แนะนำนักแปล NAATI สำหรับเอกสารออสเตรเลีย
เอกสารภาษาไทยที่ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียต้องแปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ทุกหน้าต้องมีตราประทับ ชื่อผู้แปล และเลขทะเบียนผู้แปลที่ตรวจสอบได้ในระบบทะเบียนสาธารณะของ NAATI ก่อนจ้างงานให้ขอเลขทะเบียนและตรวจว่าคู่ภาษาที่รับรองคือไทยเป็นอังกฤษ และสถานะยังไม่หมดอายุ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| ผู้กำหนดเกณฑ์ | Department of Home Affairs และหน่วยงานเทียบวุฒิของออสเตรเลีย |
|---|---|
| สิ่งที่ต้องมีบนคำแปล | ตราประทับ NAATI ชื่อผู้แปล เลขทะเบียน และวันที่รับรอง |
| วิธีตรวจสอบผู้แปล | ค้นเลขทะเบียนในระบบทะเบียนสาธารณะของ NAATI |
| เอกสารที่ใช้บ่อย | ทะเบียนสมรส สูติบัตร ทรานสคริปต์ ใบรับรองการทำงาน ตรวจประวัติอาชญากรรม |
| ต้องรับรองกงสุลเพิ่มหรือไม่ | สำหรับการยื่นวีซ่าโดยทั่วไปไม่ต้อง เว้นแต่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น |
ความต่างระหว่างคำแปลรับรองทั่วไปกับคำแปล NAATI
คำแปลรับรองทั่วไปเน้นคำรับรองความถูกต้องของผู้แปล ส่วนคำแปล NAATI เป็นระบบที่ผู้แปลต้องผ่านการรับรองรายบุคคลและมีเลขทะเบียนที่ตรวจสอบได้ หน่วยงานออสเตรเลียตรวจเลขทะเบียนนี้ได้โดยตรง
ในทางปฏิบัติหมายความว่าคำแปลที่ดีเลิศทางภาษาแต่ไม่มีตราประทับ NAATI จะถูกปฏิเสธ ขณะที่คำแปล NAATI ที่มีตราประทับครบถ้วนจะผ่านแม้เป็นเอกสารเรียบง่าย
- ขอเลขทะเบียนผู้แปลก่อนตกลงจ้างและตรวจในระบบทะเบียนสาธารณะ
- ตรวจว่าคู่ภาษาที่ได้รับการรับรองคือไทยเป็นอังกฤษ
- ตรวจวันหมดอายุของสถานะการรับรอง
- ตรวจว่าตราประทับปรากฏครบทุกหน้า ไม่ใช่เฉพาะหน้าสุดท้าย
งานที่ต้องใช้คำแปล NAATI นอกเหนือจากวีซ่า
นอกจากการยื่นวีซ่า คำแปล NAATI ยังจำเป็นสำหรับการเทียบวุฒิเพื่อขึ้นทะเบียนวิชาชีพในออสเตรเลีย เช่น พยาบาล วิศวกร และครู รวมถึงการสมัครเรียนในสถาบันที่กำหนดคำแปลรับรอง
งานกลุ่มนี้มักต้องใช้คำแปลของเอกสารที่มีรายละเอียดมาก เช่น ทรานสคริปต์รายวิชาและคำอธิบายรายวิชา จึงควรวางแผนเวลาล่วงหน้ามากกว่างานวีซ่าทั่วไป
การใช้คำแปล NAATI ซ้ำกับประเทศอื่น
คำแปล NAATI เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองในหลายประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะมีระบบตรวจสอบผู้แปลที่ชัดเจน จึงมักใช้ซ้ำได้เมื่อยื่นประเทศอื่นในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม หากเอกสารต้องผ่านนิติกรณ์เพื่อใช้ในทางแพ่ง เช่น การจดทะเบียนสมรสหรือธุรกรรมที่ดิน จะต้องใช้เส้นทางรับรองของประเทศนั้นเพิ่มเติม
