ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

ล่ามในศาล (คดีอาญาและคดีแพ่ง)

สิทธิที่จะมีล่ามในการพิจารณาคดี การจัดหาล่ามโดยศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 บัญชีล่ามของสำนักงานศาลยุติธรรม การแปลเอกสารประกอบคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 46 และการสาบานตนของล่าม

ชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทยมีสิทธิได้ล่ามในศาลหรือไม่

มี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้ใช้ภาษาไทยในการพิจารณา และหากผู้ต้องหา จำเลย พยาน หรือผู้เสียหายไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้ ให้จัดหาล่ามแปลให้ ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล สิทธินี้ไม่ขึ้นกับสัญชาติหรือฐานะทางการเงินของคู่ความ

ศาลจัดหาล่ามให้เอง หรือคู่ความต้องหามาเอง

ศาลมีบัญชีล่ามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรมและสามารถแต่งตั้งล่ามให้ได้ แต่ในทางปฏิบัติภาษาที่ไม่ค่อยมีผู้ใช้ในพื้นที่อาจไม่มีล่ามในบัญชี คู่ความจึงมักเสนอชื่อล่ามเอกชนให้ศาลพิจารณาอนุญาต ควรแจ้งภาษาที่ต้องการล่วงหน้าตั้งแต่วันนัดแรกเพื่อไม่ให้ต้องเลื่อนคดี

ล่ามในศาลต้องสาบานตนหรือไม่

ต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนต่อศาลว่าจะแปลข้อความให้ถูกต้องตรงตามความจริงก่อนปฏิบัติหน้าที่ การแปลเท็จอาจเข้าข่ายความผิดอาญาได้ ล่ามจึงมีหน้าที่แปลทุกถ้อยคำตามที่พูดจริง ไม่สรุป ไม่เพิ่มเติม และไม่ให้คำแนะนำแก่คู่ความ

เอกสารภาษาต่างประเทศที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลต้องแปลหรือไม่

ต้องแปลเป็นภาษาไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 กำหนดให้ใช้ภาษาไทยในศาล และเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้องแนบมาด้วย ศาลอาจสั่งให้ทำคำแปลใหม่หากเห็นว่าคำแปลไม่น่าเชื่อถือ

ล่ามพูดของศาลกับผู้แปลเอกสารเป็นคนเดียวกันได้หรือไม่

ได้ในทางปฏิบัติ แต่เป็นคนละหน้าที่ ล่ามพูด (interpreter) ทำหน้าที่แปลคำเบิกความสด ส่วนผู้แปลเอกสาร (translator) รับรองคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษร งานทั้งสองอาจถูกโต้แย้งแยกกัน จึงควรระบุให้ชัดว่าใครรับรองอะไร

คู่ความสามารถคัดค้านล่ามที่ศาลตั้งได้หรือไม่

ได้ หากเห็นว่าล่ามแปลผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีส่วนได้เสียในคดี ควรแถลงต่อศาลทันทีในนัดนั้นและขอให้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา การปล่อยผ่านแล้วยกขึ้นอ้างภายหลังทำได้ยากกว่ามาก

ค่าตอบแทนล่ามในศาลใครเป็นผู้รับผิดชอบ

กรณีล่ามที่ศาลแต่งตั้งในคดีอาญา ค่าตอบแทนเบิกจากงบประมาณของศาลตามอัตราที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด ส่วนล่ามเอกชนที่คู่ความจัดหาเองในคดีแพ่งหรือเพื่อความสะดวกของฝ่ายตน คู่ความฝ่ายนั้นเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

การไกล่เกลี่ยและการสืบพยานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้ล่ามได้หรือไม่

ได้ ศาลยุติธรรมเปิดให้สืบพยานและไกล่เกลี่ยทางอิเล็กทรอนิกส์ในหลายกรณี ล่ามสามารถเข้าร่วมทางออนไลน์ได้เมื่อศาลอนุญาต ควรทดสอบเสียงและกำหนดจังหวะการแปลแบบพูดตาม (consecutive) ล่วงหน้า เพราะการแปลพร้อมทางออนไลน์มักทำให้บันทึกคำเบิกความคลาดเคลื่อน

ถูกเรียกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจแต่ไม่เข้าใจภาษาไทย ต้องทำอย่างไร

แจ้งพนักงานสอบสวนว่าไม่เข้าใจภาษาไทยและขอล่าม พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 อย่าลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การที่ยังไม่ได้รับการแปลให้เข้าใจ เพราะบันทึกนั้นจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

ผู้เสียหายที่ไปแจ้งความมีสิทธิขอล่ามหรือไม่

มี สิทธิในการมีล่ามครอบคลุมทั้งผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และพยาน หากไม่มีล่ามในขณะนั้น สามารถนัดหมายวันเวลาใหม่พร้อมล่ามได้ การแจ้งความที่คำบรรยายเหตุการณ์ผิดเพี้ยนมักทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้น

ใช้เพื่อนหรือคนรู้จักเป็นล่ามในชั้นสอบสวนได้หรือไม่

ในทางปฏิบัติทำได้หากพนักงานสอบสวนอนุญาต แต่ไม่แนะนำเมื่อบุคคลนั้นมีส่วนได้เสียในเรื่องเดียวกัน เช่น เป็นคู่กรณี คู่สมรส หรือหุ้นส่วน เพราะความเป็นกลางของล่ามอาจถูกโต้แย้งและกระทบน้ำหนักพยานหลักฐานในภายหลัง

บันทึกคำให้การที่แปลผิดแก้ไขภายหลังได้หรือไม่

แก้ไขได้ยากเมื่อลงลายมือชื่อไปแล้ว ทางที่ถูกต้องคือให้ล่ามอ่านทวนบันทึกทั้งฉบับก่อนลงชื่อ และขอให้พนักงานสอบสวนแก้ไขข้อความที่คลาดเคลื่อนทันที หากพบภายหลังต้องยื่นคำให้การเพิ่มเติมหรือโต้แย้งในชั้นศาลซึ่งใช้เวลาและมีน้ำหนักน้อยกว่า

จดทะเบียนหย่าที่อำเภอโดยฝ่ายต่างชาติไม่เข้าใจภาษาไทยทำได้ไหม

ทำได้ แต่การหย่าโดยความยินยอมต้องแสดงเจตนาชัดเจนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมพยานสองคน หากมีข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและทรัพย์สินแนบท้าย ควรมีล่ามและคำแปลของข้อตกลงนั้น เพราะเป็นส่วนที่มีผลผูกพันมากที่สุด

คำสาบาน (affidavit) ที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ ต้องมีล่ามไหมหากผู้สาบานเป็นคนไทย

ควรมี ผู้สาบานต้องเข้าใจข้อความที่ตนยืนยันว่าเป็นความจริง หากเอกสารเป็นภาษาอังกฤษและผู้สาบานไม่ถนัด ควรมีคำแปลไทยและล่ามอธิบายต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกโต้แย้งในต่างประเทศ

ไปทำหนังสือรับรองโสดที่สถานทูตต้องพาล่ามไปไหม

ขึ้นกับสถานทูตแต่ละแห่ง บางแห่งมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้ บางแห่งกำหนดให้ผู้ยื่นสาบานตนเป็นภาษาอังกฤษ หากไม่มั่นใจ ควรพาล่ามไป และตรวจสอบเงื่อนไขการนัดหมายจากเว็บไซต์ของสถานทูตนั้นก่อนล่วงหน้า

ล่ามพูดตามกับล่ามพูดพร้อมต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

ล่ามพูดตาม (consecutive) รอให้ผู้พูดจบประโยคหรือช่วงหนึ่งแล้วจึงแปล เหมาะกับการประชุมเจรจา งานราชการ และศาล เพราะแม่นยำและตรวจสอบได้ ส่วนล่ามพูดพร้อม (simultaneous) แปลไปพร้อมผู้พูดผ่านอุปกรณ์ เหมาะกับงานสัมมนาที่มีผู้ฟังจำนวนมากและต้องการความต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพล่ามหรือไม่

