ภาษีชาวต่างชาติในไทย 2026: เลข TIN หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ และอนุสัญญาภาษีซ้อน

ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษีเดียวถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษีของไทย มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ก่อนยื่น และหากต้องการใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ต้องขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่จากกรมสรรพากร (แบบ R.O.22) พร้อมหนังสือรับรองการเสียภาษี (R.O.21) เมื่อประเทศคู่สัญญาร้องขอ ตรวจเงื่อนไขล่าสุดที่ rd.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง
180 วันคืออะไร และนับอย่างไร
ประมวลรัษฎากรกำหนดว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมเวลาทั้งหมดถึง 180 วันในปีภาษี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อการภาษี การนับไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง วันที่เข้าและวันที่ออกนับรวมด้วยตามแนวปฏิบัติทั่วไป
สถานะนี้ไม่เกี่ยวกับประเภทวีซ่า ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวที่อยู่ครบ 180 วันก็เข้าเงื่อนไข ในขณะที่ผู้ถือวีซ่าทำงานที่อยู่น้อยกว่า 180 วันจะเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ แต่ยังเสียภาษีจากเงินได้ที่มีแหล่งเงินได้ในไทย
หลักฐานที่ใช้พิสูจน์จำนวนวันคือตราขาเข้า-ขาออกในหนังสือเดินทาง ใบรับรองการเข้าเมือง และเอกสาร 90 วันหากมี ควรถ่ายสำเนาหน้าตราทุกครั้งที่เดินทาง เพราะหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่ถูกยกเลิกทำให้พิสูจน์ย้อนหลังยาก
- ผู้มีถิ่นที่อยู่: เสียภาษีจากเงินได้แหล่งในไทย และเงินได้แหล่งต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดเมื่อมีการนำเข้ามาในไทย
- ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่: เสียภาษีจากเงินได้ที่มีแหล่งในไทยเท่านั้น
- สถานะคำนวณใหม่ทุกปีภาษี ไม่ได้ผูกกับปีก่อนหน้า
ขั้นตอนที่ต้องทำ เรียงตามลำดับจริง
ลำดับสำคัญ เพราะการยื่นแบบโดยไม่มีเลขผู้เสียภาษีทำไม่ได้ และการขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่โดยยังไม่มีประวัติการยื่นแบบมักถูกขอเอกสารเพิ่ม
- ขั้นที่ 1 ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาตามที่พักอาศัย โดยยื่นแบบ ล.ป.10.1 พร้อมหนังสือเดินทาง วีซ่า และหลักฐานที่พัก
- ขั้นที่ 2 รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงินได้ทุกราย
- ขั้นที่ 3 ยื่น ภ.ง.ด.91 หากมีเงินได้จากการจ้างแรงงานอย่างเดียว หรือ ภ.ง.ด.90 หากมีเงินได้ประเภทอื่นร่วมด้วย ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป (ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มักขยายเวลาให้ ตรวจประกาศแต่ละปี)
- ขั้นที่ 4 ขอ R.O.22 หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ และ R.O.21 หนังสือรับรองการเสียภาษี เมื่อต้องใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศคู่สัญญา
- ขั้นที่ 5 แปลและรับรองเอกสารตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด บางประเทศรับเฉพาะคำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
แยกเป็นสามกลุ่มเพื่อไม่ให้ตกหล่น เอกสารตัวตน เอกสารเงินได้ และเอกสารประกอบการใช้สิทธิอนุสัญญา
- เอกสารตัวตน: หนังสือเดินทางฉบับจริงพร้อมสำเนาหน้าตราขาเข้าทั้งปีภาษี ใบอนุญาตทำงานหากมี สัญญาเช่าหรือทะเบียนบ้านที่ระบุที่พัก
- เอกสารเงินได้: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชีธนาคารไทย เอกสารเงินปันผลหรือค่าเช่าหากมี
- เอกสารใช้สิทธิอนุสัญญา: แบบคำขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ สำเนาแบบ ภ.ง.ด. ที่ยื่นแล้วพร้อมใบเสร็จ และแบบฟอร์มของประเทศคู่สัญญาหากประเทศนั้นมีแบบเฉพาะ
- หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
อนุสัญญาภาษีซ้อนใช้อย่างไรให้ไม่ถูกปฏิเสธ
ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับหลายประเทศ ผลของอนุสัญญาคือกำหนดว่าประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ประเภทใด และให้เครดิตภาษีที่เสียไปแล้วอีกประเทศหนึ่ง อนุสัญญาไม่ได้ยกเว้นภาษีอัตโนมัติ ต้องยื่นขอใช้สิทธิพร้อมหลักฐานถิ่นที่อยู่
จุดที่คนพลาดมากที่สุดคือขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่สำหรับปีภาษีที่ยังไม่ได้ยื่นแบบ หรือขอในชื่อที่สะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางและแบบฟอร์มปลายทาง ทำให้หน่วยงานภาษีต่างประเทศไม่รับ
- ตรวจว่าเงินได้ของคุณอยู่ในมาตราใดของอนุสัญญา เช่น เงินได้จากการจ้างแรงงาน เงินบำนาญ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าสิทธิ
- ยื่นแบบภาษีไทยของปีนั้นให้เสร็จก่อนขอหนังสือรับรอง
- สะกดชื่อและนามสกุลให้ตรงหนังสือเดินทางทุกฉบับ รวมถึงลำดับชื่อกลาง
- เผื่อเวลาอย่างน้อย 3–6 สัปดาห์สำหรับการออกหนังสือรับรอง แปล และรับรองนิติกรณ์
ข้อควรระวังที่ทำให้เรื่องยืดเยื้อ
ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องอัตราภาษี แต่เป็นเรื่องเอกสารไม่สอดคล้องกัน
- ไม่มีเลขผู้เสียภาษี แล้วรอจนใกล้กำหนดยื่นเดือนมีนาคม ทำให้ยื่นไม่ทัน
- หนังสือเดินทางเล่มใหม่ทำให้ประวัติตราขาเข้าขาด ควรเก็บเล่มเก่าไว้เสมอ
- รายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยโดยไม่มีเอกสารต้นทาง ทำให้ชี้แจงแหล่งเงินได้ไม่ได้
- ใช้คำแปลที่ไม่ผ่านการรับรอง ทำให้หน่วยงานปลายทางตีกลับทั้งชุด
- เข้าใจว่าการเสียภาษีในไทยแทนที่หน้าที่ยื่นแบบในประเทศสัญชาติ ซึ่งหลายประเทศยังกำหนดให้ยื่นแบบทุกปีแม้ไม่มีภาษีต้องชำระ
ให้เราจัดการให้ทั้งชุด
เราไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของเจ้าพนักงาน สิ่งที่เราทำคือทำให้ชุดเอกสารถูกต้องและสอดคล้องกันก่อนถึงมือเจ้าหน้าที่ ได้แก่ คำแปลรับรองภาษาไทยและอังกฤษ การรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร และการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
ลูกค้าในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเรายังจัดลำดับงานให้เอกสารพร้อมก่อนวันนัดที่สรรพากรพื้นที่หรือก่อนกำหนดยื่นแบบ สอบถามขอบเขตงานและค่าบริการทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
บริการที่เกี่ยวข้อง
มีคำถามเฉพาะเคสของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายฟรี 15 นาที — ตอบกลับใน LINE ภายใน 30 นาที