แนะนำความรู้เรื่องอนุสัญญาเฮกและอะพอสทีลสำหรับเอกสารไทย
อนุสัญญาเฮกว่าด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารต่างประเทศกำหนดให้ประเทศภาคีใช้ตราอะพอสทีลเพียงขั้นเดียวแทนการรับรองหลายชั้น ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญานี้ เอกสารไทยที่จะใช้ในประเทศภาคีอนุสัญญาจึงยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุลตามระบบเดิม ไม่สามารถขออะพอสทีลจากหน่วยงานไทยได้โดยตรง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| สถานะของไทย | ยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาเฮกว่าด้วยอะพอสทีล ณ ปัจจุบัน |
|---|---|
| ผลต่อเอกสารไทย | ต้องรับรองผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและอาจต้องรับรองสถานทูตเพิ่ม |
| ประเทศภาคีอนุสัญญา | หลายประเทศในยุโรป อเมริกาเหนือ และบางประเทศในเอเชีย |
| เอกสารจากประเทศภาคีที่จะใช้ในไทย | ไทยยังกำหนดให้ต้องรับรองผ่านสถานทูตไทยในประเทศนั้นแม้มีอะพอสทีลแล้ว |
| หน่วยงานติดตามความเคลื่อนไหว | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ |
อนุสัญญาเฮกว่าด้วยอะพอสทีลคืออะไร
อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการรับรองความถูกต้องของเอกสารสาธารณะต่างประเทศ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าอนุสัญญาอะพอสทีล เป็นความตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดให้ประเทศภาคีใช้ตราประทับมาตรฐานที่เรียกว่าอะพอสทีลเพียงขั้นเดียว แทนการรับรองหลายชั้นแบบเดิมที่ต้องผ่านทั้งกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต
หลักการสำคัญคือเมื่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายในประเทศภาคีประทับตราอะพอสทีลบนเอกสารแล้ว ประเทศภาคีอื่นทุกประเทศต้องยอมรับเอกสารนั้นโดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตอีก ทำให้กระบวนการรวดเร็วและประหยัดกว่าระบบดั้งเดิมอย่างมาก
ทำไมประเทศไทยยังใช้ระบบนิติกรณ์แบบเดิม
เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกฉบับนี้ เอกสารไทยจึงไม่สามารถขอตราอะพอสทีลจากหน่วยงานไทยได้ และยังต้องใช้ระบบรับรองแบบดั้งเดิม คือผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลก่อน แล้วจึงรับรองต่อที่สถานทูตของประเทศปลายทางหากประเทศนั้นกำหนดไว้ แม้ประเทศปลายทางจะเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกเองก็ตาม
ในทางกลับกัน เอกสารจากประเทศภาคีอนุสัญญาที่มีตราอะพอสทีลติดมาแล้วและต้องการนำมาใช้ในประเทศไทย ก็ไม่ได้รับการยกเว้นการรับรองเพิ่มเติมโดยอัตโนมัติ เพราะไทยไม่ใช่ภาคี หน่วยงานไทยหลายแห่งจึงยังขอให้รับรองผ่านสถานทูตไทยในประเทศนั้นก่อนนำมาใช้ในไทย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้เอกสารจากต่างประเทศมักเข้าใจผิดว่าอะพอสทีลใช้ได้ทันที
ผลกระทบต่อผู้ที่ต้องใช้เอกสารไทยในประเทศภาคี
ผู้ที่ต้องใช้เอกสารไทยในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเฮก เช่น ประเทศในยุโรปหรืออเมริกาเหนือ ควรทราบว่าจะไม่สามารถขอตราอะพอสทีลจากไทยได้ ต้องใช้เส้นทางรับรองนิติกรณ์ตามปกติ ซึ่งบางประเทศอาจยอมรับนิติกรณ์ไทยแทนอะพอสทีลได้เลยโดยไม่ต้องรับรองสถานทูตเพิ่ม แต่บางประเทศยังกำหนดให้ต้องรับรองสถานทูตเช่นเดิม จึงควรตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางโดยตรง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าเมื่อประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกแล้ว เอกสารไทยจะได้รับการยกเว้นขั้นตอนโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะสถานะภาคีของประเทศปลายทางไม่ได้ทำให้ไทยในฐานะประเทศที่ไม่ใช่ภาคีได้รับสิทธิประโยชน์นั้นไปด้วย
