ภาษาและคู่ภาษา
28 ภาษา — ต้องแปลผ่านภาษาอังกฤษก่อนไหม และภาษาที่กงสุลรับรองได้โดยตรง
รวม 27 คำถามในหมวดนี้ — ตอบโดยทีมทนายและนักแปลขึ้นทะเบียน อัปเดต 2026
Q1.แปลเอกสารแล้วต้องรับรองที่ไหนบ้าง ถึงจะใช้กับราชการไทยได้?
เอกสารต่างประเทศที่จะใช้กับหน่วยงานราชการไทย ต้องผ่าน 3 ชั้นเสมอ คือ (1) รับรองจากประเทศต้นทาง — Apostille ถ้าเป็นประเทศภาคีเฮก หรือรับรองกระทรวงการต่างประเทศต้นทาง + สถานทูตไทยในประเทศนั้น ถ้าไม่ใช่ภาคี (2) แปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่ทำรูปแบบตรงตามต้นฉบับ และ (3) รับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ หากขาดชั้นใดชั้นหนึ่ง อำเภอ ตม. กรมที่ดิน หรือ DBD จะไม่รับเอกสาร
Q2.เอกสารภาษาที่สามเช่น จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน รัสเซีย ต้องแปลผ่านภาษาอังกฤษก่อนไหม?
กรมการกงสุลรับรองคำแปลคู่ภาษาไทย–อังกฤษเป็นหลัก เอกสารภาษาที่สามจึงมี 2 เส้นทาง คือ แปลตรงจากภาษาต้นทางเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับรองความสามารถทางภาษานั้น หรือให้สถานทูตประเทศต้นทางในไทยออกคำแปลภาษาอังกฤษก่อน แล้วจึงแปลเป็นไทย เส้นทางที่สองใช้เวลานานกว่าแต่ผ่านง่ายกว่าในภาษาที่หายาก เช่น ฟาร์ซี เขมร หรือพม่า
Q3.ยื่นวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงาน ต้องแปลปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ไหม?
ต้องแปลครับ กรมการจัดหางานขอปริญญาบัตรและทรานสคริปต์ที่แปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษพร้อมรับรอง หากเป็นวุฒิจากต่างประเทศต้องผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตต้นทางก่อนแปล ส่วนใบรับรองประสบการณ์ทำงานควรแปลควบคู่ไปด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติตำแหน่งงาน
Q4.ไทยเข้าเป็นภาคี Apostille ปี 2026 แล้วยังต้องแปลอยู่ไหม?
ยังต้องแปลครับ Apostille รับรองเพียงความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองภาษา เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้วยังต้องแปลเป็นไทยและให้กรมการกงสุลรับรองคำแปลก่อนยื่นราชการไทย สิ่งที่หายไปคือขั้นตอนรับรองซ้ำที่สถานทูต ซึ่งช่วยลดเวลา 5–10 วันทำการ
Q5.ค่าแปลคิดอย่างไร ต่อหน้าหรือต่อคำ?
งานเอกสารราชการที่มีรูปแบบตายตัว เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส คิดเป็นราคาต่อฉบับ ส่วนเอกสารความยาวไม่แน่นอน เช่น สัญญา คำพิพากษา งบการเงิน คิดตามจำนวนหน้ามาตรฐานหรือจำนวนคำ ภาษาที่หายาก (ฟาร์ซี พม่า เขมร ฟินแลนด์) มีอัตราสูงกว่าเพราะจำนวนผู้แปลที่รับรองได้มีจำกัด
Q6.ระหว่างนี้ (ก่อน 28 ก.พ. 2570) เอกสารไทยไปต่างประเทศต้องทำอย่างไร?
ใช้เส้นทางนิติกรณ์แบบเดิม คือ คัดเอกสารฉบับรับรองจากหน่วยงานผู้ออก แปลเป็นภาษาปลายทางหรือภาษาอังกฤษ ยื่นรับรองคำแปลที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แล้วจึงนำไปรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย บางประเทศ เช่น เยอรมนี ยังกำหนดให้แปลซ้ำโดย beeidigter Übersetzer ในประเทศตนอีกชั้น จึงควรตรวจเงื่อนไขกับสถานทูตปลายทางก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
Q7.กรมการกงสุลรับรองคำแปลภาษาอะไรได้บ้าง?
