แนะนำบริการแปลเอกสารต่างประเทศเป็นไทยสำหรับใบอนุญาตทำงาน
ชาวต่างชาติที่ยื่นขอใบอนุญาตทำงานในไทยต้องแปลปริญญาบัตร ใบผ่านงาน และเอกสารประกอบเป็นภาษาไทย เพราะกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับพิจารณาเฉพาะเอกสารภาษาไทยหรือคู่กับต้นฉบับภาษาอังกฤษ เอกสารจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อนแปล มิฉะนั้นจะถูกตีกลับแม้คำแปลถูกต้องก็ตาม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| เอกสารที่ต้องแปลบ่อยที่สุด | ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ ใบผ่านงาน หนังสือรับรองตำแหน่ง สัญญาจ้าง |
|---|---|
| หน่วยงานที่ใช้เอกสาร | กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง |
| เงื่อนไขต้นทาง | เอกสารจากต่างประเทศต้องรับรองจากหน่วยงานออกเอกสารหรือสถานทูตก่อนแปล |
| ภาษาที่ยื่นได้ | คำแปลภาษาไทย หรือชุดคู่ขนานไทย-อังกฤษแล้วแต่หน่วยงาน |
| จุดตรวจที่พบบ่อย | ชื่อสถาบันการศึกษาและตำแหน่งงานต้องสะกดตรงกับเอกสารอ้างอิงอื่นในแฟ้มเดียวกัน |
ทำไมใบอนุญาตทำงานถึงต้องการคำแปลที่แม่นยำเป็นพิเศษ
ใบอนุญาตทำงานเป็นกระบวนการที่เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และตำแหน่งที่นายจ้างระบุไว้ในแบบฟอร์มขอใบอนุญาต หากคำแปลปริญญาบัตรหรือใบผ่านงานใช้คำศัพท์ที่ไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่ยื่น เช่น สาขาวิชาที่แปลไม่สอดคล้องกับคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนดสำหรับอาชีพนั้น เรื่องอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหรือปฏิเสธ
นอกจากความถูกต้องทางภาษาแล้ว คำแปลยังต้องรักษารูปแบบเดิมของเอกสาร เช่น ตราประทับของมหาวิทยาลัย ลายมือชื่อคณบดี และเลขที่ปริญญาบัตร เพราะเจ้าหน้าที่ใช้องค์ประกอบเหล่านี้ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงที่ผ่านการรับรองมาแล้ว ไม่ใช่เพียงคำแปลลอย ๆ ที่แยกจากต้นฉบับ
- แปลชื่อสถาบันและสาขาวิชาให้ตรงกับที่ระบุในหนังสือรับรองการทำงานที่นายจ้างยื่น
- คงเลขที่ปริญญาบัตรและวันที่สำเร็จการศึกษาตามต้นฉบับ
- บรรยายตราประทับและลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามครบทุกจุด
- ตรวจสอบว่าตำแหน่งงานในสัญญาจ้างตรงกับที่ระบุในแบบคำขอใบอนุญาตทำงาน
ลำดับการรับรองเอกสารต้นทางก่อนแปล
เอกสารการศึกษาและการทำงานที่ออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศต้นทางก่อน เช่น กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นหรือหน่วยงานรับรองเอกสารที่ได้รับมอบหมาย จากนั้นจึงรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศนั้น หรือใช้เส้นทางอนุสัญญาเฮกหากทั้งสองประเทศเป็นภาคี ก่อนนำมาแปลและรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลในไทย
การข้ามขั้นตอนนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ เพราะคำแปลที่ถูกต้องสมบูรณ์ก็ไม่มีความหมายหากต้นฉบับยังไม่ผ่านสายการรับรองที่กรมการจัดหางานยอมรับ ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์กับเคสใบอนุญาตทำงานมักช่วยตรวจสอบสายการรับรองให้ก่อนเริ่มแปล เพื่อไม่ให้เสียเวลาแปลเอกสารที่ยังใช้ยื่นไม่ได้
ข้อควรระวังสำหรับสัญญาจ้างและหนังสือรับรองเงินเดือน
สัญญาจ้างและหนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัทต่างประเทศมักมีศัพท์เฉพาะทางกฎหมายแรงงานของประเทศนั้น เช่น รูปแบบสวัสดิการหรือเงื่อนไขการจ้างที่ไม่มีคำเทียบตรงในกฎหมายไทย ผู้แปลจึงต้องเลือกใช้คำที่สื่อความหมายใกล้เคียงที่สุดโดยไม่บิดเบือนสาระสำคัญ และหากจำเป็นควรใส่หมายเหตุผู้แปลอธิบายคำศัพท์เฉพาะนั้น
อีกจุดที่ควรตรวจคือความสอดคล้องของตัวเลขเงินเดือนและสกุลเงินระหว่างสัญญาจ้างกับหนังสือรับรองรายได้ เพราะกรมการจัดหางานอาจนำไปเทียบกับเกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดสำหรับแต่ละสัญชาติ หากตัวเลขไม่ตรงกันระหว่างเอกสารสองฉบับจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอเอกสารชี้แจงเพิ่ม
การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นครั้งเดียว
