ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law & Service Phuket
THAI NOTARY LAW
Phuket • Thailand

บัญชี ภาษี และงบการเงิน

งบการเงิน หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี R.O.21/22 และ 180 วัน

44 คำตอบในหมวดนี้ — เรียบเรียงโดยทีมทนายความ อัปเดตปี 2026

ล่ามราชการและล่ามศาลBOI และการลงทุนต่างชาติเอกสารนิติบุคคลและ M&Aบัญชี ภาษี และงบการเงินExpat VIP และการตั้งถิ่นฐาน
Q1.ขอบัตรส่งเสริม BOI ต้องเตรียมเอกสารรับรองอะไรบ้าง?

ชุดเอกสารหลักคือ หนังสือรับรองบริษัทแม่ในต่างประเทศ งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี มติที่ประชุมกรรมการอนุมัติการลงทุน และหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ยื่นคำขอ ทุกฉบับต้องผ่านโนตารีในประเทศต้นทาง แล้วทำ Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือรับรองกระทรวงการต่างประเทศต้นทาง + สถานทูตไทย จากนั้นแปลไทยและรับรองที่กรมการกงสุล BOI มักขอเอกสารที่ออกไม่เกิน 6 เดือน จึงควรวางแผนย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์

Q2.งบการเงินไทยที่ต้องส่งให้บริษัทแม่ต่างประเทศ ต้องรับรองอย่างไร?

งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และสำเนาแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นกรมสรรพากรแล้ว สามารถให้ทนายรับรองสำเนาถูกต้องและรับรองลายมือชื่อกรรมการ จากนั้นแปลอังกฤษและนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล หากปลายทางเป็นประเทศภาคีเฮก ตั้งแต่ปี 2026 ประเทศไทยออก Apostille ได้ ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกขั้น ประหยัดทั้งเวลาและค่าธรรมเนียม

Q3.หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และเอกสารภาษีอื่น ใช้ต่างประเทศได้ไหม?

ได้ครับ เอกสารที่ต่างประเทศขอบ่อยที่สุดคือ หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร (Certificate of Residence: R.O.22) และหนังสือรับรองการชำระภาษี (R.O.21) ออกโดยกรมสรรพากร ใช้อ้างสิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อน ทั้งสองฉบับนำมาแปลและนิติกรณ์ได้ทันที ควรขอฉบับภาษาอังกฤษจากสรรพากรตั้งแต่ต้นเพื่อลดขั้นตอนแปล

Q4.ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกิน 180 วัน ต้องเสียภาษีไทยหรือไม่?

ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันในปีภาษี ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรของไทย และมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ที่เกิดในไทย รวมถึงเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน เอกสารที่ต้องใช้ประกอบมักเป็นหนังสือรับรองรายได้และหลักฐานภาษีที่เสียในต่างประเทศ ซึ่งต้องแปลรับรองก่อนยื่น เราแนะนำให้วางแผนร่วมกับผู้สอบบัญชีก่อนสิ้นปีภาษี

Q5.จดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทยใช้เวลากี่วันและต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คน

ปัจจุบันบริษัทจำกัดตั้งได้ด้วยผู้เริ่มก่อการตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามที่แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การจองชื่อทำผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและทราบผลภายในหนึ่งถึงสามวันทำการ เมื่อเอกสารครบและยื่นแบบออนไลน์ นายทะเบียนมักรับจดทะเบียนได้ภายในวันเดียวถึงสามวันทำการ ส่วนงานหลังจดทะเบียน เช่น ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเปิดบัญชีธนาคาร ใช้เวลาเพิ่มอีกหลายวันทำการ

Q6.บริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด

เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดในรอบปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ นอกจากนี้กิจการที่ต้องการขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติหรือทำสัญญากับคู่ค้ารายใหญ่ มักเลือกจดทะเบียนก่อนถึงเกณฑ์โดยสมัครใจ เพื่อออกใบกำกับภาษีและขอคืนภาษีซื้อได้

Q7.ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของบริษัทมีอัตราใดบ้างที่พบบ่อย