งานนิติกรณ์รับรองคำแปลของกรมการกงสุลรับคู่ภาษาไทย–อังกฤษเป็นหลัก ภาษาอื่นรับได้จำกัดตามประกาศของกอง หากปลายทางต้องการภาษาที่สาม แนวปฏิบัติที่ผ่านง่ายที่สุดคือรับรองคำแปลภาษาอังกฤษที่กรมการกงสุลก่อน แล้วให้ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศปลายทางแปลต่อจากฉบับที่รับรองแล้ว โปรดยืนยันรายการภาษาที่รับ ณ วันยื่นจริงที่ consular.mfa.go.th เพราะมีการปรับปรุงเป็นระยะ
Q8.เอกสารภาษาจีนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ต้องทำอะไรก่อนถึงจะแปลไทยและใช้กับราชการไทยได้?
เอกสารจีนแผ่นดินใหญ่ต้องผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางก่อนเสมอ ปัจจุบันจีนเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก จึงขอ Apostille จากสำนักงานการต่างประเทศมณฑลหรือกระทรวงการต่างประเทศจีน แล้วจึงนำเข้าไทยเพื่อแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จุดที่ถูกตีกลับบ่อยคือชื่อพินอินในคำแปลไม่ตรงกับหน้าพาสปอร์ต และการแปลตัวย่อ–ตัวเต็มปนกัน เราจะยึดการสะกดตามพาสปอร์ตเป็นหลักและวงเล็บอักษรจีนกำกับไว้ทุกครั้ง
Q9.เอกสารจากไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ใช้เส้นทางเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่?
ไม่เหมือนกัน ฮ่องกงและมาเก๊าออก Apostille ได้เองผ่านศาลสูง/หน่วยงานท้องถิ่น ส่วนไต้หวันไม่ได้อยู่ในระบบ Apostille ที่ไทยรับตรง จึงต้องให้สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย หรือสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในไทเป รับรองตามแนวปฏิบัติที่ใช้อยู่ ก่อนนำมาแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ ควรตรวจสอบขั้นตอนล่าสุดกับหน่วยงานที่รับเอกสารก่อนเดินเรื่อง
Q10.เอกสารภาษาญี่ปุ่น เช่น โคเซกิโทฮง (戸籍謄本) ใช้จดทะเบียนสมรสที่อำเภอได้ไหม?
ได้ และเป็นเอกสารหลักที่อำเภอใช้ตรวจสถานภาพสมรสของฝ่ายญี่ปุ่น โดยทั่วไปสถานทูตญี่ปุ่นในไทยจะออกหนังสือรับรองสถานภาพโสดจากโคเซกิให้ก่อน จากนั้นนำมาแปลไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ควรใช้โคเซกิที่ออกใหม่ไม่เกิน 3 เดือน และแปลชื่อคันจิให้ตรงกับพาสปอร์ตแบบโรมาจิทุกตัวอักษร
Q11.เอกสารภาษาเกาหลีต้องแปลผ่านภาษาอังกฤษก่อนหรือแปลตรงเป็นไทยได้เลย?
แปลตรงเกาหลี–ไทยได้ และกรมการกงสุลรับรองคำแปลไทยได้ตามปกติ แต่ในทางปฏิบัติหลายกรณีใช้เส้นทางขอเอกสารฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานเกาหลีโดยตรง (เช่น 기본증명서 / 가족관계증명서 ที่ออกเป็นอังกฤษได้) แล้วแปลไทย เพราะช่วยลดข้อโต้แย้งเรื่องการทับศัพท์ชื่อและชื่อสถานที่ ทั้งสองเส้นทางต้องผ่าน Apostille จากเกาหลีก่อนเข้าไทย
Q12.เอกสารเยอรมันต้องแปลโดย vereidigter Übersetzer หรือแปลในไทยก็ได้?