แนวโน้มและสิ่งที่ควรติดตาม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมอนุสัญญาเฮกฉบับนี้เป็นระยะ แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดสำหรับการให้สัตยาบัน ผู้ที่ต้องใช้เอกสารระหว่างประเทศเป็นประจำจึงควรติดตามประกาศจากกรมการกงสุลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหากไทยเข้าเป็นภาคีในอนาคต ขั้นตอนรับรองเอกสารจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในระหว่างที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้บริการควรวางแผนกระบวนการรับรองเอกสารตามระบบปัจจุบันเสมอ คือแปลเอกสารให้ถูกต้อง ยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล และรับรองสถานทูตเพิ่มเมื่อจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าจากการคาดหวังขั้นตอนที่ยังไม่มีผลบังคับใช้จริงในประเทศไทย
ขั้นตอนดำเนินการ
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกหรือไม่
สอบถามหรือตรวจสอบรายชื่อประเทศภาคีก่อนวางแผนขั้นตอนรับรองเอกสาร
ขั้นที่ 2: ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางโดยตรง
อย่าสันนิษฐานว่าอะพอสทีลใช้ได้กับเอกสารไทย ให้สอบถามว่ายอมรับนิติกรณ์ไทยแทนหรือไม่
ขั้นที่ 3: เตรียมเอกสารตามระบบนิติกรณ์ปกติ
แปลเอกสารและยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุลตามขั้นตอนมาตรฐาน
ขั้นที่ 4: รับรองสถานทูตเพิ่มหากจำเป็น
หากปลายทางยังกำหนดให้รับรองสถานทูต ให้ดำเนินการต่อหลังผ่านนิติกรณ์แล้ว
ขั้นที่ 5: ติดตามประกาศการเข้าร่วมอนุสัญญาของไทย
ติดตามข่าวสารจากกรมการกงสุลเพื่อทราบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกอะพอสทีลหรือยัง
ยังไม่ได้เป็นภาคี ณ ปัจจุบัน เอกสารไทยจึงไม่สามารถขอตราอะพอสทีลได้ ต้องใช้ระบบรับรองนิติกรณ์ผ่านกรมการกงสุลตามปกติเมื่อจะนำเอกสารไปใช้ต่างประเทศ
เอกสารต่างประเทศที่มีอะพอสทีลใช้ในไทยได้เลยหรือไม่
โดยทั่วไปยังไม่ได้เลยทันที เพราะไทยไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา หน่วยงานไทยหลายแห่งยังกำหนดให้ต้องรับรองผ่านสถานทูตไทยในประเทศต้นทางก่อนนำมาใช้ในไทย ควรสอบถามหน่วยงานปลายทางในไทยให้ชัดเจน
ถ้าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก เอกสารไทยยังต้องรับรองสถานทูตหรือไม่
ขึ้นกับนโยบายของประเทศนั้น บางประเทศยอมรับนิติกรณ์ไทยแทนอะพอสทีลได้โดยไม่ต้องรับรองสถานทูตเพิ่ม แต่บางประเทศยังกำหนดให้รับรองสถานทูตตามปกติ เนื่องจากไทยไม่ใช่ภาคีจึงไม่ได้รับสิทธิยกเว้นโดยอัตโนมัติ
ไทยมีแผนเข้าร่วมอนุสัญญาเฮกอะพอสทีลหรือไม่
มีการศึกษาความเป็นไปได้เป็นระยะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดสำหรับการให้สัตยาบัน ควรติดตามประกาศจากกรมการกงสุลเพื่อทราบความคืบหน้า
อะพอสทีลกับนิติกรณ์กรมการกงสุลต่างกันอย่างไร
อะพอสทีลเป็นตรารับรองมาตรฐานสากลที่ใช้ได้ทันทีในทุกประเทศภาคีโดยไม่ต้องรับรองซ้ำ ส่วนนิติกรณ์กรมการกงสุลเป็นการรับรองแบบดั้งเดิมที่อาจต้องรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางอีกขั้นหนึ่ง ขึ้นกับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ
แหล่งอ้างอิงราชการ
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — หน่วยงานที่ดูแลระบบนิติกรณ์เอกสารไทยและติดตามสถานะอนุสัญญาระหว่างประเทศ
- Hague Conference on Private International Law (HCCH) — องค์กรระหว่างประเทศผู้ดูแลอนุสัญญาว่าด้วยอะพอสทีลและรายชื่อประเทศภาคี
อ่านต่อ
คำค้นที่หน้านี้ตอบ
ให้ทีมงานตรวจเอกสารก่อนเริ่มงาน
ส่งรายการเอกสารและปลายทางที่จะยื่น ทีมงานจะแจ้งลำดับขั้นและระยะเวลาที่ต้องใช้
ติดต่อทีมงาน →