ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

อนุสัญญาภาษีซ้อนและหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่

การใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้ การขอหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่ (ร.อ.22) และหนังสือรับรองการเสียภาษี (ร.อ.21) เพื่อใช้เครดิตภาษีในต่างประเทศ

ทำงานให้บริษัทต่างประเทศแต่ทำงานอยู่ในไทย ต้องเสียภาษีไทยไหม

หน้าที่งานที่ทำในประเทศไทยถือว่ามีแหล่งเงินได้ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคแรก แม้ผู้จ่ายเงินจะอยู่ต่างประเทศและจ่ายเข้าบัญชีต่างประเทศ เงินได้ส่วนนั้นก็อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีไทย ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับผู้ทำงานทางไกล ควรพิจารณาควบคู่กับอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศผู้จ่าย และเรื่องใบอนุญาตทำงานซึ่งเป็นคนละกฎหมายกัน

บำนาญจากต่างประเทศที่โอนเข้าบัญชีไทยต้องเสียภาษีไหม

ขึ้นกับสามชั้น ชั้นแรกคือผู้รับเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นหรือไม่ ชั้นที่สองคือเงินบำนาญนั้นเกิดขึ้นเมื่อใดและถูกนำเข้ามาเมื่อใด ชั้นที่สามคืออนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศผู้จ่ายกำหนดให้ประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษีจากบำนาญนั้น อนุสัญญาหลายฉบับให้สิทธิเก็บภาษีบำนาญราชการแก่ประเทศผู้จ่ายฝ่ายเดียว ขณะที่บำนาญเอกชนอาจอยู่ในอำนาจของประเทศถิ่นที่อยู่ ต้องอ่านอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ สำคัญอย่างไร

เป็นเอกสารที่ผู้จ่ายเงินได้ต้องออกให้ผู้รับเงินทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบุประเภทเงินได้ จำนวนเงิน และภาษีที่หักไว้ ผู้รับเงินใช้เอกสารนี้เป็นเครดิตภาษีเมื่อยื่นแบบประจำปี ถ้าไม่มีหนังสือรับรองฉบับนี้ การขอเครดิตหรือขอคืนจะติดขัด จึงควรขอและจัดเก็บทันทีที่ได้รับเงิน อย่ารอถึงสิ้นปี

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

ที่พบบ่อยในภาคธุรกิจคือค่าบริการและค่าจ้างทำของหักในอัตรา 3% ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ 5% ค่าโฆษณา 2% ค่าวิชาชีพอิสระ 3% สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคลไทย ส่วนเงินเดือนหักตามฐานภาษีที่คำนวณทั้งปี การจ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศมีอัตราเฉพาะและอาจลดได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน อัตราจริงขึ้นกับประเภทเงินได้และสถานะผู้รับ ควรตรวจกับคำสั่งกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องก่อนหัก

อนุสัญญาภาษีซ้อนช่วยอะไรได้บ้าง

อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่ประเทศไทยทำไว้กับหลายประเทศ กำหนดว่าเงินได้แต่ละประเภท เช่น เงินได้จากการจ้างงาน ธุรกิจ เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และบำนาญ ประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษี และกำหนดวิธีบรรเทาภาระซ้ำซ้อน เช่น การให้เครดิตภาษีที่เสียในอีกประเทศหนึ่ง การใช้สิทธิต้องพิสูจน์ถิ่นที่อยู่ทางภาษีและมักต้องยื่นเอกสารตามแบบที่ประเทศคู่สัญญากำหนด

หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรขออย่างไร

ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่ ซึ่งเรียกกันตามแบบว่า ร.อ.22 ต่อกรมสรรพากร โดยแสดงหลักฐานการอยู่ในประเทศไทยถึงเกณฑ์ในปีภาษีที่ขอ เช่น สำเนาหนังสือเดินทางหน้าตราประทับ หลักฐานที่พัก และหลักฐานการยื่นแบบและชำระภาษีในไทย เอกสารนี้ใช้ยื่นต่อหน่วยงานภาษีต่างประเทศเพื่อขอใช้สิทธิตามอนุสัญญา อีกฉบับที่มักขอคู่กันคือหนังสือรับรองการเสียภาษี ร.อ.21

เสียภาษีในต่างประเทศแล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีในไทยอีกใช่ไหม

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ ถ้าเงินได้นั้นอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีในไทยด้วย โดยทั่วไปต้องนำมารวมคำนวณตามกฎหมายไทย แล้วจึงขอเครดิตภาษีที่เสียไว้ในต่างประเทศตามที่อนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องกำหนด และตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรวางไว้ เครดิตที่ได้มักจำกัดไม่เกินจำนวนภาษีไทยที่คำนวณได้จากเงินได้ส่วนนั้น จึงควรเตรียมใบเสร็จภาษีของต่างประเทศพร้อมคำแปลที่รับรองไว้ล่วงหน้า

ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับกี่ประเทศ

ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่มีผลใช้บังคับกับประเทศคู่สัญญากว่า 60 ประเทศ ครอบคลุมประเทศคู่ค้าและประเทศที่มีชาวต่างชาติพำนักในไทยจำนวนมาก เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และสิงคโปร์ รายชื่อและตัวบทฉบับปัจจุบันเผยแพร่บนเว็บไซต์กรมสรรพากร ควรอ่านฉบับที่ใช้บังคับจริงเพราะข้อบทของแต่ละฉบับไม่เหมือนกัน

เมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้วขั้นตอนเปลี่ยนอย่างไร

อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูลของ HCCH เมื่อมีผลแล้ว เอกสารราชการไทยที่จะใช้ในประเทศภาคีอื่นจะใช้ตรา Apostille จากหน่วยงานที่รัฐบาลไทยกำหนดแทนการรับรองซ้อนที่สถานทูตปลายทาง ในช่วงก่อนหน้านั้นยังต้องใช้ขั้นตอนนิติกรณ์และการรับรองของสถานทูตตามเดิม และเอกสารที่ใช้กับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีก็ยังคงใช้เส้นทางเดิมต่อไป

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ช่วยลดภาษีอย่างไร และต้องใช้เอกสารอะไร

ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับกว่า 60 ประเทศ ผลคือกำหนดว่าประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ประเภทใด และให้เครดิตภาษีที่เสียในต่างประเทศมาหักออกจากภาษีไทยได้ตามเงื่อนไข เอกสารหลักคือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Certificate of Residence) จากประเทศคู่สัญญา หลักฐานการเสียภาษีในต่างประเทศ และคำแปลภาษาไทยหรืออังกฤษที่รับรองแล้ว บางกรณีกรมสรรพากรขอเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์ และหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารจากประเทศภาคีจะใช้ Apostille แทนการรับรองสองชั้นได้

หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของไทย (R.O.22) ขอที่ไหน ใช้ทำอะไร

ขอที่กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ยื่นแบบ โดยแสดงหลักฐานว่าอยู่ในไทยถึง 180 วันในปีภาษี และได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีแล้ว เอกสารนี้ใช้ยื่นต่อหน่วยงานภาษีต่างประเทศเพื่อขอลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไป 15–30 วันทำการ และมักต้องแปลพร้อมรับรองก่อนใช้ในต่างประเทศ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินไปต่างประเทศคิดอย่างไร

ตามมาตรา 70 การจ่ายเงินได้บางประเภทให้บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป อัตราทั่วไปคือ 15% สำหรับดอกเบี้ยและค่าสิทธิ และ 10% สำหรับเงินปันผล แต่อนุสัญญาภาษีซ้อนอาจลดอัตราลงได้หากผู้รับส่งหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีมาให้ก่อนจ่าย นอกจากนี้ยังอาจมีภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่งตามแบบ ภ.พ.36 สำหรับบริการที่ใช้ในไทย

บริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด และยื่นแบบอย่างไร

ต้องจดทะเบียน VAT เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในบังคับภาษีเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน กิจการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถจดโดยสมัครใจได้ถ้าต้องการเครดิตภาษีซื้อ เมื่อจดแล้วต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปตามมาตรา 86/4 จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 พร้อมชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือขยายเวลาได้อีก 8 วันเมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต

R.O.21 ใช้ตอนไหน ต่างจาก R.O.22 อย่างไร

R.O.21 คือหนังสือรับรองการเสียภาษี ยืนยันว่าได้ชำระภาษีเงินได้ในประเทศไทยแล้วตามจำนวนและปีภาษีที่ระบุ ใช้เมื่อประเทศปลายทางต้องการหลักฐานการเสียภาษีเพื่อให้เครดิตภาษี ส่วน R.O.22 คือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ ใช้ยืนยันสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีเพื่อขอใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน หลายกรณีต้องใช้ทั้งสองฉบับคู่กัน

ผู้เกษียณที่รับบำนาญจากต่างประเทศต้องเสียภาษีไทยหรือไม่

ขึ้นกับสองเงื่อนไขคือ จำนวนวันที่อยู่ในไทยในปีภาษี และการนำเงินเข้ามาในไทย หากอยู่ครบ 180 วันและนำบำนาญเข้ามาในไทย ต้องนำมารวมคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาภาษีซ้อนหลายฉบับกำหนดสิทธิเก็บภาษีบำนาญราชการไว้ที่ประเทศต้นทางเท่านั้น จึงต้องอ่านอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องประกอบ และเตรียมหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อใช้สิทธิ

อนุสัญญาภาษีซ้อนช่วยลดภาษีในไทยได้อย่างไร

ไทยมีอนุสัญญากับกว่าหกสิบประเทศ กลไกหลักคือกำหนดว่าประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ประเภทนั้น และให้เครดิตภาษีที่เสียในต่างประเทศมาหักจากภาษีไทยได้ไม่เกินภาษีไทยที่คำนวณได้จากเงินได้ก้อนเดียวกัน การใช้สิทธิต้องแนบหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของอีกประเทศและหลักฐานการเสียภาษี บางกรณีต้องยื่นคำร้องขอใช้สิทธิก่อนจึงจะได้ผล