อัตราที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือค่าบริการและค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และค่าวิชาชีพอิสระ แต่ละประเภทมีอัตราต่างกันตามคำสั่งกรมสรรพากร ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่เจ็ดของเดือนถัดไป หรือขยายเวลาได้เมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับเงินทุกครั้ง

Q8.บริษัทต้องส่งงบการเงินเมื่อไรและมีบทลงโทษอย่างไรถ้าล่าช้า

งบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบ DBD e-Filing ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอนุมัติ และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี การยื่นล่าช้ามีค่าปรับตามกฎหมายทั้งสองหน่วยงาน และกรรมการอาจถูกปรับเป็นรายบุคคล

Q9.ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกิน 180 วันต้องเสียภาษีจากรายได้ต่างประเทศหรือไม่

ผู้ที่อยู่ในไทยรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษี และตามแนวปฏิบัติที่กรมสรรพากรวางไว้ เงินได้จากแหล่งต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยต้องนำมารวมคำนวณภาษี โดยอาจใช้เครดิตภาษีต่างประเทศตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น ควรเก็บหลักฐานแหล่งเงินได้ วันที่โอนเข้า และภาษีที่เสียในต่างประเทศไว้ให้ครบ และตรวจแนวปฏิบัติล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่น

Q10.บริษัท BOI ได้สิทธิประโยชน์อะไรที่มีผลต่อการทำงานของชาวต่างชาติ

นอกจากสิทธิด้านภาษีที่ต่างกันไปตามประเภทกิจการ สิทธิที่มีผลในทางปฏิบัติมากที่สุดคือการใช้ระบบ e-Expert ในการขออนุมัติตำแหน่งช่างฝีมือและผู้ชำนาญการต่างชาติ การขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบเบ็ดเสร็จ และการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุมัติ ทั้งหมดต้องรักษาเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริมและรายงานผลตามกำหนด

Q11.บริษัทที่หยุดดำเนินกิจการควรจดเลิกหรือปล่อยไว้เฉย ๆ

ควรจดเลิกและชำระบัญชีให้ถูกต้อง เพราะบริษัทที่ยังไม่จดเลิกยังมีหน้าที่ยื่นงบการเงินและแบบภาษีทุกปี การไม่ยื่นทำให้มีค่าปรับสะสมและกรรมการอาจถูกดำเนินคดี ขั้นตอนคือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เลิก จดทะเบียนเลิกและตั้งผู้ชำระบัญชี ประกาศโฆษณาและแจ้งเจ้าหนี้ ยื่นแบบภาษีปิดรอบและขอคืนหรือชำระภาษีค้าง แล้วจึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

Q12.ชาวต่างชาติที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทยควรจัดลำดับงานเอกสารอย่างไร

ลำดับที่ทำงานได้จริงคือ ตรวจสอบประเภทการตรวจลงตราให้ตรงวัตถุประสงค์ก่อน จากนั้นทำที่พักและแจ้งที่พักอาศัยตามแบบ ตม.30 ขอใบรับรองถิ่นที่อยู่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตของตน แล้วจึงเปิดบัญชีธนาคาร ทำใบขับขี่ไทย และวางแผนภาษีเมื่อพำนักครบเกณฑ์ผู้มีถิ่นที่อยู่ การทำสลับลำดับมักทำให้ติดเงื่อนไขเอกสารและต้องเริ่มใหม่

Q13.สำนักงานผู้แทน (Representative Office) กับสาขาบริษัทต่างชาติ ต่างกันอย่างไร

สำนักงานผู้แทนทำได้เฉพาะกิจกรรมไม่หารายได้ เช่น จัดหาแหล่งซื้อสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ และรายงานความเคลื่อนไหวตลาดให้สำนักงานใหญ่ จึงไม่มีรายได้ในไทยและไม่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไร ส่วนสาขาทำสัญญาและรับรายได้ในไทยได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและเสียภาษีจากกำไรที่เกิดในไทย ทั้งสองรูปแบบต้องใช้เอกสารบริษัทแม่ที่ผ่านโนตารีและรับรองครบก่อนยื่น

Q14.ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทที่จะขอใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติคือเท่าไร

แนวปฏิบัติของกรมการจัดหางานกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2 ล้านบาทต่อชาวต่างชาติหนึ่งคน และลดเหลือ 1 ล้านบาทเมื่อชาวต่างชาติสมรสกับคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมอัตราส่วนพนักงานไทยสี่คนต่อชาวต่างชาติหนึ่งคน บริษัทที่ได้บัตรส่งเสริม BOI ใช้เกณฑ์ตามที่ BOI อนุมัติแทน ทุกเงื่อนไขต้องมีหลักฐานประกัน เช่น แบบยื่นประกันสังคมและงบการเงิน แนบตอนยื่นและตอนต่ออายุ

Q15.บริษัทตั้งใหม่ยังไม่มีงบการเงิน จะขอใบอนุญาตทำงานให้ผู้บริหารต่างชาติได้ไหม

ทำได้ แต่ต้องชดเชยด้วยหลักฐานอื่นที่แสดงว่ากิจการดำเนินจริง เช่น สัญญาเช่าสำนักงานพร้อมภาพถ่ายสถานที่ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคม หลักฐานการนำเงินทุนเข้าบัญชีบริษัท และสัญญากับลูกค้าหรือคู่ค้ารายแรก เจ้าหน้าที่มักนัดตรวจสถานประกอบการ จึงควรมีป้ายชื่อบริษัทและโต๊ะทำงานจริงตรงตามที่อยู่ที่จดทะเบียน

Q16.จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไร และมีผลอย่างไรกับใบอนุญาตทำงาน

ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่รายได้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือจดก่อนถึงเกณฑ์โดยสมัครใจเมื่อจำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า สำหรับงานคนต่างชาติ ใบ ภ.พ.20 เป็นเอกสารที่กรมการจัดหางานและ ตม. ใช้ยืนยันว่ากิจการดำเนินจริง จึงมักถูกขอในขั้นขอและต่ออายุใบอนุญาตทำงานและวีซ่า Non-B

Q17.บริษัทต้องยื่นแบบภาษีอะไรบ้างในรอบหนึ่งปี

รายเดือนคือ ภ.ง.ด.1 หัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน ภ.ง.ด.3 และ 53 หัก ณ ที่จ่ายผู้รับจ้าง และ ภ.พ.30 ภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมเงินสมทบประกันสังคม รายครึ่งปีคือ ภ.ง.ด.51 และรายปีคือ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และ สบช.3 ที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกำหนดหลังวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

Q18.ปิดบริษัทในไทยใช้เวลานานเท่าไรและมีขั้นตอนอะไรบ้าง

การเลิกบริษัทต้องมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสองครั้ง จดทะเบียนเลิกและตั้งผู้ชำระบัญชี ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้ ชำระหนี้และเก็บลูกหนี้ ยื่นแบบภาษีปิดกิจการและคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วจึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ในทางปฏิบัติใช้เวลาประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นกับการตรวจคืนภาษีของสรรพากร ระหว่างนี้ยังต้องยื่นแบบภาษีตามปกติจนกว่าจะปิดสมบูรณ์

Q19.บริษัทต่างชาติจ้างพนักงานในไทยโดยไม่ตั้งนิติบุคคลได้หรือไม่

จ้างตรงข้ามประเทศได้ในทางสัญญา แต่จะไม่มีนายจ้างในไทยที่ยื่นประกันสังคมและหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ พนักงานจึงต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และไม่สามารถใช้บริษัทนั้นสนับสนุนใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่า Non-B ได้ ทางเลือกที่ใช้กันคือจัดตั้งนิติบุคคลไทย ใช้บริการนายจ้างตัวแทนที่จดทะเบียนถูกต้อง หรือให้พนักงานถือวีซ่าประเภทที่รองรับการทำงานทางไกลตามเงื่อนไขที่กำหนด

Q20.BOI กับ IBC ต่างกันอย่างไรสำหรับสำนักงานภูมิภาค

บัตรส่งเสริม BOI ให้สิทธิด้านการถือหุ้น ที่ดิน วีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Expert ตามประเภทกิจการที่ได้รับอนุมัติ ส่วน International Business Center เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกรมสรรพากรสำหรับการให้บริการสนับสนุนแก่บริษัทในเครือต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขค่าใช้จ่ายในไทยและจำนวนพนักงานขั้นต่ำต่อปี หลายกลุ่มบริษัทใช้สองสถานะคู่กัน แต่ต้องแยกบัญชีรายได้ให้ชัดเพื่อรองรับการตรวจสอบ

