ขั้นตอนและการจองคิว
รวมขั้นตอนยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ทั้งจองคิวออนไลน์ e-Legalization ยื่นทางไปรษณีย์ และบริการด่วน พร้อมระยะเวลาและเอกสารที่ต้องเตรียมจริง
รวม 63 คำถามในหมวดนี้ — ตอบโดยทีมทนายผู้รับมอบอำนาจ อัปเดต 2026
Q1.รับรองเอกสารที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ต้องจองคิวล่วงหน้าไหม?
ปัจจุบันกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (ศูนย์ราชการฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ) เปิดรับทั้งแบบ Walk-in และแบบจองคิวออนไลน์ผ่านระบบ e-Legalization ช่วงเช้า 08:00–11:30 คิวจะยาวที่สุด แนะนำจองล่วงหน้า 1–3 วันทำการ หรือใช้บริการเอเจนซี่รับยื่นแทน ซึ่งมีคิวผู้แทนนิติบุคคลแยกและไม่ต้องเดินทางเอง
Q2.รับรองนิติกรณ์เอกสารกับกระทรวงการต่างประเทศใช้เวลากี่วันทำการ?
แบบปกติ (Normal) ใช้เวลา 2–3 วันทำการนับจากวันยื่น แบบด่วน (Express) รับได้ภายในวันเดียวกันหากยื่นก่อน 11:30 น. ส่วนการยื่นทางไปรษณีย์ใช้เวลาประมาณ 5–10 วันทำการรวมเวลาขนส่ง หากส่งผ่านเอเจนซี่แบบ door-to-door ทั่วประเทศ ปกติจบใน 3–5 วันทำการ
Q3.ค่าธรรมเนียมรับรองเอกสารกงสุลเท่าไหร่ต่อฉบับ?
ค่าธรรมเนียมราชการอยู่ที่ 200 บาทต่อตราประทับ (ต่อฉบับ) สำหรับแบบปกติ และ 400 บาทต่อฉบับสำหรับแบบด่วนภายในวันเดียว หากมีการแปลเอกสารจะมีค่าแปลแยกตามภาษาและจำนวนหน้า ส่วนค่าบริการเอเจนซี่รับเดินเรื่องเริ่มต้นประมาณ 1,500–2,500 บาทต่อชุด รวมค่าเดินทางและติดตามผล
Q4.มอบอำนาจให้คนอื่นไปยื่นรับรองกงสุลแทนได้ไหม?
ได้ครับ ผู้รับมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง หากผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ ต้องให้สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทยรับรองลายมือชื่อ หรือใช้ Notary Public ในประเทศนั้นแล้วผ่าน Apostille ก่อนส่งกลับไทย
Q5.แปลเอกสารเองแล้วนำไปให้กงสุลรับรองคำแปลได้ไหม?
ทำได้ในทางเทคนิค แต่กรมการกงสุลจะตรวจความถูกต้องของคำแปลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการสะกดชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เลขที่เอกสาร วันที่แบบสากล และรูปแบบตาราง หากผิดแม้จุดเดียวจะถูกตีกลับและต้องยื่นใหม่ จึงแนะนำใช้นักแปลที่มีประสบการณ์ยื่นกงสุลเพื่อลดความเสี่ยงการตีกลับซึ่งเสียเวลาอีก 2–3 วันทำการ
Q6.รับรองเอกสารกงสุลด่วน 1 วัน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ต้องยื่นด้วยตนเองหรือผู้รับมอบอำนาจที่เคาน์เตอร์ก่อน 11:30 น. เสียค่าธรรมเนียม 400 บาทต่อฉบับ และปกติจำกัดจำนวนไม่เกิน 5–10 ฉบับต่อผู้ยื่นต่อวัน เอกสารต้องครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่แรก เพราะไม่มีเวลาแก้ไข รับเอกสารคืนช่วงบ่ายวันเดียวกันประมาณ 14:30–16:00 น.
Q7.อยู่ต่างจังหวัดจะรับรองกงสุลอย่างไรโดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ?
ส่งเอกสารตัวจริงพร้อมหนังสือมอบอำนาจมาทางไปรษณีย์ EMS/Kerry/Flash ให้ทีมงานที่กรุงเทพฯ ยื่นแทน เมื่อเสร็จเราส่งคืนแบบลงทะเบียนพร้อมเลขติดตาม ลูกค้าภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และหาดใหญ่ ใช้เส้นทางนี้เป็นมาตรฐาน รวมเวลาไป-กลับประมาณ 5–7 วันทำการ
Q8.เอกสารการศึกษา (ปริญญาบัตร/ทรานสคริปต์) รับรองกงสุลอย่างไร?
ขั้นแรกให้มหาวิทยาลัยออกฉบับจริงหรือสำเนาที่นายทะเบียนรับรองพร้อมลายเซ็นสด จากนั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงชื่อ-สกุลตามพาสปอร์ต แล้วยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล หากปลายทางเป็นประเทศภาคี Apostille ก็จบที่ขั้นนี้ ถ้าไม่ใช่ต้องนำไปประทับตราสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกหนึ่งขั้น
Q9.หนังสือมอบอำนาจ (POA) ที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านกี่ขั้นตอน?
