รับรองเอกสารเพื่อสมัครงานและสมัครทุนต่างประเทศ — คำถามที่พบบ่อย 115 ข้อ
คำตอบอ้างอิงแนวปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th) กรมการจัดหางาน (doe.go.th) สำนักงาน ก.พ. (ocsc.go.th) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (mhesi.go.th) กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาวิชาชีพในประเทศไทย และหน่วยประเมินคุณวุฒิต่างประเทศ ได้แก่ NAATI, VETASSESS, Engineers Australia, ACS, WES และเครือข่าย ENIC-NARIC โดยอนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ระยะเวลาและเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
เลือกอ่านตามหมวด
ข้อ 1.หนังสือรับรองการทำงานที่ใช้สมัครงานต่างประเทศควรมีข้อมูลอะไรบ้าง
ควรระบุชื่อ-นามสกุลตามหนังสือเดินทาง ตำแหน่งงาน วันเริ่มและวันสิ้นสุดการจ้าง สถานะเต็มเวลาหรือพาร์ทไทม์ จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลักษณะหน้าที่โดยย่อ ชื่อและตำแหน่งผู้ลงนาม พร้อมข้อมูลติดต่อของบริษัทบนหัวจดหมาย หน่วยประเมินคุณวุฒิอย่าง VETASSESS และ Engineers Australia มักปฏิเสธเอกสารที่ไม่ระบุชั่วโมงทำงานหรือหน้าที่งาน
ข้อ 2.นายจ้างออกหนังสือรับรองเป็นภาษาไทย ต้องทำอย่างไรต่อ
แปลเป็นภาษาของหน่วยงานปลายทาง แล้วเลือกชั้นรับรองตามที่ปลายทางกำหนด หากปลายทางเป็นหน่วยงานราชการหรือสถานทูต มักต้องให้กรมการกงสุลรับรองคำแปล หากเป็นออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์มักต้องเป็นคำแปล NAATI และหากเป็นนายจ้างเอกชนทั่วไปคำแปลรับรองโดยผู้แปลพร้อม certificate of accuracy มักเพียงพอ ควรถามปลายทางก่อนเสมอ
ข้อ 3.บริษัทเดิมปิดกิจการแล้ว ขอหนังสือรับรองการทำงานไม่ได้ ทำอย่างไร
ใช้หลักฐานทางอ้อมประกอบกัน เช่น หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบประกันสังคม (สปส.) สลิปเงินเดือนย้อนหลัง หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สัญญาจ้าง และคำรับรอง (statutory declaration หรือ affidavit) ของอดีตผู้บังคับบัญชาที่ลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร หน่วยประเมินหลายแห่งยอมรับชุดหลักฐานผสมเมื่ออธิบายเหตุผลชัดเจน
ข้อ 4.หนังสือรับรองการทำงานต้องรับรองลายมือชื่อผู้ลงนามหรือไม่
ขึ้นกับปลายทาง หากปลายทางต้องการนำเอกสารไปผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูต โดยทั่วไปต้องมีการรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน เพราะกรมการกงสุลรับรองเอกสารเอกชนได้ก็ต่อเมื่อมีลายมือชื่อที่ตรวจสอบย้อนได้ ส่วนการยื่นตรงต่อนายจ้างเอกชนมักไม่ต้อง
ข้อ 5.สลิปเงินเดือนจำเป็นต้องแปลด้วยหรือไม่
หากหน่วยประเมินขอหลักฐานการจ่ายค่าจ้างเพื่อยืนยันว่าเป็นการจ้างจริง ต้องแปลด้วย โดยทั่วไปขอย้อนหลัง 3–12 เดือนต่อช่วงการจ้างที่นับประสบการณ์ ควรแปลให้ครบทุกบรรทัดรวมหัวเอกสารและตราบริษัท และให้ตัวเลขในคำแปลตรงกับต้นฉบับทุกหลัก
ข้อ 6.ปริญญาบัตรกับทรานสคริปต์ ต้องใช้ฉบับจริงหรือสำเนา
โดยทั่วไปใช้สำเนาที่สถาบันรับรองสำเนาถูกต้อง (certified true copy) และเก็บฉบับจริงไว้กับตัว แต่ถ้าต้องผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูต ต้องนำฉบับจริงหรือฉบับที่สถาบันออกให้ใหม่ไปแสดงด้วย เพราะการรับรองอ้างอิงจากลายมือชื่อผู้มีอำนาจของสถาบัน
ข้อ 7.มหาวิทยาลัยออกฉบับภาษาอังกฤษให้แล้ว ยังต้องแปลอีกไหม
ถ้าสถาบันออกฉบับภาษาอังกฤษเป็นเอกสารทางการของตนเอง โดยทั่วไปไม่ต้องแปลซ้ำ แต่ยังอาจต้องผ่านชั้นรับรองลายมือชื่อและนิติกรณ์ตามที่ปลายทางกำหนด ส่วนกรณีที่ปลายทางใช้ภาษาอื่น เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน หรืออาหรับ ต้องแปลจากฉบับที่ปลายทางยอมรับเป็นต้นทาง
ข้อ 8.การรับรองคุณวุฒิการศึกษาไทยเพื่อใช้สมัครงานต่างประเทศทำที่ไหน
หนังสือรับรองว่าสถาบันและหลักสูตรได้รับการรับรองในประเทศไทยขอได้จากสถาบันต้นสังกัดและสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (mhesi.go.th) ส่วนการเทียบว่าวุฒิไทยเทียบเท่าวุฒิใดในประเทศปลายทางเป็นหน้าที่ของหน่วยประเมินปลายทาง เช่น WES หรือ ENIC-NARIC
ข้อ 9.หน่วยประเมินขอให้มหาวิทยาลัยส่งเอกสารตรง (sealed envelope) ทำอย่างไร
ติดต่อสำนักทะเบียนของสถาบันให้ออกทรานสคริปต์ใส่ซองปิดผนึกประทับตราคร่อมรอยผนึก และส่งตรงถึงหน่วยประเมินตามที่อยู่ที่กำหนด หากผู้สมัครเปิดซองเอง เอกสารจะถือว่าใช้ไม่ได้ทันที กรณีนี้คำแปลมักส่งแยกจากผู้แปลโดยตรง
ข้อ 10.จบจากสถาบันที่ปิดไปแล้ว ขอทรานสคริปต์อย่างไร
ทะเบียนนักศึกษาของสถาบันที่ยุบเลิกมักถูกโอนไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เช่น สป.อว. หรือสถาบันที่รับโอน ให้ยื่นคำร้องผ่านหน่วยงานนั้นและขอหนังสือชี้แจงประกอบว่าสถาบันเดิมยุบเลิกเมื่อใด หน่วยประเมินปลายทางมักขอหนังสือชี้แจงนี้แนบไปพร้อมกัน
ข้อ 11.Certificate of Good Standing คืออะไร ขอจากใคร
คือหนังสือรับรองจากสภาวิชาชีพว่าผู้ประกอบวิชาชีพยังขึ้นทะเบียนอยู่และไม่มีประวัติถูกลงโทษทางจรรยาบรรณ ขอได้จากสภาวิชาชีพที่ตนขึ้นทะเบียน เช่น แพทยสภา (tmc.or.th) สภาการพยาบาล (tnmc.or.th) สภาวิศวกร (coe.or.th) สภาสถาปนิก (act.or.th) หน่วยงานกำกับต่างประเทศมักกำหนดให้ออกไม่เกิน 3–6 เดือนก่อนยื่น
ข้อ 12.พยาบาลไทยที่จะไปทำงานต่างประเทศต้องเตรียมเอกสารอะไร
โดยทั่วไปคือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ทรานสคริปต์และรายละเอียดหลักสูตรพร้อมชั่วโมงฝึกปฏิบัติ หนังสือรับรองการทำงาน Certificate of Good Standing จากสภาการพยาบาล ผลสอบภาษา และใบตรวจประวัติอาชญากรรม ทั้งชุดต้องแปลตามระบบที่ปลายทางกำหนดและผ่านชั้นรับรองตามที่หน่วยงานกำกับนั้นระบุ
ข้อ 13.วิศวกรไทยยื่นขอประเมินที่ Engineers Australia ต้องใช้เอกสารแบบไหน
โดยทั่วไปต้องมีปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ คำอธิบายรายวิชา หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุหน้าที่และชั่วโมง และรายงาน Competency Demonstration Report สำหรับเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงรับรองร่วม เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลจากผู้แปลที่ยอมรับได้ ซึ่งสำหรับออสเตรเลียคือ NAATI
ข้อ 14.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของไทยใช้ทำงานในต่างประเทศได้เลยหรือไม่