Q21.ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกิน 180 วัน ต้องเสียภาษีเงินได้อย่างไร

ผู้ที่อยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษี ต้องยื่น ภ.ง.ด.90/91 สำหรับเงินได้ที่เกิดในไทย และเงินได้จากต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรประกาศใช้บังคับในปีนั้น ผู้ที่มีภาษีที่ชำระไว้ในประเทศอื่นอาจขอเครดิตภาษีได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้ จึงควรเก็บหนังสือรับรองการเสียภาษีต่างประเทศและหลักฐานการโอนเงินไว้ทุกปี

Q22.หนังสือรับรองการเสียภาษีในไทย (RO 21/RO 22) ขอไปทำไมและขออย่างไร

หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษี (RO 22) และหนังสือรับรองการหักภาษี (RO 21) ใช้แสดงต่อหน่วยงานภาษีต่างประเทศเพื่อขอใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อนหรือขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ ยื่นคำขอที่กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ พร้อมสำเนาแบบแสดงรายการและใบเสร็จ ใช้เวลาราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ หากต้องใช้ต่างประเทศ ควรทำคำแปลและรับรองกรมการกงสุลเพิ่ม

Q23.Expat ที่ย้ายมาไทยควรเรียงลำดับงานเอกสารอย่างไรให้ไม่ต้องทำซ้ำ

เริ่มจากยืนยันประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์ก่อน แล้วจึงหาที่พักและแจ้ง ตม.30 เพื่อให้มีหลักฐานที่อยู่ ต่อด้วยขอหนังสือรับรองถิ่นที่พักจากตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูต ใช้เอกสารนั้นเปิดบัญชีธนาคารและทำใบขับขี่ไทย จากนั้นจึงวางแผนภาษีเมื่อเข้าเกณฑ์ 180 วัน การสลับลำดับมักทำให้ขาดเอกสารต้นทางและต้องเริ่มขั้นตอนใหม่

Q24.บริษัทจดใหม่ต้องยื่นแบบภาษีอะไรบ้างในปีแรก

ปีแรกโดยทั่วไปมีแบบรายเดือน ได้แก่ ภ.ง.ด.1 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 สำหรับผู้รับเงินที่เป็นบุคคลและนิติบุคคล และ ภ.พ.30 หากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไปแล้วแต่ช่องทาง ส่วนรายปีมี ภ.ง.ด.51 กลางปี ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรอง และ ส.บช.3 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากไม่มีรายการเคลื่อนไหวก็ยังต้องยื่นแบบเปล่า มิฉะนั้นมีค่าปรับรายฉบับ

Q25.บริษัทต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไร และจดก่อนถึงเกณฑ์ได้ไหม

ต้องจดเมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี โดยยื่น ภ.พ.01 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ ส่วนกิจการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถขอจดโดยสมัครใจได้ ซึ่งมักทำเมื่อลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่ต้องการใบกำกับภาษี หรือเมื่อต้องขอใบอนุญาตทำงานให้พนักงานต่างชาติ เมื่อจดแล้วต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มีรายได้

Q26.BOI กับ FBL ต่างกันอย่างไร ควรเลือกทางไหน

บัตรส่งเสริม BOI ให้สิทธิถือหุ้นต่างชาติได้เต็มในกิจการที่ได้รับส่งเสริม พร้อมสิทธิด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านช่องทางพิเศษ และในบางประเภทมีสิทธิถือครองที่ดินเพื่อกิจการ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขประเภทกิจการและเงินลงทุนขั้นต่ำ ส่วนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเหมาะกับกิจการบริการที่ไม่เข้าข่าย BOI ใช้เวลาพิจารณานานกว่าและไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แนวทางที่เหมาะสมขึ้นกับประเภทกิจการและแผนการเติบโต