โดยทั่วไป 3 ขั้นตอน คือ 1) ลงนามต่อหน้าทนายความ Notary Public ในไทยเพื่อรับรองลายมือชื่อ 2) รับรองนิติกรณ์/Apostille ที่กรมการกงสุล และ 3) หากปลายทางไม่ใช่ประเทศภาคี Apostille ให้ประทับตราสถานทูตปลายทางเพิ่ม สำหรับ POA อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯ ควรใช้ฟอร์มของรัฐนั้นและมี Notarial Certificate แนบ
Q10.ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance) ต้องผ่านกงสุลด้วยไหม?
ต้องครับ หากใช้ยื่นวีซ่า ถิ่นที่อยู่ หรือใบอนุญาตทำงานในต่างประเทศ ขั้นตอนคือขอ PCSC จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมารับรองที่กรมการกงสุลเป็น Apostille หรือ legalization ตามประเทศปลายทาง เราให้บริการรวมชุดเดียวจบตั้งแต่พิมพ์ลายนิ้วมือจนถึง DHL ปลายทาง
Q11.ค่าบริการเดินเรื่องกงสุลแบบครบวงจรของทีมงานเท่าไหร่?
แพ็กเกจมาตรฐานเริ่มต้น 1,500 บาทต่อชุดเอกสาร (รวมรับ-ส่งเอกสาร ยื่น และติดตาม) บวกค่าธรรมเนียมราชการ 200/400 บาทต่อฉบับ ค่าแปลตามภาษา และค่าส่ง DHL ระหว่างประเทศตามน้ำหนัก เรายืนยันราคาทั้งชุดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
Q12.ตราประทับกงสุลมีอายุการใช้งานกี่เดือน?
ตราประทับเองไม่มีวันหมดอายุตามกฎหมายไทย แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดว่าเอกสารต้องออก/รับรองไม่เกิน 3 เดือน (สถานทูตยุโรปส่วนใหญ่) หรือ 6 เดือน (สหรัฐฯ ออสเตรเลีย) ก่อนวันยื่น จึงควรวางแผนให้การรับรองใกล้กับวันยื่นจริงมากที่สุด
Q13.ยื่นสถานทูตปลายทางเองได้ไหม หรือควรให้ตัวแทนยื่น?
สถานทูตส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เช่น จีน เวียดนาม UAE ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ กำหนดให้ยื่นเฉพาะเวลาเช้า และหลายแห่งรับเฉพาะตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนไว้กับฝ่ายกงสุล ถ้ายื่นเองต้องเตรียมพาสปอร์ตตัวจริง แบบฟอร์มเฉพาะของสถานทูต และค่าธรรมเนียมเป็นเงินสด การใช้ตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธเพราะรายละเอียดแบบฟอร์มไม่ตรงรูปแบบ
Q14.เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุดเพราะสาเหตุอะไร?
สามอันดับแรกคือ (1) การสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหน้าพาสปอร์ต (2) ใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองจากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร เช่น ถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านเองโดยไม่ได้ให้ที่ว่าการอำเภอรับรอง และ (3) เอกสารเก่าเกินกรอบเวลาที่ปลายทางกำหนด เราจึงทำ pre-check ทุกฉบับเทียบ checklist ของหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นเสมอ
Q15.รับรองกงสุลจากภูเก็ตหรือต่างจังหวัดโดยไม่ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ ได้ไหม?
ได้ครับ เราทำงานแบบ door-to-door ทั่วประเทศ ลูกค้าส่งเอกสารตัวจริงพร้อมหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาทและสำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตมาที่สำนักงาน เราดำเนินการแปล รับรองคำแปล ยื่นกรมการกงสุล และสถานทูตปลายทางให้ครบ แล้วส่งกลับทางขนส่งที่ติดตามได้ ปกติจบใน 3–5 วันทำการสำหรับเส้นทางมาตรฐาน
Q16.ไทยจะเริ่มใช้ Apostille จริงเมื่อไหร่ และก่อนหน้านั้นต้องทำอย่างไร?
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) ตามตารางสถานะของ HCCH ดังนั้นในปี 2026 เอกสารที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องเดินเส้นทางเดิมคือ รับรองคำแปล/นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วประทับตราสถานทูตปลายทางในกรุงเทพฯ ถ้างานของคุณมีกำหนดยื่นหลังวันดังกล่าว จึงค่อยวางแผนใช้ Apostille ใบเดียว
Q17.ยื่นนิติกรณ์ทางไปรษณีย์ต้องแนบอะไรบ้าง?
แนบเอกสารตัวจริงพร้อมคำแปล คำร้องขอรับรองเอกสารที่กรอกครบ สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร ค่าธรรมเนียมตามจำนวนตราประทับ และซองเปล่าติดแสตมป์/ใบส่งพัสดุสำหรับส่งคืนพร้อมที่อยู่ชัดเจน แนะนำใส่เบอร์โทรและอีเมลไว้ด้วยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เมื่อพบข้อบกพร่อง ซึ่งช่วยลดรอบการส่งกลับ-ส่งใหม่
Q18.ถ้าเอกสารถูกตีกลับ ต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่ไหม?
