แปลเอกสาร NAATI วีซ่าบิดามารดา subclass 143
วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143) ต้องยื่นเอกสารภาษาไทยพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ชุดหลักมี 5 กลุ่มเอกสาร และโดยทั่วไป 2–3 วันทำการ จุดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดคือชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทางและการแปลไม่ครบทุกหน้า
ใครยื่นวีซ่านี้
บิดามารดาของพลเมือง/ผู้ถือ PR ออสเตรเลีย ต้องผ่าน balance-of-family test ซึ่งอาศัยเอกสารทะเบียนราษฎรของบุตรทุกคน
เอกสารที่ต้องแปล NAATI สำหรับ subclass 143
| เอกสาร | ข้อควรระวังก่อนส่งแปล |
|---|---|
| สูติบัตรของบุตรทุกคน | ต้องครบทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้สนับสนุน |
| ทะเบียนบ้านของผู้ยื่นและบุตร | ใช้ยืนยันที่อยู่และความสัมพันธ์ |
| ทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณบัตร | อธิบายโครงสร้างครอบครัว |
| ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล | จำเป็นเมื่อชื่อบุตรในเอกสารต่างกัน |
| ใบรับรองแพทย์และเอกสารประกันสุขภาพ (ถ้าเป็นภาษาไทย) | แปลตามที่ร้องขอ |
ระยะเวลา: โดยทั่วไป 2–3 วันทำการ
สาเหตุที่เอกสารถูกขอเพิ่มหรือถูกตีกลับ
- แปลสูติบัตรไม่ครบทุกคน ทำให้ balance-of-family test คำนวณไม่ได้
- ชื่อบุตรสะกดต่างกันในแต่ละฉบับโดยไม่มีใบเปลี่ยนชื่อประกอบ
- ใช้ทะเบียนบ้านฉบับเก่าที่ยังไม่ปรับปรุงรายการ
คำถามที่พบบ่อย — วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143)
วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143) ต้องแปลเอกสารอะไรเป็นภาษาอังกฤษ?
สูติบัตรของบุตรทุกคน · ทะเบียนบ้านของผู้ยื่นและบุตร · ทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณบัตร · ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล · ใบรับรองแพทย์และเอกสารประกันสุขภาพ (ถ้าเป็นภาษาไทย)
ใครยื่น วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143) ได้?
บิดามารดาของพลเมือง/ผู้ถือ PR ออสเตรเลีย ต้องผ่าน balance-of-family test ซึ่งอาศัยเอกสารทะเบียนราษฎรของบุตรทุกคน
ทำไมเอกสารของ วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143) ถูกขอเพิ่มบ่อย?
แปลสูติบัตรไม่ครบทุกคน ทำให้ balance-of-family test คำนวณไม่ได้ · ชื่อบุตรสะกดต่างกันในแต่ละฉบับโดยไม่มีใบเปลี่ยนชื่อประกอบ · ใช้ทะเบียนบ้านฉบับเก่าที่ยังไม่ปรับปรุงรายการ
แปลเอกสารสำหรับ วีซ่าบิดามารดาแบบมีส่วนร่วมค่าใช้จ่าย (subclass 143) ใช้เวลานานเท่าไร?
โดยทั่วไป 2–3 วันทำการ — ราคาคิดตามจำนวนหน้าหรือจำนวนคำ ขอใบเสนอราคาฟรีก่อนเริ่มงานได้ทุกครั้ง
ใช้คำแปลจากนักแปลทั่วไปแทน NAATI ได้ไหม?
โดยทั่วไป Department of Home Affairs กำหนดให้คำแปลจากภายในออสเตรเลียมาจากนักแปล NAATI ส่วนคำแปลจากต่างประเทศต้องระบุชื่อ ที่อยู่ คุณวุฒิ และประสบการณ์ของผู้แปล การใช้คำแปล NAATI Certified จึงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่คุ้นเคย
คำแปล NAATI ต้องผ่านกรมการกงสุลหรือสถานทูตอีกไหม?
สำหรับการยื่นวีซ่าออสเตรเลียโดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะ NAATI เป็นระบบรับรองคำแปลของออสเตรเลียเอง แต่ถ้าเอกสารชุดเดียวกันจะใช้กับหน่วยงานไทยหรือประเทศที่สาม อาจต้องทำนิติกรณ์กรมการกงสุลเพิ่มแยกกัน — NAATI และการรับรองคำแปลของกรมการกงสุลใช้แทนกันไม่ได้
ส่งไฟล์สแกนแทนต้นฉบับได้ไหม?
ได้ สำหรับงานแปล NAATI ใช้สแกนสีความละเอียดสูงที่อ่านตราประทับและลายเซ็นได้ครบทุกหน้า ต้นฉบับจำเป็นเฉพาะกรณีต้องทำนิติกรณ์กรมการกงสุลควบคู่
ผลการพิจารณาวีซ่ารับประกันได้ไหม?
ไม่ได้ การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของ Department of Home Affairs เท่านั้น เราดูแลเฉพาะความถูกต้องและความครบถ้วนของคำแปล และแก้ไขให้ฟรีหากเกิดจากความผิดพลาดของผู้แปล
แปล NAATI สำหรับวีซ่าประเภทอื่น
แปล NAATI แยกตามประเภทเอกสาร
แหล่งอ้างอิงทางการ: Department of Home Affairs — Contributory Parent visa (subclass 143) — ข้อกำหนดและระยะเวลาพิจารณาอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ การอนุมัติวีซ่าเป็นดุลพินิจของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่



แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล — การรับรองคำแปล
- • HCCH — Apostille Section
- • NAATI (ออสเตรเลีย) — naati.com.au
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