ไม่มีระบบใบอนุญาตล่ามกลางแบบบางประเทศ การยอมรับล่ามจึงขึ้นกับหน่วยงานที่ใช้งาน เช่น การขึ้นบัญชีล่ามกับสำนักงานศาลยุติธรรม หรือดุลพินิจของนายทะเบียนและเจ้าพนักงาน ผู้ใช้บริการจึงควรตรวจสอบประสบการณ์และผลงานที่ตรวจสอบได้ของล่ามแต่ละราย

จองล่ามล่วงหน้ากี่วันจึงเหมาะสม

งานราชการทั่วไปควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วันทำการ ส่วนงานศาล งานภาษาที่หายาก หรือช่วงเทศกาลควรจองล่วงหน้า 1–2 สัปดาห์ กรณีเร่งด่วนสามารถสอบถามคิวว่างกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

ติดต่อจัดหาล่ามกับทีมงานได้อย่างไร และมีค่าบริการเท่าไร

แจ้งภาษา วันเวลา สถานที่ ประเภทงาน (ศาล ตำรวจ อำเภอ ที่ดิน ตม. โรงพยาบาล หรือธุรกิจ) และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาที่ทีมงานทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เจ้าหน้าที่จะยืนยันคิวล่ามและแจ้งค่าบริการตามประเภทงานและระยะเวลาให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

จ้างล่ามศาลต้องจองล่วงหน้ากี่วัน และต้องเตรียมข้อมูลอะไรให้ล่าม

ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 5–7 วันทำการสำหรับภาษาอังกฤษ และ 10–14 วันสำหรับภาษาที่หาล่ามยาก เช่น รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ หรือภาษายุโรปเฉพาะถิ่น ข้อมูลที่ควรส่งให้ล่ามล่วงหน้าคือ ชื่อศาลและห้องพิจารณา หมายเลขคดี ประเภทคดี (อาญา/แพ่ง/ครอบครัว) วันเวลานัด รายชื่อคู่ความเพื่อตรวจการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น คำฟ้อง คำให้การ หรือสัญญาที่จะถูกอ้างถึง การได้อ่านศัพท์เฉพาะคดีล่วงหน้าช่วยลดความคลาดเคลื่อนในห้องพิจารณาได้มากที่สุด

ล่ามในชั้นสอบสวนที่สถานีตำรวจ ผู้ต้องหาต้องจ่ายเองหรือไม่

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามให้เมื่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่เข้าใจภาษาไทย โดยรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทนล่ามในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติหลายพื้นที่ไม่มีล่ามภาษานั้นในบัญชี ผู้ต้องหาหรือครอบครัวจึงมักจัดหาล่ามเอกชนมาเองเพื่อไม่ให้การสอบสวนล่าช้า กรณีนี้ผู้จัดหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และควรแจ้งชื่อล่ามให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ในสำนวนเพื่อความโปร่งใส

ถ้าล่ามแปลผิดในบันทึกคำให้การ จะแก้ไขภายหลังได้อย่างไร

ควรทักท้วงทันทีก่อนลงลายมือชื่อ เพราะบันทึกคำให้การที่ลงชื่อแล้วจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล วิธีที่ถูกต้องคือขอให้พนักงานสอบสวนอ่านทวนข้อความผ่านล่ามอีกครั้ง แล้วขอแก้ไขในเนื้อความพร้อมลงลายมือชื่อกำกับจุดที่แก้ หากพบความผิดพลาดภายหลัง ยังสามารถยื่นคำร้องขอสอบเพิ่มเติม หรือเบิกความอธิบายในชั้นพิจารณาว่าบันทึกไม่ตรงกับที่ให้การไว้ แต่ภาระในการชี้แจงจะหนักกว่าการทักท้วงตั้งแต่ต้นมาก

ล่ามพูดตาม (consecutive) กับล่ามพูดพร้อม (simultaneous) ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

ล่ามพูดตามคือผู้พูดหยุดเป็นช่วงแล้วล่ามจึงแปล เหมาะกับศาล สถานีตำรวจ อำเภอ สำนักงานที่ดิน และการลงนามสัญญา เพราะแม่นยำสูงและตรวจสอบย้อนได้ ใช้เวลาประมาณสองเท่าของการพูดปกติ ส่วนล่ามพูดพร้อมคือแปลไปพร้อมกับผู้พูดผ่านหูฟัง เหมาะกับสัมมนา ประชุมผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ หรืองานที่มีเวลาจำกัด แต่ต้องใช้ล่ามสองคนสลับกันทุก 20–30 นาทีและมีอุปกรณ์เสียง ต้นทุนจึงสูงกว่า งานราชการเกือบทั้งหมดในไทยใช้แบบพูดตาม