ขั้นตอนดำเนินการ
ขั้นที่ 1: ตรวจเกณฑ์ของหน่วยงานปลายทาง
ตรวจว่าหน่วยงานออสเตรเลียที่รับเรื่องต้องการคำแปล NAATI แบบสแกนสีหรือฉบับจริง
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบเลขทะเบียนผู้แปล
ขอเลขทะเบียนจากผู้ให้บริการ แล้วค้นในระบบทะเบียนสาธารณะของ NAATI เพื่อยืนยันคู่ภาษาและสถานะ
ขั้นที่ 3: ส่งต้นฉบับคุณภาพสูง
ส่งสแกนสีความละเอียดสูงที่เห็นตราประทับและลายมือชื่อครบทุกด้าน รวมถึงด้านหลังเอกสาร
ขั้นที่ 4: ตรวจคำแปลก่อนยื่น
ตรวจว่าตราประทับ ชื่อผู้แปล เลขทะเบียน และวันที่ปรากฏครบทุกหน้า และรูปแบบวันที่เป็นวันเดือนปี
คำถามที่พบบ่อย
ใช้นักแปลที่กรมการกงสุลรับรองแทน NAATI ได้ไหม
ไม่ได้สำหรับการยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลีย เพราะเกณฑ์ของออสเตรเลียอ้างอิงระบบการรับรองผู้แปลของ NAATI โดยเฉพาะ คำแปลที่รับรองโดยระบบอื่นจะไม่ถูกยอมรับแม้เนื้อหาถูกต้อง
คำแปล NAATI ต้องเป็นฉบับจริงหรือใช้ไฟล์สแกนได้
การยื่นวีซ่าออนไลน์ส่วนใหญ่รับไฟล์สแกนสีของคำแปลที่มีตราประทับครบ แต่ควรเก็บฉบับจริงไว้เพราะเจ้าหน้าที่อาจขอเรียกดูภายหลัง
ต้องนำต้นฉบับไปให้ผู้แปลดูหรือไม่
โดยทั่วไปใช้สแกนสีคุณภาพสูงได้ แต่หากปลายทางกำหนดให้ผู้แปลรับรองจากต้นฉบับ ควรนำต้นฉบับหรือสำเนาที่ทนายผู้ทำคำรับรองรับรองแล้วไปแสดง
คำแปล NAATI มีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัวคำแปลไม่มีวันหมดอายุ แต่ต้องสัมพันธ์กับเอกสารต้นฉบับที่ยังใช้ได้ หากคัดเอกสารต้นฉบับใหม่ ต้องแปลใหม่เพราะวันที่และเลขที่เอกสารเปลี่ยน
แปล NAATI ในไทยใช้เวลานานเท่าไร
เอกสารมาตรฐานเช่นทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 วันทำการ ส่วนงานด่วนทำได้ในหนึ่งวันทำการโดยมีค่าบริการเร่งเพิ่ม
เอกสารตรวจประวัติอาชญากรรมต้องแปล NAATI ด้วยไหม
ต้องแปล หากฉบับที่ได้รับเป็นภาษาไทย แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกฉบับภาษาอังกฤษได้ ซึ่งช่วยประหยัดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการแปล
แหล่งอ้างอิงราชการ
- NAATI — องค์กรรับรองนักแปลและล่ามแห่งชาติของออสเตรเลีย มีระบบทะเบียนผู้แปลสาธารณะ
- Department of Home Affairs ออสเตรเลีย — กำหนดให้เอกสารที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีคำแปลที่รับรองตามเกณฑ์
อ่านต่อ
คำค้นที่หน้านี้ตอบ
ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน
ส่งรายการเอกสารและปลายทางที่จะยื่น ทีมงานจะแจ้งลำดับขั้นและระยะเวลาที่ต้องใช้
ติดต่อทีมงาน →