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ใบอนุญาตมีผลเฉพาะเขตอำนาจที่ออกให้ การไปประกอบวิชาชีพในต่างประเทศต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับของประเทศนั้น ซึ่งจะใช้เอกสารไทยเป็นหลักฐานประกอบ และมักกำหนดการสอบ การประเมินทักษะ หรือช่วงฝึกปฏิบัติภายใต้การกำกับเพิ่มเติม
ข้อ 15.ครูไทยที่จะไปสอนต่างประเทศต้องรับรองใบประกอบวิชาชีพครูอย่างไร
ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและหนังสือรับรองสถานะจากคุรุสภา (ksp.or.th) พร้อมปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ และใบตรวจประวัติอาชญากรรม จากนั้นแปลและผ่านชั้นรับรองตามที่โรงเรียนหรือกระทรวงศึกษาธิการปลายทางกำหนด บางประเทศกำหนดให้โรงเรียนปลายทางเป็นผู้ยื่นเรื่องรับรองเอง
ข้อ 16.สมัครทุนรัฐบาลต่างประเทศต้องรับรองเอกสารระดับไหน
ขั้นสมัครส่วนใหญ่รับไฟล์สแกนพร้อมคำแปลรับรองโดยผู้แปล และจะขอเอกสารชั้นรับรองเต็มรูปแบบเมื่อผ่านรอบคัดเลือกแล้ว จึงควรเตรียมต้นฉบับให้พร้อมตั้งแต่ต้น แต่ยังไม่ต้องเสียเวลาและค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ทั้งชุดในรอบแรก เว้นแต่ประกาศทุนระบุไว้ชัดเจน
ข้อ 17.ข้าราชการที่ขอลาศึกษาต่อด้วยทุนต่างประเทศต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม
โดยทั่วไปต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาและต้นสังกัด สัญญาลาศึกษาและสัญญาค้ำประกันตามระเบียบของสำนักงาน ก.พ. (ocsc.go.th) รวมถึงหนังสือรับรองเงินเดือนและอายุราชการ เอกสารกลุ่มนี้เมื่อจะใช้กับสถาบันต่างประเทศต้องแปลและรับรองคำแปลตามที่สถาบันกำหนด
ข้อ 18.หนังสือรับรองทางการเงินสำหรับสมัครทุนต้องมีอายุเท่าใด
โดยทั่วไปหน่วยงานให้ทุนและสถาบันต่างประเทศขอเอกสารการเงินที่ออกไม่เกิน 1–3 เดือนก่อนยื่น และต้องเป็นฉบับที่ธนาคารออกให้พร้อมตราประทับ ไม่ใช่ภาพหน้าจอแอปพลิเคชัน หากต้องแปล ควรแปลหลังได้ฉบับล่าสุดเพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว
ข้อ 19.จดหมายแนะนำจากอาจารย์หรือหัวหน้างานต้องรับรองหรือไม่
โดยทั่วไปไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ เพราะผู้ให้ทุนต้องการความน่าเชื่อถือจากช่องทางการส่งมากกว่า จึงมักกำหนดให้ผู้แนะนำอัปโหลดเองผ่านระบบหรือส่งจากอีเมลสถาบัน หากประกาศทุนกำหนดให้รับรองลายมือชื่อ จึงค่อยใช้บริการรับรองลายมือชื่อโดยทนายความผู้ทำคำรับรอง
ข้อ 20.เอกสารสมัครทุนที่ต้องส่งออนไลน์ ต้องสแกนแบบไหนถึงจะไม่ถูกตีกลับ
สแกนสีจากต้นฉบับที่ความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi เต็มหน้ากระดาษ เห็นตราประทับและลายมือชื่อชัด รวมทุกหน้าไว้ในไฟล์ PDF เดียวต่อเอกสารหนึ่งฉบับ ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษตามที่ประกาศกำหนด และแนบคำแปลไว้หลังต้นฉบับในไฟล์เดียวกันเมื่อระบบไม่ให้อัปโหลดแยก
ข้อ 21.WES กับ ENIC-NARIC ต่างกันอย่างไร
WES (wes.org) เป็นหน่วยประเมินคุณวุฒิเอกชนที่ใช้มากในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ออกรายงานเทียบวุฒิให้นายจ้างและสถาบัน ส่วนเครือข่าย ENIC-NARIC (enic-naric.net) เป็นศูนย์ข้อมูลการรับรองคุณวุฒิของประเทศในยุโรปที่ให้คำวินิจฉัยเทียบระดับการศึกษา ทั้งสองต้องการต้นฉบับหรือเอกสารที่สถาบันส่งตรง พร้อมคำแปลตามรูปแบบที่แต่ละแห่งกำหนด
ข้อ 22.VETASSESS ตีกลับเอกสารไทยเพราะอะไรบ่อยที่สุด
สาเหตุที่พบบ่อยคือหนังสือรับรองการทำงานไม่ระบุชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์หรือหน้าที่งานที่ตรงกับรหัสอาชีพ คำแปลไม่ได้ทำโดยผู้แปลที่ยอมรับได้ สแกนไม่ครบทุกหน้า และชื่อในเอกสารสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง ควรตรวจสามจุดนี้ก่อนอัปโหลดทุกครั้ง
ข้อ 23.การประเมินทักษะกับการรับรองเอกสารเป็นขั้นตอนเดียวกันหรือไม่
คนละขั้นตอน การรับรองเอกสารคือการยืนยันว่าลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารเป็นของจริง ส่วนการประเมินทักษะคือการวินิจฉัยว่าคุณวุฒิและประสบการณ์เทียบเท่ามาตรฐานอาชีพของประเทศปลายทางหรือไม่ ผ่านการรับรองเอกสารแล้วไม่ได้แปลว่าผ่านการประเมิน และหน่วยประเมินบางแห่งไม่ต้องการนิติกรณ์เลย
ข้อ 24.ต้องทำ Apostille ก่อนส่งให้หน่วยประเมินหรือไม่
โดยทั่วไปหน่วยประเมินคุณวุฒิอย่าง WES, VETASSESS หรือ ACS ไม่ได้กำหนดให้ต้องมี Apostille แต่กำหนดเรื่องแหล่งที่มาของเอกสารและรูปแบบคำแปลแทน ส่วน Apostille มักจำเป็นเมื่อยื่นต่อหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับวิชาชีพในต่างประเทศ ให้อ่านข้อกำหนดของผู้รับแต่ละรายแยกกัน
ข้อ 25.คำอธิบายรายวิชา (course syllabus) ต้องแปลทั้งเล่มหรือไม่
ปกติแปลเฉพาะรายวิชาที่หน่วยประเมินระบุว่าเกี่ยวข้องกับอาชีพที่ยื่น ไม่ต้องแปลทั้งเล่ม แต่ต้องมีหน้าปกหรือหนังสือรับรองจากสถาบันว่าเอกสารนั้นเป็นหลักสูตรจริงของปีที่ศึกษา และให้ระบุรหัสวิชาให้ตรงกับที่ปรากฏในทรานสคริปต์
ข้อ 26.ใบตรวจประวัติอาชญากรรมสำหรับสมัครงานต่างประเทศขอที่ไหน
ขอจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยื่นพร้อมลายพิมพ์นิ้วมือที่พิมพ์จากสถานีตำรวจหรือหน่วยที่รับพิมพ์ พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารแสดงเหตุผลการขอ เช่น หนังสือเรียกจากนายจ้างหรือหน่วยงานกำกับปลายทาง
ข้อ 27.ใบตรวจประวัติอาชญากรรมมีอายุใช้งานนานเท่าใด
ตัวเอกสารไม่ได้ระบุวันหมดอายุ แต่ผู้รับเอกสารเป็นผู้กำหนดอายุที่ยอมรับ นายจ้างและหน่วยงานกำกับส่วนใหญ่รับเอกสารที่ออกไม่เกิน 3–6 เดือน จึงควรยื่นขอเมื่อกำหนดการสมัครชัดเจนแล้ว ไม่ควรขอไว้ล่วงหน้านานหลายเดือน
ข้อ 28.อยู่ต่างประเทศแล้ว ขอใบตรวจประวัติของไทยได้หรือไม่
ได้ โดยทั่วไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจท้องถิ่นหรือสถานเอกอัครราชทูตไทย แล้วมอบอำนาจให้ผู้แทนในประเทศไทยยื่นเรื่องแทน หนังสือมอบอำนาจต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือ notary ต่างประเทศและผ่านชั้นรับรองก่อนใช้ในไทย
ข้อ 29.เคยมีประวัติคดีเก่า จะแสดงในใบตรวจประวัติหรือไม่
ขึ้นกับผลของคดีและการจัดเก็บทะเบียนประวัติ กรณีที่ศาลยกฟ้องหรือมีการคัดชื่อออกจากสารบบตามหลักเกณฑ์ อาจไม่ปรากฏในหนังสือรับรองความประพฤติ ผู้ที่ไม่แน่ใจควรยื่นขอตรวจสอบประวัติของตนเองก่อนสมัครงาน เพื่อทราบข้อเท็จจริงก่อนกรอกแบบฟอร์มของนายจ้าง
ข้อ 30.คำแปลแบบใดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแฟ้มสมัครงานหลายประเทศ
