ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

ล่ามชั้นสอบสวนและสถานีตำรวจ

การแจ้งความ การให้ปากคำ การสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจภาษาไทย หน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการจัดหาล่าม การลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การ และประเด็นที่ทำให้บันทึกถูกโต้แย้งภายหลัง

ชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทยมีสิทธิได้ล่ามในศาลหรือไม่

มี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้ใช้ภาษาไทยในการพิจารณา และหากผู้ต้องหา จำเลย พยาน หรือผู้เสียหายไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้ ให้จัดหาล่ามแปลให้ ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล สิทธินี้ไม่ขึ้นกับสัญชาติหรือฐานะทางการเงินของคู่ความ

ถูกเรียกไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจแต่ไม่เข้าใจภาษาไทย ต้องทำอย่างไร

แจ้งพนักงานสอบสวนว่าไม่เข้าใจภาษาไทยและขอล่าม พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 อย่าลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การที่ยังไม่ได้รับการแปลให้เข้าใจ เพราะบันทึกนั้นจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

ผู้เสียหายที่ไปแจ้งความมีสิทธิขอล่ามหรือไม่

มี สิทธิในการมีล่ามครอบคลุมทั้งผู้ต้องหา ผู้เสียหาย และพยาน หากไม่มีล่ามในขณะนั้น สามารถนัดหมายวันเวลาใหม่พร้อมล่ามได้ การแจ้งความที่คำบรรยายเหตุการณ์ผิดเพี้ยนมักทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้น

ใช้เพื่อนหรือคนรู้จักเป็นล่ามในชั้นสอบสวนได้หรือไม่

ในทางปฏิบัติทำได้หากพนักงานสอบสวนอนุญาต แต่ไม่แนะนำเมื่อบุคคลนั้นมีส่วนได้เสียในเรื่องเดียวกัน เช่น เป็นคู่กรณี คู่สมรส หรือหุ้นส่วน เพราะความเป็นกลางของล่ามอาจถูกโต้แย้งและกระทบน้ำหนักพยานหลักฐานในภายหลัง

บันทึกคำให้การที่แปลผิดแก้ไขภายหลังได้หรือไม่

แก้ไขได้ยากเมื่อลงลายมือชื่อไปแล้ว ทางที่ถูกต้องคือให้ล่ามอ่านทวนบันทึกทั้งฉบับก่อนลงชื่อ และขอให้พนักงานสอบสวนแก้ไขข้อความที่คลาดเคลื่อนทันที หากพบภายหลังต้องยื่นคำให้การเพิ่มเติมหรือโต้แย้งในชั้นศาลซึ่งใช้เวลาและมีน้ำหนักน้อยกว่า

ล่ามในชั้นสอบสวนต้องลงลายมือชื่อในเอกสารด้วยหรือไม่

โดยปกติล่ามจะลงลายมือชื่อรับรองว่าได้แปลข้อความให้ผู้ให้ถ้อยคำเข้าใจแล้ว พร้อมระบุชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประจำตัว ข้อมูลนี้ทำให้สามารถเรียกล่ามมาเบิกความยืนยันได้ในภายหลัง

คดีจราจรหรือคดีเล็กน้อยจำเป็นต้องใช้ล่ามไหม

แม้เป็นคดีเปรียบเทียบปรับ ผู้ต้องหาก็ควรเข้าใจข้อกล่าวหาและผลของการยอมเสียค่าปรับ เพราะการยอมรับผิดอาจมีผลต่อประวัติและต่อการต่อวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานในอนาคต การมีล่ามช่วยให้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้อง

ติดต่อจัดหาล่ามกับทีมงานได้อย่างไร และมีค่าบริการเท่าไร

แจ้งภาษา วันเวลา สถานที่ ประเภทงาน (ศาล ตำรวจ อำเภอ ที่ดิน ตม. โรงพยาบาล หรือธุรกิจ) และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาที่ทีมงานทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เจ้าหน้าที่จะยืนยันคิวล่ามและแจ้งค่าบริการตามประเภทงานและระยะเวลาให้ทราบก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ล่ามในชั้นสอบสวนที่สถานีตำรวจ ผู้ต้องหาต้องจ่ายเองหรือไม่

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาล่ามให้เมื่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่เข้าใจภาษาไทย โดยรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าตอบแทนล่ามในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติหลายพื้นที่ไม่มีล่ามภาษานั้นในบัญชี ผู้ต้องหาหรือครอบครัวจึงมักจัดหาล่ามเอกชนมาเองเพื่อไม่ให้การสอบสวนล่าช้า กรณีนี้ผู้จัดหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และควรแจ้งชื่อล่ามให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ในสำนวนเพื่อความโปร่งใส

ถ้าล่ามแปลผิดในบันทึกคำให้การ จะแก้ไขภายหลังได้อย่างไร

ควรทักท้วงทันทีก่อนลงลายมือชื่อ เพราะบันทึกคำให้การที่ลงชื่อแล้วจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล วิธีที่ถูกต้องคือขอให้พนักงานสอบสวนอ่านทวนข้อความผ่านล่ามอีกครั้ง แล้วขอแก้ไขในเนื้อความพร้อมลงลายมือชื่อกำกับจุดที่แก้ หากพบความผิดพลาดภายหลัง ยังสามารถยื่นคำร้องขอสอบเพิ่มเติม หรือเบิกความอธิบายในชั้นพิจารณาว่าบันทึกไม่ตรงกับที่ให้การไว้ แต่ภาระในการชี้แจงจะหนักกว่าการทักท้วงตั้งแต่ต้นมาก

ล่ามพูดตาม (consecutive) กับล่ามพูดพร้อม (simultaneous) ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