Q27.ปิดบริษัทในไทยใช้เวลานานแค่ไหน และมีขั้นตอนอะไรบ้าง

การเลิกบริษัทเริ่มจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนสามในสี่ จดทะเบียนเลิกและตั้งผู้ชำระบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้ ปิดภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นแบบสุดท้ายต่อกรมสรรพากร จัดทำงบ ณ วันเลิกให้ผู้สอบบัญชีรับรอง แล้วจึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ในทางปฏิบัติมักใช้เวลาหลายเดือนถึงราวหนึ่งปี เพราะขึ้นกับการตรวจคืนภาษีของสรรพากร

Q28.บริษัทที่ไม่ได้ดำเนินกิจการต้องยื่นงบการเงินหรือไม่

ต้องยื่น แม้ไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ ยื่น ส.บช.3 และงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในห้าเดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี พร้อมยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน การปล่อยทิ้งทำให้เกิดค่าปรับสะสมทั้งของกรรมการและบริษัท และอาจถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนซึ่งแก้ไขยากกว่าการปิดตามขั้นตอน

Q29.เงินเดือนขั้นต่ำของชาวต่างชาติสำหรับขอใบอนุญาตทำงานและต่อวีซ่ากำหนดอย่างไร

กรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้ตารางเงินเดือนขั้นต่ำตามสัญชาติ โดยกลุ่มยุโรปตะวันตก ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุด รองลงมาคือเกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง ส่วนกลุ่มเอเชียอื่นอยู่ระดับต่ำกว่า ตัวเลขนี้ใช้ประกอบการต่อวีซ่า Non-B ด้วย และต้องสอดคล้องกับ ภ.ง.ด.1 ที่ยื่นจริง การแจ้งเงินเดือนไม่ตรงกับที่หักภาษีเป็นสาเหตุที่ทำให้ต่อวีซ่าไม่ผ่าน

Q30.ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ e-Tax Invoice จำเป็นสำหรับบริษัทเล็กหรือไม่

ยังไม่บังคับทุกกิจการ แต่กรมสรรพากรสนับสนุนให้ใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยสมัครผ่านใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ กิจการขนาดเล็กสามารถใช้ช่องทาง e-Tax Invoice by Email ซึ่งเหมาะกับปริมาณเอกสารไม่มาก ข้อดีคือลดต้นทุนจัดเก็บและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย แต่ต้องวางระบบสำรองข้อมูลให้ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดคือห้าปี

Q31.บริษัทไทยจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ ต้องหักภาษีอย่างไร

โดยหลักต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศ เช่น ค่าสิทธิและดอกเบี้ย และอาจต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการต่างประเทศด้วยแบบ ภ.พ.36 อัตราภาษีอาจลดลงได้หากมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศผู้รับ โดยต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับประกอบ

Q32.บริษัทต้องมีที่ตั้งสำนักงานจริงหรือใช้ที่อยู่จดทะเบียนอย่างเดียวได้

ที่ตั้งที่จดทะเบียนต้องเป็นสถานที่ที่ติดต่อได้จริงและเจ้าของอาคารยินยอม โดยแนบหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรเจ้าของ กรณีขอจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือขอใบอนุญาตทำงาน เจ้าหน้าที่มักลงพื้นที่ตรวจสอบและถ่ายภาพป้ายชื่อบริษัท การใช้ที่อยู่ที่ไม่มีสำนักงานจริงจึงมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธหรือเพิกถอนภายหลัง

Q33.รอบบัญชีของบริษัทไทยเปลี่ยนได้ไหม

เปลี่ยนได้แต่ต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน โดยยื่นคำร้องชี้แจงเหตุผล เช่น ต้องการให้ตรงกับรอบบัญชีของบริษัทแม่ในต่างประเทศ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วรอบบัญชีช่วงเปลี่ยนผ่านจะสั้นกว่าสิบสองเดือนได้ และต้องแก้ไขข้อบังคับบริษัทพร้อมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรวางแผนล่วงหน้าเพราะกระทบการยื่น ภ.ง.ด.51 และการจัดทำงบ

