แปลเอกสารไปใช้ที่ออสเตรเลีย
ระบบรับรองคำแปลที่ปลายทางกำหนด: ผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI (Certified Translator)
ระบบผู้แปลและทะเบียนที่ตรวจสอบได้
ผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI (Certified Translator)
ทะเบียน/หน่วยงานอ้างอิง: NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters)
สถานะอนุสัญญากรุงเฮก: เป็นภาคี (ตรวจสถานะที่ hcch.net)
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง
โดยทั่วไปหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs รับคำแปลจากผู้แปล NAATI โดยไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ แต่บางกรณี เช่น การจดทะเบียนสถานะบุคคลในรัฐ อาจขอเอกสารต้นฉบับที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลเพิ่ม
ระยะเวลา: แปล NAATI 2–4 วันทำการ · นิติกรณ์ (ถ้าต้องใช้) เพิ่ม 2–3 วันทำการ (ไม่รวมคิวหน่วยงานปลายทาง)
ใช้กับเรื่องอะไร
วีซ่าคู่ครอง 309/820, วีซ่านักเรียน 500, สัญชาติ, ใบขับขี่รัฐ, การสมรสในออสเตรเลีย
สาเหตุที่คำแปลถูกตีกลับ
- ใช้ผู้แปลที่ไม่มีเลข NAATI practitioner หรือรหัสหมดอายุ
- แปลจากสำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองจากสำนักทะเบียน
- ตัวสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย — แปลเอกสารไปออสเตรเลีย
แปลเอกสารไปใช้ที่ออสเตรเลีย ต้องใช้ผู้แปลระบบไหน?
ผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI (Certified Translator) — ตรวจทะเบียนผู้แปลได้ที่ NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters)
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องคืออะไร?
โดยทั่วไปหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น Department of Home Affairs รับคำแปลจากผู้แปล NAATI โดยไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ แต่บางกรณี เช่น การจดทะเบียนสถานะบุคคลในรัฐ อาจขอเอกสารต้นฉบับที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลเพิ่ม
ใช้กับเรื่องอะไรได้บ้าง?
วีซ่าคู่ครอง 309/820, วีซ่านักเรียน 500, สัญชาติ, ใบขับขี่รัฐ, การสมรสในออสเตรเลีย
สาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยคืออะไร?
ใช้ผู้แปลที่ไม่มีเลข NAATI practitioner หรือรหัสหมดอายุ · แปลจากสำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองจากสำนักทะเบียน · ตัวสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง
ใช้เวลาเท่าไหร่?
แปล NAATI 2–4 วันทำการ · นิติกรณ์ (ถ้าต้องใช้) เพิ่ม 2–3 วันทำการ · ไม่รวมคิวของหน่วยงานปลายทาง
ออสเตรเลีย เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (Apostille) หรือไม่?
ออสเตรเลีย เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก แต่การใช้ Apostille ระหว่างสองประเทศต้องรอให้อนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027) ก่อน ระหว่างนี้ยังใช้เส้นทางนิติกรณ์กรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง — ตรวจสถานะภาคีล่าสุดที่ hcch.net
การแปล การรับรองคำแปล การรับรองลายมือชื่อ และนิติกรณ์ ต่างกันอย่างไร?
เป็นสี่ชั้นแยกกัน: (1) การแปลเนื้อหา (2) คำรับรองความถูกต้องของผู้แปล (3) การรับรองลายมือชื่อผู้ลงนามโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร และ (4) นิติกรณ์/Apostille ที่รับรองตราประทับเพื่อใช้ข้ามประเทศ สามชั้นแรกไม่สามารถใช้แทนชั้นที่สี่ได้
ควรแปลก่อนหรือทำนิติกรณ์ก่อน?
ถ้าปลายทางกำหนดให้ผู้แปลในประเทศนั้นเป็นผู้แปล ให้ทำนิติกรณ์ที่ไทยก่อนแล้วจึงส่งแปล เพราะผู้แปลต้องถอดความตราประทับทั้งหมดลงในคำแปล ถ้าปลายทางรับคำแปลที่ทำในไทย ให้แปลและรับรองคำแปลก่อน แล้วนำคำแปลไปทำนิติกรณ์
รับประกันได้ไหมว่าหน่วยงานปลายทางจะรับเอกสาร?
การยอมรับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับ เราจึงไม่รับประกันผล แต่จะยืนยันระบบรับรองและอายุเอกสารที่ปลายทางกำหนดก่อนเริ่มงาน และแก้ไขงานแปลให้ใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหากข้อผิดพลาดเกิดจากฝั่งเรา
ประเทศปลายทางอื่น
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 (2026) — แหล่งอ้างอิงของหน้านี้: naati.com.au · immi.homeaffairs.gov.au · consular.mfa.go.th · สถานะอนุสัญญากรุงเฮก hcch.net — ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่


