บริษัทจำกัด (ไทยถือหุ้นข้างมาก)
ผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจในไทยโดยมีผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นตั้งแต่ 51% ขึ้นไป จึงไม่ถือเป็น “คนต่างด้าว” ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ลำดับขั้นตอนโดยสรุป
จองชื่อนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า → จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท → ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี → จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเงื่อนไข → ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม
เงื่อนไขที่ต้องผ่าน
- ผู้เริ่มก่อการ/ผู้ถือหุ้นขั้นต่ำ 2 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขเพิ่มเติมและมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566
- ต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คน และระบุอำนาจกรรมการในหนังสือรับรองให้ชัดเจน
- ต้องมีที่ตั้งสำนักงานจริงพร้อมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ของเจ้าของอาคาร
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเมื่อจำเป็นต้องใช้ประกอบการขอใบอนุญาตทำงาน
- หากจะจ้างคนต่างชาติ แนวปฏิบัติทั่วไปคือทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2 ล้านบาทต่อคนต่างชาติหนึ่งคน และลูกจ้างไทย 4 คนต่อคนต่างชาติหนึ่งคน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้นไทยและกรรมการไทย
- สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้น/กรรมการต่างชาติ พร้อมคำแปลรับรองเมื่อหน่วยงานร้องขอ
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาโฉนด/สัญญาเช่า และแผนที่ตั้งสำนักงาน
- แบบจองชื่อนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัท และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- หลักฐานที่มาของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นไทย เช่น สมุดบัญชีหรือหนังสือรับรองจากธนาคาร
ขั้นตอนดำเนินการ
- จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบ DBD e-Registration และรอผลอนุมัติชื่อ
- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ พร้อมกำหนดโครงสร้างหุ้นและอำนาจกรรมการ
- ประชุมจัดตั้งบริษัทและยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ยื่นขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรเมื่อเข้าเงื่อนไข
- เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล และขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่มีลูกจ้าง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ผู้ถือหุ้นไทยที่ไม่ได้ลงทุนจริง (นอมินี) ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- กำหนดวัตถุประสงค์กว้างเกินจริงจนครอบคลุมธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย
- ใช้ที่อยู่คอนโดพักอาศัยเป็นที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งอาจไม่ผ่านการตรวจสถานประกอบการ
- ไม่ยื่นงบการเงินประจำปีและ บอจ.5 ตามกำหนด ทำให้มีค่าปรับสะสม
หน่วยงานผู้พิจารณา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม
ปรึกษาทีมงาน
สอบถามขอบเขตงาน เอกสารที่ต้องใช้ และระยะเวลาได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน และไม่รับจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นนอมินี แต่ช่วยตรวจเอกสารก่อนยื่นเพื่อลดโอกาสถูกตีกลับ
ติดต่อเจ้าหน้าที่แหล่งอ้างอิง
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 (2026) โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ
รูปแบบอื่น
เพิ่มเติม: FAQ จดทะเบียนบริษัท · ใบอนุญาตทำงาน · วีซ่าไทยทุกประเภท