เงินบำนาญจากต่างประเทศที่โอนเข้าไทยเสียภาษีไทยไหม

ขึ้นกับข้อบทในอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศผู้จ่าย บางฉบับให้สิทธิเก็บภาษีเฉพาะประเทศต้นทาง เช่น บำนาญราชการ ขณะที่บำนาญเอกชนบางฉบับให้ประเทศถิ่นที่อยู่เก็บได้ หากไทยมีสิทธิเก็บ ต้องนำมารวมคำนวณเมื่อโอนเข้ามาและใช้เครดิตภาษีต่างประเทศได้ตามหลักเกณฑ์ ผู้เกษียณควรอ่านข้อบทของประเทศตนก่อนวางแผนการโอนรายเดือน

ขอหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (R.O.22) ใช้ทำอะไรและยื่นอย่างไร

ใช้แสดงต่อหน่วยงานภาษีต่างประเทศว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของไทย เพื่อขอลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญา ยื่นคำร้องที่กรมสรรพากรพร้อมหลักฐานการพำนัก แบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นแล้ว และเอกสารรายได้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนหนังสือรับรองการเสียภาษี R.O.21 ใช้คู่กันเพื่อยืนยันว่าเสียภาษีในไทยจริง กระบวนการใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงควรยื่นล่วงหน้า

บริษัทต่างชาติจ่ายค่าบริการให้ผู้รับในไทยต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม

หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรผูกกับผู้จ่ายที่อยู่ในไทย หากผู้จ่ายอยู่ต่างประเทศทั้งหมดจะไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายไทย แต่ผู้รับในไทยยังต้องนำรายได้มายื่นเสียภาษีเอง และหากประเทศผู้จ่ายหักภาษีไว้ ผู้รับสามารถขอใช้เครดิตหรือขอคืนตามอนุสัญญาโดยแสดงหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของไทย

ถ้าไม่อยากคำนวณและยื่นเอง ทีมช่วยดูแลได้ครอบคลุมแค่ไหน

เราให้บริการตั้งแต่ประเมินสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากบันทึกวันพำนัก จัดชั้นเงินได้และแยกเงินก่อนปี 2567 ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เตรียมเอกสารใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อน จนถึงยื่นแบบและติดตามการคืนภาษี ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่าสิบห้าปีจะอธิบายทางเลือกก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่กรอกแบบให้ และประสานผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเมื่อเรื่องต้องการความเห็นเชิงวิชาชีพ

ขอหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (R.O.21) ต้องเตรียมเอกสารอะไร

โดยทั่วไปต้องมีคำร้องตามแบบของกรมสรรพากร สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมหน้าตราประทับเข้าออกที่แสดงว่าอยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันในปีภาษีนั้น แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ยื่นแล้วพร้อมใบเสร็จ และเอกสารแสดงแหล่งเงินได้ที่จะใช้สิทธิตามอนุสัญญา หากยื่นแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ เอกสารต่างประเทศต้องมีคำแปลรับรอง เราจัดชุดเอกสารและติดตามผลให้ได้ทั้งกระบวนการ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (R.O.22) ใช้ทำอะไร และขออย่างไร

ใช้แสดงต่อหน่วยงานภาษีต่างประเทศว่าได้เสียภาษีในไทยแล้ว เพื่อขอเครดิตภาษีหรือขอคืนภาษีในประเทศนั้น ยื่นคำร้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่รับแบบของผู้เสียภาษี แนบหลักฐานการนำส่งภาษี หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้จ่ายเงิน และเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้อง ถ้าปลายทางต้องการเอกสารภาษาอังกฤษหรือให้รับรองนิติกรณ์ ต้องเผื่อเวลาแปลและรับรองเพิ่ม

ทำงานให้บริษัทต่างประเทศแบบรีโมตแต่พักอยู่ภูเก็ต ต้องเสียภาษีไทยไหม

หากอยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันในปีภาษีจะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี และเงินได้จากการทำงานที่ทำในประเทศไทยถือเป็นเงินได้ที่มีแหล่งในไทยตามมาตรา 41 ต้องยื่นแบบแม้ผู้จ่ายอยู่ต่างประเทศ กรณีถูกหักภาษีที่ต้นทางแล้วให้ตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนเพื่อขอเครดิตหรือยกเว้น และควรเก็บหลักฐานสัญญาจ้าง สลิปโอนเงิน และวันเข้าออกประเทศให้ครบ

บริษัทไทยจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศ ต้องหักภาษีอย่างไร

ต้องพิจารณามาตรา 70 ประกอบอนุสัญญาภาษีซ้อน หากเป็นค่าสิทธิหรือค่าบริการที่เข้าลักษณะเงินได้ตามมาตรา 40(2) ถึง 40(8) ผู้จ่ายในไทยมีหน้าที่หักภาษีและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 พร้อมนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 เมื่อเข้าเงื่อนไข การจะใช้อัตราลดตามอนุสัญญาต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ของคู่สัญญาแนบไว้เป็นหลักฐาน

หมวดอื่น ๆ

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