ถ้าเอกสารถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นตรวจรับ (ยังไม่รับชำระ) จะไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ถ้ารับเรื่องและประทับตราไปแล้วภายหลังพบว่าคำแปลผิดจนต้องแก้ ต้องยื่นใหม่และชำระค่าธรรมเนียมต่อฉบับใหม่ตามอัตราปกติ เพราะค่าธรรมเนียมผูกกับจำนวนตราประทับที่ออก ไม่ใช่กับจำนวนครั้งที่ยื่น
Q19.ชื่อ-สกุลในคำแปลต้องสะกดตามอะไรเป็นหลัก?
ยึดตามหน้าหนังสือเดินทางเป็นหลักเสมอ เพราะหน่วยงานปลายทางจะเทียบกับพาสปอร์ต ถ้าเคยใช้สะกดแบบอื่นในเอกสารเก่า ให้ระบุเป็นวงเล็บกำกับหรือทำหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกัน (One and the Same Person) แล้วรับรองผ่านนิติกรณ์ควบคู่กัน จะช่วยกันปัญหาตอนยื่นวีซ่าหรือจดทะเบียนสมรสต่างประเทศ
Q20.เอกสารที่ใช้ พ.ศ. ต้องแปลงเป็น ค.ศ. หรือไม่?
ต้องแปลงครับ คำแปลภาษาอังกฤษต้องระบุปีเป็นคริสต์ศักราชและใช้รูปแบบวันที่ที่ไม่กำกวม เช่น 15 March 2026 การคงเลข 2569 ไว้ในคำแปลเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อย และอาจทำให้ปลายทางคำนวณอายุหรือวันหมดอายุผิด ทีมแปลของเราตรวจจุดนี้เป็นรายการบังคับก่อนยื่นทุกครั้ง
Q21.เอกสารหลายฉบับเย็บรวมกัน นับค่าธรรมเนียมอย่างไร?
นับตามจำนวน 'ตราประทับ' ที่ออก ไม่ใช่ตามชุด โดยทั่วไปหนึ่งเอกสารต้นฉบับพร้อมคำแปลจะได้รับตราประทับตามรายการที่ขอรับรอง เช่น รับรองคำแปลหนึ่งตรา หากขอรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่บนต้นฉบับด้วยก็เป็นอีกตรา จึงควรระบุให้ชัดตั้งแต่ยื่นว่าปลายทางต้องการรับรองแบบใด เพื่อไม่ให้จ่ายเกินหรือได้ตราไม่ครบ
Q22.เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ดาวน์โหลดมา (e-Document) ใช้ยื่นนิติกรณ์ได้ไหม?
ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เอกสารที่ออกจากระบบราชการและตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคลแบบ e-Certificate บางประเภท อาจใช้ได้เมื่อมีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก แต่โดยหลักปฏิบัติกองสัญชาติและนิติกรณ์ยังต้องการฉบับที่มีลายมือชื่อและตราประทับจริงของนายทะเบียน จึงควรคัดฉบับกระดาษจากหน่วยงานผู้ออกไว้ก่อนเสมอ
Q23.หนังสือรับรองความประพฤติมีอายุเท่าไหร่ก่อนรับรองกงสุล?
ตัวเอกสารจากศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ระบุวันหมดอายุไว้บนเอกสาร แต่ประเทศปลายทางมักกำหนดว่าต้องออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือนก่อนวันยื่น จึงควรขอเอกสาร แปล และรับรองให้ต่อเนื่องกันภายในกรอบเวลานั้น ไม่ควรขอไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้วค่อยรับรอง
Q24.แปลเอกสารโดย AI หรือโปรแกรมแปลอัตโนมัติ ยื่นกงสุลได้ไหม?
ไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ คำแปลที่ยื่นนิติกรณ์ต้องถูกต้องตรงต้นฉบับทั้งชื่อเฉพาะ เลขที่เอกสาร ชื่อหน่วยงาน และรูปแบบตาราง เครื่องมือแปลอัตโนมัติมักแปลชื่อหน่วยงานราชการผิด สลับลำดับวันที่ และตัดข้อความในตราประทับทิ้ง ซึ่งเป็นเหตุให้ถูกตีกลับ ควรให้นักแปลที่มีประสบการณ์ตรวจและรับผิดชอบคำแปลเสมอ
Q25.เอกสารที่รับรองแล้วต้องการหลายชุด ทำอย่างไรให้ประหยัดที่สุด?
ขอคัดต้นฉบับจากหน่วยงานผู้ออกหลายชุดพร้อมกันตั้งแต่แรก แล้วยื่นรับรองพร้อมกันในรอบเดียว จะเสียเพียงค่าธรรมเนียมต่อฉบับ ไม่ต้องเสียค่าเดินทางและค่าบริการซ้ำ การถ่ายสำเนาเอกสารที่ประทับตรากงสุลแล้วไปใช้ต่อมักไม่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานปลายทาง เพราะต้องเห็นตราและลายมือชื่อจริง
Q26.คนต่างชาติที่อยู่ในไทยจะรับรองเอกสารของประเทศตัวเองได้ที่ไหน?
