รับรองเอกสารเพื่อใช้ในออสเตรเลีย (2026)
สถานะอนุสัญญา Apostille ของออสเตรเลีย: เป็นภาคี · อนุสัญญามีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570
ลำดับขั้นการรับรอง (ก่อน 28 ก.พ. 2570)
- ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก (สำนักทะเบียน/สถานศึกษา/ศาล/DBD)
- แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด โดยผู้แปลที่ระบุชื่อและลงนามรับรองความถูกต้อง
- ยื่นนิติกรณ์รับรองคำแปลและ/หรือรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล
- ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียโดยตรง หรือขอรับรองเพิ่มที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ระยะเวลาและค่าธรรมเนียม: แปลรับรอง 1–2 วันทำการ · นิติกรณ์กรมการกงสุล 2–3 วันทำการ (200 บาท/ตรา) หรือด่วนรับวันเดียวหากยื่นก่อน 11:30 น. (400 บาท/ตรา) · คิวสถานทูตปลายทางแยกต่างหาก โดยทั่วไป 3–10 วันทำการ
ข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานปลายทาง
Department of Home Affairs โดยทั่วไปรับคำแปลจากผู้แปล NAATI โดยไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ แต่สำนักทะเบียนของรัฐ (BDM) และศาลครอบครัวมักขอเอกสารต้นทางไทยที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล
ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง
วีซ่าคู่ครอง 309/820, วีซ่านักเรียน 500, การขอสัญชาติ, การจดทะเบียนสมรสในออสเตรเลีย
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับ
- ใช้ผู้แปลที่ไม่มีเลข NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ
- แปลจากสำเนาแทนฉบับคัดรับรอง
- ยื่นนิติกรณ์ก่อนแปลจนต้องทำใหม่
เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย
เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารราชการไทยที่ใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงขั้นเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองของสถานทูตปลายทางอีก (เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเพิ่มเติม เช่น รูปแบบคำแปลหรืออายุเอกสาร)
คำถามที่พบบ่อย — เอกสารสำหรับออสเตรเลีย
รับรองเอกสารเพื่อใช้ในออสเตรเลีย มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออก (สำนักทะเบียน/สถานศึกษา/ศาล/DBD) → แปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด โดยผู้แปลที่ระบุชื่อและลงนามรับรองความถูกต้อง → ยื่นนิติกรณ์รับรองคำแปลและ/หรือรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล → ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียโดยตรง หรือขอรับรองเพิ่มที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่?
เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แต่ปัจจุบันไทยยังไม่เข้าเป็นภาคีจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 จึงยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์กรมการกงสุลร่วมกับการรับรองของหน่วยงานผู้แทนออสเตรเลียในไทย
หลังไทยเข้าเป็นภาคีจะเปลี่ยนอะไร?
เมื่ออนุสัญญามีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารราชการไทยที่ใช้ในประเทศนี้จะใช้ Apostille จากกรมการกงสุลเพียงขั้นเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองของสถานทูตปลายทางอีก (เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเพิ่มเติม เช่น รูปแบบคำแปลหรืออายุเอกสาร)
สถานทูตหรือหน่วยงานปลายทางกำหนดอะไรเป็นพิเศษ?
Department of Home Affairs โดยทั่วไปรับคำแปลจากผู้แปล NAATI โดยไม่ต้องผ่านนิติกรณ์ แต่สำนักทะเบียนของรัฐ (BDM) และศาลครอบครัวมักขอเอกสารต้นทางไทยที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล
ใช้ยื่นเรื่องอะไรได้บ้าง?
วีซ่าคู่ครอง 309/820, วีซ่านักเรียน 500, การขอสัญชาติ, การจดทะเบียนสมรสในออสเตรเลีย
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อย?
ใช้ผู้แปลที่ไม่มีเลข NAATI ที่ยังไม่หมดอายุ · แปลจากสำเนาแทนฉบับคัดรับรอง · ยื่นนิติกรณ์ก่อนแปลจนต้องทำใหม่
ใช้เวลาและค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
แปลรับรอง 1–2 วันทำการ · นิติกรณ์กรมการกงสุล 2–3 วันทำการ (200 บาท/ตรา) หรือด่วนรับวันเดียวหากยื่นก่อน 11:30 น. (400 บาท/ตรา) · คิวสถานทูตปลายทางแยกต่างหาก โดยทั่วไป 3–10 วันทำการ
ต้องแปลก่อนหรือรับรองก่อน?
ตามหลักปฏิบัติของกองสัญชาติและนิติกรณ์ ให้ขอเอกสารฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออกก่อน แล้วจึงแปล และนำคำแปลพร้อมต้นฉบับมายื่นนิติกรณ์ การแปลจากสำเนาที่ยังไม่คัดรับรองใหม่เป็นสาเหตุที่ต้องทำงานซ้ำบ่อยที่สุด
มอบอำนาจให้ทีมงานยื่นแทนได้ไหม?
ได้ครับ ใช้หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง หากผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ ให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยรับรองลายมือชื่อก่อน
ประเทศปลายทางอื่น
แหล่งอ้างอิง: consular.mfa.go.th · naati.com.au · immi.homeaffairs.gov.au · hcch.net — ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 (2026) ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมนิติกรณ์อ้างอิงกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล · สถานะอนุสัญญา Apostille อ้างอิง hcch.net (มีผลกับไทย 28 กุมภาพันธ์ 2570) โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับสถานทูตและหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
ตัวอย่างงานจริงของสำนักงาน
ภาพถ่ายจากงานที่สำนักงานดำเนินการจริง ปิดทับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกจุดก่อนเผยแพร่