ล่ามพูดตามคือผู้พูดหยุดเป็นช่วงแล้วล่ามจึงแปล เหมาะกับศาล สถานีตำรวจ อำเภอ สำนักงานที่ดิน และการลงนามสัญญา เพราะแม่นยำสูงและตรวจสอบย้อนได้ ใช้เวลาประมาณสองเท่าของการพูดปกติ ส่วนล่ามพูดพร้อมคือแปลไปพร้อมกับผู้พูดผ่านหูฟัง เหมาะกับสัมมนา ประชุมผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ หรืองานที่มีเวลาจำกัด แต่ต้องใช้ล่ามสองคนสลับกันทุก 20–30 นาทีและมีอุปกรณ์เสียง ต้นทุนจึงสูงกว่า งานราชการเกือบทั้งหมดในไทยใช้แบบพูดตาม

ใช้ล่ามผ่าน Zoom หรือโทรศัพท์แทนล่ามที่ไปด้วยตัวจริงได้หรือไม่

ได้ในบางงาน เช่น การประชุมธุรกิจ การนัดหมายโรงพยาบาลบางกรณี การคุยกับธนาคารเบื้องต้น หรือการปรึกษาก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ แต่งานที่ต้องลงลายมือชื่อรับรองการแปลต่อหน้าเจ้าพนักงาน เช่น ศาล อำเภอ สำนักงานที่ดิน และชั้นสอบสวน โดยหลักต้องมีล่ามอยู่ในสถานที่จริง เพราะเจ้าพนักงานต้องตรวจบัตรประจำตัวและให้ล่ามลงชื่อในเอกสาร หากคุณไม่แน่ใจ ควรถามหน่วยงานปลายทางล่วงหน้าและเตรียมล่ามแบบไปสถานที่จริงไว้เป็นแผนสำรอง

ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจกับล่ามในชั้นศาลต่างกันอย่างไร

ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนเป็นผู้จัดหาหรืออนุญาตให้ผู้ต้องหานำล่ามมาเอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 คำแปลจะถูกบันทึกลงในบันทึกคำให้การซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานต่อไป ส่วนชั้นศาลล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณต่อหน้าศาลก่อนปฏิบัติหน้าที่ และแปลแบบต่อเนื่องประโยคต่อประโยคให้ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณา ความแตกต่างสำคัญคือชั้นศาลมีการบันทึกและตรวจสอบความถูกต้องของคำแปลได้ทันทีโดยคู่ความอีกฝ่าย จึงควรใช้ล่ามที่มีประสบการณ์คดีในลักษณะเดียวกัน

ต้องเตรียมอะไรให้ล่ามล่วงหน้าเพื่อให้การแปลแม่นยำ

ส่งสำเนาเอกสารสำคัญให้ล่ามอ่านล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน ได้แก่ คำฟ้องหรือบันทึกคำให้การ สัญญาที่พิพาท รายชื่อคู่ความและพยาน คำศัพท์เฉพาะทางของธุรกิจหรืออาการทางการแพทย์ และชื่อเฉพาะที่สะกดยาก หากมีข้อมูลอ่อนไหวควรทำหนังสือรักษาความลับกำกับตามหลัก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเตรียมล่วงหน้าลดการหยุดถามกลางนัด ทำให้กระบวนพิจารณาสั้นลงและลดความเสี่ยงที่คำแปลจะคลาดเคลื่อนในประเด็นชี้ขาด

ต้องใช้ล่ามภาษาอะไรบ้างที่พบบ่อยในภูเก็ตและอันดามัน

ภาษาที่ขอใช้บ่อยที่สุดคืออังกฤษ รัสเซีย จีนกลาง เยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษาในกลุ่มสแกนดิเนเวีย รองลงมาคืออาหรับ เกาหลี ญี่ปุ่น และภาษาในกลุ่มยุโรปตะวันออก งานที่ขอล่ามมากคือจดทะเบียนสมรส การให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนจากอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล การเซ็นสัญญาซื้อขายห้องชุด และการเจรจากับบริษัทประกันในโรงพยาบาล ควรจองล่ามภาษาที่หายากล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพราะจำนวนผู้ให้บริการมีจำกัด

ล่ามในชั้นสอบสวนของตำรวจต้องมีคุณสมบัติอะไร

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อผู้ต้องหาหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณว่าจะแปลตามความจริงและครบถ้วน โดยพนักงานสอบสวนจะบันทึกชื่อล่ามไว้ในสำนวน ในทางปฏิบัติสถานีตำรวจมักขอสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของล่าม พร้อมหลักฐานประสบการณ์ภาษาคู่นั้น

จำเป็นต้องใช้ล่ามคนละคนสำหรับการยื่นเอกสารกับการขึ้นศาลหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่งานศาลมีมาตรฐานสูงกว่า เพราะต้องแปลปากคำแบบต่อเนื่องและอาจถูกคู่ความคัดค้านคุณสมบัติ หากคดีมีศัพท์เฉพาะ เช่น การเงินหรือการแพทย์ ควรเลือกล่ามที่มีประสบการณ์สายนั้นโดยตรง และควรส่งเอกสารคดีให้ล่ามอ่านล่วงหน้า

ใช้ญาติหรือเพื่อนเป็นล่ามในงานราชการได้หรือไม่

บางหน่วยงานยอมรับในงานที่ไม่ใช่คดี แต่หลายแห่งไม่ยอมรับผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น เพราะเสี่ยงต่อความเป็นกลาง งานที่มีผลทางกฎหมายชัดเจน เช่น การสอบปากคำ การจดทะเบียนสถานะบุคคล หรือการทำนิติกรรม ควรใช้ล่ามภายนอกที่ไม่มีส่วนได้เสีย

หมวดอื่น ๆ

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