ต้องเริ่มที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศตนในกรุงเทพฯ เพื่อรับรองเอกสารหรือลายมือชื่อก่อน จากนั้นนำมารับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่สถานทูตนั้นที่กรมการกงสุลไทย เอกสารจึงจะใช้กับหน่วยราชการไทยได้ หากต้องยื่นกับหน่วยงานไทย ต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลเพิ่มอีกขั้น
Q27.งานเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมงทำได้จริงหรือไม่?
ทำได้เฉพาะกรณีที่เอกสารต้นฉบับพร้อมสมบูรณ์และคำแปลเสร็จแล้ว โดยยื่นแบบด่วนก่อน 11:30 น. รับคืนช่วงบ่ายวันเดียวกัน แต่ถ้ายังต้องคัดเอกสารจากอำเภอ ขอเอกสารจาก DBD หรือรอสถานทูตปลายทาง จะไม่สามารถจบใน 24 ชั่วโมงได้ เพราะสถานทูตส่วนใหญ่มีรอบทำการของตนเอง 2–7 วันทำการ
Q28.การรับรองคำแปลกับการรับรองลายมือชื่อ ต่างกันอย่างไร?
การรับรองคำแปลคือกรมการกงสุลตรวจว่าคำแปลถูกต้องตรงกับต้นฉบับ ส่วนการรับรองลายมือชื่อคือการยืนยันว่าลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือทนายความ Notary Public เป็นของจริงตามฐานข้อมูล งานส่วนใหญ่ต้องทำทั้งสองอย่างต่อเนื่องกัน และปลายทางบางแห่งระบุเจาะจงว่าต้องการแบบใด ควรถามให้ชัดก่อนยื่น
Q29.ทำไมบางสถานทูตยังขอเอกสารรับรองจากกรมการกงสุลทั้งที่มี Apostille แล้ว?
เพราะอนุสัญญาเฮกใช้บังคับเฉพาะระหว่างรัฐภาคีที่ไม่ได้คัดค้านการเข้าเป็นภาคีของกันและกัน หากรัฐภาคีใดยื่นคำคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทยภายในกรอบเวลาที่กำหนด อนุสัญญาจะไม่มีผลระหว่างสองประเทศนั้น และต้องกลับไปใช้เส้นทางรับรองสถานทูตแบบเดิม จึงควรตรวจสถานะรายประเทศจากตาราง Status Table ของ HCCH ก่อนวางแผนงานทุกครั้ง
Q30.ค่าธรรมเนียมรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลคิดอย่างไร และแบบด่วนต่างกันตรงไหน?
ค่าธรรมเนียมคิดเป็นรายตราประทับ ไม่ใช่รายชุดเอกสาร โดยแบบปกติอยู่ที่ 200 บาทต่อตรา และแบบด่วน 400 บาทต่อตรา หมายความว่าเอกสาร 5 ฉบับที่ต้องรับรองทั้งต้นฉบับและคำแปลจะถูกนับหลายตรา ควรคำนวณจำนวนตราก่อนตั้งงบ แบบปกติทราบผลประมาณ 2-3 วันทำการ ส่วนแบบด่วนโดยทั่วไปรับคืนได้ภายในวันทำการเดียวกันหรือวันถัดไปเมื่อยื่นภายในรอบเช้า ทั้งนี้อัตราและรอบเวลาอาจปรับได้ ควรตรวจสอบ ณ วันยื่นจริง
Q31.ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว ยังต้องรับรองกงสุลอยู่ไหม?
ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง หากปลายทางเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาและยอมรับ Apostille จากไทย เอกสารจะจบที่ตราเดียวโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี หรือเป็นภาคีที่ยื่นคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย เอกสารยังต้องใช้เส้นทางเดิมคือรับรองกงสุลไทยแล้วตามด้วยสถานทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ก่อนส่งเอกสารทุกครั้งควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับปลายทางว่าต้องการ Apostille หรือ Legalization
Q32.เอกสารราชการไทยต้องแปลก่อนหรือรับรองต้นฉบับก่อน?
ลำดับที่ถูกต้องคือได้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองสำเนาถูกต้องก่อน จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วยื่นให้กรมการกงสุลรับรองทั้งความถูกต้องของคำแปลและลายมือชื่อผู้รับรอง หากแปลจากสำเนาที่ถ่ายเอกสารเองโดยไม่มีตรารับรองของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่จะตีกลับตั้งแต่ขั้นตรวจรับ
Q33.เอกสารมีอายุการยอมรับกี่เดือนหลังรับรองกงสุล?
ตราของกรมการกงสุลไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดกรอบความสดของเอกสาร เช่น สถานทูตหลายแห่งรับเอกสารสถานะบุคคลที่ออกและรับรองไม่เกิน 3-6 เดือน ส่วนงานจดทะเบียนสมรสหรือย้ายถิ่นฐานบางประเทศเข้มถึง 3 เดือน จึงควรวางลำดับให้รับรองเสร็จใกล้กับวันยื่นจริง ไม่ควรทำเผื่อไว้ล่วงหน้าเป็นปี
Q34.มอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นกงสุลแทนต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ต้องมีหนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขตงานชัดเจน ติดอากรแสตมป์ตามลักษณะตราสาร 7 (10 บาทสำหรับครั้งเดียว 30 บาทสำหรับหลายครั้ง) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตของผู้มอบอำนาจที่ลงนามรับรองสำเนา และสำเนาบัตรของผู้รับมอบอำนาจ กรณีนิติบุคคลต้องแนบหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 6 เดือนและลงนามโดยผู้มีอำนาจพร้อมประทับตรา
Q35.ส่งเอกสารทำกงสุลจากต่างจังหวัดโดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ ได้ไหม?
