รับรองเอกสารเพื่อใช้ในอินเดีย (2026)
สถานะอนุสัญญา Apostille ของอินเดีย: เป็นภาคี · อนุสัญญามีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570
ลำดับขั้นการรับรอง (ก่อน 28 ก.พ. 2570)
- ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก (สำนักทะเบียน/สถานศึกษา/ศาล/DBD)
- แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด โดยผู้แปลที่ระบุชื่อและลงนามรับรองความถูกต้อง
- ยื่นนิติกรณ์รับรองคำแปลและ/หรือรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล
- รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยตามประเภทเอกสารที่กำหนด
ระยะเวลาและค่าธรรมเนียม: แปลรับรอง 1–2 วันทำการ · นิติกรณ์กรมการกงสุล 2–3 วันทำการ (200 บาท/ตรา) หรือด่วนรับวันเดียวหากยื่นก่อน 11:30 น. (400 บาท/ตรา) · คิวสถานทูตปลายทางแยกต่างหาก โดยทั่วไป 3–10 วันทำการ
ข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง
อินเดียเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ตั้งแต่ปี 2548 (2005) เอกสารไทยที่ใช้ในอินเดียปัจจุบันยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตอินเดีย
ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
วีซ่าคู่สมรส, OCI, การจดทะเบียนบริษัท, การศึกษาและการทำงาน
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับ
- เอกสารไม่มีคำแปลภาษาอังกฤษ
- ชื่อในเอกสารสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง
- ยื่นเอกสารสำเนาที่ไม่ได้รับรอง
เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย
เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารราชการไทยที่ใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงขั้นเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองของสถานทูตปลายทางอีก (เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเพิ่มเติม เช่น รูปแบบคำแปลหรืออายุเอกสาร)
คำถามที่พบบ่อย — เอกสารสำหรับอินเดีย
รับรองเอกสารเพื่อใช้ในอินเดีย มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก (สำนักทะเบียน/สถานศึกษา/ศาล/DBD) → แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด โดยผู้แปลที่ระบุชื่อและลงนามรับรองความถูกต้อง → ยื่นนิติกรณ์รับรองคำแปลและ/หรือรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยตามประเภทเอกสารที่กำหนด
อินเดียเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่?
เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แต่ปัจจุบันไทยยังไม่เข้าเป็นภาคีจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์กรมการกงสุลร่วมกับการรับรองของหน่วยงานผู้แทนอินเดียในไทย
หลังไทยเข้าเป็นภาคีจะเปลี่ยนอะไร?
เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารราชการไทยที่ใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงขั้นเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองของสถานทูตปลายทางอีก (เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเพิ่มเติม เช่น รูปแบบคำแปลหรืออายุเอกสาร)
สถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางกำหนดอะไรเป็นพิเศษ?
อินเดียเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ตั้งแต่ปี 2548 (2005) เอกสารไทยที่ใช้ในอินเดียปัจจุบันยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและการรับรองของสถานทูตอินเดีย
ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง?
วีซ่าคู่สมรส, OCI, การจดทะเบียนบริษัท, การศึกษาและการทำงาน
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย?
เอกสารไม่มีคำแปลภาษาอังกฤษ · ชื่อในเอกสารสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง · ยื่นเอกสารสำเนาที่ไม่ได้รับรอง
ใช้เวลาและค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
แปลรับรอง 1–2 วันทำการ · นิติกรณ์กรมการกงสุล 2–3 วันทำการ (200 บาท/ตรา) หรือด่วนรับวันเดียวหากยื่นก่อน 11:30 น. (400 บาท/ตรา) · คิวสถานทูตปลายทางแยกต่างหาก โดยทั่วไป 3–10 วันทำการ
ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน?
ตามหลักปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ ให้ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออกก่อน แล้วจึงแปล และนำคำแปลพร้อมต้นฉบับมายื่นนิติกรณ์ การแปลจากสำเนาที่ยังไม่คัดรับรองใหม่เป็นสาเหตุที่ต้องทำงานซ้ำบ่อยที่สุด
มอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทนได้ไหม?
ได้ครับ ใช้หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง หากผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ ให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยรับรองลายมือชื่อก่อน
ประเทศปลายทางอื่น
แหล่งอ้างอิง: consular.mfa.go.th · indianembassybangkok.gov.in · hcch.net — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 (2026) ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมนิติกรณ์อ้างอิงกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล · สถานะอนุสัญญา Apostille อ้างอิง hcch.net (มีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับสถานทูตและหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่


