Affidavit ที่ถูกตีกลับส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดที่ข้อเท็จจริง แต่ผิดที่รูปแบบ หน่วยงานอย่าง USCIS, HMPO, IRCC หรือศาล Probate ในสหรัฐฯ อ่านเอกสารแบบ checklist — ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่จะคืนแฟ้มโดยไม่อ่านเนื้อหาเลย
หัวเรื่อง (Caption) ต้องระบุว่าเอกสารนี้คืออะไรและใช้กับเรื่องใด เช่น 'Affidavit of Support in Support of Form I-134 for [ชื่อผู้ได้รับอุปการะ]' การเขียนแค่คำว่า Affidavit ลอย ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่จัดประเภทเอกสารไม่ได้
ย่อหน้าแนะนำตัว Deponent ต้องมีชื่อเต็มตรงพาสปอร์ตทุกตัวอักษร วันเกิด สัญชาติ เลขพาสปอร์ต และที่อยู่ปัจจุบัน หากชื่อในพาสปอร์ตกับในทะเบียนบ้านสะกดต่างกัน ต้องเพิ่มประโยค also known as และแนบหลักฐานการสะกดทั้งสองแบบ
ข้อเท็จจริงต้องเรียงเป็นข้อ ๆ มีเลขกำกับ หนึ่งข้อหนึ่งข้อเท็จจริง เขียนด้วยความรู้ส่วนตัวของผู้ให้การ (to the best of my knowledge and belief) และห้ามใส่ความเห็นทางกฎหมายหรือข้อสรุปที่ผู้ให้การไม่มีอำนาจสรุปเอง
ท้ายเอกสารต้องมี Jurat — บล็อกข้อความที่ระบุว่าสาบานหรือยืนยันต่อหน้าใคร ที่ไหน วันที่ใด พร้อมลายมือชื่อ ตราประทับ และเลขทะเบียนของทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ถ้า Jurat อยู่คนละหน้ากับข้อความสุดท้ายโดยไม่มีการลงนามกำกับทุกหน้า ปลายทางมีสิทธิ์สงสัยว่าเปลี่ยนหน้าได้
💡 กฎเหล็กของเรา: ร่างเสร็จแล้วต้องอ่านออกเสียงให้ Deponent ฟังก่อนวันนัด — ถ้ามีประโยคใดที่เจ้าตัวอธิบายด้วยคำพูดตัวเองไม่ได้ เราจะแก้ประโยคนั้นใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่กงสุลมักถามย้อนจากข้อความในเอกสาร