ล่ามที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอต้องมีคุณสมบัติอะไร

นายทะเบียนต้องมั่นใจว่าคู่สมรสฝ่ายที่ไม่เข้าใจภาษาไทยเข้าใจข้อความในทะเบียนสมรสและบันทึกข้อตกลงก่อนลงนาม โดยทั่วไปสำนักทะเบียนกำหนดให้ล่ามเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคู่กรณีหรือพยานในเรื่องเดียวกัน แสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และลงลายมือชื่อในฐานะผู้แปลไว้ในเอกสาร บางอำเภอกำหนดเพิ่มว่าต้องเป็นล่ามจากบริษัทที่จดทะเบียนหรือมีหนังสือรับรองการเป็นล่าม จึงควรโทรสอบถามอำเภอปลายทางก่อนนัดหมายทุกครั้ง

ค่าจ้างล่ามคิดอย่างไร คิดเป็นชั่วโมงหรือครึ่งวัน

งานราชการและงานศาลในไทยส่วนใหญ่คิดเป็นรอบครึ่งวัน (ไม่เกิน 4 ชั่วโมง) และเต็มวัน (ไม่เกิน 8 ชั่วโมง) เพราะต้องกันเวลารอคิวซึ่งคาดเดายาก ส่วนงานประชุมธุรกิจสั้น ๆ หรือการลงนามที่สำนักงานอาจคิดเป็นรายชั่วโมงโดยมีขั้นต่ำ 2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายที่มักคิดเพิ่มคือค่าเดินทางข้ามอำเภอหรือข้ามจังหวัด ค่าที่พักกรณีนัดเช้าตรู่ในต่างจังหวัด และค่าล่วงเวลาเมื่อเกินรอบที่ตกลง กรุณาสอบถามอัตราปัจจุบันกับทีมงานทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ใช้ล่ามผ่าน Zoom หรือโทรศัพท์แทนล่ามที่ไปด้วยตัวจริงได้หรือไม่

ได้ในบางงาน เช่น การประชุมธุรกิจ การนัดหมายโรงพยาบาลบางกรณี การคุยกับธนาคารเบื้องต้น หรือการปรึกษาก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ แต่งานที่ต้องลงลายมือชื่อรับรองการแปลต่อหน้าเจ้าพนักงาน เช่น ศาล อำเภอ สำนักงานที่ดิน และชั้นสอบสวน โดยหลักต้องมีล่ามอยู่ในสถานที่จริง เพราะเจ้าพนักงานต้องตรวจบัตรประจำตัวและให้ล่ามลงชื่อในเอกสาร หากคุณไม่แน่ใจ ควรถามหน่วยงานปลายทางล่วงหน้าและเตรียมล่ามแบบไปสถานที่จริงไว้เป็นแผนสำรอง

ต้องการล่ามภาษาที่หายากในภูเก็ต เช่น รัสเซีย เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี อาหรับ จัดหาได้หรือไม่

จัดหาได้ แต่ควรแจ้งล่วงหน้ามากกว่าภาษาอังกฤษ เนื่องจากจำนวนล่ามในพื้นที่จำกัดและมักมีคิวงานศาลอยู่แล้ว แนวทางที่เราใช้คือประสานล่ามในภูเก็ตก่อน หากไม่ว่างจึงจัดล่ามจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงพร้อมคิดค่าเดินทางตามจริง สำหรับภาษาที่หาล่ามในไทยได้ยากมาก บางกรณีใช้แนวทางล่ามสองทอด (relay) ผ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องแจ้งศาลหรือหน่วยงานให้ทราบและบันทึกไว้ในสำนวนเพื่อความโปร่งใส

