ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

แจ้งเกิดและสูติบัตร

กำหนดเวลาแจ้งเกิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ผู้มีหน้าที่แจ้ง เอกสารที่สำนักทะเบียนเรียก การแจ้งเกิดเกินกำหนด และการขอสูติบัตรฉบับภาษาอังกฤษเพื่อใช้ต่างประเทศ

ต้องแจ้งเกิดภายในกี่วัน และใครมีหน้าที่แจ้ง

พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 กำหนดให้แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด โดยผู้มีหน้าที่แจ้งคือเจ้าบ้านของบ้านที่เด็กเกิด หรือบิดามารดา ถ้าเด็กเกิดในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ผู้ดูแลสถานพยาบาลมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ให้นำไปแจ้งต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักทะเบียนอำเภอในเขตที่เด็กเกิด

แจ้งเกิดต้องใช้เอกสารอะไร

โดยทั่วไปสำนักทะเบียนจะเรียกหนังสือรับรองการเกิดจากสถานพยาบาล บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งและของบิดามารดา ทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก และใบสำคัญการสมรสของบิดามารดาถ้ามี หากบิดาเป็นชาวต่างชาติจะเรียกหนังสือเดินทางพร้อมคำแปลที่รับรองแล้ว ควรโทรสอบถามรายการเอกสารกับสำนักทะเบียนที่จะไปยื่นก่อนเดินทาง เพราะบางแห่งขอเอกสารเพิ่ม

แจ้งเกิดเกินกำหนด 15 วันแล้วยังทำได้ไหม

ยังทำได้ เรียกว่าการแจ้งเกิดเกินกำหนด แต่นายทะเบียนต้องสอบสวนพยานบุคคลและพยานเอกสารเพื่อยืนยันตัวบุคคลและสถานที่เกิด กระบวนการจึงใช้เวลานานกว่าปกติและมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด หากเด็กเกิดที่บ้านหรือไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ควรเตรียมพยานที่รู้เห็นการเกิดและหลักฐานทางการแพทย์เท่าที่มี

สูติบัตรมีฉบับภาษาอังกฤษไหม

สำนักทะเบียนออกสูติบัตรเป็นภาษาไทย ไม่มีแบบพิมพ์ภาษาอังกฤษของทางการ การใช้ในต่างประเทศจึงต้องคัดสำเนาแบบรับรองจากสำนักทะเบียน แปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนำไปรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนนำไปรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางหากประเทศนั้นกำหนด

สูติบัตรฉบับจริงชำรุดหรือสูญหาย ขอใหม่ได้อย่างไร

ขอใบแทนหรือขอคัดรับรองรายการสูติบัตรได้ที่สำนักทะเบียนที่แจ้งเกิดไว้ หรือที่สำนักทะเบียนอื่นเมื่อข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรกลางแล้ว ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรายการหรือของผู้มีส่วนได้เสียไปแสดง กรณีมอบให้ผู้อื่นไปดำเนินการต้องมีหนังสือมอบอำนาจ

เด็กที่เกิดในไทยจากบิดามารดาต่างชาติได้สูติบัตรไทยหรือไม่

ได้ เพราะการแจ้งเกิดเป็นการบันทึกข้อเท็จจริงว่าเด็กเกิดในราชอาณาจักร เด็กจะได้รับสูติบัตรไทย แต่สูติบัตรไม่ใช่หลักฐานการได้สัญชาติไทยเสมอไป การได้สัญชาติเป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งพิจารณาสถานะการอยู่ในประเทศของบิดามารดาด้วย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนวางแผนเรื่องหนังสือเดินทางของเด็ก

ทะเบียนบ้าน ท.ร.14 กับ ท.ร.13 ต่างกันอย่างไร

ท.ร.14 คือทะเบียนบ้านสำหรับผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในราชอาณาจักร ส่วน ท.ร.13 หรือที่มักเรียกว่า “เล่มเหลือง” เป็นทะเบียนบ้านสำหรับคนที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งอยู่ในไทยชั่วคราวหรือยังไม่ได้ถิ่นที่อยู่ถาวร ทั้งสองเล่มใช้เป็นหลักฐานที่อยู่ได้ แต่สิทธิที่ผูกกับเล่มต่างกัน

บุตรเกิดต่างประเทศจากบิดาหรือมารดาไทยต้องแจ้งเกิดที่ไหน

แจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่มีเขตอาณาครอบคลุมสถานที่เกิด โดยนำสูติบัตรของประเทศนั้นที่รับรองแล้วพร้อมคำแปล หนังสือเดินทางและเอกสารสถานะสมรสของบิดามารดาไปแสดง สถานทูตจะออกสูติบัตรไทยให้ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานขอหนังสือเดินทางไทยและเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านต่อไป

เพิ่มชื่อเด็กที่เกิดต่างประเทศเข้าทะเบียนบ้านไทยทำอย่างไร

นำสูติบัตรไทยที่สถานทูตออกให้ หรือสูติบัตรต่างประเทศที่แปลและรับรองนิติกรณ์เรียบร้อยแล้ว ไปยื่นขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนซึ่งบิดามารดามีชื่ออยู่ นายทะเบียนจะกำหนดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักให้เด็ก ซึ่งจำเป็นต่อการเรียน การรักษาพยาบาล และการทำบัตรประชาชนในอนาคต

