ล่ามกับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney)
เมื่อผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อต้องมั่นใจว่าผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหา บทบาทของล่ามในการรับรองลายมือชื่อ คำสาบาน และหนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศ
หนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นไปโอนแทน ต้องมีล่ามด้วยไหม
ในวันลงนามหนังสือมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจต้องเข้าใจขอบเขตอำนาจที่มอบให้ หากลงนามในต่างประเทศ มักต้องผ่านการรับรองที่สถานทูตไทยหรือ Notary Public ท้องถิ่นและนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล ส่วนวันจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินการแทน
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อรับรองเอกสารที่ผู้ลงนามอ่านไม่ออกได้หรือไม่
ทำได้เมื่อมีการแปลให้ผู้ลงนามเข้าใจเนื้อหาก่อน เพราะการรับรองลายมือชื่อมีสาระสำคัญคือผู้ลงนามลงชื่อด้วยความสมัครใจและรู้ว่ากำลังลงนามในเรื่องใด แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือให้ล่ามอยู่ด้วยและระบุข้อเท็จจริงนั้นไว้ในคำรับรอง
คำสาบาน (affidavit) ที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ ต้องมีล่ามไหมหากผู้สาบานเป็นคนไทย
ควรมี ผู้สาบานต้องเข้าใจข้อความที่ตนยืนยันว่าเป็นความจริง หากเอกสารเป็นภาษาอังกฤษและผู้สาบานไม่ถนัด ควรมีคำแปลไทยและล่ามอธิบายต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกโต้แย้งในต่างประเทศ
หนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศต้องทำสองภาษาหรือไม่
ไม่บังคับ แต่แนวปฏิบัติที่ดีคือทำสองภาษาในฉบับเดียวกัน (คู่คอลัมน์) เพื่อให้ทั้งผู้มอบอำนาจและหน่วยงานปลายทางอ่านได้ พร้อมระบุว่าภาษาใดใช้บังคับกรณีข้อความขัดกัน
กรมการกงสุลรับรองคำแปลโดยล่ามคนใดก็ได้หรือไม่
การรับรองนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเป็นการรับรองลายมือชื่อของผู้มีอำนาจหรือความถูกต้องของคำแปลตามหลักเกณฑ์ที่กรมกำหนด ผู้แปลควรลงชื่อรับรองคำแปลพร้อมข้อมูลติดต่อ และคำแปลต้องตรงกับต้นฉบับทุกรายละเอียด รวมถึงตัวเลข วันที่ และการสะกดชื่อ
เมื่อไทยเข้าเป็นภาคี Apostille แล้ว ยังต้องใช้ล่ามและคำแปลอยู่ไหม
ยังต้องใช้ Apostille ซึ่งจะมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นการรับรองลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือแทนคำแปล หน่วยงานปลายทางยังคงขอคำแปลในภาษาราชการของตนตามเดิม
ล่ามกับทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) ทำงานร่วมกันอย่างไร
เมื่อผู้ลงนามไม่เข้าใจภาษาของเอกสาร ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อต้องมั่นใจว่าผู้ลงนามเข้าใจสาระสำคัญและลงนามด้วยความสมัครใจ จึงมักให้ล่ามแปลเอกสารทั้งฉบับให้ฟังต่อหน้า แล้วบันทึกในคำรับรองว่ามีการแปลโดยล่ามชื่ออะไร ภาษาใด และล่ามลงลายมือชื่อไว้ด้วย ขั้นตอนนี้สำคัญมากกับหนังสือมอบอำนาจข้ามประเทศและ affidavit เพราะหน่วยงานปลายทางอาจปฏิเสธเอกสารที่ไม่มีบันทึกการแปล
ล่ามต้องรับรองคำแปลเอกสารด้วยหรือไม่ ถ้าต้องยื่นเอกสารประกอบ
หน้าที่ล่ามคือแปลด้วยวาจาในเหตุการณ์ ส่วนเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานต้องเป็นคำแปลเป็นลายลักษณ์อักษรที่รับรองแยกต่างหาก หากปลายทางเป็นกรมการกงสุล คำแปลต้องอยู่ในรูปแบบที่กองสัญชาติและนิติกรณ์รับพิจารณา หากปลายทางเป็นศาลหรือคู่สัญญาต่างประเทศ อาจต้องมีคำรับรองของผู้แปลและการรับรองลายมือชื่อเพิ่ม จึงควรแยกงบและเวลาสองส่วนเสมอ คือค่าล่ามในวันนัดและค่าคำแปลรับรองของเอกสาร
หมวดอื่น ๆ
แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ป.วิ.อ. มาตรา 13 และ ป.วิ.พ. มาตรา 46 (krisdika.go.th)
- • สำนักงานศาลยุติธรรม — ล่ามและอัตราค่าตอบแทนล่ามของศาล (coj.go.th)
- • สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง — งานทะเบียนครอบครัว (bora.dopa.go.th)
- • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (immigration.go.th)
- • กรมที่ดิน — การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (dol.go.th)
- • สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ — ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (lawyerscouncil.or.th)
- • กรมการกงสุล — นิติกรณ์และรับรองคำแปล (consular.mfa.go.th)
- • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — PDPA (pdpc.or.th)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