ไม่มีคำแปลแบบเดียวที่ใช้ได้ทุกที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยึด NAATI เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลียึด sworn translator ของประเทศนั้น สหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักรรับคำแปลรับรองพร้อม certificate of accuracy ส่วนหน่วยงานราชการไทยและสถานทูตมักยึดคำแปลที่กรมการกงสุลรับรอง จึงควรระบุปลายทางก่อนสั่งแปล
ข้อ 31.ชื่อในคำแปลสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง จะมีปัญหาไหม
มี และเป็นสาเหตุการถูกตีกลับอันดับหนึ่ง ต้องสะกดชื่อ-นามสกุลตามหน้าหนังสือเดินทางทุกฉบับ หากเอกสารเก่าใช้การสะกดแบบอื่น ให้คงการสะกดเดิมไว้ในคำแปลพร้อมหมายเหตุของผู้แปล และแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือหนังสือรับรองการเป็นบุคคลเดียวกัน
ข้อ 32.ต้องแปลตราประทับและลายมือชื่อด้วยหรือไม่
ต้อง คำแปลที่ดีต้องระบุข้อความในตราประทับ ลายมือชื่อ ตราครุฑ และข้อความด้านหลังเอกสารทุกจุด โดยเขียนกำกับว่าเป็นตราประทับหรือลายมือชื่อ การละเว้นส่วนนี้ทำให้ผู้รับมองว่าคำแปลไม่ครบถ้วนและมักขอให้แปลใหม่ทั้งฉบับ
ข้อ 33.แปลเองแล้วให้บริษัทรับรองได้หรือไม่
โดยทั่วไปไม่ได้ ผู้รับส่วนใหญ่กำหนดว่าผู้แปลต้องเป็นบุคคลที่สามที่ไม่มีส่วนได้เสียกับผู้สมัคร การแปลเอกสารของตนเองหรือของสมาชิกในครอบครัวมักถูกปฏิเสธ แม้จะมีตราของบริษัทแปลรับรองภายหลังก็ตาม
ข้อ 34.ลำดับขั้นการรับรองเอกสารสมัครงานจากไทยไปต่างประเทศเป็นอย่างไร
โดยทั่วไปคือ (1) ขอต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (2) แปลตามระบบที่ปลายทางยอมรับ (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (4) หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ให้ขอ Apostille หรือหากไม่เป็นภาคีให้ผ่านสถานทูตปลายทางในประเทศไทย (5) ยื่นต่อผู้รับ
ข้อ 35.ประเทศไทยใช้ Apostille ได้เมื่อใด
อนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) จะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองของกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามแนวทางเดิม ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมการกงสุลก่อนวางแผนยื่น
ข้อ 36.Apostille จะทำให้ไม่ต้องรับรองคำแปลอีกใช่หรือไม่
ไม่ใช่ Apostille แทนเฉพาะขั้นการรับรองต่อกันหลายชั้นระหว่างรัฐ แต่ไม่ได้แทนการแปลหรือการรับรองคำแปล ผู้รับในต่างประเทศยังกำหนดได้ว่าคำแปลต้องมาจากผู้แปลระบบใด และในหลายกรณี Apostille จะออกให้กับคำแปลที่ผ่านการรับรองแล้วอีกทีหนึ่ง
ข้อ 37.เอกสารเอกชน เช่น หนังสือรับรองการทำงาน ผ่านนิติกรณ์ได้หรือไม่
ได้ แต่ต้องผ่านขั้นตอนทำให้เป็นเอกสารที่ตรวจสอบย้อนได้ก่อน โดยทั่วไปคือให้ผู้มีอำนาจของบริษัทลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร หรือแนบหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อยืนยันอำนาจลงนาม แล้วจึงยื่นรับรองคำแปลต่อกรมการกงสุล
ข้อ 38.ไปทำงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต้องรับรองปริญญาอย่างไร
โดยทั่วไปต้องให้สถาบันรับรองสำเนา ผ่านการรับรองของกรมการกงสุลไทย จากนั้นรับรองที่สถานเอกอัครราชทูต UAE ประจำประเทศไทย และเมื่อถึงปลายทางมักต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของ UAE อีกชั้นก่อนใช้ขอใบอนุญาตทำงาน ควรตรวจสอบข้อกำหนดปัจจุบันกับสถานทูตโดยตรงเพราะเงื่อนไขปรับเปลี่ยนได้
ข้อ 39.งานในซาอุดีอาระเบียต้องแปลเป็นภาษาอาหรับหรือไม่
ส่วนใหญ่ต้อง เอกสารสำคัญอย่างปริญญาบัตร หนังสือรับรองการทำงาน และใบรับรองแพทย์ มักต้องมีคำแปลภาษาอาหรับที่ผ่านการรับรอง และผ่านชั้นรับรองของสถานทูตปลายทางในประเทศไทย นายจ้างหรือตัวแทนจัดหางานปลายทางมักเป็นผู้ระบุรูปแบบที่ยอมรับ
ข้อ 40.คนไทยจะไปทำงานต่างประเทศต้องแจ้งกรมการจัดหางานหรือไม่
ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน โดยแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศต่อกรมการจัดหางาน (doe.go.th) ตามช่องทางที่กำหนด เช่น กรณีนายจ้างพาไป กรณีบริษัทจัดหางานจัดส่ง หรือกรณีเดินทางด้วยตนเอง การแจ้งช่วยให้ได้รับความคุ้มครองและสิทธิจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน
ข้อ 41.สัญญาจ้างจากนายจ้างต่างประเทศต้องรับรองในไทยด้วยหรือไม่
หากใช้ประกอบการแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศหรือการขอวีซ่า มักต้องมีคำแปลภาษาไทยและอาจต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศนายจ้างหรือกรมการกงสุล ขึ้นกับหน่วยงานผู้รับ ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนดำเนินการ
ข้อ 42.การรับรองเอกสารชุดสมัครงานใช้เวลานานเท่าใด
โดยทั่วไปการขอเอกสารต้นทางจากสถาบันหรือหน่วยงานใช้เวลาประมาณ 3–15 วันทำการ การแปลใช้ประมาณ 1–5 วันทำการต่อชุด การรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลมีทั้งบริการปกติและบริการด่วนตามที่กรมกำหนด และการรับรองสถานทูตขึ้นกับคิวของแต่ละแห่ง ควรเผื่อเวลารวมอย่างน้อย 3–6 สัปดาห์สำหรับแฟ้มที่ต้องผ่านหลายชั้น
ข้อ 43.สาเหตุที่แฟ้มสมัครงานถูกตีกลับบ่อยที่สุดคืออะไร
ที่พบบ่อยคือชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง ใช้สำเนาถ่ายแทนฉบับคัดรับรองใหม่ แปลไม่ครบทุกหน้าหรือไม่แปลตราประทับ ใช้ผู้แปลที่ปลายทางไม่ยอมรับ เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิว หนังสือรับรองการทำงานไม่ระบุชั่วโมงและหน้าที่ และการแกะเย็บเล่มจนตราประทับคร่อมรอยเย็บขาด
ข้อ 44.ถ้าถูกตีกลับต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง หากปัญหาอยู่ที่คำแปลก็แก้เฉพาะคำแปลและยื่นรับรองใหม่เฉพาะฉบับนั้น แต่หากปัญหาอยู่ที่ต้นฉบับ เช่น ใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองหรือเอกสารเกินอายุที่ผู้รับกำหนด ต้องขอต้นฉบับใหม่แล้วไล่ชั้นรับรองใหม่ตั้งแต่ต้น
ข้อ 45.ควรเตรียมเอกสารล่วงหน้ากี่เดือนก่อนวันปิดรับสมัคร
โดยทั่วไปควรเริ่ม 2–3 เดือนก่อนวันปิดรับ เพราะเอกสารบางรายการมีอายุจำกัด 3–6 เดือน การเริ่มเร็วเกินไปทำให้เอกสารหมดอายุ ส่วนการเริ่มช้าทำให้ชนคิวสถานทูต แนวทางที่ปลอดภัยคือขอเอกสารที่มีอายุจำกัดเป็นลำดับท้ายสุด และขอเอกสารที่ไม่มีวันหมดอายุก่อน
ข้อ 46.ต้องมาดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบอำนาจได้
งานส่วนใหญ่มอบอำนาจให้ผู้แทนดำเนินการแทนได้ โดยใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางที่รับรองสำเนาถูกต้อง แต่บางขั้นตอน เช่น การพิมพ์ลายนิ้วมือ หรือการลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูต ต้องดำเนินการด้วยตนเอง สอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลเพื่อวางลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดเวลาของท่าน