ข้อมูลในสูติบัตรสะกดผิดหรือวันเกิดไม่ตรง แก้ไขได้ไหม

แก้ไขได้โดยยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพร้อมพยานหลักฐานที่แสดงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เช่น หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล เอกสารการศึกษา หรือเอกสารราชการอื่นที่ทำขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับการเกิด นายทะเบียนจะสอบสวนก่อนสั่งแก้ ถ้าพยานหลักฐานไม่เพียงพออาจต้องใช้คำสั่งศาล

ชาวต่างชาติขอเลขประจำตัว 13 หลักและทะเบียนบ้าน ท.ร.13 ได้ไหม

ได้ ถ้าอยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายและมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้ยื่นคำร้องต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นในเขตที่พักอาศัย พร้อมหนังสือเดินทาง วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ ใบอนุญาตทำงานหรือหลักฐานการอยู่ต่อ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมของเจ้าบ้าน และ ทร.38 ก หรือใบรับแจ้ง ตม.30 นายทะเบียนจะเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ท.ร.13) และออกเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 6 หรือ 8 ให้ใช้อ้างอิงกับธนาคารและหน่วยงานราชการต่อไป

ท.ร.13 กับ ท.ร.14 ต่างกันอย่างไร

ท.ร.14 คือทะเบียนบ้านสำหรับผู้มีสัญชาติไทยและผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ส่วน ท.ร.13 คือทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ชั่วคราวโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งสองเล่มใช้ยืนยันที่อยู่ได้เหมือนกันในทางปฏิบัติ แต่ผู้ถือ ท.ร.13 ยังต้องรายงานตัว 90 วันและต่ออายุการอยู่ตามเงื่อนไขวีซ่าตามปกติ

เด็กที่เกิดในไทยจากพ่อแม่ต่างชาติ ได้สัญชาติไทยไหม

โดยหลักไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติสัญชาติใช้หลักสายโลหิตเป็นสำคัญ เด็กจะได้สูติบัตรไทยซึ่งรับรองข้อเท็จจริงการเกิด แต่สัญชาติจะเป็นไปตามสัญชาติของบิดามารดา จึงต้องไปแจ้งเกิดที่สถานทูตของประเทศตนเพื่อออกเอกสารสัญชาติและหนังสือเดินทางให้บุตรด้วย

ใบสูติบัตรฉบับเก่าที่ชำรุดหรือสูญหายขอใหม่ได้ไหม

ขอหนังสือรับรองรายการสูติบัตรจากสำนักทะเบียนที่แจ้งเกิดได้ ซึ่งมีผลใช้แทนต้นฉบับในทางปฏิบัติ หากแจ้งเกิดต่างจังหวัดสามารถขอผ่านระบบทะเบียนกลางได้ในหลายกรณี ควรตรวจการสะกดชื่ออักษรโรมันในคำแปลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกฉบับ

บุตรเกิดในต่างประเทศต้องแจ้งเกิดที่ไทยหรือไม่

ควรแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยเพื่อออกสูติบัตรไทย แล้วนำไปเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในประเทศไทย หากใช้สูติบัตรต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศนั้นและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นที่สำนักทะเบียน

คนต่างชาติขอหลักฐานที่อยู่ในไทยเพื่อยื่นเอกสารต่างประเทศได้อย่างไร

หากมีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.13 ใช้สำเนาที่นายทะเบียนรับรองได้ หากไม่มี ให้ใช้หนังสือรับรองที่อยู่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตของตนในไทย ประกอบกับใบแจ้งที่พัก TM30 และสัญญาเช่า ผู้รับคำร้องแต่ละรายกำหนดรูปแบบต่างกัน ควรถามรูปแบบที่ยอมรับก่อนดำเนินการ

เด็กเกิดในต่างประเทศจากพ่อแม่ไทย ต้องแจ้งเกิดที่ไหนและใช้เอกสารใด

แนวปฏิบัติคือแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เด็กเกิด โดยใช้สูติบัตรท้องถิ่นที่รับรองตามกฎหมายประเทศนั้น หนังสือเดินทางและทะเบียนสมรสของบิดามารดา เมื่อได้สูติบัตรไทยแล้วจึงนำไปเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในไทยและขอทำหนังสือเดินทางไทยต่อได้

บุตรบุญธรรมต้องเตรียมเอกสารทะเบียนอะไรเมื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

โดยทั่วไปต้องมีทะเบียนรับบุตรบุญธรรม คำสั่งหรือหนังสืออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สูติบัตร และทะเบียนบ้านที่แสดงความสัมพันธ์ จากนั้นแปลและรับรองคำแปล บางประเทศกำหนดขั้นตอนรับรองเพิ่มที่สถานทูตของตนในไทย ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

หมวดอื่น

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