ได้ โดยส่งต้นฉบับพร้อมหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือขนส่งเอกชนที่ติดตามพัสดุได้ ทีมงานจะตรวจความครบถ้วนก่อนยื่น ดำเนินการแปลและยื่นนิติกรณ์ แล้วส่งกลับด้วย EMS หรือ DHL ตามที่เลือก เส้นทางมาตรฐานใช้เวลารวมประมาณ 3-5 วันทำการ ไม่รวมเวลาขนส่ง
Q36.เดินทางไปกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ด้วยขนส่งสาธารณะอย่างไร?
กรมการกงสุลตั้งอยู่ในอาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพูลงสถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แล้วต่อรถรับส่งภายในหรือเดินตามทางเชื่อม กรณีขับรถมีอาคารจอดรถของศูนย์ราชการ แต่ช่วงเช้าวันจันทร์และวันหลังวันหยุดยาวคิวจะยาวเป็นพิเศษ ควรถึงก่อนเวลาเปิดทำการ
Q37.รับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ต้องใช้ชุดเอกสารอะไร?
ชุดมาตรฐานประกอบด้วยหนังสือรับรองบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฉบับล่าสุด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หนังสือบริคณห์สนธิ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และงบการเงินถ้าปลายทางขอ ทุกฉบับต้องเป็นฉบับคัดรับรองจากหน่วยงาน แล้วจึงแปลและยื่นนิติกรณ์ ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษต้องตรงกับที่จดทะเบียนไว้ ห้ามแปลใหม่ตามความเข้าใจ
Q38.เอกสารสำหรับตะวันออกกลางต้องผ่านหอการค้าก่อนจริงหรือไม่?
สำหรับเอกสารการค้า เช่น ใบกำกับสินค้า สัญญาซื้อขาย และหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ประเทศกลุ่มตะวันออกกลางส่วนใหญ่กำหนดให้ผ่านการรับรองของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยก่อน แล้วจึงยื่นกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางตามลำดับ ส่วนเอกสารส่วนบุคคล เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนสมรส ไม่ต้องผ่านหอการค้า
Q39.ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance) ต้องรับรองกงสุลด้วยไหม?
โดยทั่วไปต้อง หากปลายทางเป็นหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสภาวิชาชีพต่างประเทศ ลำดับคือรับหนังสือรับรองจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล แปลเป็นภาษาปลายทาง ยื่นรับรองที่กรมการกงสุล และหากปลายทางไม่ใช่ประเทศภาคี Apostille ให้ยื่นสถานทูตของประเทศนั้นต่อ ควรเช็กกรอบอายุเอกสารเพราะหลายประเทศรับเฉพาะฉบับที่ออกไม่เกิน 3-6 เดือน
Q40.เอกสารการศึกษา เช่น ปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ ต้องเตรียมอย่างไร?
ต้องใช้ฉบับที่สถาบันการศึกษาออกให้หรือรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมลายมือชื่อนายทะเบียน หากเป็นสถาบันเอกชนบางแห่ง กรมการกงสุลอาจขอให้ผ่านการรับรองของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ หรือกระทรวงศึกษาธิการก่อน จากนั้นแปลและยื่นนิติกรณ์ กรณีใช้สมัครงานหรือขอใบอนุญาตวิชาชีพ ควรทำทั้งปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ในคราวเดียวเพื่อประหยัดรอบเวลา
Q41.หนังสือรับรองความเป็นโสดใช้ทำอะไรและมีข้อควรระวังอะไร?
ใช้ยื่นจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศหรือขอวีซ่าคู่สมรส โดยขอที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในรูปหนังสือรับรองสถานภาพ จากนั้นแปลและรับรองกงสุล ข้อควรระวังคือหลายประเทศรับเฉพาะฉบับอายุไม่เกิน 3 เดือน และบางประเทศต้องการให้ระบุด้วยว่าไม่เคยจดทะเบียนสมรสหรือหย่าแล้วเมื่อใด จึงควรขอฉบับที่ระบุรายละเอียดครบตั้งแต่ต้น
Q42.ยื่นนิติกรณ์ออนไลน์ได้ไหม และต่างจากการยื่นที่เคาน์เตอร์อย่างไร?
กรมการกงสุลมีช่องทางจองคิวและบริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์สำหรับบางประเภทงาน ซึ่งช่วยลดการรอคิวหน้าเคาน์เตอร์ แต่รอบเวลาจะยาวกว่าการยื่นด้วยตนเองแบบด่วน และไม่รองรับทุกประเภทเอกสาร กรณีเร่งด่วนหรือชุดเอกสารซับซ้อนหลายตรา การให้ตัวแทนยื่นที่เคาน์เตอร์ยังเป็นวิธีที่ควบคุมเวลาได้แน่นอนกว่า
Q43.หลังรับรองกงสุลแล้ว ยื่นสถานทูตปลายทางต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?
