MFA Legalization (รับรองกงสุล)
การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย (MFA) เพื่อยืนยันว่าตราและลายมือชื่อบนเอกสารเป็นของเจ้าหน้าที่/ทนายที่มีอำนาจจริง — ขั้นบังคับก่อนนำเอกสารไปใช้ต่างประเทศ
นิยามและรายละเอียด
MFA Legalization คือกระบวนการรับรองชั้นที่ 2 ในห่วงโซ่ Legalization ของเอกสารไทย — หลังจากเอกสารผ่าน Notary หรือหน่วยงานออกเอกสารต้นทาง (เช่น เขต, อำเภอ, มหาวิทยาลัย) แล้ว ต้องนำมาให้กรมการกงสุล (Department of Consular Affairs) รับรองเพื่อยืนยันความถูกต้องของตราประทับและลายมือชื่อ
ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 ที่อนุสัญญา Apostille มีผลกับไทย — เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิก Apostille (เช่น สหรัฐ, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย) จะใช้ Apostille Sticker แทน Embassy Stamp ลดขั้นตอนได้ 50–70%
คิวปกติที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ 3 วันทำการ, ด่วน 1 วัน (มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม) ค่าธรรมเนียมตามประกาศ 200–400 บาท/ฉบับ บวกค่าบริการเดินเรื่อง
คำถามที่พบบ่อย · FAQ
ขึ้นกับชนิดเอกสาร — เอกสารราชการ (สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน) ไปกงสุลได้เลยหลังแปลและรับรองคำแปล แต่เอกสารเอกชน (สัญญา, POA, Affidavit) ต้องผ่าน Notary ก่อน
หลังไทยเข้า Apostille Convention เอกสารที่ส่งประเทศสมาชิกใช้ Apostille แทน — แต่บางประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก (เช่น UAE, จีนแผ่นดินใหญ่บางกรณี) ยังต้องใช้ MFA + Embassy Stamp
คำที่เกี่ยวข้อง
บริการที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลราชการที่ใช้อ้างอิง
- • กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล (consular.mfa.go.th)
- • กระทรวงการต่างประเทศ (mfa.go.th)
- • HCCH — Apostille Section (hcch.net)
ค่าธรรมเนียมราชการและกรอบเวลาในหน้านี้ตรวจทานล่าสุด กรกฎาคม 2569 (July 2026) โดยทีมทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (ขึ้นทะเบียนสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์) ตัวเลขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาเป็นค่าประมาณตามประกาศของหน่วยงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ และระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวของหน่วยงานปลายทาง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนดำเนินการ