เอกสารทางการแพทย์ ประกันสุขภาพ และวีซ่ารักษาพยาบาล — คำถามที่พบบ่อย 114 ข้อ
คำตอบอ้างอิงแพทยสภา (tmc.or.th) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (hss.moph.go.th) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th) สำนักงาน คปภ. (oic.or.th) และกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 ขององค์การอนามัยโลก ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ระเบียบและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานหรือสถานพยาบาลก่อนดำเนินการ
เลือกอ่านตามหมวด
ข้อ 1.ใบรับรองแพทย์ที่ใช้ยื่นหน่วยงานต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
ใบรับรองแพทย์ควรออกตามแบบที่แพทยสภากำหนด โดยมีชื่อ-นามสกุลและเลขประจำตัวของผู้รับการตรวจ วันที่ตรวจ ผลการตรวจหรือความเห็นของแพทย์ ชื่อสถานพยาบาล ลายมือชื่อแพทย์ และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ว.) หากขาดเลขใบอนุญาตหรือตราสถานพยาบาล หน่วยงานปลายทางและกรมการกงสุลมักปฏิเสธการรับรอง
ข้อ 2.ใบรับรองแพทย์มีอายุใช้งานนานเท่าไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุใบรับรองแพทย์ไว้เป็นการทั่วไป แต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเอง เช่น การขอและต่ออายุใบอนุญาตขับรถกับกรมการขนส่งทางบกใช้ใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 1 เดือน งานทะเบียนและวีซ่าหลายประเภทกำหนด 1–3 เดือน ควรตรวจสอบเงื่อนไขของหน่วยงานปลายทางก่อนตรวจสุขภาพเพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างขั้นตอนรับรอง
ข้อ 3.ขอใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษจากโรงพยาบาลได้เลยไหม
โรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่หลายแห่งออกใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษได้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนแปล แต่หากจะนำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล เอกสารต้องเป็นต้นฉบับที่มีลายมือชื่อแพทย์และตราโรงพยาบาลจริง สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์ออกเองจะไม่ได้รับการรับรอง
ข้อ 4.ใบรับรองแพทย์สำหรับตรวจโรคที่ต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมืองคืออะไร
งานขอใบอนุญาตทำงานและการขออยู่ต่อบางประเภทต้องใช้ใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ได้แก่ วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้างระยะปรากฏอาการ โรคเรื้อนระยะติดต่อ ติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง เอกสารนี้ต้องออกโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในไทย
ข้อ 5.ขอสำเนาเวชระเบียนของตนเองจากโรงพยาบาลได้หรือไม่
ได้ ผู้ป่วยมีสิทธิขอสำเนาข้อมูลสุขภาพของตนเองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และแนวปฏิบัติเวชระเบียนของสถานพยาบาล โดยยื่นคำขอที่งานเวชระเบียนพร้อมบัตรประจำตัว โรงพยาบาลอาจเรียกค่าธรรมเนียมสำเนาและใช้เวลาพิจารณาตามระเบียบภายใน
ข้อ 6.ให้คนอื่นไปขอเวชระเบียนแทนต้องใช้เอกสารอะไร
ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ระบุวัตถุประสงค์และขอบเขตข้อมูลชัดเจน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีผู้ป่วยเป็นผู้เยาว์หรือไม่รู้สึกตัว ใช้หลักฐานความเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือคำสั่งศาลแทน ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โรงพยาบาลจึงตรวจเอกสารเข้ม
ข้อ 7.ใบสรุปการรักษา (Discharge Summary) ต่างจากใบรับรองแพทย์อย่างไร
ใบรับรองแพทย์เป็นเอกสารสั้นที่ระบุความเห็นแพทย์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น สุขภาพแข็งแรงหรือจำเป็นต้องรักษาต่อ ส่วนใบสรุปการรักษาเป็นสรุปการนอนโรงพยาบาลทั้งครั้ง ประกอบด้วยการวินิจฉัย การผ่าตัดหรือหัตถการ ยาที่ใช้ และแผนการรักษาต่อ บริษัทประกันและแพทย์ปลายทางในต่างประเทศมักขอทั้งสองฉบับคู่กัน
ข้อ 8.ผลตรวจแล็บและฟิล์มเอกซเรย์นำไปรับรองนิติกรณ์ได้ไหม
กรมการกงสุลรับรองเอกสารที่มีลายมือชื่อผู้มีอำนาจของสถานพยาบาลกำกับ ดังนั้นผลแล็บหรือรายงานอ่านผลภาพถ่ายรังสีควรออกในหัวจดหมายโรงพยาบาล มีลายมือชื่อแพทย์หรือผู้อำนวยการและตราสถานพยาบาล ส่วนไฟล์ภาพในแผ่นซีดีหรือ USB ไม่ใช่เอกสารที่รับรองได้ ให้ใช้รายงานผลเป็นเอกสารหลักและแนบไฟล์ภาพประกอบ
ข้อ 9.สมุดวัคซีนเล่มเหลืองคืออะไร และออกโดยใคร
คือหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคระหว่างประเทศ (International Certificate of Vaccination or Prophylaxis) ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. 2005 ของ WHO ในไทยออกโดยสถานพยาบาลและด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่กรมควบคุมโรคกำหนด ต้องมีลายมือชื่อแพทย์หรือผู้ได้รับมอบหมายและตราของหน่วยงานผู้ออกจึงจะใช้ได้
ข้อ 10.ประเทศไหนบังคับวัคซีนไข้เหลืองก่อนเข้าประเทศ
หลายประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้ที่มีการระบาดของไข้เหลืองกำหนดให้แสดงหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนไข้เหลือง และบางประเทศเรียกดูจากผู้เดินทางที่ผ่านพื้นที่เสี่ยงมาก่อน หนังสือรับรองไข้เหลืองมีผลตั้งแต่ 10 วันหลังฉีดและ WHO ถือว่าคุ้มครองตลอดชีพ ควรตรวจรายชื่อประเทศล่าสุดจากประกาศของ WHO และสถานทูตปลายทางก่อนเดินทาง
ข้อ 11.เอกสารวัคซีนที่ออกในไทยต้องรับรองเพิ่มก่อนใช้ต่างประเทศหรือไม่
หนังสือรับรองตามแบบ WHO เป็นเอกสารที่ด่านควบคุมโรคปลายทางยอมรับโดยไม่ต้องรับรองเพิ่ม แต่ถ้าใช้ประกอบการยื่นวีซ่า สมัครเรียน หรือสมัครงาน หน่วยงานอาจขอให้แปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล หรือรับรองลายมือชื่อผู้ออกเอกสารโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน
ข้อ 12.ประวัติวัคซีนของเด็กไปสมัครโรงเรียนต่างประเทศใช้เอกสารใด
ใช้สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดสีชมพู) หรือใบสรุปประวัติวัคซีนจากสถานพยาบาลที่ระบุชนิดวัคซีน วันที่ฉีด และเลขล็อต โดยให้สถานพยาบาลออกเป็นใบสรุปในหัวจดหมายพร้อมลายมือชื่อแพทย์ เพราะโรงเรียนต่างประเทศมักไม่รับสำเนาหน้าสมุดที่ไม่มีผู้รับรอง แล้วจึงแปลและรับรองตามที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ 13.แปลเอกสารทางการแพทย์ต้องใช้ผู้แปลแบบไหน
ต้องใช้ผู้แปลที่เข้าใจศัพท์การแพทย์และคงรหัสโรคตามระบบ ICD ชื่อยา และหน่วยวัดให้ตรงต้นฉบับ คำแปลต้องมีคำรับรองของผู้แปลว่าแปลถูกต้องครบถ้วน พร้อมชื่อ ลายมือชื่อ และข้อมูลติดต่อ หากปลายทางเป็นศาล บริษัทประกัน หรือหน่วยงานราชการต่างประเทศ ควรรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลหรือรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารเพิ่ม
ข้อ 14.รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลกับรับรองโดยโนตารีต่างกันอย่างไร
กรมการกงสุลรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ใช้เมื่อปลายทางเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถานทูต ส่วนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ รับรองลายมือชื่อผู้ลงนาม สำเนาถูกต้อง หรือคำสาบานของผู้แปล ซึ่งเหมาะกับเอกสารที่ใช้กับเอกชน มหาวิทยาลัย หรือบริษัทประกันต่างประเทศ
ข้อ 15.เอกสารแพทย์ที่ไม่มีต้นฉบับ มีแต่ระบบออนไลน์ของโรงพยาบาล ทำอย่างไร
ให้ขอให้โรงพยาบาลพิมพ์เอกสารในหัวจดหมาย ลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจและประทับตราเป็นต้นฉบับกระดาษ หรือขอหนังสือยืนยันความถูกต้องของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แนบไปด้วย เพราะการรับรองนิติกรณ์ต้องตรวจลายมือชื่อของผู้ออกเอกสารกับตัวอย่างที่หน่วยงานมี เอกสารที่พิมพ์จากพอร์ทัลผู้ป่วยเองจึงมักไม่ผ่าน
ข้อ 16.ต้องแปลเอกสารทั้งชุดหรือเลือกแปลเฉพาะบางหน้า
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือแปลทั้งฉบับของเอกสารที่ยื่น เพราะการตัดบางหน้าอาจถูกมองว่าเลือกแสดงข้อมูล บริษัทประกันและศาลต่างประเทศมักปฏิเสธคำแปลบางส่วน หากเวชระเบียนหนามาก ให้เลือกเป็นชุดเอกสารที่สมบูรณ์รายฉบับ เช่น ใบสรุปการรักษา ใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จ แล้วแปลแต่ละฉบับให้ครบทุกหน้า
ข้อ 17.ขั้นตอนรับรองเอกสารทางการแพทย์เพื่อใช้ต่างประเทศมีอะไรบ้าง
ลำดับปัจจุบันคือ ขอต้นฉบับจากสถานพยาบาลที่มีลายมือชื่อและตราครบ จัดทำคำแปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยหากประเทศนั้นยังเรียกขั้นตอนนี้ ระยะเวลาขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงาน
ข้อ 18.Apostille จะทำให้เอกสารแพทย์ง่ายขึ้นอย่างไรและเริ่มเมื่อไร
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) โดยอนุสัญญาจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 หลังจากนั้นเอกสารที่รับรองด้วย Apostille จะใช้ในประเทศภาคีอื่นได้โดยไม่ต้องผ่านการรับรองที่สถานทูตอีกชั้น สำหรับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี ขั้นตอนรับรองสถานทูตยังคงจำเป็นเหมือนเดิม
ข้อ 19.สถานทูตบางประเทศขอให้แพทย์ผู้ออกเอกสารมาลงนามด้วยตัวเอง ทำอย่างไร
กรณีนี้พบในเอกสารที่ต้องสาบานหรือรับรองต่อหน้า เช่น หนังสือรับรองสภาพร่างกายเพื่ออุปการะบุตรบุญธรรมหรือประกันชีวิตวงเงินสูง แนวทางคือนัดแพทย์ลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร แล้วนำเอกสารพร้อมคำรับรองไปยื่นที่กรมการกงสุลและสถานทูตตามลำดับ
ข้อ 20.เอกสารแพทย์ภาษาต่างประเทศที่ออกจากต่างประเทศ นำมาใช้ในไทยต้องทำอะไร
ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางหรือสถานทูตไทยในประเทศนั้นก่อน แล้วแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลเพื่อให้หน่วยงานไทยยอมรับ เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในปี 2570 เอกสารจากประเทศภาคีที่มี Apostille จะเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรองคำแปลได้เร็วขึ้น
ข้อ 21.ต่างชาติที่จะเข้ามารักษาพยาบาลในไทยใช้วีซ่าประเภทใด
โดยทั่วไปใช้วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) รหัส O โดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาพยาบาล ยื่นผ่านระบบ e-Visa ที่ thaievisa.go.th หรือสถานทูตไทย พร้อมหนังสือยืนยันนัดหมายและแผนการรักษาจากสถานพยาบาลในไทย ผู้ที่เข้ามาด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราแล้วต้องรักษาต่อสามารถยื่นขออยู่ต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตามหลักเกณฑ์
ข้อ 22.ขออยู่ต่อในไทยเพื่อรักษาพยาบาลต้องใช้เอกสารอะไร
หลักฐานสำคัญคือหนังสือรับรองจากแพทย์ผู้รักษาที่ระบุการวินิจฉัย ความจำเป็นและระยะเวลาที่ต้องรักษาต่อ หนังสือรับรองจากสถานพยาบาล พร้อมแบบคำขอและค่าธรรมเนียมตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด การอนุญาตเป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่และให้ครั้งละไม่เกินตามที่ระเบียบกำหนด ควรยื่นก่อนวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่สิ้นสุด
ข้อ 23.ผู้ติดตามที่มาดูแลผู้ป่วยขออยู่ต่อได้หรือไม่
ได้ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยต้องแสดงความสัมพันธ์กับผู้ป่วย เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรที่แปลและรับรองแล้ว พร้อมหนังสือจากแพทย์ที่ระบุว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องมีผู้ดูแล จำนวนผู้ติดตามที่อนุญาตมีข้อจำกัด ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดที่ immigration.go.th
ข้อ 24.โรงพยาบาลออกหนังสือรับรองให้ยื่นวีซ่าให้ทุกกรณีไหม
โรงพยาบาลจะออกหนังสือเมื่อมีการนัดหมายหรือแผนการรักษาที่ชัดเจน และมักระบุประมาณการค่าใช้จ่ายและระยะเวลารักษา หากยังไม่มีนัดหมาย สถานทูตอาจถือว่าเอกสารไม่เพียงพอ แนวทางที่ได้ผลคือยืนยันนัดหมายกับแผนกผู้ป่วยต่างชาติก่อน แล้วขอหนังสือฉบับภาษาอังกฤษพร้อมตราโรงพยาบาลเพื่อยื่นประกอบคำร้อง
ข้อ 25.วีซ่าผู้เกษียณอายุ O-A กำหนดประกันสุขภาพไว้อย่างไร
ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้กับวีซ่า Non-Immigrant O-A ผู้ยื่นต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุ้มครองตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย โดยวงเงินความคุ้มครองที่กำหนดปัจจุบันคือไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องแสดงหนังสือรับรองกรมธรรม์ในรูปแบบที่หน่วยงานกำหนด เงื่อนไขและวงเงินอาจปรับได้ ควรยืนยันกับสถานทูตไทยหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนซื้อกรมธรรม์
ข้อ 26.วีซ่าผู้พำนักระยะยาว LTR กำหนดประกันสุขภาพเท่าไร
หลักเกณฑ์ของวีซ่า Long-Term Resident กำหนดให้ผู้ยื่นมีประกันสุขภาพคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมระยะเวลาที่พำนัก หรือใช้ทางเลือกอื่นตามที่ประกาศกำหนด เช่น หลักฐานเงินฝากหรือสิทธิประกันสังคม รายละเอียดอยู่ในประกาศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้ในวันยื่นจริงเสมอ
ข้อ 27.กรมธรรม์ที่ซื้อจากต่างประเทศใช้ยื่นวีซ่าไทยได้ไหม
ใช้ได้ในหลายกรณีหากกรมธรรม์ครอบคลุมการรักษาในประเทศไทยตามวงเงินที่กำหนด และผู้ยื่นแสดงหนังสือรับรองจากบริษัทประกันที่ระบุวงเงิน ระยะเวลา และความครอบคลุมเป็นภาษาอังกฤษ บางขั้นตอนต้องใช้แบบฟอร์มรับรองของหน่วยงานไทยที่บริษัทประกันต่างชาติต้องลงนาม ซึ่งอาจต้องรับรองลายมือชื่อเพิ่มเติม จึงควรเตรียมล่วงหน้า
ข้อ 28.ประกันสุขภาพสำหรับผู้ถือวีซ่าประเภทอื่นต้องมีหรือไม่
ไม่ใช่ทุกประเภทที่บังคับ แต่บางประเภทกำหนดชัดเจน เช่น O-A และ O-X สำหรับผู้เกษียณอายุ และ LTR ส่วนวีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียนมักไม่บังคับตามกฎวีซ่าแต่หน่วยงานต้นสังกัดหรือสถาบันการศึกษาอาจกำหนดเอง อีกทั้งลูกจ้างในระบบอาจอยู่ในความคุ้มครองของประกันสังคม ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดของแต่ละประเภทก่อนยื่น
ข้อ 29.บริษัทประกันต่างประเทศมักขอเอกสารอะไรเพื่อเคลมค่ารักษาในไทย
ชุดเอกสารมาตรฐานคือใบรับรองแพทย์ที่ระบุการวินิจฉัย ใบสรุปการรักษา ใบแจ้งค่ารักษาแบบแยกรายการ (Itemized Bill) ใบเสร็จรับเงินตัวจริง สำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีตราเข้าเมือง และแบบเรียกร้องสินไหมที่ลงนามโดยผู้เอาประกัน หลายบริษัทขอให้รับรองสำเนาถูกต้องหรือรับรองลายมือชื่อผู้เรียกร้องเพิ่ม
ข้อ 30.ทำไมบางเคลมถูกขอให้รับรองลายมือชื่อโดยโนตารี
เพราะเอกสารเรียกร้องสินไหมข้ามประเทศเป็นคำรับรองข้อเท็จจริงที่มีผลทางกฎหมาย บริษัทประกันจึงต้องการหลักฐานว่าผู้ลงนามเป็นบุคคลเดียวกับผู้เอาประกันจริง การให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองลายมือชื่อและตรวจบัตรประจำตัว ช่วยลดการปฏิเสธเคลมเพราะเหตุพิสูจน์ตัวบุคคลไม่ได้
ข้อ 31.ใบเสร็จตัวจริงถูกบริษัทประกันเก็บไว้ จะใช้เคลมกับอีกบริษัทอย่างไร
ให้ขอ Certified True Copy จากโรงพยาบาลผู้ออกใบเสร็จ หรือขอหนังสือยืนยันยอดค่ารักษาฉบับใหม่ พร้อมให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองสำเนาถูกต้อง และแนบหนังสือจากบริษัทประกันรายแรกที่ระบุจำนวนเงินที่จ่ายไปแล้ว วิธีนี้เป็นแนวปฏิบัติที่บริษัทประกันส่วนใหญ่ยอมรับในการเคลมส่วนต่าง
ข้อ 32.ถ้าบริษัทประกันในไทยปฏิเสธการจ่ายสินไหม ร้องเรียนที่ไหนได้
ผู้เอาประกันสามารถยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งมีกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัย โดยเตรียมกรมธรรม์ หนังสือปฏิเสธการจ่าย และเอกสารทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จยังใช้สิทธิทางศาลได้ตามอายุความในสัญญาประกันภัย
ข้อ 33.หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลใช้แทนสูติบัตรได้ไหม
ไม่ได้ หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/1) เป็นหลักฐานที่โรงพยาบาลออกเพื่อใช้แจ้งเกิด ส่วนสูติบัตรออกโดยนายทะเบียนที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ซึ่งกำหนดให้แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด เอกสารที่ใช้ต่างประเทศต้องเป็นสูติบัตรที่แปลและรับรองแล้ว
ข้อ 34.ชาวต่างชาติเสียชีวิตในไทย ต้องดำเนินการอะไรตามลำดับ
โรงพยาบาลหรือแพทย์จะออกหนังสือรับรองการตาย จากนั้นแจ้งการตายต่อนายทะเบียนภายใน 24 ชั่วโมงตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 เพื่อออกมรณบัตร ต่อจากนั้นแจ้งสถานทูตของผู้เสียชีวิต แปลและรับรองมรณบัตรที่กรมการกงสุล และดำเนินเรื่องจัดการทรัพย์สินหรือส่งศพกลับประเทศ กรณีตายผิดธรรมชาติต้องมีการชันสูตรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ข้อ 35.ส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศต้องใช้เอกสารอะไร
ชุดเอกสารที่สายการบินและประเทศปลายทางมักเรียกคือมรณบัตร หนังสือรับรองสาเหตุการตายจากแพทย์ หนังสือรับรองการปลอดโรคติดต่อ ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายศพจากนายทะเบียน หนังสือรับรองการฉีดยาศพหรือการเผาศพ และหนังสือรับรองจากสถานทูตของผู้เสียชีวิต เอกสารเหล่านี้ต้องแปลและรับรองตามที่ประเทศปลายทางกำหนด
ข้อ 36.เด็กที่เกิดในไทยจากพ่อแม่ต่างชาติจะใช้เอกสารทางการแพทย์อย่างไรเพื่อขอสัญชาติที่สถานทูต
สถานทูตส่วนใหญ่ขอสูติบัตรไทยฉบับแปลที่รับรองแล้ว หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลที่ระบุชื่อมารดาและเวลาคลอด และบางแห่งขอบันทึกการฝากครรภ์หรือผลตรวจดีเอ็นเอกรณีพิสูจน์ความเป็นบิดา ควรตรวจรายการเอกสารของสถานทูตนั้นโดยตรง เพราะแต่ละประเทศกำหนดต่างกันมาก
ข้อ 37.หนังสือมอบอำนาจให้ตัดสินใจการรักษาแทนควรระบุอะไร
ควรระบุตัวผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจอย่างชัดเจน ขอบเขตอำนาจ เช่น การยินยอมให้ทำหัตถการ การขอเวชระเบียน การติดต่อบริษัทประกัน ระยะเวลาที่มีผล และลายมือชื่อพร้อมพยาน หากใช้ในต่างประเทศให้ลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร แล้วรับรองต่อที่กรมการกงสุลและสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
ข้อ 38.หนังสือยินยอมให้เด็กเดินทางหรือรับการรักษาโดยไม่มีบิดามารดาทำอย่างไร
ให้บิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครองลงนามในหนังสือยินยอมที่ระบุชื่อเด็ก ชื่อผู้ดูแล ขอบเขตการยินยอม เช่น การรักษาฉุกเฉิน และช่วงเวลา แนบสำเนาบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้ลงนามและสูติบัตรของเด็ก แล้วรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร สายการบินและโรงพยาบาลต่างประเทศมักขอฉบับภาษาอังกฤษ
ข้อ 39.หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการที่ยืดการตายมีผลในไทยหรือไม่
มีผลตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคลในการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้ประกอบวิชาชีพที่ปฏิบัติตามเจตนาดังกล่าวไม่ถือว่ามีความผิด ควรทำเป็นหนังสือ ลงวันที่ มีพยาน และแจ้งให้ครอบครัวและสถานพยาบาลทราบ
ข้อ 40.เอกสารมอบอำนาจทางการแพทย์ที่ทำในต่างประเทศใช้ในไทยได้ไหม
ใช้ได้หากผ่านการรับรองตามลำดับของประเทศต้นทาง เช่น รับรองโดย Notary Public แล้วรับรองต่อที่หน่วยงานของรัฐหรือสถานทูตไทย จากนั้นแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล โรงพยาบาลในไทยจะพิจารณาขอบเขตอำนาจตามที่ระบุ และอาจขอเอกสารเพิ่มหากเนื้อหาคลุมเครือ จึงควรร่างให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง
ข้อ 41.ใบรับรองแพทย์ไทยจะใช้ยื่นต่างประเทศได้ต้องผ่านขั้นตอนอะไร
ลำดับที่ปลอดภัยที่สุดคือขอใบรับรองแพทย์ฉบับจริงที่มีตราสถานพยาบาล ลายมือชื่อแพทย์ และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แล้วแปลเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง จากนั้นนำไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกจะขอ Apostille แทนการรับรองสถานทูตปลายทางได้ กรณีไม่ใช่ภาคีต้องรับรองสถานทูตปลายทางเพิ่ม
ข้อ 42.เวชระเบียนขอคัดสำเนาได้ไหม โรงพยาบาลปฏิเสธได้หรือไม่
ผู้ป่วยมีสิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยยื่นคำร้องตามแบบของโรงพยาบาลและแสดงบัตรประจำตัว โรงพยาบาลอาจขอเวลาดำเนินการและเรียกค่าใช้จ่ายตามสมควร กรณีขอแทนผู้อื่นต้องมีหนังสือมอบอำนาจหรือหลักฐานความเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข้อ 43.ผลตรวจสุขภาพและผลแล็บที่ใช้ยื่นวีซ่ามีอายุเท่าไร
ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง โดยทั่วไปผลตรวจสุขภาพเพื่อการตรวจลงตรามักกำหนดไม่เกิน 3 เดือนนับถึงวันยื่น และผลตรวจบางรายการ เช่น ภาพรังสีทรวงอกหรือผลตรวจโรคติดต่อ อาจกำหนดสั้นกว่านั้น ต้องอ่านเงื่อนไขในแบบฟอร์มของสถานทูตหรือหน่วยงานที่รับคำร้องเป็นรายกรณี
ข้อ 44.ใบรับรองแพทย์เพื่อขอใบอนุญาตทำงานต้องระบุอะไร
ต้องออกตามแบบที่กรมการจัดหางานกำหนด ระบุว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง ได้แก่กลุ่มโรคที่กำหนดไว้ในประกาศที่ใช้บังคับ พร้อมลายมือชื่อแพทย์และเลขที่ใบอนุญาต ควรตรวจกับสถานพยาบาลว่าออกตามแบบล่าสุด เพราะแบบเก่ามักถูกตีกลับ
ข้อ 45.วีซ่ารักษาพยาบาล (Non-Immigrant MT) ใช้เอกสารอะไร
โดยทั่วไปต้องมีหนังสือจากสถานพยาบาลในไทยที่ยืนยันแผนการรักษา ระยะเวลาที่ต้องพำนัก และประมาณการค่าใช้จ่าย พร้อมหลักฐานทางการเงินและหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ ผู้ติดตามอาจยื่นในกลุ่มเดียวกันได้ตามหลักเกณฑ์ ควรตรวจรายการเอกสารกับสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับคำร้อง เพราะเงื่อนไขและระยะเวลาอนุญาตเปลี่ยนได้
ข้อ 46.ใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลใช้แทนสูติบัตรได้ไหม
ไม่ได้ในทางทะเบียน หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) จากโรงพยาบาลเป็นเพียงหลักฐานประกอบการแจ้งเกิด ต้องนำไปแจ้งเกิดที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเพื่อออกสูติบัตรซึ่งเป็นเอกสารทะเบียนราษฎรที่หน่วยงานต่างประเทศยอมรับ และเป็นฉบับที่นำไปรับรองกรมการกงสุลหรือขอ Apostille ได้
ข้อ 47.ใบมรณบัตรของชาวต่างชาติที่เสียชีวิตในไทยดำเนินการอย่างไร
โรงพยาบาลหรือผู้พบเหตุจะออกหนังสือรับรองการตาย แล้วนำไปแจ้งตายที่สำนักทะเบียนเพื่อออกมรณบัตร จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาของประเทศผู้เสียชีวิต รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และขอ Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทาง ควรแจ้งสถานเอกอัครราชทูตของผู้เสียชีวิตทันทีเพราะเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายศพและการจัดการมรดก
ข้อ 48.เอกสารฉีดวัคซีนหรือ International Certificate of Vaccination ต้องรับรองไหม
หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR 2005) โดยหลักใช้ได้ในตัวเองที่ด่านควบคุมโรค แต่หากใช้เป็นเอกสารประกอบคำร้องด้านตรวจคนเข้าเมืองหรือการศึกษา หน่วยงานปลายทางอาจขอให้แปลและรับรองคำแปลเพิ่ม ควรถามหน่วยงานผู้รับก่อนเสียเวลาทำนิติกรณ์
ข้อ 49.หนังสือยินยอมทางการแพทย์สำหรับผู้เยาว์ที่เดินทางคนเดียวควรทำอย่างไร
ควรทำเป็นหนังสือยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองที่ระบุขอบเขตการรักษาที่ยินยอม ผู้ดูแลระหว่างเดินทาง และช่องทางติดต่อ โดยลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความฯ แล้วขอ Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามระบบของประเทศนั้น เพื่อให้โรงพยาบาลปลายทางยอมรับ
ข้อ 50.ค่ารักษาในไทยที่ต้องใช้เคลมประกันต่างประเทศควรขอเอกสารอะไรก่อนออกจากโรงพยาบาล
ควรขอใบเสร็จรับเงินตัวจริงแบบแยกรายการ ใบสรุปการรักษาภาษาอังกฤษที่มีลายมือชื่อแพทย์และเลขใบอนุญาต ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือภาพถ่ายรังสีที่เกี่ยวข้อง และใบรับรองระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล เพราะการขอเอกสารย้อนหลังหลังกลับประเทศแล้วมักใช้เวลานานและอาจต้องมอบอำนาจให้ผู้แทนในไทยดำเนินการ
ข้อ 51.ใบรับรองแพทย์สำหรับขอวีซ่ารักษาพยาบาล (Non-IM/MT) ต้องมีข้อความอะไรบ้าง
ต้องระบุชื่อผู้ป่วยตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร การวินิจฉัยโรค แผนการรักษาและระยะเวลาที่ต้องพำนัก จำนวนผู้ติดตามที่จำเป็น ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ และคำยืนยันว่าสถานพยาบาลรับผู้ป่วยรายนี้ไว้รักษาจริง โดยมีตราสถานพยาบาล ลายมือชื่อแพทย์ และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เอกสารควรออกไม่เกิน 30 วันก่อนวันยื่น มิฉะนั้นสถานทูตหรือ ตม. มักขอฉบับใหม่
ข้อ 52.ผู้ติดตามผู้ป่วยขอวีซ่าตามได้กี่คน และต้องใช้เอกสารอะไร
โดยทั่วไปอนุญาตผู้ติดตามได้ไม่เกินสามคนต่อผู้ป่วยหนึ่งราย และต้องเป็นบิดามารดา คู่สมรส บุตร หรือผู้ดูแลที่โรงพยาบาลรับรองความจำเป็น เอกสารที่ใช้คือหนังสือรับรองจากโรงพยาบาลระบุชื่อผู้ติดตามครบทุกคน หลักฐานความสัมพันธ์ที่แปลและผ่านนิติกรณ์แล้ว และหลักฐานทางการเงินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผู้ติดตามต้องรายงานตัว 90 วันและแจ้ง TM.30 เช่นเดียวกับผู้ป่วย
ข้อ 53.ขอเวชระเบียนฉบับแปลเพื่อไปรักษาต่อต่างประเทศ ต้องเตรียมอย่างไรให้ปลายทางรับ
ให้ขอชุดเอกสารสามส่วนคือใบสรุปการรักษา (discharge summary) ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพถ่ายรังสีพร้อมรายงานการอ่านผล และรายการยาที่ใช้พร้อมชื่อสามัญทางยา จากนั้นแปลโดยผู้แปลที่เข้าใจศัพท์การแพทย์และคงชื่อสามัญทางยาเป็นภาษาอังกฤษไว้ควบคู่ ปลายทางส่วนใหญ่ขอให้รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และแนบไฟล์ DICOM ของภาพถ่ายรังสีในแผ่นหรือลิงก์ที่เข้าถึงได้
ข้อ 54.โรงพยาบาลเรียกเก็บค่าคัดสำเนาเวชระเบียนได้เท่าไร และใช้เวลากี่วัน
กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราตายตัว โรงพยาบาลจึงเรียกเก็บได้ตามสมควรเพื่อชดเชยต้นทุน ในทางปฏิบัติอยู่ที่ประมาณ 100–500 บาทต่อชุด และ 300–1,500 บาทสำหรับแผ่นภาพรังสี ระยะเวลาโดยทั่วไป 3–10 วันทำการเพราะต้องผ่านการตรวจของแพทย์เจ้าของไข้ หากเร่งด่วนให้ระบุเหตุผล เช่น กำหนดการผ่าตัดที่ปลายทาง ซึ่งมักได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ข้อ 55.ผู้ป่วยหมดสติ ญาติจะขอเวชระเบียนแทนได้หรือไม่
ทำได้เมื่อแสดงความเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น เป็นผู้อนุบาลตามคำสั่งศาล หรือเป็นผู้มีอำนาจตามหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า สำหรับญาติทั่วไปโรงพยาบาลมักให้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดูแลรักษา ไม่ใช่สำเนาเวชระเบียนทั้งฉบับ เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเตรียมหนังสือมอบอำนาจด้านสุขภาพไว้ล่วงหน้าจึงช่วยได้มากในภาวะฉุกเฉิน
ข้อ 56.หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุข (Living Will) ในไทยมีผลจริงหรือไม่
มีผลตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดยผู้ทำต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะทำ ระบุขอบเขตการปฏิเสธการรักษาที่เพียงยืดการตายในวาระสุดท้ายให้ชัดเจน และควรมีพยานลงนาม แนะนำให้มอบสำเนาแก่โรงพยาบาลที่รักษาประจำและญาติผู้ดูแล เพราะเอกสารที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่จะไม่ถูกนำมาใช้ในห้องฉุกเฉิน
ข้อ 57.ประกันสุขภาพต่างประเทศจ่ายตรงกับโรงพยาบาลไทยได้ไหม ต้องทำอะไรก่อน
โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ ส่วนมากมีข้อตกลงจ่ายตรงกับบริษัทประกันและ third-party administrator รายใหญ่ ขั้นตอนคือขอ guarantee of payment ล่วงหน้าอย่างน้อย 24–72 ชั่วโมงสำหรับการรักษาตามนัด โดยส่งใบเสนอราคาการรักษาและใบรับรองแพทย์ให้บริษัทประกันอนุมัติ กรณีฉุกเฉินโรงพยาบาลจะรับผู้ป่วยก่อนแล้วขออนุมัติย้อนหลัง ผู้ป่วยจึงควรพกบัตรประกันและหมายเลขติดต่อฉุกเฉินของบริษัทตลอดเวลา
ข้อ 58.เอกสารเคลมประกันต่างประเทศต้องรับรองอะไรบ้างจึงจะไม่ถูกปฏิเสธ
บริษัทประกันส่วนใหญ่ขอใบเสร็จรับเงินฉบับจริงที่มีตราโรงพยาบาล ใบสรุปค่ารักษาแยกรายการ ใบรับรองแพทย์ระบุการวินิจฉัยด้วยรหัส ICD และสำเนาหน้าหนังสือเดินทางพร้อมตราเข้าเมืองเพื่อยืนยันวันที่อยู่ในประเทศ หากกรมธรรม์กำหนดภาษาอื่นต้องแปลและรับรองคำแปล เหตุผลการปฏิเสธที่พบมากที่สุดคือวันที่ในเอกสารขัดกันเอง จึงควรตรวจวันที่รักษา วันที่ออกใบเสร็จ และวันเดินทางให้สอดคล้องกันก่อนส่ง
ข้อ 59.การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศกลับประเทศต้องใช้เอกสารอะไร
ต้องมีแบบฟอร์ม MEDIF หรือ medical clearance ของสายการบินที่แพทย์ลงนาม ระบุความสามารถในการเดินทาง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ระหว่างบิน เช่น ออกซิเจนหรือเปลนอน และรายชื่อทีมแพทย์ผู้ติดตาม พร้อมใบสรุปการรักษา รายการยาที่ต้องนำขึ้นเครื่อง และหนังสือรับรองการรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลปลายทาง ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 48–72 ชั่วโมงเพราะสายการบินต้องจัดที่นั่งและอุปกรณ์เป็นพิเศษ
ข้อ 60.นำยาที่มีส่วนผสมของสารควบคุมเข้าหรือออกจากไทยต้องขออนุญาตอย่างไร
ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุความจำเป็น ปริมาณ และระยะเวลาการใช้ พร้อมขออนุญาตนำติดตัวจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยทั่วไปอนุญาตในปริมาณที่ใช้ไม่เกิน 30 วัน ควรเก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากชื่อผู้ป่วย และพกใบรับรองแพทย์ฉบับภาษาอังกฤษไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรทั้งขาออกและขาเข้า
ข้อ 61.ผลตรวจสุขภาพเพื่อขอใบอนุญาตทำงานกับเพื่อขอวีซ่าประเทศปลายทางต่างกันอย่างไร
ใบรับรองแพทย์เพื่อขอใบอนุญาตทำงานในไทยใช้แบบตามประกาศกระทรวงแรงงาน ตรวจโรคต้องห้ามหกกลุ่ม ออกโดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตในไทย และมีอายุใช้งานประมาณ 30 วัน ส่วนการตรวจสุขภาพเพื่อขอวีซ่าถาวรของออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ หรือสหราชอาณาจักร ต้องทำกับ panel physician ที่ประเทศนั้นแต่งตั้งเท่านั้น และผลจะถูกส่งเข้าระบบออนไลน์โดยตรง ใบตรวจไทยทั่วไปใช้แทนกันไม่ได้
ข้อ 62.ใบรับรองการฉีดวัคซีนของไทยใช้ต่างประเทศได้หรือไม่
สมุดวัคซีนสากล (International Certificate of Vaccination) สำหรับไข้เหลืองที่ออกโดยด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศใช้ได้ทั่วโลกตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ส่วนบันทึกวัคซีนทั่วไปในสมุดสีชมพูหรือระบบหมอพร้อมมักต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองคำแปลก่อนใช้กับหน่วยงานต่างประเทศ กรณีสมัครเรียนหรือทำงานด้านสาธารณสุข ปลายทางมักขอผลตรวจภูมิคุ้มกัน (titer) เพิ่มด้วยเพราะบันทึกวัคซีนอย่างเดียวไม่พอ
ข้อ 63.ผู้ป่วยเสียชีวิตในไทย ญาติต่างชาติต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อนำร่างกลับประเทศ
ต้องมีหนังสือรับรองการตายจากแพทย์ มรณบัตรจากสำนักทะเบียนท้องถิ่น หนังสือรับรองการทำศพหรือการอาบน้ำยาศพ ใบอนุญาตส่งศพออกนอกราชอาณาจักร และหนังสือจากสถานทูตของผู้ตาย ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทางและผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล กระบวนการทั้งหมดโดยทั่วไปใช้เวลา 5–10 วันทำการ และสายการบินจะขอเอกสารครบชุดพร้อมใบรับรองว่าโลงศพผ่านมาตรฐานการขนส่ง
ข้อ 64.ขอใบรับรองแพทย์ย้อนหลังเพื่อยืนยันการรักษาที่ผ่านมาได้หรือไม่
ขอได้หากยังมีเวชระเบียนอยู่ในระบบ โดยแพทย์จะออกใบรับรองอ้างอิงข้อมูลที่บันทึกไว้และระบุวันที่ออกเอกสารตามจริง ไม่ใช่ย้อนวันที่ให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์ทำไม่ได้ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรม โรงพยาบาลส่วนใหญ่เก็บเวชระเบียนอย่างน้อยห้าปีนับแต่การรักษาครั้งสุดท้าย จึงควรขอสำเนาไว้ตั้งแต่ยังรักษาอยู่หากคาดว่าจะต้องใช้ในอนาคต
ข้อ 65.โทรเวชกรรม (Telemedicine) กับแพทย์ในไทยออกใบรับรองที่ใช้ยื่นราชการได้ไหม
ใบรับรองที่ออกจากการตรวจทางไกลใช้ได้ในขอบเขตจำกัด เพราะประกาศแพทยสภาให้แพทย์รับรองได้เฉพาะสิ่งที่ตรวจพบจริงจากการปรึกษาครั้งนั้น หน่วยงานราชการที่ต้องการการตรวจร่างกาย เช่น ใบรับรองแพทย์เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน ใบขับขี่ หรือการตรวจโรคต้องห้าม ยังต้องตรวจที่สถานพยาบาลด้วยตนเอง โทรเวชกรรมจึงเหมาะกับการติดตามอาการ ต่อยาเดิม และขอความเห็นที่สองมากกว่า
ข้อ 66.ขอความเห็นที่สอง (Second Opinion) จากแพทย์ต่างประเทศต้องส่งอะไรบ้าง
ควรส่งใบสรุปการรักษาภาษาอังกฤษ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการย้อนหลังอย่างน้อยหกเดือน ไฟล์ภาพถ่ายรังสีในรูปแบบ DICOM ไม่ใช่ภาพถ่ายจากหน้าจอ ผลพยาธิวิทยาพร้อมสไลด์หรือบล็อกพาราฟินหากจำเป็นต้องอ่านซ้ำ และรายการยาปัจจุบันด้วยชื่อสามัญทางยา การส่งเป็นชุดครบตั้งแต่แรกช่วยลดรอบคำถามกลับและย่นเวลาได้ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์
ข้อ 67.โรงพยาบาลไทยรับรองสำเนาเอกสารการแพทย์ให้เองได้หรือไม่ หรือต้องผ่านทนายรับรอง
โรงพยาบาลรับรองสำเนาถูกต้องจากต้นฉบับของตนเองได้และเป็นที่ยอมรับในไทย แต่ปลายทางต่างประเทศจำนวนมากขอชั้นการรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงต้องให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองอีกชั้น แล้วนำไปรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง หรือขอ Apostille เมื่อไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
ข้อ 68.ค่าใช้จ่ายแปลและรับรองเอกสารการแพทย์ชุดหนึ่งอยู่ที่ประมาณเท่าไร
ค่าแปลเอกสารการแพทย์คิดตามจำนวนหน้าและความซับซ้อนของศัพท์ โดยทั่วไปสูงกว่าเอกสารทั่วไปประมาณ 20–40% ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลอยู่ที่ 200 บาทต่อตราแบบปกติ และ 400 บาทต่อตราแบบด่วน ส่วนค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทางแตกต่างกันมากตามแต่ละประเทศ ควรนับจำนวนตราที่ต้องใช้ให้ครบก่อน เพราะเอกสารการแพทย์มักมีหลายฉบับและแต่ละฉบับคิดตราแยกกัน
ข้อ 69.ผู้ป่วยต่างชาติที่ต้องอยู่รักษายาวเกินวีซ่า จะขยายเวลาพำนักอย่างไร
ยื่นขออยู่ต่อด้วยเหตุผลการรักษาพยาบาลที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามที่พักจริง โดยใช้ใบรับรองแพทย์ระบุความจำเป็นและระยะเวลาที่คาดว่าต้องรักษาต่อ หนังสือรับรองจากโรงพยาบาล และหลักฐานค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปพิจารณาให้ครั้งละไม่เกิน 90 วันและต่ออายุได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์ ควรยื่นก่อนวันสิ้นสุดการอนุญาตอย่างน้อยเจ็ดวันเพื่อเลี่ยงการอยู่เกินกำหนด
ข้อ 70.ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยส่งให้บริษัทประกันหรือนายจ้างได้แค่ไหน
ต้องมีความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว การให้ความยินยอมควรระบุขอบเขตว่าเปิดเผยเรื่องใด แก่ผู้ใด และเพื่อวัตถุประสงค์ใด นายจ้างขอได้เพียงข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการประเมินความเหมาะสมกับงาน เช่น ผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์สุขภาพ ไม่ใช่รายละเอียดการวินิจฉัยทั้งหมด และผู้ป่วยเพิกถอนความยินยอมในภายหลังได้
ข้อ 71.ใบรับรองแพทย์สำหรับยื่นวีซ่าติดตามผู้ป่วยต้องระบุอะไรเป็นพิเศษ
โดยทั่วไปสถานทูตต้องการให้แพทย์ผู้รักษาระบุชื่อผู้ป่วย การวินิจฉัย แผนการรักษาและระยะเวลาที่คาดว่าต้องอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ พร้อมข้อความว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องมีผู้ดูแลเดินทางร่วม เอกสารควรออกบนหัวจดหมายสถานพยาบาล มีเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ลายมือชื่อและตราประทับ จากนั้นจึงแปลและรับรองคำแปลตามที่ผู้รับคำร้องกำหนด
ข้อ 72.เอกสารประวัติการรักษาที่มีข้อมูลอ่อนไหว ส่งให้ผู้แปลได้แค่ไหน
ตามแนวปฏิบัติของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว ควรส่งเฉพาะหน้าที่ผู้รับคำร้องต้องการ ปิดทับเลขบัญชีหรือข้อมูลบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้อง และให้ผู้แปลลงนามข้อตกลงรักษาความลับ ควรขอให้ลบไฟล์ต้นฉบับหลังส่งมอบงานเสร็จ
ข้อ 73.ผลตรวจสุขภาพเพื่อขอ Work Permit มีอายุใช้งานเท่าไร
แนวปฏิบัติของหน่วยงานส่วนใหญ่กำหนดว่าใบรับรองแพทย์ต้องออกไม่เกิน 30 วันก่อนวันยื่น บางจังหวัดอาจกำหนดสั้นกว่าและระบุรายการโรคที่ต้องตรวจตามประกาศ ควรตรวจในโรงพยาบาลที่ออกแบบฟอร์มตามที่กรมการจัดหางานยอมรับ และยืนยันวันหมดอายุกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนนัดตรวจ
ข้อ 74.ใบรับรองแพทย์ที่ออกจากคลินิกเล็กใช้ยื่นสถานทูตได้ไหม
ขึ้นกับเงื่อนไขของสถานทูตแต่ละแห่ง หลายแห่งรับเฉพาะเอกสารจากโรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนหรือแพทย์เฉพาะทาง เพราะต้องตรวจสอบเลขใบอนุญาตย้อนหลังได้ หากจำเป็นต้องใช้เอกสารจากคลินิก ควรขอหนังสือรับรองการเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตแนบไปด้วย และสอบถามผู้รับคำร้องล่วงหน้า
ข้อ 75.แปลผลแล็บที่มีศัพท์เทคนิคจำนวนมาก ควรจัดการอย่างไรให้ผ่าน
แนวปฏิบัติที่ลดการถูกส่งคืนคือคงชื่อรายการตรวจตามมาตรฐานสากลไว้ในภาษาอังกฤษ ใส่ค่าอ้างอิงและหน่วยวัดตรงตามต้นฉบับ ไม่ปรับตัวเลขหรือปัดค่า และแนบหน้าคำอธิบายค่าปกติของห้องปฏิบัติการ เพื่อให้แพทย์ผู้อ่านในต่างประเทศตีความได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่ม
ข้อ 76.เอกสารการแพทย์เพื่อเคลมประกันต่างประเทศต้องรับรองแบบใด
บริษัทประกันส่วนใหญ่ขอใบรับรองแพทย์ ใบสรุปการรักษา และใบเสร็จรับเงินที่ระบุรายการ โดยต้องเป็นสำเนาที่สถานพยาบาลรับรองและมีคำแปลภาษาอังกฤษ บางกรมธรรม์กำหนดเพิ่มว่าคำแปลต้องรับรองที่กรมการกงสุล ควรอ่านเงื่อนไขในกรมธรรม์และขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับประกันก่อนเริ่ม
ข้อ 77.ใบมรณบัตรและเอกสารการแพทย์ของผู้เสียชีวิตต่างชาติในไทย ใช้ลำดับใด
ลำดับที่ใช้กันโดยทั่วไปคือขอหนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล นำไปแจ้งตายที่สำนักทะเบียนเพื่อออกมรณบัตร แล้วแปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จากนั้นแจ้งสถานทูตของผู้เสียชีวิตเพื่อออกเอกสารตามกฎหมายประเทศนั้น หากต้องส่งศพหรืออัฐิกลับ จะมีเอกสารขนส่งเพิ่มตามข้อกำหนดสายการบิน
ข้อ 78.ผู้ป่วยเซ็นเอกสารยินยอมไม่ได้เพราะอาการหนัก ต้องทำอย่างไร
แนวปฏิบัติคือใช้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายหรือผู้รับมอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจที่ทำไว้ก่อนหน้า หากไม่มีเอกสารล่วงหน้า อาจต้องอาศัยญาติลำดับใกล้ชิดตามระเบียบสถานพยาบาล หรือกระบวนการทางศาลในกรณีที่ต้องจัดการทรัพย์สิน จึงควรจัดทำหนังสือมอบอำนาจและเอกสารแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้าเมื่อวางแผนรักษาระยะยาว
ข้อ 79.เอกสารฉีดวัคซีนจากไทยจะใช้ยื่นสถาบันการศึกษาต่างประเทศได้อย่างไร
ขอบันทึกการฉีดวัคซีนจากสถานพยาบาลหรือสมุดวัคซีน ให้แพทย์รับรองว่าตรงกับเวชระเบียน แปลเป็นภาษาที่สถาบันกำหนด และรับรองคำแปลถ้าสถาบันระบุ บางประเทศต้องกรอกในแบบฟอร์มของสถาบันเองและให้แพทย์ลงนามในแบบฟอร์มนั้นแทนการแปลเอกสารไทย
ข้อ 80.ต้องเผื่อเวลาเท่าไรสำหรับชุดเอกสารการแพทย์ที่ต้องรับรองครบทุกชั้น
โดยทั่วไปควรเผื่อประมาณหนึ่งถึงสามสัปดาห์ต่อชุด รวมเวลาขอเอกสารจากเวชระเบียน เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และคิวสถานทูตปลายทาง หากใบรับรองแพทย์มีอายุ 30 วัน ควรวางลำดับให้การรับรองเสร็จก่อนเอกสารหมดอายุเพื่อไม่ต้องตรวจซ้ำ
ข้อ 81.ขอเวชระเบียนย้อนหลังหลายปีจากโรงพยาบาลไทยได้ไหม
โดยทั่วไปทำได้ตามระเบียบเวชระเบียนของแต่ละสถานพยาบาล โดยผู้ป่วยหรือผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องพร้อมบัตรประจำตัว บางแห่งจำกัดระยะเวลาจัดเก็บและอาจไม่มีเอกสารเก่ากว่าที่กำหนด ควรระบุช่วงปีและประเภทเอกสารที่ต้องการให้ชัด เพื่อลดรอบการขอเพิ่มและค่าธรรมเนียมซ้ำ
ข้อ 82.เอกสารการแพทย์ที่ใช้ยื่นประเทศภาคี Apostille ลดขั้นตอนได้จริงไหม
ในกรณีที่ประเทศปลายทางรับเอกสารตามอนุสัญญา Apostille การรับรองชั้นสถานทูตปลายทางอาจไม่จำเป็น เพราะใช้การรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายของไทยแทน แต่การแปลและการรับรองคำแปลมักยังต้องทำ ควรถามผู้รับคำร้องว่าต้องการรูปแบบใดก่อนเริ่มดำเนินการ
ข้อ 83.ขอประวัติการรักษาย้อนหลังหลายปีจากโรงพยาบาลไทยเพื่อใช้ต่างประเทศทำอย่างไร
ยื่นคำร้องขอสำเนาเวชระเบียนที่แผนกเวชระเบียนของสถานพยาบาล พร้อมบัตรประจำตัวผู้ป่วยและหนังสือยินยอมตามแนวปฏิบัติ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากผู้ป่วยอยู่ต่างประเทศจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองลายมือชื่อ ระยะเวลาจัดทำมักหลายวันทำการเพราะต้องคัดจากคลังเอกสาร จากนั้นจึงนำไปแปลและรับรองคำแปลตามที่ผู้รับปลายทางกำหนด
ข้อ 84.ใบรับรองแพทย์ที่ออกเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้องรับรองคำแปลอีกไหม
ถ้าเอกสารออกเป็นภาษาอังกฤษโดยสถานพยาบาลเอง ส่วนใหญ่ไม่ต้องแปลซ้ำ แต่การรับรองที่กรมการกงสุลเป็นการรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจ จึงยังต้องดำเนินการเมื่อปลายทางกำหนด กรณีปลายทางใช้ภาษาอื่น เช่น เยอรมันหรือญี่ปุ่น จะต้องแปลจากฉบับอังกฤษที่รับรองแล้วอีกชั้นตามระเบียบของประเทศนั้น
ข้อ 85.เอกสารส่งต่อผู้ป่วย (referral) เพื่อรักษาต่างประเทศควรมีอะไรครบ
แนวปฏิบัติคือหนังสือส่งต่อจากแพทย์ผู้รักษาระบุการวินิจฉัย ผลตรวจสำคัญ ยาที่ใช้อยู่ และเหตุผลที่ต้องรักษาต่อในต่างประเทศ แนบผลแล็บ ผลภาพถ่ายรังสีในรูปแบบที่โรงพยาบาลปลายทางอ่านได้ และประมาณการค่าใช้จ่ายหากใช้ยื่นวีซ่า เอกสารทั้งชุดควรมีลายมือชื่อและเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์
ข้อ 86.ยื่นเคลมประกันสุขภาพต่างประเทศจากการรักษาในไทยต้องเตรียมเอกสารชุดใด
โดยทั่วไปต้องมีใบเสร็จรับเงินฉบับจริงที่แสดงรายการค่ารักษา ใบสรุปการรักษาหรือ discharge summary ใบรับรองแพทย์ระบุการวินิจฉัยเป็นรหัสโรค และสำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีตราเข้าเมือง หากกรมธรรม์กำหนดภาษาอื่นจะต้องแปลและรับรองคำแปล ควรขอรายการเอกสารจากผู้รับประกันก่อนเพื่อยื่นครบในรอบเดียว
ข้อ 87.ใบรับรองการฉีดวัคซีนของไทยใช้ยื่นต่างประเทศได้เลยหรือไม่
สมุดหรือใบรับรองที่ออกโดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตมักใช้ได้เมื่อระบุชื่อวัคซีน เลขล็อต วันที่ฉีด และผู้ให้บริการ กรณีปลายทางกำหนดรูปแบบราชการ อาจต้องขอหนังสือรับรองจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและรับรองคำแปล ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานสาธารณสุขปลายทางก่อนเดินทาง
ข้อ 88.ผู้ป่วยเสียชีวิตในไทยและญาติอยู่ต่างประเทศ ต้องใช้เอกสารทางการแพทย์อะไร
แนวปฏิบัติคือหนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล ใบมรณบัตรจากสำนักทะเบียน และรายงานการตรวจศพหากมีการสอบสวน เอกสารเหล่านี้ต้องแปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางเพื่อใช้จัดการทรัพย์สินหรือเคลมประกัน ควรขอสำเนาที่รับรองหลายฉบับพร้อมกัน
ข้อ 89.ใบรับรองแพทย์เพื่อขอวีซ่าเกษียณหรือวีซ่าระยะยาวมีเงื่อนไขต่างจากปกติไหม
หน่วยงานผู้รับคำร้องมักกำหนดแบบฟอร์มเฉพาะและระบุว่าต้องออกไม่เกิน 3 เดือน โดยตรวจโรคตามรายการที่ประกาศไว้ ทั้งนี้ควรใช้แบบฟอร์มที่ดาวน์โหลดจากหน่วยงานนั้นและให้แพทย์กรอกครบทุกช่อง เพราะช่องที่เว้นว่างเป็นเหตุให้ต้องยื่นซ้ำบ่อยที่สุด
ข้อ 90.ผลตรวจสุขภาพจากคลินิกเอกชนใช้แทนโรงพยาบาลได้หรือไม่
ขึ้นกับข้อกำหนดของผู้รับคำร้อง หลายแห่งรับเฉพาะสถานพยาบาลที่มีเลขใบอนุญาตประกอบกิจการและมีแพทย์ผู้ตรวจที่ระบุเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บางประเทศกำหนดรายชื่อสถานพยาบาลที่ยอมรับไว้ล่วงหน้า จึงควรตรวจรายชื่อจากเว็บไซต์สถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางก่อนเข้ารับการตรวจ
ข้อ 91.แปลศัพท์ทางการแพทย์ผิดจะเกิดผลอย่างไรและป้องกันได้อย่างไร
คำแปลที่ใช้รหัสโรคหรือชื่อยาไม่ตรงต้นฉบับทำให้ผู้รับปลายทางตีความการรักษาผิดและมักถูกขอเอกสารเพิ่ม แนวปฏิบัติที่ลดปัญหาคือคงชื่อยาสามัญและรหัส ICD ตามต้นฉบับ ใส่ชื่อการค้าในวงเล็บ และให้แพทย์ผู้รักษาอ่านทวนคำแปลก่อนยื่นรับรอง
ข้อ 92.ต้องเผื่อเวลาเท่าไรสำหรับชุดเอกสารการแพทย์ที่ต้องรับรองหลายชั้น
ควรเผื่อประมาณสองถึงสี่สัปดาห์ เพราะรวมเวลาขอเวชระเบียน เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และคิวรับรองที่สถานทูตปลายทาง กรณีต้องขอผลตรวจเพิ่มหรือให้แพทย์ลงนามใหม่ควรเผื่อมากกว่านั้น
ข้อ 93.ขอเอกสารการแพทย์ให้บุตรหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถลงนามได้ ทำอย่างไร
ผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้อนุบาลตามคำสั่งศาลเป็นผู้ลงนามแทน โดยแสดงหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น สูติบัตรหรือคำสั่งศาล พร้อมบัตรประจำตัว หากใช้ต่างประเทศ เอกสารแสดงอำนาจดังกล่าวต้องแปลและรับรองคำแปลควบคู่ไปกับเอกสารการแพทย์
ข้อ 94.โรงพยาบาลออกเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัล จะใช้ยื่นต่างประเทศได้ไหม
บางหน่วยงานยอมรับไฟล์ที่ตรวจสอบได้จากระบบของสถานพยาบาล แต่ขั้นตอนรับรองคำแปลและรับรองจากสถานทูตส่วนใหญ่ยังยึดเอกสารกระดาษที่มีลายมือชื่อและตราประทับ จึงควรขอฉบับกระดาษควบคู่ และสอบถามรูปแบบที่ผู้รับยอมรับก่อนยื่นทุกครั้ง
ข้อ 95.ผู้ป่วยต่างชาติเสียชีวิตในไทย ต้องใช้เอกสารชุดใดเพื่อส่งร่างกลับประเทศ
ชุดเอกสารมาตรฐานคือหนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล ใบมรณบัตรจากสำนักทะเบียนท้องถิ่น หนังสือรับรองการอาบยาศพหรือการเผาจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต ใบอนุญาตนำศพออกนอกราชอาณาจักร และหนังสือจากสถานทูตของผู้เสียชีวิต ทุกฉบับต้องแปลและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนส่งให้สายการบิน ขั้นตอนนี้มีกรอบเวลาแน่นและเอกสารพลาดหนึ่งฉบับทำให้เที่ยวบินเลื่อน ทีมเราเดินเรื่องแทนครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศได้ทั้งชุด
ข้อ 96.ญาติที่อยู่ต่างประเทศจะตัดสินใจแทนผู้ป่วยในไทยได้อย่างไร
สถานพยาบาลจะขอหลักฐานความสัมพันธ์และหนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตการตัดสินใจทางการแพทย์ หากลงนามในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยโนตารีปับลิกและรับรองที่สถานทูตไทยหรือกรมการกงสุลก่อนใช้ กรณีผู้ป่วยยังมีสติ ความยินยอมของผู้ป่วยเองมีน้ำหนักเหนือกว่าเสมอตามหลักสิทธิผู้ป่วย ควรเตรียมเอกสารล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุฉุกเฉินเพราะการรับรองข้ามประเทศใช้เวลาหลายวัน
ข้อ 97.หนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับบริการสาธารณสุข (Living Will) ของต่างชาติใช้ในไทยได้ไหม
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 รับรองสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไว้ล่วงหน้า เอกสารที่ทำในต่างประเทศมักถูกพิจารณาเป็นหลักฐานประกอบ แต่สถานพยาบาลไทยหลายแห่งขอให้จัดทำฉบับภาษาไทยตามแบบของตนเพิ่ม เพื่อลดข้อโต้แย้ง ควรแปลรับรองฉบับต่างประเทศและจัดทำฉบับไทยคู่กัน พร้อมแจ้งชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินไว้ในเวชระเบียน
ข้อ 98.ขอใบรับรองแพทย์เพื่อยื่นวีซ่าและใบขับขี่ ต้องเป็นคนละฉบับหรือไม่
โดยทั่วไปใช่ เพราะแบบฟอร์มต่างกัน ใบรับรองแพทย์สำหรับใบขับขี่ใช้แบบตามที่แพทยสภากำหนดและระบุโรคต้องห้ามห้าโรค ส่วนใบรับรองเพื่อยื่นวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานมักต้องระบุว่าไม่เป็นโรคตามกฎกระทรวง เช่น วัณโรคระยะติดต่อ โรคเท้าช้าง ติดยาเสพติด พิษสุราเรื้อรัง และโรคเรื้อน อายุใช้งานส่วนใหญ่ไม่เกินหนึ่งถึงสามเดือน ควรขอทั้งสองฉบับในการพบแพทย์ครั้งเดียวเพื่อประหยัดเวลา
ข้อ 99.ผลตรวจสุขภาพจากต่างประเทศใช้ยื่นต่อหน่วยงานไทยได้เลยหรือไม่
ใช้ได้เมื่อออกโดยสถานพยาบาลที่ระบุตัวตนแพทย์ผู้ตรวจและเลขใบอนุญาตชัดเจน แต่ต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปล บางหน่วยงานเช่นกรมการจัดหางานหรือกรมการขนส่งทางบกยังกำหนดให้ตรวจซ้ำในไทย เพราะต้องการแบบฟอร์มราชการไทยโดยเฉพาะ วิธีที่เร็วที่สุดคือสอบถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่ารับฉบับต่างประเทศหรือไม่ แล้วจึงตัดสินใจว่าจะแปลหรือตรวจใหม่
ข้อ 100.เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์จากโรงพยาบาลไทยส่งให้แพทย์ต่างประเทศอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ต้องมีหนังสือยินยอมของเจ้าของข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบุผู้รับปลายทางและวัตถุประสงค์ โรงพยาบาลจะออกไฟล์พร้อมลายมือชื่อผู้มีอำนาจหรือส่งผ่านช่องทางที่ควบคุมได้ ภาพถ่ายรังสีมักส่งเป็นไฟล์ DICOM แยกจากรายงาน หากปลายทางขอฉบับรับรอง ต้องพิมพ์เป็นเอกสารและรับรองคำแปลตามปกติเพราะไฟล์ดิจิทัลยังไม่ผ่านนิติกรณ์
ข้อ 101.ผู้สูงอายุต่างชาติที่พำนักในไทยควรเตรียมเอกสารสุขภาพชุดใดไว้ล่วงหน้า
ควรมีสรุปประวัติการรักษาภาษาอังกฤษที่ปรับปรุงทุกปี รายการยาปัจจุบันพร้อมชื่อสามัญทางยา ข้อมูลการแพ้ยา สำเนากรมธรรม์และเบอร์สายด่วนผู้รับประกัน หนังสือมอบอำนาจทางการแพทย์ และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินสองคนทั้งในไทยและต่างประเทศ เก็บสำเนาดิจิทัลไว้ในโทรศัพท์และแจ้งที่พักให้ทราบตำแหน่งเอกสารฉบับจริง
ข้อ 102.ประกันสุขภาพที่ซื้อจากต่างประเทศใช้เคลมกับโรงพยาบาลในไทยแบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้ไหม
ขึ้นกับว่าโรงพยาบาลมีข้อตกลงเรียกเก็บโดยตรงกับผู้รับประกันหรือไม่ โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งมีเครือข่ายกับบริษัทประกันระหว่างประเทศ แต่ต้องขอหนังสือรับรองความคุ้มครองล่วงหน้าก่อนเข้ารับการรักษา หากไม่มีข้อตกลงต้องสำรองจ่ายและยื่นเคลมย้อนหลังพร้อมใบเสร็จฉบับจริงและใบสรุปการรักษา ควรตรวจสอบก่อนเข้ารักษาเพื่อเลี่ยงการวางเงินก้อนใหญ่
ข้อ 103.การรักษาที่ไม่ครอบคลุมในกรมธรรม์วีซ่ามีอะไรบ้างที่มักถูกปฏิเสธ
รายการที่พบว่าถูกปฏิเสธบ่อยคือโรคที่เป็นมาก่อนทำประกันโดยไม่ได้แจ้ง การรักษาเพื่อความงาม ทันตกรรมทั่วไป การตั้งครรภ์ในปีแรกของกรมธรรม์ อุบัติเหตุจากกีฬาเสี่ยงสูงหรือขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต และการรักษาที่ไม่ได้เข้าพักในโรงพยาบาลเมื่อกรมธรรม์คุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน ควรอ่านตารางความคุ้มครองก่อนซื้อเพราะการผ่านเกณฑ์วีซ่าไม่เท่ากับคุ้มครองครบ
ข้อ 104.นำยาประจำตัวเข้าประเทศไทยปริมาณเท่าไรจึงไม่มีปัญหา
แนวปฏิบัติทั่วไปคือนำยาสำหรับใช้ส่วนตัวไม่เกินความจำเป็นสามสิบวัน พร้อมใบสั่งยาหรือใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษระบุชื่อสามัญทางยาและขนาดที่ใช้ ยาในกลุ่มควบคุมพิเศษหรือยาเสพติดให้โทษประเภทที่แพทย์ใช้รักษาจะมีเงื่อนไขเข้มกว่า และบางรายการต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนนำเข้า ควรตรวจสอบรายชื่อยาก่อนเดินทางเสมอ
ข้อ 105.ผู้ป่วยที่มาผ่าตัดในไทยควรขอวีซ่าประเภทใด
การรักษาระยะสั้นมักเดินทางด้วยสิทธิยกเว้นวีซ่าหรือวีซ่าท่องเที่ยว ส่วนการรักษาที่ต้องพักฟื้นยาวสามารถขอวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อการรักษาพยาบาล โดยใช้หนังสือรับรองจากสถานพยาบาล แผนการรักษา ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักฐานการเงิน ผู้ติดตามที่มาดูแลสามารถขอในฐานะผู้ติดตามได้ ควรเริ่มเตรียมเอกสารก่อนเดินทางเพราะสถานพยาบาลต้องออกหนังสือให้ตรงแบบที่ตรวจคนเข้าเมืองรับ
ข้อ 106.ต่อวีซ่าเพื่อรักษาพยาบาลในไทยทำอย่างไรเมื่อการรักษายืดเยื้อ
ยื่นคำร้องขออยู่ต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พัก พร้อมหนังสือรับรองจากแพทย์ผู้รักษาระบุว่าจำเป็นต้องรักษาต่อและระยะเวลาโดยประมาณ ใบนัดหมาย ใบเสร็จค่ารักษาที่ผ่านมา และหลักฐานที่พักตามแบบแจ้งที่พัก การอนุมัติเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และมักให้ครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน ควรยื่นก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
ข้อ 107.เอกสารรับรองการรักษาสำหรับเคลมประกันเดินทางต้องมีรายละเอียดระดับไหน
ผู้รับประกันมักต้องการวันที่และเวลาที่เข้ารับการรักษา อาการนำ การวินิจฉัยพร้อมรหัสโรคสากล รายการหัตถการ รายการยาและค่าใช้จ่ายแยกรายการ รวมถึงคำระบุว่าอาการเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไม่ใช่โรคเดิม ขอเอกสารตั้งแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาลจะง่ายกว่าขอย้อนหลังหลายเดือน เพราะบางรายการต้องให้แพทย์เจ้าของไข้ลงนามใหม่
ข้อ 108.รับรองคำแปลเอกสารทางการแพทย์ต้องใช้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนหรือไม่
กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปลและมีหลักฐานตัวตนครบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ขึ้นทะเบียน แต่ปลายทางบางประเทศเช่นในยุโรปกำหนดให้ใช้ผู้แปลสาบานตนของประเทศตน จึงต้องตรวจข้อกำหนดปลายทางก่อน คำศัพท์ทางการแพทย์ต้องแปลตรงตามรายงานเดิมเพราะการเปลี่ยนคำวินิจฉัยแม้เล็กน้อยอาจทำให้เคลมถูกปฏิเสธ
ข้อ 109.โรงพยาบาลปฏิเสธการออกสำเนาเวชระเบียนได้หรือไม่
ผู้ป่วยมีสิทธิขอสำเนาข้อมูลของตนเอง แต่สถานพยาบาลสามารถปิดบังส่วนที่เป็นข้อมูลของบุคคลอื่นหรือความเห็นภายในบางประเภทได้ หากยื่นแทนผู้อื่นต้องมีหนังสือยินยอมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ชัดเจน กรณีปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมาย สามารถร้องเรียนต่อสถานพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษรและต่อหน่วยงานกำกับดูแลได้
ข้อ 110.ผลตรวจโควิดหรือวัคซีนยังจำเป็นสำหรับการเดินทางในปี 2569 หรือไม่
ประเทศส่วนใหญ่ยกเลิกข้อกำหนดทั่วไปแล้ว แต่บางประเทศยังกำหนดสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดเฉพาะหรือสำหรับวีซ่าบางประเภท ควรตรวจประกาศล่าสุดของหน่วยงานสาธารณสุขปลายทางภายในหนึ่งเดือนก่อนเดินทาง เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนบ่อยและสายการบินใช้ข้อมูล ณ วันเดินทางเป็นเกณฑ์
ข้อ 111.การอุ้มบุญและการรักษาภาวะมีบุตรยากสำหรับชาวต่างชาติในไทยมีข้อจำกัดอะไร
กฎหมายไทยห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์และกำหนดเงื่อนไขคู่สมรสอย่างเข้มงวด ส่วนการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทำได้ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต โดยต้องมีทะเบียนสมรสและหนังสือยินยอมของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย เอกสารทะเบียนสมรสที่ออกในต่างประเทศต้องแปลและรับรองก่อนใช้ นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางกฎหมาย ควรปรึกษาก่อนวางแผนการเดินทาง
ข้อ 112.เอกสารทางการแพทย์ของเด็กที่เกิดในไทยจากพ่อแม่ต่างชาติต้องเตรียมอะไร
เริ่มจากหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล นำไปแจ้งเกิดที่สำนักทะเบียนภายในสิบห้าวันเพื่อรับสูติบัตร จากนั้นแปลและรับรองนิติกรณ์เพื่อใช้ขอหนังสือเดินทางจากสถานทูตของบิดามารดา หากต้องการใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก หลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จะใช้ Apostille แทนการรับรองสถานทูตได้ ควรทำสมุดวัคซีนฉบับภาษาอังกฤษไว้ควบคู่กัน
ข้อ 113.ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลในไทยขอใบกำกับภาษีเพื่อลดหย่อนภาษีต่างประเทศได้ไหม
โรงพยาบาลออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีตามที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งหน่วยงานภาษีต่างประเทศส่วนใหญ่รับเป็นหลักฐานได้เมื่อแนบคำแปล ควรขอใบเสร็จที่ระบุชื่อผู้ป่วยตรงกับหนังสือเดินทางและแยกรายการค่ารักษาออกจากค่าห้องพักผู้ติดตาม เพราะบางประเทศให้หักลดหย่อนเฉพาะค่ารักษาโดยตรง ควรยืนยันเกณฑ์กับที่ปรึกษาภาษีของประเทศนั้น
ข้อ 114.ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอกสารการแพทย์เอง ให้ทีมช่วยได้ถึงขั้นตอนไหน
ทีมที่ปรึกษาของเราช่วยได้ตั้งแต่ตรวจรายการเอกสารตามข้อกำหนดปลายทาง ประสานแผนกเวชระเบียนเพื่อขอสำเนาและใบรับรอง จัดทำคำแปลที่คงศัพท์ทางการแพทย์ให้ตรงต้นฉบับ ยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและสถานทูต จนถึงจัดส่งเอกสารถึงผู้รับปลายทางพร้อมสำเนาสำรอง ประสบการณ์กว่าสิบห้าปีทำให้เรารู้ล่วงหน้าว่าปลายทางแต่ละแห่งมักตีกลับเพราะอะไร และป้องกันตั้งแต่ต้นทาง
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามรายการเอกสาร การแปลและรับรองนิติกรณ์เอกสารแพทย์ และการเตรียมชุดเคลมประกันได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • แพทยสภา — แบบใบรับรองแพทย์และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (tmc.or.th)
- • กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (hss.moph.go.th)
- • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — การขออยู่ต่อเพื่อรักษาพยาบาล (immigration.go.th)
- • สำนักงาน คปภ. — ข้อพิพาทและกรมธรรม์ประกันสุขภาพ (oic.or.th)
- • WHO — International Health Regulations 2005 (ICVP)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารแพทย์
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