แต่ละสถานทูตมีแบบฟอร์มและเงื่อนไขของตนเอง โดยทั่วไปต้องใช้เอกสารที่ผ่านตรากงสุลแล้ว สำเนาพาสปอร์ตผู้ถือเอกสาร แบบคำร้องของสถานทูต และค่าธรรมเนียมเป็นเงินสด บางแห่งรับเฉพาะช่วงเช้า บางแห่งรับเฉพาะตัวแทนที่ขึ้นทะเบียน และบางแห่งกำหนดให้คำแปลต้องทำโดยผู้แปลที่สถานทูตยอมรับเท่านั้น จึงควรตรวจเงื่อนไขรายสถานทูตก่อนวางแผนวันยื่น
Q44.คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลไทยนำไปใช้ต่างประเทศต้องทำอย่างไร?
ต้องขอคัดสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราศาล และควรขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดหากปลายทางต้องการ จากนั้นแปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบลงนาม แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์และสถานทูตปลายทาง งานประเภทนี้คำศัพท์ต้องแม่นมาก เพราะการแปลฐานความผิดหรือคำบังคับผิดพลาดจะทำให้หน่วยงานปลายทางตีความสถานะทางกฎหมายผิด
Q45.เอกสารมรดกและพินัยกรรมส่งไปใช้ต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร?
ชุดที่ใช้บ่อยคือมรณบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่จำหน่ายแล้ว คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก และพินัยกรรมหรือหนังสือรับรองทายาท ทุกฉบับต้องเป็นฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง แล้วจึงแปลและยื่นนิติกรณ์ หากปลายทางเป็นธนาคารหรือหน่วยงานทะเบียนที่ดินต่างประเทศ มักขอเพิ่มหนังสือมอบอำนาจที่ผ่าน Notary และตรากงสุลควบคู่กัน
Q46.เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้ในไทยต้องผ่านขั้นตอนใด?
เส้นทางกลับด้านคือให้หน่วยงานในประเทศต้นทางรับรอง แล้วให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้นรับรอง จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นให้กรมการกงสุลรับรองคำแปลอีกครั้ง หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ เช่น สำนักงานเขต กรมที่ดิน และ ตม. จะรับเฉพาะคำแปลภาษาไทยที่ผ่านตรากงสุลแล้วเท่านั้น
Q47.ถ้าเอกสารถูกตีกลับ ต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมดไหม?
หากยังไม่ได้ประทับตรารับรอง โดยทั่วไปจะเป็นการคืนเรื่องให้แก้ไขและยื่นใหม่ ค่าธรรมเนียมที่ชำระแล้วสำหรับตราที่ยังไม่ออกจะจัดการตามระเบียบของหน่วยงาน แต่ต้นทุนที่แท้จริงคือเวลาที่เสียไปหนึ่งรอบเต็ม ทางที่ประหยัดที่สุดคือตรวจชุดเอกสารกับเช็กลิสต์ของหน่วยงานปลายทางให้ครบก่อนยื่นครั้งแรก
Q48.ต้องการเอกสารด่วนภายในวันเดียว ทำได้จริงแค่ไหน?
ทำได้เมื่อเข้าเงื่อนไขสามข้อพร้อมกัน คือเอกสารต้นฉบับครบและถูกต้องตั้งแต่แรก คำแปลเสร็จก่อนยื่น และยื่นแบบด่วนภายในรอบเช้าของวันทำการ กรณีต้องผ่านสถานทูตปลายทางต่อ ให้บวกรอบของสถานทูตอีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสามวันทำการ ซึ่งควบคุมไม่ได้ จึงไม่ควรจองตั๋วเครื่องบินหรือนัดหมายปลายทางก่อนได้เอกสารจริง
Q49.จ้างตัวแทนรับรองกงสุล ควรตรวจสอบอะไรเพื่อไม่ให้เอกสารสูญหาย?
ควรมีใบรับเอกสารระบุรายการและจำนวนฉบับ มีการถ่ายภาพเอกสารทุกหน้าก่อนส่ง มีช่องทางติดตามสถานะเป็นระยะ และมีเงื่อนไขความรับผิดกรณีเอกสารเสียหายหรือสูญหายระบุเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ควรเลือกผู้ให้บริการที่ตรวจเอกสารกับเช็กลิสต์ปลายทางให้ก่อนยื่น ไม่ใช่รับส่งเอกสารอย่างเดียว
Q50.ยื่นรับรองเอกสารที่สถานทูตจีนต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?
ลำดับจริงคือ 1) เอกสารต้นทางรับรองโดยนายทะเบียนอำเภอ/เขต 2) แปลไทย–อังกฤษ (บางกรณีต้องแปลจีน) 3) นิติกรณ์กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ 4) ยื่นศูนย์รับยื่นวีซ่าจีน (CVASC) เพื่อรับรองเอกสารต่อ ปกติ 4 วันทำการ ด่วน 2 วัน ค่าธรรมเนียมขึ้นกับประเภทเอกสารและสัญชาติผู้ยื่น
Q51.สถานทูตเวียดนามรับรองเอกสารไทยอย่างไร?