ข้อ 47.ใบรับรองการทำงานภาษาไทยต้องแปลและรับรองอย่างไรจึงใช้สมัครงานต่างประเทศได้
โดยทั่วไปต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงตัวทุกบรรทัด รวมถึงชื่อบริษัท ตำแหน่ง ช่วงเวลาทำงาน และลายมือชื่อผู้ออกหนังสือ จากนั้นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล และหากประเทศปลายทางกำหนด ให้นำไปประทับตราที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยอีกชั้นหนึ่ง ควรขอให้นายจ้างออกฉบับภาษาอังกฤษคู่กันตั้งแต่ต้นเพื่อลดขั้นตอน
ข้อ 48.นายจ้างเดิมปิดกิจการแล้ว จะขอหนังสือรับรองการทำงานได้อย่างไร
ใช้หลักฐานทดแทนที่ตรวจสอบได้ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สลิปเงินเดือน ข้อมูลผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคม หรือสำเนาสัญญาจ้าง แล้วทำคำรับรองตนเอง (Statutory Declaration) ให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองประกอบ หน่วยงานประเมินวิชาชีพหลายแห่งรับหลักฐานชุดนี้เมื่อมีเอกสารสนับสนุนสอดคล้องกัน
ข้อ 49.ทรานสคริปต์และปริญญาบัตรต้องรับรองก่อนส่งประเมินวุฒิหรือไม่
หน่วยงานประเมินวุฒิส่วนใหญ่ต้องการเอกสารที่ส่งตรงจากสถาบันการศึกษาในซองปิดผนึก หรือสำเนาที่สถาบันรับรองสำเนาถูกต้อง หากส่งด้วยตนเองมักต้องแปลรับรองและผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล ควรอ่านข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อน เพราะการรับรองผิดช่องทางทำให้ต้องยื่นใหม่และเสียเวลาหลายสัปดาห์
ข้อ 50.ใบรับรองความประพฤติสำหรับสมัครงานต่างประเทศมีอายุเท่าไร
ผู้รับคำร้องส่วนใหญ่กำหนดให้ออกไม่เกิน 3-6 เดือนนับถึงวันยื่น บางประเทศนับถึงวันตัดสินคำร้องแทนวันยื่น จึงควรจัดลำดับให้ขอใบรับรองความประพฤติเป็นขั้นท้าย ๆ หลังเตรียมเอกสารอื่นครบ เพื่อไม่ให้หมดอายุระหว่างรอผล
ข้อ 51.ต้องรับรองสำเนาหนังสือเดินทางเพื่อสมัครงานต่างประเทศอย่างไร
โดยทั่วไปใช้การรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจตามที่ปลายทางระบุ เช่น ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) หรือเจ้าหน้าที่สถานทูต ผู้รับรองต้องเห็นต้นฉบับ ลงวันที่ ระบุชื่อและเลขทะเบียนผู้รับรอง หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก อาจต้องผ่านขั้นตอนนิติกรณ์หรือ Apostille ตามที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น
ข้อ 52.เอกสารสมัครทุนรัฐบาลต่างประเทศต้องผ่านนิติกรณ์ทุกฉบับหรือไม่
ไม่เสมอไป ทุนจำนวนมากรับสำเนาที่รับรองโดยสถาบันการศึกษาในขั้นคัดเลือก แล้วจึงเรียกเอกสารผ่านนิติกรณ์เฉพาะผู้ผ่านรอบสุดท้าย ควรแยกชุดเอกสารเป็นสองระดับและเตรียมงบประมาณกับเวลาสำหรับขั้นนิติกรณ์ไว้ล่วงหน้า
ข้อ 53.ชื่อ-สกุลในวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับหนังสือเดินทางจะแก้อย่างไร
ให้ขอหนังสือรับรองการเปลี่ยนชื่อหรือสกุลจากสำนักทะเบียน แปลและรับรองคำแปล แล้วแนบไปพร้อมชุดเอกสารเป็นหลักฐานเชื่อมโยงบุคคลเดียวกัน หากเป็นเพียงการสะกดอักษรโรมันต่างกัน ให้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางในคำแปลทุกฉบับ และทำบันทึกอธิบายความต่างแนบท้าย
ข้อ 54.ประสบการณ์ทำงานแบบฟรีแลนซ์ใช้ยื่นประเมินวิชาชีพได้ไหม
ใช้ได้หากพิสูจน์ได้เป็นระบบ เช่น สัญญาจ้างงานรายโครงการ ใบแจ้งหนี้และหลักฐานการรับเงิน หนังสือรับรองจากผู้ว่าจ้างที่ระบุขอบเขตงานและช่วงเวลา และหลักฐานการยื่นภาษีเงินได้ หน่วยงานประเมินมักดูความสอดคล้องระหว่างเอกสาร มากกว่ารูปแบบการจ้างงาน
ข้อ 55.ต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้ากี่เดือนก่อนวันปิดรับสมัครงาน/ทุน
แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเริ่มก่อน 3-4 เดือน เพราะขั้นแปลและรับรองคำแปลใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ขั้นนิติกรณ์และการประทับตราสถานทูตใช้เวลาเพิ่มอีก และการประเมินวุฒิจากต่างประเทศมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน การเริ่มช้าทำให้ต้องใช้บริการเร่งด่วนซึ่งมีข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงาน
ข้อ 56.เอกสารที่ผ่านนิติกรณ์แล้วนำไปใช้ซ้ำกับหลายประเทศได้หรือไม่
ตราประทับนิติกรณ์ติดกับตัวฉบับที่ยื่น หากผู้รับต้องเก็บฉบับจริงไว้ จะใช้ซ้ำไม่ได้ จึงควรขอรับรองหลายชุดตั้งแต่ครั้งแรกซึ่งประหยัดกว่าการกลับมายื่นใหม่ ทั้งนี้บางประเทศต้องการตราประทับสถานทูตของตนโดยเฉพาะ ชุดที่ทำให้ประเทศหนึ่งจึงอาจใช้กับอีกประเทศไม่ได้
ข้อ 57.หนังสือรับรองเงินเดือนกับสลิปเงินเดือนต่างกันอย่างไรในมุมผู้รับคำร้อง
หนังสือรับรองเงินเดือนออกโดยฝ่ายบุคคลระบุตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและวันเริ่มงาน ใช้ยืนยันสถานะการจ้างงาน ส่วนสลิปเงินเดือนแสดงการจ่ายจริงรายเดือน ผู้รับคำร้องมักขอทั้งสองอย่างคู่กันเพื่อตรวจความสอดคล้อง และอาจขอ statement บัญชีธนาคารที่แสดงเงินเข้าตรงกันเพิ่มเติม
ข้อ 58.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไทยต้องแปลแบบใดจึงได้รับการยอมรับ
ต้องแปลโดยคงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อสภาวิชาชีพผู้ออก ขอบเขตการประกอบวิชาชีพ และวันหมดอายุครบถ้วน พร้อมแนบหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน (Certificate of Good Standing) จากสภาวิชาชีพ เพราะหน่วยงานปลายทางต้องการยืนยันว่าใบอนุญาตยังใช้การได้ ณ วันตรวจสอบ ไม่ใช่เพียงเคยได้รับ
ข้อ 59.ยื่นเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลได้หรือไม่ หรือต้องส่งฉบับจริง
หลายหน่วยงานเปิดรับไฟล์สแกนในขั้นตรวจสอบเบื้องต้น แต่ยังเรียกฉบับจริงหรือสำเนารับรองในขั้นตัดสิน ควรเก็บฉบับจริงไว้ครบและสแกนสีความละเอียดสูงทุกหน้า รวมถึงหน้าที่มีตราประทับและลายมือชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องได้โดยไม่ต้องยื่นซ้ำ
ข้อ 60.ถ้าคำร้องถูกขอเอกสารเพิ่ม (RFE/Request for Further Information) ควรทำอย่างไร
อ่านข้อความที่ขอให้ละเอียดว่าขาดเอกสารประเภทใดและกำหนดเวลาเท่าไร ตอบให้ครบทุกข้อในคราวเดียวพร้อมสารบัญเอกสารและคำอธิบายสั้น ๆ ต่อรายการ การส่งทีละชิ้นทำให้รอบตรวจยาวขึ้น หากเอกสารต้องผ่านนิติกรณ์ ให้เริ่มดำเนินการทันทีที่ได้รับหนังสือ เพราะเวลามักไม่ยืดหยุ่น
