แนะนำบริการแปลเอกสารการแพทย์
เอกสารการแพทย์ต้องแปลโดยผู้แปลที่คุ้นเคยกับศัพท์ทางคลินิก เพราะชื่อยา หน่วยวัด และรหัสวินิจฉัยโรคผิดเพียงจุดเดียวอาจทำให้การรักษาต่อเนื่องหรือการเคลมประกันสะดุด ควรคงรหัสวินิจฉัยและชื่อสามัญของยาไว้ตามต้นฉบับ พร้อมแนบคำแปลไปกับสำเนาต้นฉบับที่โรงพยาบาลรับรองแล้วเสมอ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| เอกสารที่พบบ่อย | ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ใบสั่งยา |
|---|---|
| สิ่งที่ต้องคงไว้ | รหัสวินิจฉัยโรค ชื่อสามัญของยา ขนาดยา และหน่วยวัด |
| ผู้รับเอกสารปลายทาง | โรงพยาบาลต่างประเทศ บริษัทประกัน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง |
| การรับรองที่มักถูกขอ | สำเนาที่โรงพยาบาลรับรอง และคำรับรองความถูกต้องของผู้แปล |
| ข้อควรระวังด้านข้อมูล | ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
ทำไมงานแปลการแพทย์ต้องใช้ผู้แปลเฉพาะทาง
ศัพท์ทางการแพทย์จำนวนมากมีคำที่คล้ายกันแต่ความหมายต่างกันสิ้นเชิง และชื่อยาทางการค้าในไทยกับต่างประเทศมักไม่ตรงกัน ผู้แปลที่ไม่มีพื้นฐานทางคลินิกมักแปลชื่อยาทางการค้าตรงตัว ทำให้แพทย์ปลายทางหาตัวยาไม่พบ
แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือคงชื่อสามัญของยาเป็นภาษาอังกฤษ ระบุขนาดและความถี่ตามต้นฉบับ และคงรหัสวินิจฉัยโรคไว้โดยไม่แปลเป็นคำบรรยาย
- คงรหัสวินิจฉัยโรคตามต้นฉบับ
- ใช้ชื่อสามัญของยาแทนชื่อทางการค้าเมื่อระบุได้
- คงหน่วยวัดตามต้นฉบับ ไม่แปลงหน่วยเอง
- ระบุวันที่ตรวจและวันที่ออกเอกสารให้ครบทุกฉบับ
การเคลมประกันสุขภาพระหว่างประเทศ
บริษัทประกันต่างประเทศมักกำหนดชุดเอกสารเฉพาะ ได้แก่ ใบสรุปการรักษา ใบเสร็จรับเงินที่แจกแจงรายการ และแบบฟอร์มเคลมที่แพทย์ลงนาม การแปลต้องครอบคลุมรายการค่าใช้จ่ายทุกบรรทัด เพราะรายการที่ไม่มีคำแปลมักถูกตัดออกจากการพิจารณา
ควรขอให้โรงพยาบาลรับรองสำเนาเอกสารก่อนนำไปแปล เพื่อให้ชุดเอกสารมีทั้งสำเนาที่รับรองและคำแปลแนบคู่กัน
การรักษาความลับของข้อมูลสุขภาพ
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ผู้ให้บริการแปลจึงควรมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเรื่องการเก็บและลบไฟล์
ก่อนส่งเอกสาร ควรถามว่าผู้ให้บริการเก็บไฟล์ไว้นานเท่าใด ใครเข้าถึงได้บ้าง และมีการใช้บริการแปลอัตโนมัติสาธารณะหรือไม่
ขั้นตอนดำเนินการ
ขั้นที่ 1: ขอสำเนาที่โรงพยาบาลรับรอง
ขอสำเนาประวัติการรักษาและใบรับรองแพทย์ที่มีตราประทับโรงพยาบาลและลายมือชื่อแพทย์
ขั้นที่ 2: ตรวจเกณฑ์ของผู้รับปลายทาง
ตรวจว่าโรงพยาบาลหรือบริษัทประกันปลายทางต้องการคำแปลรับรองระดับใดและต้องใช้แบบฟอร์มของตนหรือไม่
ขั้นที่ 3: สั่งแปลกับผู้แปลสายการแพทย์
ระบุให้ผู้แปลคงรหัสวินิจฉัย ชื่อสามัญของยา และหน่วยวัดตามต้นฉบับ
ขั้นที่ 4: ตรวจทานร่วมกับแพทย์ผู้รักษา
ให้แพทย์ผู้รักษาหรือพยาบาลผู้ประสานงานตรวจคำแปลส่วนที่เป็นสาระสำคัญก่อนส่งปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย
ใบรับรองแพทย์ภาษาไทยใช้ยื่นต่างประเทศได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ ต้องมีคำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศปลายทางแนบ ทางที่เร็วกว่าคือขอให้โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษตั้งแต่แรก ซึ่งโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในไทยออกให้ได้
ประวัติการรักษาหนามาก ต้องแปลทั้งหมดหรือไม่
ควรแปลเฉพาะช่วงเวลาและหัตถการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ เช่น การรักษาต่อเนื่องหรือการเคลม แล้วระบุในคำแปลว่าเป็นการแปลบางส่วนพร้อมเลขหน้าที่อ้างอิง
เอกสารการแพทย์ต้องรับรองนิติกรณ์หรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่ต้องสำหรับการรักษาและการเคลม แต่จำเป็นเมื่อใช้ประกอบคดีความ การเรียกร้องค่าสินไหมข้ามประเทศ หรือการขอวีซ่าด้วยเหตุผลทางการแพทย์
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการต้องแปลค่าอ้างอิงด้วยหรือไม่
ต้องแปล เพราะช่วงค่าปกติของแต่ละห้องปฏิบัติการต่างกัน หากไม่มีค่าอ้างอิง แพทย์ปลายทางจะตีความผลไม่ได้และมักขอให้ตรวจซ้ำ
งานแปลการแพทย์ใช้เวลานานเท่าไร
ใบรับรองแพทย์หนึ่งหน้าใช้เวลาประมาณหนึ่งวันทำการ ส่วนประวัติการรักษาที่มีหลายสิบหน้าใช้เวลา 3 ถึง 7 วันทำการ ขึ้นกับความหนาแน่นของศัพท์เฉพาะ
บริษัทประกันขอแบบฟอร์มเคลมที่แพทย์ลงนาม ต้องทำอย่างไร
ให้ส่งแบบฟอร์มของบริษัทประกันให้แพทย์กรอกและลงนามโดยตรง แล้วจึงแปลเอกสารประกอบอื่น เพราะแบบฟอร์มที่แปลขึ้นเองมักไม่ถูกยอมรับ
แหล่งอ้างอิงราชการ
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล — กำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลสุขภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว
- แพทยสภา — หน่วยงานกำกับมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมและการออกใบรับรองแพทย์
อ่านต่อ
คำค้นที่หน้านี้ตอบ
ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน
ส่งรายการเอกสารและปลายทางที่จะยื่น ทีมงานจะแจ้งลำดับขั้นและระยะเวลาที่ต้องใช้
ติดต่อทีมงาน →