ขึ้นกับทิศทางการใช้งาน ถ้านำเอกสารเยอรมันมาใช้ในไทย ให้ Apostille ที่เยอรมนีก่อน แล้วแปลไทยและรับรองที่กรมการกงสุล — ไม่ต้องใช้ล่ามสาบานเยอรมัน แต่ถ้าจะนำเอกสารไทยไปใช้ในเยอรมนี หน่วยงานเยอรมันมักบังคับให้แปลโดยนักแปลสาบานที่ศาลเยอรมันรับรอง หรือให้สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยรับรองคำแปล ควรถามหน่วยงานปลายทางก่อนสั่งงานแปล
Q13.เอกสารฝรั่งเศสที่ผ่าน Apostille แล้ว ยังต้องรับรองที่สถานทูตฝรั่งเศสในไทยอีกไหม?
ไม่ต้อง Apostille จากฝรั่งเศสถือว่าเพียงพอสำหรับการยืนยันที่มาของเอกสาร ขั้นตอนที่เหลือในไทยคือแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ข้อควรระวังคือ acte de naissance ต้องเป็นฉบับคัดใหม่ (copie intégrale) อายุไม่เกิน 3 เดือน และเลข INSEE หรือหมายเลขทะเบียนต้องปรากฏในคำแปลครบถ้วน
Q14.เอกสารรัสเซียใช้จดทะเบียนสมรสหรือยื่น ตม. ในไทยอย่างไร?
เอกสารรัสเซียส่วนใหญ่ (สูติบัตร ใบหย่า ใบรับรองสถานภาพ) ขอ Apostille ในรัสเซียได้โดยตรง จากนั้นแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ในไทย จุดสำคัญคือการทับศัพท์ชื่อจากอักษรซีริลลิก ต้องยึดตามหน้าพาสปอร์ตต่างประเทศ (загранпаспорт) ไม่ใช่ระบบทับศัพท์ทางวิชาการ มิฉะนั้นอำเภอหรือ ตม. จะถือว่าเป็นคนละบุคคล
Q15.เอกสารภาษาอาหรับ เช่น จากซาอุฯ ยูเออี อียิปต์ ต้องทำอะไรบ้าง?
ประเทศอาหรับหลายประเทศไม่ได้อยู่ในระบบ Apostille ที่ใช้กับไทยได้ทุกกรณี เส้นทางที่ปลอดภัยคือรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศประเทศต้นทาง แล้วให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นรับรองอีกชั้น จากนั้นนำเข้าไทยเพื่อแปลไทยและรับรองคำแปล เอกสารครอบครัวอิสลาม เช่น สัญญาสมรส (عقد النكاح) ต้องแปลระบุฐานะผู้ปกครองและพยานให้ครบ เพราะอำเภอจะตรวจองค์ประกอบเหล่านี้
Q16.เอกสารลาวและกัมพูชา ใช้เส้นทางเดียวกันหรือไม่?
คล้ายกันแต่ไม่เหมือนทั้งหมด ทั้งลาวและกัมพูชาไม่ได้ใช้ Apostille กับไทย จึงต้องรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศต้นทาง แล้วรับรองที่สถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์หรือพนมเปญ ก่อนนำมาแปลไทยและรับรองนิติกรณ์ เอกสารกัมพูชามักต้องแปลชื่อผ่านระบบทับศัพท์ที่ตรงกับพาสปอร์ต ส่วนเอกสารลาวมีความใกล้เคียงภาษาไทยแต่ห้ามคัดลอกคำโดยไม่แปล ต้องถอดความเป็นภาษาไทยมาตรฐานทั้งฉบับ
Q17.เอกสารภาษาดัตช์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ มีข้อควรระวังอะไร?
กลุ่มยุโรปเหนือมักออกเอกสารทะเบียนราษฎรที่มีอายุใช้งานสั้นมาก บางประเทศกำหนด 3 เดือน บางกรณีเหลือเพียง 6 สัปดาห์ จึงควรคำนวณเวลาแปลและรับรองนิติกรณ์ 3–5 วันทำการเข้าไปด้วย นอกจากนี้เอกสารหลายฉบับออกเป็นภาษาอังกฤษควบอยู่แล้ว ซึ่งช่วยลดขั้นตอน หากมีฉบับสองภาษาให้ใช้ฉบับนั้นแปลไทยโดยตรงเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของชื่อ
Q18.เอกสารตุรกีและอิหร่าน (ฟาร์ซี) หานักแปลรับรองในไทยยากไหม?
