำการยื่นบนเว็บไซต์สถานทูต และเตรียมสำรองรายชื่อล่ามไว้อีกหนึ่งคน เพราะหากล่ามไม่ผ่านเกณฑ์ในวันนัด การสัมภาษณ์อาจถูกเลื่อนออกไปหลายสัปดาห์

ข้อ 66.ค่าบริการล่ามคิดเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน และมีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้าง

งานในเขตเมืองมักคิดเป็นช่วงครึ่งวันหรือเต็มวัน เพราะนัดราชการและนัดศาลมักคาดเวลาสิ้นสุดไม่ได้ ส่วนงานสั้น เช่น เซ็นสัญญาที่สำนักงาน คิดรายชั่วโมงโดยมีขั้นต่ำ ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมคือค่าเดินทางข้ามจังหวัด ค่าที่พักหากนัดเช้าตรู่ ค่ารอกรณีศาลเลื่อนนัดในวันนั้น และค่าถอดเทปหรือคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษรหากต้องยื่นเป็นเอกสาร ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตเวลาและเงื่อนไขการเลื่อนนัดไว้ชัดเจน

ข้อ 67.ถ้าคู่ความไม่เห็นด้วยกับคำแปลของล่ามในศาล ทำอย่างไร

แจ้งต่อศาลทันทีในนัดนั้นเพื่อให้บันทึกข้อโต้แย้งลงในรายงานกระบวนพิจารณา ระบุถ้อยคำที่เห็นว่าคลาดเคลื่อนและคำแปลที่ถูกต้องตามความเข้าใจของฝ่ายตน ศาลอาจให้ล่ามทบทวนคำแปล ให้ทนายซักถามซ้ำเพื่อความชัดเจน หรือในกรณีที่ข้อโต้แย้งกระทบสาระสำคัญ อาจสั่งเปลี่ยนล่ามหรือเลื่อนนัด การปล่อยผ่านแล้วค่อยยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์ทำได้ยากกว่ามาก เพราะไม่มีบันทึกโต้แย้งไว้ในสำนวน

ข้อ 68.ล่ามการแพทย์ในโรงพยาบาลกับล่ามกฎหมายใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันได้ไม่ดีนัก เพราะคลังศัพท์และความเสี่ยงต่างกัน ล่ามการแพทย์ต้องแม่นชื่อยา ขนาดยา ชื่อหัตถการ และคำอธิบายความเสี่ยงในเอกสารยินยอมรับการรักษา ซึ่งการแปลพลาดกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง ส่วนล่ามกฎหมายต้องแม่นคำที่มีผลผูกพัน เช่น ยินยอม รับสภาพหนี้ หรือสละสิทธิ กรณีเข้าโรงพยาบาลเพื่อเซ็นเอกสารยินยอมและมีประเด็นความรับผิดพ่วงมาด้วย ควรใช้ล่ามที่เคยทำงานทั้งสองบริบท

ข้อ 69.ล่ามทางไกลผ่านวิดีโอใช้ได้กับงานราชการไทยหรือไม่

ใช้ได้บางกรณีและขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงาน ศาลยุติธรรมมีแนวปฏิบัติการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดช่องให้ล่ามร่วมทางไกลได้เมื่อได้รับอนุญาต ส่วนสำนักทะเบียนอำเภอและงานที่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ มักยืนยันให้ล่ามอยู่ในสถานที่จริง เพราะล่ามต้องลงชื่อในแบบพิมพ์ ควรสอบถามหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง และเตรียมแผนสำรองให้มีล่ามในพื้นที่หากถูกปฏิเสธหน้างาน

ข้อ 70.ต้องใช้ล่ามภาษาอะไรบ้างที่พบบ่อยในภูเก็ตและอันดามัน

ภาษาที่ขอใช้บ่อยที่สุดคืออังกฤษ รัสเซีย จีนกลาง เยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษาในกลุ่มสแกนดิเนเวีย รองลงมาคืออาหรับ เกาหลี ญี่ปุ่น และภาษาในกลุ่มยุโรปตะวันออก งานที่ขอล่ามมากคือจดทะเบียนสมรส การให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนจากอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล การเซ็นสัญญาซื้อขายห้องชุด และการเจรจากับบริษัทประกันในโรงพยาบาล ควรจองล่ามภาษาที่หายากล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพราะจำนวนผู้ให้บริการมีจำกัด

ข้อ 71.ล่ามต้องรับรองคำแปลเอกสารด้วยหรือไม่ ถ้าต้องยื่นเอกสารประกอบ

หน้าที่ล่ามคือแปลด้วยวาจาในเหตุการณ์ ส่วนเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานต้องเป็นคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษรที่รับรองแยกต่างหาก หากปลายทางเป็นกรมการกงสุล คำแปลต้องอยู่ในรูปแบบที่กองสัญชาติและนิติกรณ์รับพิจารณา หากปลายทางเป็นศาลหรือคู่สัญญาต่างประเทศ อาจต้องมีคำรับรองของผู้แปลและการรับรองลายมือชื่อเพิ่ม จึงควรแยกงบและเวลาสองส่วนเสมอ คือค่าล่ามในวันนัดและค่าคำแปลรับรองของเอกสาร

ข้อ 72.ถ้าล่ามที่จองไว้ยกเลิกกะทันหันในวันนัดศาล ควรทำอย่างไร

แจ้งทนายความและเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ทันทีก่อนเริ่มนัด เพื่อขอให้ศาลบันทึกเหตุขัดข้องและพิจารณาเลื่อนนัดหรืออนุญาตให้ใช้ล่ามสำรอง ไม่ควรให้ญาติหรือเพื่อนที่ไม่มีประสบการณ์ทำหน้าที่แทนในคดีที่มีโทษอาญา เพราะคำแปลที่ผิดพลาดอาจผูกพันในสำนวน ทางป้องกันคือทำสัญญาจ้างที่ระบุล่ามสำรองไว้ล่วงหน้า และขอเบอร์ติดต่อสำรองของผู้ให้บริการเพื่อเรียกคนแทนได้ภายในวันเดียว

ข้อ 73.ข้อมูลที่ล่ามได้รับรู้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ถูกคุ้มครองอย่างไร

ล่ามที่ทำงานให้ทนายความอยู่ในขอบเขตความลับของลูกความ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คือเก็บเท่าที่จำเป็น ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง และทำลายเมื่อหมดความจำเป็น ในทางปฏิบัติควรลงนามข้อตกลงรักษาความลับก่อนส่งเอกสาร กำหนดช่องทางรับส่งไฟล์ที่มีรหัสผ่าน และระบุระยะเวลาเก็บรักษาสำเนาไว้ในสัญญาจ้างให้ชัดเจน

ข้อ 74.ล่ามช่วยงานที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ในเรื่องใดบ้าง

งานที่ขอใช้ล่ามบ่อยคือการให้ถ้อยคำประกอบการขอวีซ่าติดตามครอบครัว การชี้แจงกรณีแจ้งที่พักอาศัยล่าช้า การสัมภาษณ์คู่สมรสในคำขออยู่ต่อบนพื้นฐานการสมรส และการชี้แจงกรณีอยู่เกินกำหนด ล่ามช่วยให้ถ้อยคำที่บันทึกตรงกับข้อเท็จจริง ลดความเสี่ยงที่บันทึกจะขัดกับเอกสารที่ยื่น ทั้งนี้ล่ามไม่ใช่ตัวแทนยื่นคำขอ ผู้ยื่นยังต้องปรากฏตัวและลงลายมือชื่อด้วยตนเองตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด

ข้อ 75.ควรจองล่ามล่วงหน้ากี่วันสำหรับนัดศาลและภาษาที่หาล่ามยาก

งานภาษาอังกฤษในเขตเมืองจองล่วงหน้าสองถึงสามวันทำการมักเพียงพอ งานภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อย เช่น อาหรับ ฮีบรู หรือภาษาในยุโรปเหนือ ควรจองล่วงหน้าหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ส่วนนัดศาลควรจองทันทีที่ทราบวันนัดเพราะกำหนดวันเปลี่ยนยาก และงานเร่งด่วนภายในวันเดียวกันทำได้เฉพาะเมื่อมีล่ามว่างในพื้นที่ ควรระบุสถานที่ เวลาเริ่ม เวลาที่คาดว่าจะเลิก และภาษาปลายทางให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อ

ข้อ 76.ล่ามกับนักแปลรับรองเอกสารคือคนเดียวกันหรือไม่

เป็นคนละบทบาทแม้บางคนทำได้ทั้งสองอย่าง ล่ามทำงานแบบทันเวลาในเหตุการณ์และวัดผลที่ความถูกต้องของการสื่อสารต่อหน้า ส่วนนักแปลรับรองทำงานกับตัวบทและวัดผลที่ความตรงตามต้นฉบับซึ่งตรวจย้อนหลังได้ หน่วยงานปลายทางบางแห่งกำหนดคุณสมบัติแยกกัน เช่น ยอมรับคำแปลจากผู้แปลที่มีคุณวุฒิเฉพาะ แต่ยอมรับล่ามที่เป็นบุคคลทั่วไปที่บรรลุนิติภาวะ จึงควรตรวจข้อกำหนดของปลายทางทั้งสองส่วนแยกกัน