ข้อ 61.การรับรองเอกสารสำหรับสมัครงานในสหภาพยุโรปต่างจากออสเตรเลียอย่างไร
ประเทศในสหภาพยุโรปหลายแห่งเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกและใช้ Apostille กับเอกสารที่ออกในประเทศภาคี ส่วนออสเตรเลียใช้ทั้ง Apostille และ Authentication ขึ้นกับผู้รับ และงานแปลมักต้องเป็นผู้แปลที่ได้รับการรับรอง เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย หรือผู้แปลสาบานตนสำหรับหลายประเทศในยุโรป ต้องตรวจข้อกำหนดรายประเทศก่อนสั่งแปล
ข้อ 62.นายจ้างต่างประเทศขอหนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ต้องรับรองที่ใดบ้าง
ขอให้นายจ้างเดิมออกเป็นภาษาอังกฤษพร้อมหัวจดหมายบริษัท ระบุตำแหน่ง ช่วงเวลาเริ่มและสิ้นสุด ลักษณะงานโดยย่อ และชื่อผู้ลงนามพร้อมตำแหน่ง หากปลายทางเป็นหน่วยงานรัฐหรือสภาวิชาชีพ มักต้องรับรองลายมือชื่อผู้ลงนามโดย Notarial Services Attorney แล้วนำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุล และรับรองซ้ำที่สถานทูตประเทศปลายทางถ้าประเทศนั้นยังไม่ใช้อาโปสตีย์กับไทย ถ้านายจ้างออกได้เฉพาะภาษาไทย ให้แปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลแทน
ข้อ 63.บริษัทเดิมปิดกิจการไปแล้ว จะพิสูจน์ประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างไร
ใช้หลักฐานทางเดินเอกสารแทนหนังสือรับรองจากนายจ้าง เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบ 50 ทวิ รายการนำส่งประกันสังคมจากสำนักงานประกันสังคม สลิปเงินเดือนย้อนหลัง สัญญาจ้าง และหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาเดิมในฐานะบุคคลพร้อมสำเนาบัตรและหลักฐานตำแหน่งเดิม จากนั้นให้รับรองลายมือชื่อผู้ให้ถ้อยคำและแปลรับรองตามที่ปลายทางกำหนด ควรแนบหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่มีหนังสือรับรองจากบริษัทประกอบด้วย
ข้อ 64.ยื่นเทียบวุฒิกับ WES ต้องให้มหาวิทยาลัยส่งเอกสารตรงหรือส่งเองได้
โดยหลัก WES ต้องการให้สถาบันการศึกษาส่งทรานสคริปต์และหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษาตรงถึงหน่วยงานในซองปิดผนึกของสถาบัน ผู้สมัครจึงควรยื่นคำร้องกับฝ่ายทะเบียนของมหาวิทยาลัยพร้อมเลขอ้างอิงที่ได้รับหลังเปิดเคส เอกสารที่ผู้สมัครถือมาเองมักถูกจัดเป็นเอกสารไม่ผ่านการรับรอง ส่วนงานโนตารีและกงสุลไม่ใช้แทนช่องทางส่งตรงนี้ แต่มักจำเป็นแยกอีกชุดเมื่อยื่นต่อสภาวิชาชีพหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
ข้อ 65.ชื่อในปริญญาบัตรสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะทำให้ถูกปฏิเสธหรือไม่
ความไม่ตรงของการสะกดเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบมาก ควรแก้ที่ต้นทางก่อนโดยขอให้มหาวิทยาลัยออกเอกสารที่สะกดตรงกับหนังสือเดินทาง หากแก้ไม่ได้ ให้จัดทำหนังสือรับรองตนเองว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน แนบสำเนาหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน แล้วรับรองลายมือชื่อโดย Notarial Services Attorney ก่อนนำไปรับรองที่กรมการกงสุล วิธีนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ปลายทางมีเอกสารเชื่อมโยงตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ
ข้อ 66.สมัครทุนรัฐบาลต่างประเทศต้องใช้ใบรับรองความประพฤติหรือประวัติอาชญากรรมด้วยหรือไม่
ทุนของรัฐหลายประเทศและสถาบันที่มีการทำงานกับเด็กหรือผู้ป่วยกำหนดให้ยื่นหนังสือรับรองความประพฤติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุประเทศปลายทางในคำขอเพื่อให้ออกในรูปแบบที่ใช้ต่างประเทศได้ เอกสารมักมีอายุยอมรับสามถึงหกเดือน จึงควรขอใกล้ช่วงยื่นจริง และเผื่อเวลารับรองที่กรมการกงสุลกับสถานทูตเพิ่มอีกหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนวันปิดรับสมัคร
ข้อ 67.หนังสือรับรองเงินเดือนกับ statement ธนาคารต้องรับรองแบบเดียวกันหรือไม่
ต่างกัน หนังสือรับรองเงินเดือนออกโดยนายจ้างจึงรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจของบริษัทและแปลรับรองตามที่ปลายทางกำหนด ส่วน statement ธนาคารเป็นเอกสารของสถาบันการเงิน ควรขอฉบับที่ธนาคารประทับตราและลงนามโดยเจ้าหน้าที่สาขา บางปลายทางรับเฉพาะฉบับที่ธนาคารออกให้ภายในหนึ่งเดือน ควรตรวจข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เพื่อไม่ต้องเสียเวลารับรองเอกสารผิดประเภท
ข้อ 68.ยื่นประเมินทักษะกับ VETASSESS หรือ Engineers Australia ต้องแปลเอกสารแบบใด
หน่วยงานประเมินทักษะของออสเตรเลียกำหนดให้เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรอง โดยสำหรับงานที่ยื่นในออสเตรเลียมักอ้างมาตรฐาน NAATI ส่วนคำแปลที่จัดทำในไทยต้องมีคำรับรองผู้แปล ข้อมูลติดต่อ และประทับตราสำนักงานแปล ควรยื่นสำเนาสีของต้นฉบับคู่กับคำแปลทุกหน้าในลำดับเดียวกัน และห้ามตัดทอนตราประทับหรือหมายเหตุท้ายเอกสารออกจากคำแปล
ข้อ 69.จดหมายรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาต้องรับรองลายมือชื่อหรือไม่
โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยปลายทางรับจดหมายแนะนำที่ส่งตรงจากอีเมลสถาบันของผู้เขียนโดยไม่ต้องรับรองลายมือชื่อ แต่ถ้าเป็นทุนของหน่วยงานรัฐหรือกรณีที่ต้องยื่นเป็นเอกสารกระดาษผ่านสถานทูต มักกำหนดให้รับรองลายมือชื่อผู้เขียนก่อน จึงควรอ่านประกาศรับสมัครในส่วนรูปแบบการส่งเอกสารให้ชัด และหากไม่ระบุ ให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการยื่น
ข้อ 70.เอกสารสมัครงานที่รับรองแล้วมีอายุใช้งานนานเท่าใด
การรับรองของกรมการกงสุลและอาโปสตีย์ไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุของเอกสารต้นทางเอง โดยเอกสารสถานะบุคคล ประวัติอาชญากรรม และหนังสือรับรองการเงินมักถูกจำกัดที่สามถึงหกเดือน ขณะที่ทรานสคริปต์และปริญญาบัตรไม่จำกัดอายุ วิธีวางแผนที่ปลอดภัยคือขอเอกสารที่มีอายุจำกัดเป็นลำดับหลังสุด ให้เหลือเวลาก่อนวันยื่นไม่เกินหนึ่งถึงสองเดือน
ข้อ 71.ต้องรับรองเอกสารกี่ชุดเมื่อสมัครหลายมหาวิทยาลัยหรือหลายนายจ้างพร้อมกัน
ให้ประมาณจำนวนปลายทางแล้วบวกสำรองอย่างน้อยหนึ่งชุด เพราะการรับรองรอบใหม่ต้องเริ่มจากขอต้นฉบับใหม่และเข้าคิวกงสุลอีกครั้งซึ่งใช้เวลามากกว่าการทำหลายชุดในคราวเดียว ปลายทางบางแห่งคืนเอกสารให้หลังตรวจ แต่หลายแห่งเก็บไว้ในแฟ้ม จึงไม่ควรวางแผนโดยหวังว่าจะได้ชุดเดิมคืน สำหรับเอกสารที่มีอายุจำกัด ควรทำครบทุกชุดในรอบเดียวเพื่อให้วันที่ออกเอกสารตรงกัน
