รับรองเอกสารไปออสเตรเลีย — ทนาย Notary Public + นิติกรณ์ + สถานทูต
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง → แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด (ถ้าจำเป็น) → นิติกรณ์กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) → รับรองต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในประเทศไทย
สถานะอนุสัญญา Apostille — ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 อยู่แล้ว สำหรับประเทศไทย ได้ยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 หลังพ้นช่วงเวลาคัดค้าน 8 เดือน ดังนั้นในช่วงเวลาปัจจุบัน เอกสารไทยยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์ตามปกติ
ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งเป็นวันที่อนุสัญญากรุงเฮกมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย เอกสารสาธารณะของไทยที่จะใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille ใบเดียวจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทย โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางอีก (ยังคงต้องแปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด)
เอกสารที่ส่งไปออสเตรเลียบ่อยที่สุด
- Statutory Declaration สำหรับวีซ่าคู่ครอง (subclass 820/801, 309/100)
- หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง
- รับรองสำเนาเอกสารสำหรับ Department of Home Affairs
- หนังสือมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินในออสเตรเลีย
ข้อกำหนดด้านภาษาและการแปล
เอกสารภาษาไทยที่ยื่นต่อ Department of Home Affairs ต้องแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI และแสดงหมายเลข NAATI บนคำแปล
จุดพลาดที่พบบ่อยกับออสเตรเลีย
- ใช้คำแปลที่ไม่มีตรา NAATI แล้วถูกขอเอกสารเพิ่ม (Request for More Information)
- Commonwealth Statutory Declaration ต้องใช้แบบฟอร์มกลางและผู้รับรองที่อยู่ในรายชื่อที่กฎหมายกำหนด
- สแกนไม่ครบทุกหน้ารวมหน้าที่ว่าง ทำให้เอกสารถือว่าไม่สมบูรณ์
คำถามที่พบบ่อย — รับรองเอกสารไปออสเตรเลีย
เอกสารไทยที่จะใช้ในออสเตรเลีย ต้องรับรองอย่างไร?
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรอง → แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด (ถ้าจำเป็น) → นิติกรณ์กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) → รับรองต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทางในประเทศไทย
ออสเตรเลียรับ Apostille จากไทยได้หรือยัง?
ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก 1961 อยู่แล้ว ส่วนประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเมื่อ 30 มิถุนายน 2026 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ดังนั้นในช่วงก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางตามเดิม (ที่มา: hcch.net และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ)
หลังอนุสัญญามีผลกับไทยแล้ว ขั้นตอนจะเปลี่ยนอย่างไร?
ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งเป็นวันที่อนุสัญญากรุงเฮกมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย เอกสารสาธารณะของไทยที่จะใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille ใบเดียวจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทย โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางอีก (ยังคงต้องแปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด)
ต้องแปลเอกสารเป็นภาษาอะไรสำหรับออสเตรเลีย?
เอกสารภาษาไทยที่ยื่นต่อ Department of Home Affairs ต้องแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI และแสดงหมายเลข NAATI บนคำแปล
เอกสารที่ส่งไปออสเตรเลียบ่อยที่สุดคืออะไร?
Statutory Declaration สำหรับวีซ่าคู่ครอง (subclass 820/801, 309/100) · หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง · รับรองสำเนาเอกสารสำหรับ Department of Home Affairs · หนังสือมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินในออสเตรเลีย
จุดที่ทำให้เอกสารถูกปฏิเสธที่ออสเตรเลียมีอะไรบ้าง?
ใช้คำแปลที่ไม่มีตรา NAATI แล้วถูกขอเอกสารเพิ่ม (Request for More Information) · Commonwealth Statutory Declaration ต้องใช้แบบฟอร์มกลางและผู้รับรองที่อยู่ในรายชื่อที่กฎหมายกำหนด · สแกนไม่ครบทุกหน้ารวมหน้าที่ว่าง ทำให้เอกสารถือว่าไม่สมบูรณ์
ต้องมาลงนามต่อหน้าทนายเองไหม?
ต้องลงนามต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารด้วยตนเอง พร้อมแสดงหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนตัวจริง เอกสารที่ลงนามมาก่อนต้องลงนามใหม่ ส่วนการรับรองสำเนาถูกต้องต้องนำต้นฉบับมาแสดง
ค่าธรรมเนียมคิดอย่างไร?
ค่าบริการทนายคิดตามจำนวนฉบับและตราประทับ ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์กรมการกงสุลและค่าธรรมเนียมสถานทูตปลายทางคิดตามอัตราทางการของหน่วยงานนั้นแยกจากค่าบริการ ขอใบเสนอราคาก่อนเริ่มงานได้ทุกครั้ง
รับประกันว่าปลายทางจะรับเอกสารไหม?
ไม่ การยอมรับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง เราตรวจรูปแบบ ถ้อยคำรับรอง ตัวสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง อายุเอกสาร และลำดับขั้นการรับรองก่อนดำเนินการ และแก้ไขใหม่โดยไม่คิดค่าบริการหากข้อผิดพลาดเกิดจากฝั่งเรา
รับรองเอกสารตามประเภท
ประเทศปลายทางอื่น
แหล่งอ้างอิง
กรอบวิชาชีพอ้างอิง: ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร พ.ศ. 2551 · ข้อมูลอนุสัญญากรุงเฮกอ้างอิงประกาศ HCCH วันที่ 30 มิถุนายน 2026 และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และข้อกำหนดของแต่ละประเทศอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่



แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์เอกสาร
- • HCCH — Apostille Section
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