Q34.บริษัทต่างชาติที่ขายบริการออนไลน์ให้ลูกค้าในไทยต้องเสียภาษีไหม

ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่มีรายรับจากผู้ใช้ในไทยซึ่งไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการต่างประเทศผ่านระบบ VES ของกรมสรรพากร แล้วนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายเดือนโดยไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ส่วนกรณีลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่จดภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย ผู้ซื้อเป็นผู้นำส่งด้วย ภ.พ.36

Q35.จ้างฟรีแลนซ์ต่างชาติที่ทำงานจากนอกประเทศไทย บริษัทต้องขอใบอนุญาตทำงานให้ไหม

ไม่ต้อง เพราะใบอนุญาตทำงานผูกกับการทำงานในราชอาณาจักร หากผู้รับจ้างทำงานอยู่นอกประเทศไทยทั้งหมด ก็ไม่เข้าข่าย แต่ประเด็นภาษียังมีอยู่ คือค่าตอบแทนบางประเภทที่จ่ายออกไปต่างประเทศอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าสถานที่ปฏิบัติงานอยู่นอกประเทศไทยและใครรับภาระภาษี

Q36.เอกสารบริษัทไทยที่จะนำไปใช้ต่างประเทศต้องรับรองอย่างไร

ขั้นตอนมาตรฐานคือขอหนังสือรับรองและงบการเงินฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แปลเป็นภาษาปลายทางโดยผู้แปลที่รับผิดชอบได้ นำไปรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วจึงรับรองซ้ำที่สถานทูตของประเทศปลายทางหากปลายทางยังต้องการ เมื่ออนุสัญญาเฮกมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารสำหรับประเทศภาคีจะใช้ Apostille แทนขั้นตอนสถานทูตได้

Q37.เปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคลในไทยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

โดยทั่วไปธนาคารขอหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกินหนึ่งเดือน หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ.5 รายงานการประชุมที่ระบุผู้มีอำนาจเปิดบัญชีและเงื่อนไขการลงนาม ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ามี พร้อมบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการทุกคนที่มาลงนามด้วยตนเอง หลายสาขายังขอหลักฐานที่ตั้งสำนักงานจริง เช่น สัญญาเช่าและภาพถ่ายป้ายชื่อ กรณีกรรมการเป็นชาวต่างชาติมักขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุประกอบ ทีมงานเราจัดชุดเอกสาร นัดหมายสาขาที่คุ้นเคยกับเคสต่างชาติ และเตรียมคำแปลรับรองให้พร้อมก่อนวันนัด เพื่อลดโอกาสถูกให้กลับไปแก้เอกสาร

Q38.บริษัทต่างชาติที่ไม่มีนิติบุคคลในไทยจ้างพนักงานในไทยได้หรือไม่

การจ้างโดยตรงจากต่างประเทศทำได้ในทางสัญญา แต่จะเกิดภาระที่ต้องจัดการในไทย ได้แก่ การหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การขึ้นทะเบียนประกันสังคม และความเสี่ยงว่ากิจกรรมของพนักงานจะถูกตีความว่าเป็นสถานประกอบการถาวรซึ่งทำให้บริษัทแม่ต้องเสียภาษีในไทย ทางเลือกที่พบบ่อยคือจดทะเบียนบริษัทลูก สำนักงานผู้แทน หรือใช้ผู้ว่าจ้างแทน แต่ละทางมีผลด้านภาษีและใบอนุญาตทำงานต่างกัน เราช่วยเปรียบเทียบโครงสร้างให้ก่อนตัดสินใจ แล้วดำเนินการจดทะเบียนและขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้องให้ครบในคราวเดียว

Q39.สำนักงานผู้แทนกับบริษัทจำกัดต่างกันอย่างไร

สำนักงานผู้แทนทำได้เฉพาะกิจกรรมที่ไม่ก่อรายได้ เช่น จัดหาแหล่งสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ และรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจให้บริษัทแม่ จึงไม่มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการขาย แต่ต้องนำเงินเข้ามาใช้จ่ายตามเกณฑ์และห้ามออกใบกำกับภาษีจากการขาย ส่วนบริษัทจำกัดทำการค้าได้เต็มรูปแบบ แต่หากผู้ถือหุ้นต่างชาติเกินกึ่งหนึ่งต้องพิจารณา พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือขอส่งเสริมจาก BOI เราแนะนำให้เลือกจากแผนรายได้จริงในสามปีข้างหน้า ไม่ใช่เลือกจากความง่ายในการจัดตั้งเพียงอย่างเดียว