ข้อ 72.นายจ้างเดิมเลิกกิจการแล้ว จะขอหนังสือรับรองการทำงานได้จากที่ใด
แนวปฏิบัติที่ใช้ได้คือรวบรวมหลักฐานทางเลือก เช่น หนังสือรับรองการเป็นผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคม สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี 50 ทวิ และหนังสือรับรองจากหัวหน้างานเดิมที่ระบุตำแหน่งและช่วงเวลา แล้วทำคำชี้แจงประกอบเป็นหนังสือรับรองตนเองที่รับรองลายมือชื่อ เพื่อให้ผู้ประเมินเห็นเส้นทางอาชีพครบถ้วน
ข้อ 73.เอกสารประเมินวุฒิที่ต้องส่งตรงจากมหาวิทยาลัย ต้องเตรียมอย่างไร
หน่วยประเมินหลายแห่งกำหนดว่า transcript และใบปริญญาต้องส่งจากสถาบันโดยตรงในซองปิดผนึกหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สถาบันเป็นผู้ส่ง ผู้สมัครจึงควรยื่นคำร้องกับฝ่ายทะเบียนโดยแจ้งชื่อและรหัสอ้างอิงของหน่วยประเมิน และเผื่อเวลาที่สถาบันใช้จัดส่งระหว่างประเทศ
ข้อ 74.คำแปลใบ transcript ต้องแปลเกรดเป็นระบบของประเทศปลายทางไหม
แนวปฏิบัติทั่วไปคือแปลตรงตามต้นฉบับ ไม่แปลงเกรดหรือคำนวณเทียบเป็นระบบอื่น เพราะการเทียบเป็นหน้าที่ของหน่วยประเมิน หากต้นฉบับมีคำอธิบายระบบเกรดอยู่ด้านหลัง ให้แปลหน้านั้นแนบไปด้วย เพื่อให้ผู้ประเมินคำนวณจากข้อมูลของสถาบันเอง
ข้อ 75.ประวัติอาชญากรรมที่ยื่นพร้อมใบสมัครงานต่างประเทศมีอายุเท่าไร
ผู้รับคำร้องส่วนใหญ่กำหนดให้เอกสารออกไม่เกิน 3 ถึง 6 เดือนก่อนวันยื่น จึงควรขอหลังจากรู้กำหนดยื่นแล้ว และวางลำดับให้การแปล การรับรองคำแปล และการประทับตราสถานทูตเสร็จภายในกรอบเวลานั้น มิฉะนั้นอาจต้องขอใหม่ทั้งชุด
ข้อ 76.ใบรับรองประสบการณ์ทำงานควรระบุรายละเอียดระดับไหนสำหรับ VETASSESS
ควรระบุตำแหน่ง ช่วงเวลาเริ่ม-สิ้นสุด จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ และหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นข้อ ๆ ให้ตรงกับคำอธิบายอาชีพที่ยื่น พร้อมชื่อผู้ลงนาม ตำแหน่ง ช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ และหัวจดหมายบริษัท เพราะผู้ประเมินมักโทรหรืออีเมลตรวจสอบย้อนหลัง
ข้อ 77.ยื่นสมัครงานหลายประเทศพร้อมกัน ต้องทำเอกสารรับรองแยกชุดไหม
โดยทั่วไปควรเตรียมชุดรับรองแยกตามจำนวนผู้รับคำร้อง เพราะหลายแห่งเก็บเอกสารต้นฉบับไว้และไม่คืน ทางที่คุ้มเวลาคือขอสำเนารับรองจากต้นทางหลายฉบับในคราวเดียว แล้วส่งแปลและรับรองคำแปลพร้อมกัน เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียมและรอบเดินทาง
ข้อ 78.ชื่อวุฒิการศึกษาแปลไม่ตรงกับชื่อหลักสูตรที่หน่วยประเมินรู้จัก ต้องทำอย่างไร
ให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่สถาบันประกาศเป็นทางการเป็นหลัก และแนบเอกสารคำอธิบายหลักสูตรหรือ course description ที่ออกโดยสถาบัน เพื่อแสดงเนื้อหาและจำนวนหน่วยกิต ช่วยให้ผู้ประเมินจัดระดับได้ตรงและลดการขอเอกสารเพิ่ม
ข้อ 79.ทุนรัฐบาลต่างประเทศขอหนังสือรับรองจากต้นสังกัด ควรมีข้อความอะไร
แนวปฏิบัติคือระบุสถานะการจ้างงานปัจจุบัน การอนุมัติให้ลาศึกษาต่อ ระยะเวลาที่อนุมัติ และเงื่อนไขการกลับเข้าทำงาน หากเป็นข้าราชการควรอ้างอิงระเบียบการลาศึกษาต่อของหน่วยงาน จากนั้นแปลและรับรองคำแปลตามที่ผู้ให้ทุนกำหนด
ข้อ 80.ต้องรับรองสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านด้วยหรือไม่
ขึ้นกับผู้รับคำร้อง หลายแห่งขอเพียงสำเนาหนังสือเดินทาง แต่บางแห่งขอหลักฐานที่อยู่และการเปลี่ยนชื่อ กรณีนี้ควรขอหนังสือรับรองรายการทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนรับรอง แล้วแปลและรับรองคำแปล เพราะสำเนาที่ผู้ยื่นรับรองเองมักไม่เพียงพอ
ข้อ 81.ยื่นเอกสารรับรองแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้หน่วยประเมินได้ไหม
หน่วยประเมินหลายแห่งรับไฟล์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เช่น ระบบอัปโหลดของสถาบันหรือเอกสารที่มีลายมือชื่อดิจิทัลที่ยืนยันได้ แต่ขั้นตอนรับรองคำแปลและการประทับตราสถานทูตยังยึดเอกสารกระดาษเป็นหลัก จึงควรเตรียมทั้งสองรูปแบบไว้
ข้อ 82.ควรเผื่อเวลารวมเท่าไรสำหรับชุดสมัครงาน-ทุนที่รับรองครบทุกชั้น
โดยทั่วไปควรเผื่อประมาณสามถึงหกสัปดาห์ต่อชุด เพราะรวมเวลาขอเอกสารจากสถาบันหรือนายจ้าง เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล คิวสถานทูต และเวลาจัดส่งระหว่างประเทศ หากมีการเทียบวุฒิเพิ่มควรเผื่อรอบตรวจสอบของหน่วยประเมินอีกหลายสัปดาห์
ข้อ 83.ถูกขอเอกสารเพิ่มระหว่างการประเมิน ควรจัดการลำดับอย่างไร
ให้อ่านหนังสือขอเอกสารเพิ่มทีละข้อ แยกว่าข้อใดต้องออกจากต้นทาง ข้อใดเพียงแปลเพิ่ม และข้อใดต้องรับรองคำแปลใหม่ แล้วรวมงานที่ต้องเข้าคิวหน่วยงานเดียวกันให้เสร็จในรอบเดียว วิธีนี้ลดจำนวนรอบและช่วยให้ตอบกลับภายในกำหนดที่ผู้ประเมินให้
ข้อ 84.มหาวิทยาลัยต้องส่งทรานสคริปต์ตรงถึงหน่วยประเมิน จะจัดการอย่างไร
หน่วยประเมินหลายแห่งกำหนดว่าเอกสารต้องมาจากสถาบันโดยตรงในซองปิดผนึกหรือผ่านระบบส่งเอกสารที่กำหนด แนวปฏิบัติคือแจ้งฝ่ายทะเบียนของสถาบันพร้อมเลขคำร้องและที่อยู่ผู้รับที่ระบุไว้ในระบบ แล้วเก็บหลักฐานการส่งไว้ ส่วนสำเนาที่รับรองไว้เองใช้ประกอบการยื่นวีซ่าหรือสมัครงานควบคู่ได้
ข้อ 85.ทรานสคริปต์ไม่มีระบบเกรดเทียบ ผู้ประเมินขอคำอธิบายเพิ่ม ต้องทำอะไร
ขอหนังสือชี้แจงระบบการวัดผลจากสถาบัน ระบุช่วงคะแนน เกณฑ์ผ่าน จำนวนหน่วยกิตรวมและระยะเวลาหลักสูตร ให้ออกบนหัวจดหมายสถาบันพร้อมลายมือชื่อผู้มีอำนาจ จากนั้นแปลและรับรองคำแปลให้ตรงกับตัวเลขในทรานสคริปต์ทุกจุด เพราะตัวเลขที่ไม่ตรงเป็นเหตุให้ผู้ประเมินขอเอกสารใหม่
ข้อ 86.ประสบการณ์ทำงานฟรีแลนซ์จะใช้ยื่นประเมินวิชาชีพได้อย่างไร
ใช้ชุดหลักฐานประกอบกันคือสัญญาจ้างหรือใบสั่งงาน ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ หลักฐานการรับเงินผ่านธนาคาร หนังสือรับรองจากผู้ว่าจ้างที่ระบุขอบเขตงานและช่วงเวลา และแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ จากนั้นทำคำชี้แจงลำดับเวลาการทำงานและรับรองลายมือชื่อ เพื่อให้ผู้ประเมินตรวจต่อเนื่องได้
ข้อ 87.ชื่อในวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง จะยื่นได้ไหม
ยื่นได้เมื่อแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุล เช่น หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า พร้อมคำแปลรับรอง แนวปฏิบัติคือทำตารางเทียบชื่อทุกฉบับไว้หน้าแรกของชุดเอกสาร เพื่อให้ผู้ตรวจเห็นความเชื่อมโยงได้ทันทีและลดการสอบถามกลับ
ข้อ 88.ยื่นทุนรัฐบาลต่างประเทศต้องรับรองเอกสารถึงชั้นใด