เวียดนามยังไม่เป็นภาคี Apostille สำหรับเอกสารไทย จึงต้องผ่าน MFA ไทยก่อนแล้วยื่นสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกรุงเทพฯ ใช้เวลาราว 3–5 วันทำการ ต้องมีคำแปลอังกฤษที่ผ่านนิติกรณ์แล้ว และสำเนาพาสปอร์ตผู้ถือเอกสาร
Q52.ยื่นเอกสารที่สถานทูตซาอุดีอาระเบีย/ยูเออี มีขั้นตอนพิเศษอะไร?
กลุ่มประเทศอ่าวมักบังคับลำดับ หอการค้าไทย (สำหรับเอกสารการค้า) → กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง และบางแห่งต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นอีกครั้งเมื่อถึงปลายทาง เอกสารบุคคลต้องมีคำแปลอาหรับที่สถานทูตยอมรับ ระยะเวลารวม 7–15 วันทำการ
Q53.ยื่นเอกสารสมรสที่สถานทูตออสเตรเลียต้องใช้อะไรบ้าง?
ออสเตรเลียเป็นภาคี Apostille และรับคำแปลจากนักแปล NAATI เป็นมาตรฐาน ขั้นตอนคือ เอกสารไทยรับรองนายทะเบียน → แปลโดย NAATI → นิติกรณ์กรมการกงสุล (หรือ Apostille หลัง 28 ก.พ. 2570) หน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ไม่ต้องการการรับรองจากสถานทูตเพิ่ม
Q54.สถานทูตเกาหลีใต้ต้องการเอกสารแบบไหนสำหรับวีซ่าคู่สมรส?
ต้องใช้ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองความประพฤติ แปลอังกฤษหรือเกาหลี ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลก่อน แล้วยื่นที่ศูนย์รับคำร้องวีซ่าเกาหลี (KVAC) พร้อมเอกสารฝ่ายเกาหลี เช่น 가족관계증명서 ที่ออกไม่เกิน 3 เดือน
Q55.สถานทูตรัสเซียรับรองเอกสารไทยอย่างไร?
รัสเซียเป็นภาคี Apostille เมื่อไทยมีผลบังคับจะเหลือขั้นตอนเดียว ก่อนหน้านั้นต้องแปลรัสเซีย (หรืออังกฤษแล้วแปลรัสเซียที่ปลายทาง) ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล แล้วยื่นสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ซึ่งมักขอให้คำแปลทำโดยนักแปลที่สถานทูตรับรอง
Q56.มอบอำนาจให้ตัวแทนยื่นที่สถานทูตแทนได้ทุกแห่งไหม?
ไม่ทุกแห่ง สถานทูตจีน เวียดนาม ไต้หวัน และกลุ่มอ่าวมักอนุญาตให้ตัวแทนยื่นได้ ขณะที่บางประเทศในยุโรปกำหนดให้เจ้าของลายมือชื่อมาแสดงตนด้วยตนเอง โดยเฉพาะเมื่อเป็นการรับรองลายมือชื่อ (signature legalisation) ไม่ใช่แค่รับรองเอกสาร
Q57.บริษัทต้องรับรองกงสุลชุดเอกสารจดทะเบียนเพื่อเปิดบริษัทลูกต่างประเทศ ต้องใช้อะไรบ้าง?
ชุดมาตรฐานคือ หนังสือรับรองบริษัท (คัดใหม่ไม่เกิน 1-3 เดือนตามที่ปลายทางกำหนด) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) หนังสือบริคณห์สนธิ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และมติที่ประชุมกรรมการที่อนุมัติการลงทุน ขั้นตอนคือคัดเอกสารจาก DBD ให้เป็นฉบับปัจจุบัน แปลเป็นภาษาปลายทาง ยื่นรับรองคำแปลและลายมือชื่อนายทะเบียนที่กรมการกงสุล แล้วจึงตามด้วยสถานทูตปลายทางหรือขอ Apostille แล้วแต่กรณี ข้อควรระวังคือปลายทางมักนับอายุเอกสารจากวันคัด ไม่ใช่วันรับรอง หากทีมเราดูแลให้ เราจะคัดเอกสารและคุมคิวให้ทุกตราจบภายในรอบเดียว ไม่ต้องเดินเอง
Q58.ถ้าเอกสารบริษัทมีหลายฉบับ ควรรับรองเป็นชุดเดียวหรือแยกฉบับ?
ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์คิดเป็นรายตราประทับ การเย็บรวมเป็นชุดจึงช่วยลดจำนวนตราได้เฉพาะกรณีที่ปลายทางยอมรับการรับรองแบบชุดเดียวที่มีปกหน้าระบุจำนวนหน้า แต่หลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารหรือนายทะเบียนบริษัทต่างประเทศ ต้องการตราบนทุกฉบับเพื่อแยกใช้งานคนละแฟ้ม แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือถามผู้รับปลายทางว่าจะใช้เอกสารแยกกันหรือไม่ ถ้าแยกให้รับรองรายฉบับ ที่ปรึกษาของเราจะช่วยประเมินก่อนยื่นเพื่อไม่ให้จ่ายค่าตราซ้ำหรือต้องยื่นใหม่
Q59.เอกสารที่ออกโดยเอกชน เช่น ใบรับรองเงินเดือน รับรองกงสุลได้ไหม?