Q40.ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมเมื่อไร และครอบคลุมพนักงานต่างชาติหรือไม่

นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป พนักงานต่างชาติที่ทำงานถูกกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงานอยู่ในระบบเช่นเดียวกับคนไทย เอกสาร สปส.1-10 ที่แสดงการนำส่งจริงเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อยื่นต่อใบอนุญาตทำงานและวีซ่าธุรกิจ การนำส่งไม่ครบหรือขาดช่วงจึงมักย้อนกลับมาเป็นปัญหาตอนต่ออายุ เราจึงตรวจสอบความสอดคล้องของบัญชีเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคมให้ตรงกันทุกเดือน

Q41.บริษัทไทยจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศต้องหักภาษีอย่างไร

การจ่ายค่าบริการ ค่าสิทธิ หรือดอกเบี้ยไปต่างประเทศโดยทั่วไปต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 พร้อมพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าบริการที่นำส่งด้วยแบบ ภ.พ.36 อัตราที่ใช้จริงอาจลดลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อนหากผู้รับเงินมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของประเทศคู่สัญญา ประเด็นที่มักผิดพลาดคือการจัดประเภทเงินได้ระหว่างค่าบริการกับค่าสิทธิ ซึ่งใช้อัตราต่างกัน เราช่วยตรวจสัญญาและจัดเตรียมเอกสารสนับสนุนให้ก่อนการจ่ายเงินแต่ละครั้ง

Q42.ต่ออายุใบอนุญาตทำงานต้องเตรียมเอกสารอะไรและควรเริ่มเมื่อไร

ควรเริ่มล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนหมดอายุ เอกสารหลักคือหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด งบการเงินปีล่าสุดที่ยื่นแล้ว แบบภาษี ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.1 รายเดือน สปส.1-10 บัญชีรายชื่อพนักงานไทย สัญญาจ้าง หนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานเดิม พร้อมรูปถ่ายและใบรับรองแพทย์ตามที่สำนักงานจัดหางานกำหนด ปัญหาที่พบบ่อยคืองบการเงินขาดทุนต่อเนื่องหรือจำนวนพนักงานไทยไม่ครบเกณฑ์ ซึ่งควรวางแผนแก้ล่วงหน้าหลายเดือน ไม่ใช่ในสัปดาห์ที่ยื่น

Q43.ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่

ปัจจุบันการใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์เป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องขออนุมัติจากกรมสรรพากรและใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในการลงลายมือชื่อดิจิทัล ข้อดีคือลดการจัดเก็บกระดาษและตรวจสอบย้อนหลังง่าย ส่วนข้อควรระวังคือต้องนำส่งข้อมูลตามรูปแบบและกำหนดเวลา หากระบบบัญชีไม่รองรับจะกลายเป็นภาระแทน จึงควรประเมินปริมาณเอกสารต่อเดือนก่อนตัดสินใจเปลี่ยนระบบ

Q44.ถ้าไม่อยากยุ่งกับงานเอกสารนิติบุคคลเอง ให้ทีมคุณดูแลทั้งหมดได้ไหม

ได้ และเราทำงานในฐานะที่ปรึกษาไม่ใช่เพียงผู้เดินเรื่อง เราเริ่มจากทำความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ แผนรายได้ และจำนวนพนักงานต่างชาติที่ต้องการ แล้วออกแบบลำดับงานให้เอกสารแต่ละชุดสอดคล้องกัน ตั้งแต่จดทะเบียนบริษัท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันสังคม ใบอนุญาตทำงาน วีซ่า ไปจนถึงบัญชีรายเดือนและงบประจำปี พร้อมแจ้งเตือนกำหนดยื่นทุกเดือนและชี้จุดเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นค่าปรับ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีกับเคสผู้ประกอบการต่างชาติทั้งในภูเก็ต กรุงเทพ และต่างจังหวัด เราสรุปแผนงานเป็นขั้นตอนให้คุณพิจารณาได้ก่อนเริ่มงาน

แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง

ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