ทุนส่วนใหญ่กำหนดสำเนาที่รับรองจากสถาบันผู้ออกหรือคำแปลที่รับรองโดยหน่วยงานที่ยอมรับ บางทุนกำหนดถึงชั้นรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตของประเทศผู้ให้ทุน ควรอ่านหน้าเอกสารที่ต้องใช้ในประกาศทุนและทำตามลำดับชั้นที่ระบุ เพราะการรับรองเกินหรือขาดชั้นล้วนทำให้ยื่นซ้ำ
ข้อ 89.หนังสือรับรองการทำงานควรระบุรายละเอียดถึงระดับใดจึงพอสำหรับผู้ประเมิน
แนวปฏิบัติคือระบุตำแหน่ง วันเริ่มและวันสิ้นสุด สถานะการจ้างเต็มเวลาหรือบางเวลา จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ และรายการหน้าที่หลักเป็นข้อ ๆ ที่สอดคล้องกับคำบรรยายอาชีพที่ยื่นประเมิน พร้อมชื่อผู้ลงนาม ตำแหน่ง และช่องทางติดต่อที่ผู้ประเมินโทรตรวจได้
ข้อ 90.ผู้ประเมินติดต่อนายจ้างเพื่อตรวจสอบ ต้องเตรียมตัวอย่างไร
แจ้งฝ่ายบุคคลล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสอบ ให้ชื่อผู้ประสานงานและอีเมลองค์กรที่ใช้โดเมนบริษัท ตรวจให้ข้อมูลในหนังสือรับรองตรงกับฐานข้อมูลบุคคล และเก็บสำเนาเอกสารที่ยื่นไว้ให้ฝ่ายบุคคลอ้างอิง เพื่อให้คำตอบสอดคล้องกันเมื่อถูกสอบถาม
ข้อ 91.เอกสารที่ประเมินแล้วนำไปใช้ยื่นวีซ่าทำงานได้ทันทีหรือไม่
ผลประเมินคุณวุฒิเป็นเอกสารประกอบ ไม่ใช่การอนุมัติวีซ่า หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทางมักขอต้นฉบับวุฒิ คำแปลรับรอง ผลประเมิน และหนังสือเสนอจ้างงาน จึงควรเก็บชุดเอกสารเดิมไว้ครบและตรวจอายุการยอมรับของผลประเมินตามที่หน่วยงานนั้นกำหนด
ข้อ 92.ผลประเมินคุณวุฒิมีอายุใช้งานหรือไม่
หน่วยประเมินหลายแห่งไม่กำหนดวันหมดอายุของรายงาน แต่หน่วยงานผู้รับคำร้อง เช่น ตรวจคนเข้าเมืองหรือสภาวิชาชีพ มักกำหนดว่ารายงานต้องออกภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงควรตรวจเงื่อนไขของผู้รับคำร้องเป็นหลักและวางแผนยื่นให้อยู่ในกรอบเวลานั้น
ข้อ 93.ควรเผื่อเวลาเท่าไรสำหรับชุดเอกสารสมัครงานหรือทุนที่ต้องรับรองหลายชั้น
ควรเผื่อประมาณสามถึงหกสัปดาห์ เพราะรวมเวลาขอเอกสารจากสถาบันหรือนายจ้าง เวลาแปล คิวรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล คิวสถานทูต และเวลาพิจารณาของหน่วยประเมิน ช่วงเปิดรับสมัครทุนคิวมักยาวกว่าปกติจึงควรเริ่มก่อนกำหนดปิดรับ
ข้อ 94.ยื่นเอกสารเป็นชุดสแกนสีได้หรือไม่
ระบบยื่นออนไลน์ของหน่วยประเมินหลายแห่งรับไฟล์สแกนสีจากต้นฉบับหรือจากสำเนาที่รับรอง โดยกำหนดความละเอียดและขนาดไฟล์ ทั้งนี้อาจถูกขอต้นฉบับภายหลังเพื่อตรวจสอบ จึงควรเก็บต้นฉบับและสำเนาที่รับรองไว้จนกระบวนการสิ้นสุด
ข้อ 95.จบหลักสูตรออนไลน์หรือหลักสูตรร่วมสองสถาบัน ยื่นประเมินอย่างไร
ขอหนังสือชี้แจงจากสถาบันที่ออกวุฒิว่าใครเป็นผู้ประสาทปริญญา สัดส่วนหน่วยกิตที่เรียนแต่ละแห่ง รูปแบบการเรียนและสถานะการรับรองหลักสูตร แล้วยื่นควบคู่กับทรานสคริปต์ทั้งสองสถาบันพร้อมคำแปลรับรอง เพราะผู้ประเมินต้องระบุผู้ประสาทปริญญาให้ชัดก่อนออกรายงาน
ข้อ 96.สัญญาจ้างสำหรับพนักงานต่างชาติควรทำสองภาษาหรือไม่
ควรทำสองภาษาและระบุว่าฉบับภาษาใดใช้บังคับเมื่อข้อความขัดกัน เพราะเอกสารที่ยื่นต่อกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องอ่านเข้าใจตรงกัน หัวข้อที่ต้องตรงกันทุกฉบับคือชื่อบริษัท ตำแหน่ง ขอบเขตงาน ค่าจ้าง สถานที่ทำงาน และวันเริ่มงาน เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเทียบกับคำขอใบอนุญาตทำงาน
ข้อ 97.ค่าจ้างขั้นต่ำที่ใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำงานคิดอย่างไร
กรมการจัดหางานใช้ตารางเงินเดือนขั้นต่ำตามสัญชาติเป็นเกณฑ์พิจารณา และเงินเดือนที่ระบุในสัญญาต้องสอดคล้องกับหลักฐานการจ่ายจริงและแบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย การระบุตัวเลขสูงกว่าที่จ่ายจริงเพื่อให้ผ่านเกณฑ์เป็นความเสี่ยงเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง
ข้อ 98.ทดลองงานได้กี่วันและเลิกจ้างระหว่างทดลองงานต้องจ่ายอะไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดคำว่าทดลองงานไว้เป็นสัญญาพิเศษ ลูกจ้างทดลองงานได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป หากเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วันขึ้นไปต้องจ่ายค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้างหรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าว
ข้อ 99.อัตราค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดเป็นอย่างไร
อัตราตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเรียงตามอายุงาน เริ่มที่ 30 วันเมื่อทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี, 90 วันเมื่อครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี, 180 วันเมื่อครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี, 240 วันเมื่อครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี, 300 วันเมื่อครบ 10 ปีแต่ไม่ครบ 20 ปี และ 400 วันเมื่อครบ 20 ปีขึ้นไป คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย
ข้อ 100.เลิกจ้างเพราะเหตุใดจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
กรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับที่ได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา ทั้งนี้ต้องมีพยานหลักฐานและกระบวนการสอบข้อเท็จจริงที่รัดกุม
ข้อ 101.พนักงานต่างชาติต้องเข้าประกันสังคมหรือไม่
ลูกจ้างต่างชาติที่ทำงานกับนายจ้างในระบบต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 เช่นเดียวกับลูกจ้างไทย โดยนายจ้างหักเงินสมทบและนำส่งตามอัตราที่ประกาศ สิทธิที่ได้รับครอบคลุมเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน กรณีเดินทางกลับประเทศถาวรสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพได้ตามเงื่อนไข
ข้อ 102.ลาออกแล้วใบอนุญาตทำงานและวีซ่าจะเป็นอย่างไร
ใบอนุญาตทำงานผูกกับนายจ้าง เมื่อสิ้นสุดการจ้างนายจ้างต้องแจ้งกรมการจัดหางานภายในกำหนด และการตรวจลงตราประเภททำงานจะถูกยกเลิกตามมา ลูกจ้างมักมีระยะเวลาผ่อนผันจำกัดเพื่อหานายจ้างใหม่หรือเดินทางออก จึงควรวางแผนการโอนย้ายก่อนวันสุดท้ายของการทำงาน ไม่ใช่หลังจากนั้น
ข้อ 103.เปลี่ยนนายจ้างต้องเริ่มขอใบอนุญาตทำงานใหม่ทั้งหมดหรือไม่
ต้องยื่นคำขอใหม่ในนามนายจ้างรายใหม่ พร้อมเอกสารบริษัท อัตราส่วนลูกจ้างไทยต่อคนต่างด้าว และเอกสารคุณวุฒิของผู้ยื่น การเตรียมเอกสารคู่ขนานระหว่างยังทำงานที่เดิมช่วยลดช่วงเวลาที่ไม่มีสถานะทำงาน แนวปฏิบัตินี้ต้องระวังเรื่องข้อสัญญาห้ามทำงานคู่แข่งด้วย