ภาษาตุรกีมี Apostille จากตุรกีรองรับ จึงแปลตรงเป็นไทยได้ ส่วนภาษาฟาร์ซีถือเป็นภาษาหายากในระบบนิติกรณ์ไทย ทางปฏิบัติที่ผ่านง่ายที่สุดคือให้สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทยออกหรือรับรองคำแปลภาษาอังกฤษก่อน แล้วจึงแปลอังกฤษ–ไทยและรับรองที่กรมการกงสุล กรอบเวลารวมของเส้นทางนี้มักยาวกว่าปกติ 5–10 วันทำการ
Q19.เอกสารอินเดีย (ฮินดี) และฟิลิปปินส์ (ตากาล็อก) ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?
เอกสารอินเดียต้องผ่าน MEA Apostille และมักต้องมี SDM attestation ในระดับรัฐก่อน ส่วนเอกสารฟิลิปปินส์ต้องเป็นฉบับ PSA (เดิมคือ NSO) พร้อม Apostille จาก DFA เอกสารทั้งสองประเทศส่วนใหญ่ออกเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว จึงแปลอังกฤษ–ไทยและรับรองนิติกรณ์ได้เลย เฉพาะส่วนที่เป็นฮินดีหรือตากาล็อกเท่านั้นที่ต้องแปลจากภาษาต้นฉบับ
Q20.ทำไมบางภาษาถึงคิดค่าแปลแพงกว่าและใช้เวลานานกว่า?
ค่าแปลสะท้อนความหายากของคู่ภาษาและความหนาแน่นของข้อความ ภาษาอังกฤษเป็นฐานราคาต่ำสุดเพราะมีผู้แปลมาก ภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย อยู่ระดับกลาง ส่วนภาษาหายาก เช่น ฟาร์ซี ฮีบรู ฮังการี หรือภาษาบอลติก ราคาสูงกว่าและใช้เวลามากกว่าเพราะต้องหาผู้แปลที่รับรองความสามารถและมีคิวจำกัด เราแจ้งราคาชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานเสมอ
Q21.กรมการกงสุลรับรองคำแปลภาษาอื่นที่ไม่ใช่ไทย–อังกฤษได้ไหม?
บริการรับรองนิติกรณ์เน้นคู่ภาษาไทย–อังกฤษเป็นหลัก ถ้าต้นฉบับเป็นภาษาที่สาม เส้นทางที่ยอมรับกันคือแปลจากภาษาต้นทางเป็นไทย (หรืออังกฤษ) โดยผู้แปลที่รับผิดชอบลงนามรับรอง แล้วนำคำแปลนั้นเข้ารับรองนิติกรณ์ หากเจ้าหน้าที่ต้องการหลักฐานเพิ่ม อาจขอให้สถานทูตของประเทศต้นทางรับรองความถูกต้องของคำแปลก่อนหนึ่งชั้น
Q22.ถ้าเอกสารมีสองภาษาในฉบับเดียว ต้องแปลทั้งหมดไหม?
ต้องแปลทุกข้อความที่ปรากฏบนหน้าเอกสาร รวมถึงตราประทับ ลายเซ็น หมายเหตุขอบกระดาษ และข้อความที่พิมพ์ด้านหลัง หากส่วนใดอ่านไม่ออกต้องระบุว่า [อ่านไม่ออก] ไม่ใช่เว้นว่าง การละข้อความแม้เพียงตราประทับเดียวเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่นิติกรณ์ตีกลับได้ และทำให้เสียค่าธรรมเนียมรอบใหม่
Q23.ต้องการล่ามภาษาต่างประเทศไปด้วยที่อำเภอหรือสำนักงานที่ดินได้ไหม?