ข้อ 77.ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจต้องมีคุณสมบัติอะไร

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อผู้ต้องหาหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณว่าจะแปลตามความจริงและครบถ้วน โดยพนักงานสอบสวนจะบันทึกชื่อล่ามไว้ในสำนวน ในทางปฏิบัติสถานีตำรวจมักขอสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของล่าม พร้อมหลักฐานประสบการณ์ภาษาคู่นั้น

ข้อ 78.ล่ามในการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอทำหน้าที่อะไรบ้าง

ล่ามช่วยสื่อสารระหว่างนายทะเบียนกับคู่สมรสฝ่ายที่ไม่เข้าใจภาษาไทย ตั้งแต่การสอบถามคุณสมบัติ การอ่านข้อความในทะเบียนสมรส จนถึงการอธิบายผลทางกฎหมายก่อนลงลายมือชื่อ นายทะเบียนบางแห่งขอให้ล่ามลงชื่อเป็นพยานหรือบันทึกชื่อไว้ในเอกสาร จึงควรเตรียมบัตรแสดงตนไปด้วยทุกครั้ง

ข้อ 79.จำเป็นต้องใช้ล่ามคนละคนสำหรับการยื่นเอกสารกับการขึ้นศาลหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่งานศาลมีมาตรฐานสูงกว่า เพราะต้องแปลปากคำแบบต่อเนื่องและอาจถูกคู่ความคัดค้านคุณสมบัติ หากคดีมีศัพท์เฉพาะ เช่น การเงินหรือการแพทย์ ควรเลือกล่ามที่มีประสบการณ์สายนั้นโดยตรง และควรส่งเอกสารคดีให้ล่ามอ่านล่วงหน้า

ข้อ 80.ล่ามออนไลน์ผ่านวิดีโอใช้ในงานราชการได้ไหม

ขึ้นอยู่กับหน่วยงาน งานที่ต้องยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อในที่ประชุม เช่น การจดทะเบียนที่อำเภอหรือการโอนที่กรมที่ดิน มักต้องมีล่ามอยู่ในสถานที่จริง ส่วนการนัดปรึกษา การสัมภาษณ์เตรียมคดี หรือการประชุมกับคู่สัญญาต่างประเทศ ใช้ล่ามออนไลน์ได้และประหยัดเวลาเดินทาง

ข้อ 81.ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้ล่ามก่อนวันนัด

ควรส่งชื่อเต็มของทุกฝ่ายตามหนังสือเดินทาง ประเภทเรื่องที่จะดำเนินการ สำเนาเอกสารที่จะใช้ สถานที่และเวลานัด รวมถึงศัพท์เฉพาะหรือชื่อบริษัทที่ต้องสะกดให้ตรง ข้อมูลล่วงหน้าช่วยลดการหยุดถามกลางทางและลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะให้กลับมาแก้เอกสาร

ข้อ 82.ล่ามสามารถรับรองคำแปลเอกสารให้ด้วยได้หรือไม่

งานล่ามคือการแปลด้วยวาจา ส่วนคำแปลเอกสารเป็นงานแปลลายลักษณ์อักษรที่ต้องมีผู้แปลรับรองและอาจต้องรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล บางกรณีผู้ให้บริการรายเดียวทำได้ทั้งสองอย่าง แต่ต้องออกเอกสารแยกกัน เพราะหน่วยงานปลายทางตรวจรูปแบบการรับรองไม่เหมือนกัน

ข้อ 83.ล่ามผูกพันเรื่องความลับของข้อมูลลูกค้าอย่างไร

ล่ามที่ทำงานคดีและงานราชการควรลงนามข้อตกลงรักษาความลับ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในการเก็บและทำลายไฟล์เอกสาร ควรตกลงล่วงหน้าว่าจะส่งไฟล์ผ่านช่องทางใด เก็บไว้นานเท่าใด และใครเข้าถึงได้

ข้อ 84.ถ้าล่ามแปลผิดในชั้นศาลจะแก้ไขได้อย่างไร

คู่ความสามารถแถลงต่อศาลให้บันทึกข้อทักท้วงและขอให้ทวนคำแปลใหม่ในประเด็นนั้นได้ทันที หากเป็นสาระสำคัญ ศาลอาจให้เปลี่ยนล่ามหรือสืบพยานซ้ำ ดังนั้นควรมีทนายที่เข้าใจทั้งสองภาษาร่วมฟัง เพื่อจับข้อผิดพลาดได้ในวันนั้น