ล่ามสามารถเป็นพยานในเอกสารเดียวกันได้หรือไม่

โดยหลักไม่ควร เพราะบทบาทของล่ามคือคนกลางที่ถ่ายทอดถ้อยคำ ส่วนพยานคือผู้รับรองการลงลายมือชื่อ การสวมสองบทบาทเปิดช่องให้ถูกโต้แย้งเรื่องความเป็นกลางและอาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธในภายหลัง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือจัดหาพยานอีกคนแยกต่างหาก และให้ล่ามลงลายมือชื่อในช่อง 'ผู้แปล' เท่านั้น ทั้งนี้ หน่วยงานบางแห่งอาจยืดหยุ่นได้ จึงควรถามเจ้าหน้าที่ปลายทางก่อนวันนัด

จะยกเลิกหรือเลื่อนนัดล่ามได้ภายในกี่ชั่วโมง

แนวปฏิบัติทั่วไปคือแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงสำหรับงานครึ่งวัน และ 48 ชั่วโมงสำหรับงานเต็มวันหรือการเดินทางข้ามจังหวัด เพราะล่ามได้กันคิวและอาจปฏิเสธงานอื่นไปแล้ว การเลื่อนที่เกิดจากศาลหรือหน่วยงานราชการเลื่อนเองมักไม่คิดค่าปรับ แต่ควรส่งหลักฐานหมายเลื่อนหรือข้อความจากเจ้าหน้าที่ให้เราทันที เพื่อจัดคิวใหม่ให้ตรงกับวันนัดถัดไปโดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการจองใหม่ทั้งหมด

ล่ามที่ขึ้นบัญชีศาลกับล่ามเอกชน ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ

ล่ามที่ขึ้นบัญชีของสำนักงานศาลยุติธรรมผ่านการคัดเลือกและได้รับค่าตอบแทนตามอัตราที่ทางราชการกำหนด ศาลเรียกใช้ได้ทันทีในคดีอาญาที่รัฐต้องจัดหาให้ ส่วนล่ามเอกชนคือผู้ที่คู่ความจัดหามาเองและเสนอต่อศาลเพื่อขออนุญาต ศาลจะพิจารณาความสามารถและความเป็นกลางก่อนอนุญาต ข้อดีของล่ามเอกชนคือเลือกคนที่คุ้นเคยศัพท์เฉพาะของคดีและเตรียมงานล่วงหน้าได้ ส่วนข้อควรระวังคือต้องไม่มีส่วนได้เสียกับคู่ความ

จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ ต้องใช้ล่ามกี่คนและต้องมีคุณสมบัติอะไร

สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตกำหนดให้มีล่ามอย่างน้อยหนึ่งคนเมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย เพราะนายทะเบียนต้องมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจข้อความในทะเบียนสมรสและให้ความยินยอมโดยสมัครใจ ล่ามต้องบรรลุนิติภาวะ นำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงไปแสดง ไม่ควรเป็นคู่สมรสเองหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของคู่สมรส และต้องลงลายมือชื่อในช่องล่ามพร้อมพยานสองคน บางอำเภอขอให้ล่ามเขียนคำรับรองสั้น ๆ ว่าได้แปลข้อความให้ฟังครบถ้วนแล้ว

ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจกับล่ามในชั้นศาลต่างกันอย่างไร

ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนเป็นผู้จัดหาหรืออนุญาตให้ผู้ต้องหานำล่ามมาเอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 คำแปลจะถูกบันทึกลงในบันทึกคำให้การซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานต่อไป ส่วนชั้นศาลล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณต่อหน้าศาลก่อนปฏิบัติหน้าที่ และแปลแบบต่อเนื่องประโยคต่อประโยคให้ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณา ความแตกต่างสำคัญคือชั้นศาลมีการบันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของคำแปลได้ทันทีโดยคู่ความอีกฝ่าย จึงควรใช้ล่ามที่มีประสบการณ์คดีในลักษณะเดียวกัน