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ครั้งแรกช่วยลดความเสี่ยงที่ใบอนุญาตทำงานจะล่าช้าจนกระทบวันเริ่มงานที่ตกลงกับนายจ้างไว้ ควรทำรายการเอกสารทั้งหมดที่ต้องแปลพร้อมกัน ได้แก่ หนังสือเดินทาง ปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ ใบผ่านงาน และสัญญาจ้าง เพื่อให้ผู้แปลตรวจสอบความสอดคล้องของชื่อและตำแหน่งข้ามเอกสารได้ในคราวเดียว
หากบางเอกสารยังอยู่ระหว่างขอคัดใหม่จากต่างประเทศ ควรแจ้งกำหนดเวลาที่ชัดเจนให้ผู้ให้บริการทราบ เพื่อวางแผนคิวแปลและคิวรับรองนิติกรณ์ให้ทันกำหนดยื่นที่กรมการจัดหางาน เพราะขั้นตอนนี้มักมีกรอบเวลาที่นายจ้างกำหนดตายตัวตามวันเริ่มสัญญาจ้าง
ขั้นตอนดำเนินการ
ขั้นที่ 1: รวบรวมเอกสารการศึกษาและการทำงาน
รวบรวมปริญญาบัตร ทรานสคริปต์ ใบผ่านงาน และสัญญาจ้างฉบับที่ผ่านการรับรองจากประเทศต้นทางแล้ว
ขั้นที่ 2: ตรวจสายการรับรองต้นฉบับ
ตรวจว่าเอกสารผ่านการรับรองจากหน่วยงานต้นทางและสถานทูตไทยประจำประเทศนั้นครบถ้วนก่อนเริ่มแปล
ขั้นที่ 3: แปลเอกสารเป็นภาษาไทย
ให้ผู้แปลตรวจสอบความสอดคล้องของชื่อ ตำแหน่ง และตัวเลขเงินเดือนระหว่างเอกสารทุกฉบับ
ขั้นที่ 4: รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล
นำคำแปลไปรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล
ขั้นที่ 5: ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน
ยื่นเอกสารครบชุดที่กรมการจัดหางานพร้อมแบบคำขอที่นายจ้างจัดเตรียม
คำถามที่พบบ่อย
ปริญญาบัตรที่ยังไม่ได้รับรองจากประเทศต้นทางแปลก่อนได้ไหม
แปลได้แต่จะใช้ยื่นขอใบอนุญาตทำงานไม่ได้ เพราะกรมการจัดหางานต้องการเอกสารต้นฉบับที่ผ่านสายการรับรองจากประเทศต้นทางก่อน จึงควรตรวจสอบสายการรับรองให้ครบก่อนเริ่มแปลเพื่อไม่ให้ต้องแปลซ้ำ
สัญญาจ้างต้องแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับตำแหน่งและเงินเดือน
โดยทั่วไปกรมการจัดหางานต้องการเห็นสาระสำคัญครบถ้วน คือตำแหน่ง หน้าที่ เงินเดือน และระยะเวลาจ้าง หากแปลเพียงบางส่วนต้องระบุในคำแปลว่าเป็นการแปลบางส่วนพร้อมระบุหัวข้อที่ตัดออก
ชื่อในปริญญาบัตรสะกดต่างจากหนังสือเดินทางต้องทำอย่างไร
ให้ใช้การสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นหลักในคำแปล และเพิ่มหมายเหตุผู้แปลยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน หากหน่วยงานเข้มงวดอาจต้องขอหนังสือรับรองบุคคลเดียวกันจากสถาบันการศึกษาเพิ่มเติม
ใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะแปลและรับรองเอกสารครบชุด
ขึ้นกับจำนวนเอกสารและว่าต้นฉบับผ่านการรับรองจากต่างประเทศมาแล้วหรือไม่ หากเอกสารพร้อมครบ การแปลและรับรองนิติกรณ์ในไทยมักใช้เวลาไม่กี่วันทำการ แต่หากต้องรอเอกสารจากต่างประเทศ ระยะเวลาจะขึ้นกับความเร็วของหน่วยงานต้นทาง
นายจ้างสามารถให้ทีมงานฝ่ายบุคคลแปลเอกสารเองได้หรือไม่
ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่คำแปลที่ไม่ได้จัดทำอย่างเป็นระบบมักถูกขอแก้ไขเรื่องการสะกดชื่อและรูปแบบเอกสาร จึงมักคุ้มกว่าที่จะใช้ผู้ให้บริการที่คุ้นเคยกับรูปแบบที่กรมการจัดหางานยอมรับ
ต้องแปลเอกสารของคู่สมรสที่ติดตามมาด้วยหรือไม่
ใบอนุญาตทำงานพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นเป็นหลัก ส่วนเอกสารคู่สมรสจะเกี่ยวข้องเมื่อยื่นวีซ่าติดตามแยกต่างหาก ซึ่งต้องแปลทะเบียนสมรสและเอกสารประกอบตามเงื่อนไขของประเภทวีซ่านั้น
แหล่งอ้างอิงราชการ
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน — หน่วยงานพิจารณาออกใบอนุญาตทำงานให้ชาวต่างชาติ กำหนดเอกสารประกอบที่ต้องแปลเป็นภาษาไทย
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — รับรองนิติกรณ์คำแปลเอกสารก่อนนำไปใช้ยื่นกับหน่วยงานราชการไทย
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — ตรวจสอบเอกสารประกอบวีซ่าทำงานให้สอดคล้องกับใบอนุญาตทำงาน
อ่านต่อ
คำค้นที่หน้านี้ตอบ
ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน
ส่งรายการเอกสารและปลายทางที่จะยื่น ทีมงานจะแจ้งลำดับขั้นและระยะเวลาที่ต้องใช้
ติดต่อทีมงาน →