ได้ แต่เส้นทางต่างจากเอกสารราชการ เพราะกรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อของผู้ลงนามที่ผ่านการรับรองโดยทนายความหรือหน่วยงานที่มีอำนาจก่อน ในทางปฏิบัติจึงให้ฝ่ายบุคคลออกหนังสือบนหัวจดหมายบริษัท ลงนามโดยผู้มีอำนาจ แนบหนังสือรับรองบริษัทและบอจ.5 แล้วให้ทนายความรับรองลายมือชื่อก่อนนำเข้ากรมการกงสุล ข้อควรระวังคือควรระบุตำแหน่ง วันเริ่มงาน และสกุลเงินให้ตรงกับสลิปเงินเดือนที่จะยื่นควบคู่กัน
Q60.รับรองกงสุลใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ต่างประเทศต้องเตรียมอะไร?
ใช้ใบรับรองแพทย์ต้นฉบับที่มีชื่อแพทย์ เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ ตราโรงพยาบาล และวันที่ออกชัดเจน ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนมักต้องให้ทนายความรับรองลายมือชื่อแพทย์ก่อน ส่วนโรงพยาบาลรัฐบางแห่งออกเอกสารที่กรมการกงสุลรับรองได้โดยตรง ขั้นตอนคือแปลศัพท์ทางการแพทย์ให้ตรงตามต้นฉบับ ห้ามสรุปย่อ แล้วยื่นรับรองคำแปล ข้อควรระวังคือประเทศปลายทางมักกำหนดอายุเอกสารไม่เกิน 3-6 เดือน จึงควรวางแผนวันตรวจให้ใกล้วันยื่นวีซ่า
Q61.เอกสารการศึกษาที่ออกเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ยังต้องแปลก่อนรับรองไหม?
ถ้าสถาบันออกเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการและปลายทางใช้ภาษาอังกฤษ ปกติไม่ต้องแปลซ้ำ แต่ต้องให้สถาบันออกเป็นฉบับจริงที่มีลายมือชื่อนายทะเบียนและตราสถาบัน ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสาร ขั้นตอนคือขอหนังสือรับรองการศึกษาและทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษ นำเข้ารับรองลายมือชื่อผู้ออกเอกสารที่กรมการกงสุล แล้วต่อสถานทูตหากจำเป็น ข้อควรระวังคือหากปลายทางใช้ภาษาอื่น เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส หรือญี่ปุ่น ต้องแปลจากต้นฉบับภาษาไทยเป็นภาษานั้น ไม่ใช่แปลต่อจากภาษาอังกฤษ
Q62.ยื่นรับรองกงสุลจากต่างจังหวัดหรือจากต่างประเทศได้ไหม?
ได้สามทาง คือ ยื่นด้วยตนเองที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ หรือสำนักงานหนังสือเดินทางที่เปิดรับนิติกรณ์ ยื่นทางไปรษณีย์ EMS พร้อมแบบคำร้องและซองส่งกลับ หรือมอบอำนาจให้ผู้แทนดำเนินการ ผู้อยู่ต่างประเทศสามารถส่งเอกสารกลับมาให้ผู้รับมอบอำนาจในไทยยื่นแทนได้ ข้อควรระวังคือไปรษณีย์ใช้เวลารวมขนส่งนานกว่าและแก้ไขจุดบกพร่องได้ยาก หากเอกสารมีกำหนดส่งแน่นอน ทีมเราแนะนำให้ใช้ผู้แทนยื่นเพื่อแก้ปัญหาหน้าเคาน์เตอร์ได้ทันที
Q63.เอกสารถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์นิติกรณ์บ่อยเพราะอะไร และแก้อย่างไร?
สาเหตุที่พบมากคือใช้สำเนาที่ไม่ได้รับรองจากหน่วยงานผู้ออก คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง เอกสารคัดเก่าเกินกำหนด ลายมือชื่อผู้ออกไม่มีตัวอย่างในระบบ และเอกสารมีรอยแก้ด้วยปากกาหรือน้ำยาลบ วิธีแก้คือคัดเอกสารใหม่จากต้นทาง ตรวจสะกดชื่อทุกจุดให้ตรงหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และให้ผู้ออกเอกสารลงนามใหม่แทนการขูดแก้ ทีมเราตรวจชุดเอกสารก่อนยื่นทุกครั้งเพื่อลดการเสียรอบยื่น
บริการรับรองกงสุลครบวงจร
แปล → นิติกรณ์ MFA → สถานทูตปลายทาง / Apostille 2026 → จัดส่งทั่วโลก
ติดต่อทีมงาน →แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)
- • กระทรวงการต่างประเทศ (mfa.go.th)
- • HCCH — Apostille Section (hcch.net)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่