ต้องเตรียมอะไรให้ล่ามล่วงหน้าเพื่อให้การแปลแม่นยำ

ส่งสำเนาเอกสารสำคัญให้ล่ามอ่านล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน ได้แก่ คำฟ้องหรือบันทึกคำให้การ สัญญาที่พิพาท รายชื่อคู่ความและพยาน คำศัพท์เฉพาะทางของธุรกิจหรืออาการทางการแพทย์ และชื่อเฉพาะที่สะกดยาก หากมีข้อมูลอ่อนไหวควรทำหนังสือรักษาความลับกำกับตามหลัก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเตรียมล่วงหน้าลดการหยุดถามกลางนัด ทำให้กระบวนพิจารณาสั้นลงและลดความเสี่ยงที่คำแปลจะคลาดเคลื่อนในประเด็นชี้ขาด

ค่าบริการล่ามคิดเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน และมีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้าง

งานในเขตเมืองมักคิดเป็นช่วงครึ่งวันหรือเต็มวัน เพราะนัดราชการและนัดศาลมักคาดเวลาสิ้นสุดไม่ได้ ส่วนงานสั้น เช่น เซ็นสัญญาที่สำนักงาน คิดรายชั่วโมงโดยมีขั้นต่ำ ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมคือค่าเดินทางข้ามจังหวัด ค่าที่พักหากนัดเช้าตรู่ ค่ารอกรณีศาลเลื่อนนัดในวันนั้น และค่าถอดเทปหรือคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษรหากต้องยื่นเป็นเอกสาร ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตเวลาและเงื่อนไขการเลื่อนนัดไว้ชัดเจน

ถ้าคู่ความไม่เห็นด้วยกับคำแปลของล่ามในศาล ทำอย่างไร

แจ้งต่อศาลทันทีในนัดนั้นเพื่อให้บันทึกข้อโต้แย้งลงในรายงานกระบวนพิจารณา ระบุถ้อยคำที่เห็นว่าคลาดเคลื่อนและคำแปลที่ถูกต้องตามความเข้าใจของฝ่ายตน ศาลอาจให้ล่ามทบทวนคำแปล ให้ทนายซักถามซ้ำเพื่อความชัดเจน หรือในกรณีที่ข้อโต้แย้งกระทบสาระสำคัญ อาจสั่งเปลี่ยนล่ามหรือเลื่อนนัด การปล่อยผ่านแล้วค่อยยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์ทำได้ยากกว่ามาก เพราะไม่มีบันทึกโต้แย้งไว้ในสำนวน

ล่ามทางไกลผ่านวิดีโอใช้ได้กับงานราชการไทยหรือไม่

ใช้ได้บางกรณีและขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงาน ศาลยุติธรรมมีแนวปฏิบัติการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดช่องให้ล่ามร่วมทางไกลได้เมื่อได้รับอนุญาต ส่วนสำนักทะเบียนอำเภอและงานที่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ มักยืนยันให้ล่ามอยู่ในสถานที่จริง เพราะล่ามต้องลงชื่อในแบบพิมพ์ ควรสอบถามหน่วยงานปลายทางก่อนทุกครั้ง และเตรียมแผนสำรองให้มีล่ามในพื้นที่หากถูกปฏิเสธหน้างาน

ล่ามต้องรับรองคำแปลเอกสารด้วยหรือไม่ ถ้าต้องยื่นเอกสารประกอบ

หน้าที่ล่ามคือแปลด้วยวาจาในเหตุการณ์ ส่วนเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานต้องเป็นคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษรที่รับรองแยกต่างหาก หากปลายทางเป็นกรมการกงสุล คำแปลต้องอยู่ในรูปแบบที่กองสัญชาติและนิติกรณ์รับพิจารณา หากปลายทางเป็นศาลหรือคู่สัญญาต่างประเทศ อาจต้องมีคำรับรองของผู้แปลและการรับรองลายมือชื่อเพิ่ม จึงควรแยกงบและเวลาสองส่วนเสมอ คือค่าล่ามในวันนัดและค่าคำแปลรับรองของเอกสาร