ข้อ 104.ข้อสัญญาห้ามแข่งขันหลังพ้นสภาพบังคับได้แค่ไหนในไทย
ศาลไทยพิจารณาความสมเหตุสมผลของขอบเขตงาน พื้นที่ และระยะเวลา ข้อสัญญาที่จำกัดกว้างเกินจนทำให้ลูกจ้างประกอบอาชีพไม่ได้อาจถูกลดผลบังคับลงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม แนวปฏิบัติคือกำหนดระยะเวลาที่สั้นและระบุพื้นที่หรือกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน
ข้อ 105.บริษัทให้ทำงานล่วงเวลาโดยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาได้หรือไม่
การทำงานล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างและจ่ายในอัตราที่กฎหมายกำหนด ยกเว้นลูกจ้างบางประเภทที่กฎหมายยกเว้น เช่น ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในเรื่องการจ้างและเลิกจ้าง หากมีข้อสงสัยควรตรวจลักษณะงานจริงมากกว่าชื่อตำแหน่ง เพราะการยกเว้นพิจารณาจากอำนาจหน้าที่ที่แท้จริง
ข้อ 106.สิทธิวันลาพื้นฐานของลูกจ้างมีอะไรบ้าง
วันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วันรวมวันแรงงาน วันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานเมื่อทำงานครบหนึ่งปี ลาป่วยเท่าที่ป่วยจริงโดยได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี ลากิจธุระจำเป็นไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี และลาคลอดตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 107.นายจ้างยึดหนังสือเดินทางของลูกจ้างต่างชาติได้หรือไม่
ไม่ได้ หนังสือเดินทางเป็นเอกสารประจำตัวของบุคคล การยึดไว้เพื่อผูกมัดการทำงานเป็นความเสี่ยงต่อข้อกล่าวหาบังคับใช้แรงงาน หากนายจ้างต้องการหลักฐานให้ใช้สำเนาที่รับรอง และเก็บต้นฉบับไว้กับลูกจ้างเสมอ
ข้อ 108.ค้างจ่ายค่าจ้างจะร้องเรียนที่ไหน
ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือฟ้องต่อศาลแรงงาน กระบวนการที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่มีค่าธรรมเนียมและมีการไกล่เกลี่ย ควรเตรียมสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี บันทึกเวลาทำงานและการติดต่อกับนายจ้างเป็นหลักฐาน
ข้อ 109.ทำงานให้บริษัทต่างประเทศจากไทยแบบรีโมต ต้องมีใบอนุญาตทำงานไหม
ต้องพิจารณาลักษณะสถานะการพำนักและงานที่ทำในราชอาณาจักรเป็นรายกรณี ผู้ถือวีซ่าบางประเภทที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานทางไกลมีเงื่อนไขเฉพาะ ขณะที่การทำงานให้ลูกค้าในไทยหรือมีสำนักงานในไทยมักเข้าข่ายต้องมีใบอนุญาต แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือตรวจโครงสร้างงานและรายได้ก่อนตัดสินใจย้ายฐาน
ข้อ 110.โอนย้ายพนักงานจากบริษัทแม่มาไทยชั่วคราวต้องเตรียมอะไร
ใช้หนังสือมอบหมายงาน (assignment letter) ระบุระยะเวลาและผู้จ่ายค่าจ้าง สัญญาจ้างท้องถิ่นหรือข้อตกลงแบ่งค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัท เอกสารบริษัทผู้รับในไทย และคุณวุฒิของผู้ถูกโอนย้าย ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและการนำส่งประกันสังคมในไทย
ข้อ 111.สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม
สัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อครบกำหนดเฉพาะกรณีที่กฎหมายระบุ เช่น งานโครงการที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรืองานตามฤดูกาล และต้องทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง หากงานเป็นงานปกติของกิจการ การอ้างสัญญามีกำหนดมักไม่ทำให้พ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชย
ข้อ 112.ปรับโครงสร้างองค์กรและเลิกจ้างเพราะนำเครื่องจักรมาใช้ต้องทำอย่างไร
กรณีเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงานหรือนำเครื่องจักรมาใช้แทนกำลังคน กฎหมายกำหนดให้แจ้งพนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างล่วงหน้า และอาจต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกจ้างที่ทำงานครบตามระยะที่กำหนด การไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนดทำให้ต้องจ่ายเพิ่ม
ข้อ 113.ออกหนังสือรับรองการทำงานให้ลูกจ้างต่างชาติควรระบุอะไร
ควรระบุชื่อเต็มตามหนังสือเดินทาง เลขหนังสือเดินทาง ตำแหน่ง ขอบเขตงาน ช่วงเวลาทำงาน และลายมือชื่อผู้มีอำนาจพร้อมตราบริษัท หากใช้ต่างประเทศให้แปลและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล เพราะหน่วยประเมินวิชาชีพและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทางมักขอเอกสารที่ผ่านการรับรอง
ข้อ 114.ลูกจ้างเสียชีวิตระหว่างการจ้าง นายจ้างต้องดำเนินการอะไร
แจ้งสำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนกรณีเกิดจากการทำงาน จ่ายค่าจ้างค้างจ่ายและสิทธิที่คงเหลือให้ทายาท ประสานสถานทูตของผู้เสียชีวิตกรณีเป็นชาวต่างชาติ และจัดเตรียมเอกสารรับรองการทำงานพร้อมคำแปลเพื่อใช้เรียกร้องสิทธิในต่างประเทศ
ข้อ 115.ให้ทีมงานช่วยตรวจสัญญาจ้างและเอกสารแรงงานได้ไหม
ได้ทั้งชุด ตั้งแต่ยกร่างสัญญาจ้างสองภาษา ตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จัดชุดเอกสารขอใบอนุญาตทำงานและวีซ่า ไปจนถึงการวางลำดับเอกสารกรณีเลิกจ้างให้เป็นไปตามกฎหมาย ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานแรงงานข้ามชาติมากว่า 15 ปีจะชี้ความเสี่ยงและทางเลือกให้เห็นก่อนลงนาม ไม่ใช่แค่กรอกแบบฟอร์มให้
อ่านต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ให้เราจัดชุดเอกสารสมัครงานหรือสมัครทุนให้
แจ้งประเทศปลายทาง หน่วยงานผู้รับ และกำหนดวันปิดรับสมัคร ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00 เจ้าหน้าที่จะจัดลำดับขั้นรับรองให้เหมาะกับอายุเอกสารและแจ้งค่าบริการก่อนเริ่มงาน
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปลเอกสารสมัครงาน (consular.mfa.go.th)
- • กรมการจัดหางาน — การไปทำงานต่างประเทศและการคุ้มครองคนหางาน (doe.go.th)
- • สำนักงาน ก.พ. — ทุนรัฐบาลและระเบียบการลาศึกษา (ocsc.go.th)
- • สป.อว. — การรับรองคุณวุฒิการศึกษา (mhesi.go.th)
- • แพทยสภา / สภาการพยาบาล / สภาวิศวกร / สภาสถาปนิก / คุรุสภา — Certificate of Good Standing
- • NAATI — คำแปลที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยอมรับ (naati.com.au)
- • WES — credential evaluation (wes.org)
- • ENIC-NARIC — เครือข่ายรับรองคุณวุฒิยุโรป (enic-naric.net)
- • HCCH — Apostille Convention (มีผลกับไทย 28 ก.พ. 2570)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