ได้ และในหลายกรณีจำเป็น เพราะนายทะเบียนหรือเจ้าพนักงานที่ดินต้องมั่นใจว่าคู่กรณีเข้าใจเนื้อหาที่ลงนาม โดยทั่วไปล่ามต้องแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต และลงนามในบันทึกถ้อยคำ เราจัดล่ามได้ในภาษาหลัก เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย เยอรมัน ฝรั่งเศส และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วันทำการ
Q24.ค่าแปลเอกสารรับรองคิดอย่างไร คิดต่อหน้าหรือต่อคำ?
ตลาดไทยส่วนใหญ่คิดต่อหน้าสำหรับเอกสารทะเบียนราษฎรที่มีรูปแบบตายตัว เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ และคิดต่อคำหรือต่อชั่วโมงงานสำหรับเอกสารความยาวไม่แน่นอน เช่น สัญญา คำฟ้อง หรืองบการเงิน สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันคือคู่ภาษา ความเร่ง จำนวนตรารับรองที่ต้องใช้ และการจัดหน้าให้ตรงต้นฉบับ ข้อควรระวังคือใบเสนอราคาที่ไม่ระบุว่ารวมค่าธรรมเนียมนิติกรณ์และค่าจัดส่งหรือไม่ ทีมเราจึงเสนอราคาเป็นชุดงานพร้อมจำนวนตราให้เห็นต้นทุนจริงทั้งเส้นทางก่อนเริ่มงาน
Q25.เอกสารนิติบุคคลควรแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาปลายทาง?
ให้ยึดภาษาราชการของหน่วยงานผู้รับ ถ้าปลายทางเป็นนายทะเบียนหรือศาลในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น เยอรมนี สเปน หรือญี่ปุ่น ต้องแปลเป็นภาษานั้นและมักต้องแปลโดยนักแปลที่ได้รับแต่งตั้งในประเทศนั้น หากปลายทางเป็นธนาคารระหว่างประเทศหรือคู่ค้าเอกชน ภาษาอังกฤษมักเพียงพอ ข้อควรระวังคือการแปลต่อทอดจากฉบับภาษาอังกฤษไปเป็นภาษาที่สาม เพราะชื่อเฉพาะและตำแหน่งจะคลาดเคลื่อน ควรแปลจากต้นฉบับภาษาไทยเสมอ
Q26.สัญญาสองภาษาควรระบุอะไรไว้เพื่อกันข้อพิพาทเรื่องคำแปล?
ควรมีข้อกำหนดภาษาที่ใช้บังคับ (governing language clause) ระบุว่าหากถ้อยคำสองภาษาขัดกันให้ยึดฉบับใด และระบุกฎหมายที่ใช้บังคับกับเขตอำนาจศาลให้สอดคล้องกัน สำหรับสัญญาที่ต้องยื่นหน่วยงานไทย เช่น กรมที่ดินหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มักต้องมีฉบับภาษาไทยและยึดภาษาไทยเป็นหลัก ขั้นตอนที่แนะนำคือให้ทีมแปลจัดตารางเทียบข้อต่อข้อและทำอภิธานศัพท์กลางก่อนลงนาม เพื่อให้ทุกฉบับใช้คำเดียวกันตลอดสัญญาและเอกสารแนบ
Q27.แปลเอกสารเพื่อยื่นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยมีข้อกำหนดต่างจากยื่นต่างประเทศไหม?
ต่างกันตรงทิศทางและผู้รับรอง งานยื่น ตม. เป็นการแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย และหลายกรณีต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศผู้ออกเอกสารในไทย แล้วจึงรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล ส่วนงานส่งออกนอกประเทศเป็นการแปลจากไทยเป็นภาษาปลายทาง ข้อควรระวังคือชื่อบุคคลในคำแปลภาษาไทยต้องสะกดให้ตรงกับที่ใช้ในทะเบียนอื่น เช่น ทะเบียนสมรสหรือใบอนุญาตทำงาน มิฉะนั้นระบบจะมองเป็นคนละคน
บริการแปลและรับรองเอกสารครบวงจร
28 ภาษา → รับรองทนาย → นิติกรณ์กรมการกงสุล → สถานทูตปลายทาง / Apostille 2026
ขอใบเสนอราคา →แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล — การรับรองคำแปล
- • HCCH — Apostille Section
- • NAATI (ออสเตรเลีย) — naati.com.au
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่