ถ้าล่ามที่จองไว้ยกเลิกกะทันหันในวันนัดศาล ควรทำอย่างไร

แจ้งทนายความและเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ทันทีก่อนเริ่มนัด เพื่อขอให้ศาลบันทึกเหตุขัดข้องและพิจารณาเลื่อนนัดหรืออนุญาตให้ใช้ล่ามสำรอง ไม่ควรให้ญาติหรือเพื่อนที่ไม่มีประสบการณ์ทำหน้าที่แทนในคดีที่มีโทษอาญา เพราะคำแปลที่ผิดพลาดอาจผูกพันในสำนวน ทางป้องกันคือทำสัญญาจ้างที่ระบุล่ามสำรองไว้ล่วงหน้า และขอเบอร์ติดต่อสำรองของผู้ให้บริการเพื่อเรียกคนแทนได้ภายในวันเดียว

ควรจองล่ามล่วงหน้ากี่วันสำหรับนัดศาลและภาษาที่หาล่ามยาก

งานภาษาอังกฤษในเขตเมืองจองล่วงหน้าสองถึงสามวันทำการมักเพียงพอ งานภาษาที่มีผู้ให้บริการน้อย เช่น อาหรับ ฮีบรู หรือภาษาในยุโรปเหนือ ควรจองล่วงหน้าหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ส่วนนัดศาลควรจองทันทีที่ทราบวันนัดเพราะกำหนดวันเปลี่ยนยาก และงานเร่งด่วนภายในวันเดียวกันทำได้เฉพาะเมื่อมีล่ามว่างในพื้นที่ ควรระบุสถานที่ เวลาเริ่ม เวลาที่คาดว่าจะเลิก และภาษาปลายทางให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อ

ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจต้องมีคุณสมบัติอะไร

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อผู้ต้องหาหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณว่าจะแปลตามความจริงและครบถ้วน โดยพนักงานสอบสวนจะบันทึกชื่อล่ามไว้ในสำนวน ในทางปฏิบัติสถานีตำรวจมักขอสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของล่าม พร้อมหลักฐานประสบการณ์ภาษาคู่นั้น

ล่ามในการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอทำหน้าที่อะไรบ้าง

ล่ามช่วยสื่อสารระหว่างนายทะเบียนกับคู่สมรสฝ่ายที่ไม่เข้าใจภาษาไทย ตั้งแต่การสอบถามคุณสมบัติ การอ่านข้อความในทะเบียนสมรส จนถึงการอธิบายผลทางกฎหมายก่อนลงลายมือชื่อ นายทะเบียนบางแห่งขอให้ล่ามลงชื่อเป็นพยานหรือบันทึกชื่อไว้ในเอกสาร จึงควรเตรียมบัตรแสดงตนไปด้วยทุกครั้ง

จำเป็นต้องใช้ล่ามคนละคนสำหรับการยื่นเอกสารกับการขึ้นศาลหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่งานศาลมีมาตรฐานสูงกว่า เพราะต้องแปลปากคำแบบต่อเนื่องและอาจถูกคู่ความคัดค้านคุณสมบัติ หากคดีมีศัพท์เฉพาะ เช่น การเงินหรือการแพทย์ ควรเลือกล่ามที่มีประสบการณ์สายนั้นโดยตรง และควรส่งเอกสารคดีให้ล่ามอ่านล่วงหน้า

ถ้าล่ามแปลผิดในชั้นศาลจะแก้ไขได้อย่างไร

คู่ความสามารถแถลงต่อศาลให้บันทึกข้อทักท้วงและขอให้ทวนคำแปลใหม่ในประเด็นนั้นได้ทันที หากเป็นสาระสำคัญ ศาลอาจให้เปลี่ยนล่ามหรือสืบพยานซ้ำ ดังนั้นควรมีทนายที่เข้าใจทั้งสองภาษาร่วมฟัง เพื่อจับข้อผิดพลาดได้ในวันนั้น

ต้องการล่ามหลายวันติดกันควรจัดการอย่างไร

ควรกำหนดตารางล่วงหน้าเป็นชุด ระบุช่วงเวลาและสถานที่ของแต่ละวัน และเตรียมล่ามสำรองสำหรับกรณีเจ็บป่วย งานสืบพยานต่อเนื่องหลายวันควรใช้ล่ามคนเดียวกันเพื่อความสม่ำเสมอของศัพท์ และทำอภิธานศัพท์ร่วมกันไว้ตั้งแต่วันแรก

หมวดอื่น ๆ

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