ข้อ 85.ล่ามภาษาที่หาได้ยากควรจองล่วงหน้านานเท่าไร

ภาษาที่มีล่ามน้อย เช่น กลุ่มยุโรปตะวันออก อาหรับ หรือภาษาถิ่นบางภาษา ควรจองล่วงหน้าประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ เพราะอาจต้องประสานล่ามจากต่างจังหวัดหรือใช้รูปแบบผสมทั้งในสถานที่และออนไลน์

ข้อ 86.ล่ามในงานโอนที่ดินที่สำนักงานที่ดินมีบทบาทอย่างไร

เจ้าพนักงานที่ดินต้องมั่นใจว่าคู่สัญญาต่างชาติเข้าใจสาระสำคัญของสัญญาและราคาซื้อขายที่แจ้ง ล่ามจึงแปลคำถามของเจ้าพนักงาน อ่านสาระในสัญญา และแปลคำอธิบายเรื่องค่าธรรมเนียมและภาษี หลายสำนักงานให้ล่ามลงชื่อรับรองการแปลไว้ในเอกสารด้วย

ข้อ 87.ใช้ญาติหรือเพื่อนเป็นล่ามในงานราชการได้หรือไม่

บางหน่วยงานยอมรับในงานที่ไม่ใช่คดี แต่หลายแห่งไม่ยอมรับผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น เพราะเสี่ยงต่อความเป็นกลาง งานที่มีผลทางกฎหมายชัดเจน เช่น การสอบปากคำ การจดทะเบียนสถานะบุคคล หรือการทำนิติกรรม ควรใช้ล่ามภายนอกที่ไม่มีส่วนได้เสีย

ข้อ 88.ค่าใช้จ่ายล่ามคิดตามชั่วโมงหรือตามงาน

รูปแบบที่พบมีทั้งคิดตามช่วงเวลาครึ่งวันหรือเต็มวัน และคิดตามลักษณะงานเฉพาะ เช่น การเข้าพบเจ้าหน้าที่หนึ่งครั้ง ปัจจัยที่มีผลคือภาษา สถานที่ ความเร่งด่วน และการเดินทาง แนะนำสอบถามเงื่อนไขและขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนยืนยันนัด

ข้อ 89.ล่ามการแพทย์ต้องเตรียมตัวต่างจากล่ามทั่วไปอย่างไร

ต้องคุ้นชื่อยา ชื่อหัตถการ และคำอธิบายความเสี่ยงในเอกสารยินยอมรับการรักษา เพราะการแปลคลาดเคลื่อนกระทบการตัดสินใจของผู้ป่วย ควรขอสำเนาแบบฟอร์มยินยอมและสรุปประวัติจากโรงพยาบาลล่วงหน้า และยืนยันกับแพทย์ว่าจะแปลแบบประโยคต่อประโยค

ข้อ 90.การประชุมผู้ถือหุ้นที่มีกรรมการต่างชาติต้องใช้ล่ามแบบไหน

ส่วนใหญ่ใช้ล่ามพูดสลับประโยคเพื่อให้บันทึกรายงานประชุมได้ครบ หากมีผู้ร่วมประชุมจำนวนมากอาจใช้ล่ามพูดพร้อมผ่านหูฟัง ควรส่งวาระประชุม ร่างมติ และงบการเงินให้ล่ามล่วงหน้า และตกลงว่ารายงานประชุมจะทำสองภาษาหรือภาษาเดียวพร้อมคำแปลแนบ

ข้อ 91.ล่ามในการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตทำได้หรือไม่

หลายสถานทูตไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าห้องสัมภาษณ์ และบางแห่งจัดล่ามของตนเอง จึงควรตรวจระเบียบของสถานทูตนั้นก่อน สิ่งที่ล่ามช่วยได้แน่นอนคือการซ้อมคำถาม เตรียมคำอธิบายเอกสาร และตรวจความสอดคล้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม

ข้อ 92.ต้องการล่ามหลายวันติดกันควรจัดการอย่างไร

ควรกำหนดตารางล่วงหน้าเป็นชุด ระบุช่วงเวลาและสถานที่ของแต่ละวัน และเตรียมล่ามสำรองสำหรับกรณีเจ็บป่วย งานสืบพยานต่อเนื่องหลายวันควรใช้ล่ามคนเดียวกันเพื่อความสม่ำเสมอของศัพท์ และทำอภิธานศัพท์ร่วมกันไว้ตั้งแต่วันแรก

ขอจัดหาล่าม

แจ้งภาษา วันเวลา สถานที่ และประเภทงาน (ศาล ตำรวจ อำเภอ ที่ดิน ตม. โรงพยาบาล หรือธุรกิจ) ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00 เจ้าหน้าที่จะยืนยันคิวล่ามและแจ้งค่าบริการก่อนเริ่มงาน

ติดต่อเจ้าหน้าที่

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